WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

1GOVchanal

'ป้อม'ชี้ราชภักดิ์ เป้าโจมตี'โด่ง' ตู่ลั่นรับผิดชอบ พร้อมดำเนินคดี
      รับผิดชอบอยู่แล้ว'บิ๊กตู่' ยืนยันผลสอบ 'อุทยานราชภักดิ์'ถ้าผิดก็ดำเนินคดี ลงโทษทางวินัยด้วยส่วน 'บิ๊กป้อม'ลั่นรัฐบาลไม่เกี่ยว เป็นโครงการของกองทัพบก ไม่ได้ใช้งบฯ รัฐบาล แต่เป็นงบฯ จากการบริจาค ยอมรับว่ามีคนพุ่งเป้าโจมตี 'บิ๊กโด่ง' อดีตผบ.ทบ. จึงพยายามขุดคุ้ยไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่อง 'พล.ต.'ที่ลาออกจากราชการ คงอาจเบื่อ ไม่อยากทำงานแล้ว อย่าไปสงสัย เป็นเรื่องส่วนตัว ขณะที่ ป.ป.ช. วิชา อ้างยังไม่ไต่สวน ต้องรอให้ ทบ.ตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อน

วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9120 ข่าวสดรายวัน
      เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเปิดตัว 'Gov Channel ศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน'โดยตอนหนึ่งระบุถึงโครงการอุทยานราช ภักดิ์ว่า เคยบอกหลายครั้งแล้วว่าความเท่าเทียมไม่มีในโลก แต่มีอย่างหนึ่งที่เสมอภาคเท่ากัน คือความเท่าเทียมทางกฎหมาย ไม่เว้นแม้แต่รัฐมนตรี แม้แต่โครงการของกองทัพบกก็ต้องตรวจสอบ ลงโทษทางวินัย ข้าราชการก็ทำ แต่มีบางพวกไม่สนใจระเบียบ ถูกทุกอย่างไม่เคยผิด ไม่เข้ากระบวนการยุติธรรม กล่าวอ้างคนอื่น ทั้งที่ตัวเองทำให้เกิดความเสียหาย
     "โครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์กำลังสอบอยู่ ไม่เกี่ยวกับ คสช. แต่ผมรับผิดชอบอยู่แล้ว รับผิดชอบอยู่ทุกเรื่อง ถ้าผิดก็ดำเนินคดี โครงการนี้เป็นโครงการหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวข้องกับมาตราสำคัญ แต่ไม่ใช่ว่ามันแย่ทั้งหมด หรือประเทศแย่ทั้งหมด กระทรวงแย่ทั้งหมด ผมจำเป็นต้องพูดแบบนี้เพราะรำคาญ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศ ขอให้สื่อพิจารณารายงานข่าว สื่อเขียนทั้งสองฝ่าย ก็ตีกัน ซึ่งผมก็เข้าใจ แต่สิ่งที่เสียหายต่อประเทศ หรือขัดกระบวนการยุติธรรม ขอให้พิจารณา" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
     ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงและตรวจสอบปัญหาการ จัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ว่าไม่เข้าใจว่าจะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงทำไม เพราะการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของกองทัพบก ก็เหมือนหลายโครงการที่ผ่านมาที่กองทัพบกจัดสร้าง เรื่องนี้รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ขณะนี้พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความไม่โปร่งใสแล้ว
     "จะออกมาเรียกร้องอะไรอีก รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ขอให้รอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการของกองทัพบก หากผลออกมา เมื่อไหร่ กองทัพบกจะชี้แจงเอง ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ขอให้เข้าใจด้วย เคยเป็นรัฐบาลมาเหมือนกัน แต่ไม่รู้เรื่อง อีกทั้งการจัดสร้างดังกล่าวไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐบาล แต่เป็นงบประมาณจากการบริจาค ต้องชี้แจงให้ประชาชนที่บริจาคเงินได้เข้าใจว่านำเงินไปทำอะไรบ้าง มาเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งโต๊ะแถลงนั้น ผมไม่เข้าใจ" พล.อ.ประวิตรกล่าว
     ผู้สื่อข่าวถามว่าในช่วงจัดสร้างอุทยานฯ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ขณะนั้นเป็น ผบ.ทบ. ทำให้เกิดความเชื่อมโยงกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่ารัฐบาลเกี่ยวอะไร เพราะไม่เกี่ยว เป็นเรื่องกองทัพบก แต่ยอมรับว่ามีคนพุ่งเป้าโจมตีมาที่ พล.อ. อุดมเดช จึงพยายามขุดคุ้ยไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามบริหารงานเพื่อประชาชน จะเอาอะไรอีก เดี๋ยวกองทัพบกก็ชี้แจงเอง
     ต่อข้อถามถึงสาเหตุที่นายทหารยศ พล.ต. ลาออกจากราชการ รองนายกฯ และรมว.กลาโหมกล่าวว่าเป็นการลาออกธรรมดา แต่ไม่ได้ให้เหตุผลว่าลาออกทำไม เมื่อไม่อยากทำงาน เขาก็ลาออกไป การเซ็นอนุมัติใบลาออกเป็นอำนาจของรมว.กลาโหม แต่ มอบหมายให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ดำเนินการแทน และไม่ได้สอบถามไปยังพล.ต.ว่าลาออกด้วยสาเหตุใด เมื่ออยากลาออกก็ให้ลาออก เขาอาจจะเบื่อ และไม่อยากทำงานแล้ว จึง ลาออก อย่าไปสงสัย เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว
      รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวต่อถึงกรณีติดตามจับตัว พ.อ.คชาชาต บุญดี อดีตนายทหารเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็น 1 ในผู้ที่ถูกออกหมายจับคดี มาตรา 112 และหนีออกนอกประเทศไปนั้น ต้องไปถามตำรวจ เนื่องจากยังไม่ได้รับรายงาน จะต้องสอบสวนก่อนว่าเป็นคดีใดและค่อยดำเนินการ เพราะเกี่ยวข้องระหว่างประเทศ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า พ.อ.คชาชาต ไปอยู่ที่ไหน
     รายงานข่าวจากกองทัพบกแจ้งว่า พล.อ. ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. สั่งเร่งรัดให้ตรวจสอบการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์อย่างละเอียดและรอบคอบ โดยให้แบ่งการตรวจสอบเป็น 2 ส่วน คือ 1.ตรวจสอบข้าราชการตำรวจ และทหารที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ว่าโปร่งใสหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องใดหรือไม่ หากพบว่ากองทัพบกเสียหาย จะให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาทันที และ 2.ตรวจสอบภาคเอกชนในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบว่ากระทบกับกองทัพบก แต่ไม่มีใครแจ้งความดำเนินคดี กองทัพบกจะให้สำนักพระธรรมนูญทหารบกร้องทุกข์กล่าวโทษ ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและชัดเจนก่อนที่กองทัพบกจะรับมอบโครงการในส่วนการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์มาดำเนินการต่อ
     "กองทัพบกอยากขอให้เข้าใจในส่วนการกระทำ ว่าบุคคลและกองทัพบกเป็นคนละส่วนกัน แต่ละโครงการถือว่าดีอยู่แล้ว หากพบกระทำผิดจริง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์กร แต่เป็นการกระทำส่วนบุคคล กอง ทัพบกต้องดำเนินการ เพื่อไม่ให้ส่วนรวมเสียหาย ขอให้มั่นใจกองทัพบกว่าดำเนินการอย่างตรงไป ตรงมา" แหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพบกระบุ
      ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึง การตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ ว่าเนื่องจากงบประมาณที่สร้างอุทยานฯ ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน จึงยังไม่ทราบว่า มีความเกี่ยวข้องอย่างไร ต้องรอให้คณะกรรมการตรวจสอบที่ ผบ.ทบ.ตั้งขึ้นมาตรวจสอบ ให้เสร็จสิ้นก่อน ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ยังไม่มีการไต่สวน มีการให้ข่าวว่าจะใช้เวลาเพียง 7 วัน ต้องดูความชัดเจนว่าใช้งบประมาณมาณหรือไม่ ตรงไหน และป.ป.ช.มีอำนาจหรือไม่ รวมทั้งต้องดูตำแหน่งของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ว่าอยู่ในข่ายที่ป.ป.ช.ตรวจสอบได้หรือไม่ สูงกว่าระดับซี 8 หรือไม่ เพราะหากผู้เกี่ยวข้อง มีตำแหน่งต่ำกว่าซี 8 ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจ ตรวจสอบ
     ส่วนนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในทางปฏิบัติของป.ป.ช. หากประเด็นนั้นๆ ยังไม่มีเรื่องราวที่ชัดเจนว่าใครทำอะไร อย่างไร ป.ป.ช.จะได้แต่เพียงรวบรวมข้อมูลเผื่อไว้เท่านั้น แต่ยังไม่ตั้งเรื่องขึ้นมาไต่สวนหรือสอบสวนใดๆ อีกทั้งการจะตั้งเรื่อง ขึ้นไต่สวน กรรมการ ป.ป.ช.จะต้องเป็นผู้พิจารณา และมีมติเพื่อสั่งการมายังสำนักงานป.ป.ช. ขณะนี้สำนักงานป.ป.ช.ได้เพียงแต่มอบให้เจ้าหน้าที่คอยติดตามข่าว และรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น
     "ขณะนี้ ยังไม่มีการยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษมาที่ป.ป.ช. แต่ถ้าไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา แล้วจะถามว่าป.ป.ช.ทำได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าในทางปฏิบัติถ้ามีเหตุอันควรสงสัย นั่นคือทำได้ โดยสำนักงานป.ป.ช.จะต้องรวบรวมข้อมูล และชัดเจนว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ใครเป็นผู้กระทำ อย่างนี้ก็ต้องเริ่มดำเนินการ แต่ในเวลานี้ยังไม่มีข้อมูล ข้อ เท็จจริงใดๆ อยู่เลย ได้แต่เพียงเก็บข้อมูล หากเห็นว่ามีเหตุอย่างไร จึงค่อยนำเสนอไปยังที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ดังนั้น เวลานี้ต้องรอฟังผลจากการสอบสวนของ กองทัพบกก่อน"เลขาฯ ป.ป.ช.กล่าว
     รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมคณะ กรรมการป.ป.ช. ในวันที่ 17 พ.ย.นี้ อาจจะหยิบยกประเด็นปัญหาโครงการอุทยาน ราชภักดิ์ขึ้นมาหารือ ถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชน กรรมการป.ป.ช.อาจจะนำมาพูดคุย เพื่อขอความคิดเห็นจากคณะกรรมการป.ป.ช. แล้วจึงค่อยมีข้อสรุปร่วมกันว่าป.ป.ช.จะตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ อย่างไร
      ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ ว่าทั้ง คสช. รัฐบาล สนช. ป.ป.ช. สตง. รวมถึงกลุ่มกปปส. และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน ประกาศว่าเกลียดการ ทุจริตคอร์รัปชั่นและต้องต่อต้านให้ถึงที่สุด จึงขอให้หน่วยงานเหล่านี้ออกมาแสดงจุดยืน ไม่ควรเงียบโดยไม่ส่งเสียงใดต่อการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ เพราะสังคมอาจ มองว่าที่ผ่านมาไม่ได้ยืนอยู่บนหลักการที่จะแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นจริง แต่เป็นความต้องการที่จะใส่ร้ายตัวบุคคลมากกว่า
    "กรณีอุทยานราชภักดิ์มีหลักฐานมัดแน่น พร้อมคำสารภาพแล้ว ป.ป.ช.ต้องรีบตั้ง เรื่องให้ดำเนินคดีได้แล้ว แต่ยังชักช้ามัวรออะไรอยู่ กรณีรับจำนำข้าวมีข้อมูลเพียงแค่สงสัยว่าเท่านั้น ป.ป.ช.กลับรีบตั้งเรื่อง เสนอรัฐบาล ให้ฟ้องร้องดำเนินคดีต่อ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และยังมีทีท่าว่าจะใช้อำนาจฝ่ายปกครองที่ขัดกฎหมาย สั่ง ให้ชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งๆ ที่คดีก็ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เหมือนกับจะผลักให้นายกฯ ทำการนอกเหนือกระบวนการยุติธรรม โดยไม่เป็นธรรม เสียเอง"นางลดาวัลลิ์กล่าว
     ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ศิวพงษ์ พัฒน์พงศ์พานิช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2 ป. พ.ต.ท. ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รอง ผกก.2 ป. และ พ.ต.ท.จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ สว.ทล.2 กก.1 ทล. ลาออกจากราชการ ว่ายังไม่ได้รับรายงาน ต้องรอให้ บช.ก. หน่วยงานต้นสังกัดรายงานมาก่อน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ เชื่อว่าชุดสืบสวนสอบสวนของ พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. คงรายงานมาให้ทราบในเร็วๆ นี้
    ส่วน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกตำรวจกล่าวว่า ขณะนี้สำนวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง สำนวนแรกอยู่ที่กองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบว่าสำนวนสมบูรณ์หรือไม่ ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการเกี่ยวกับการพิจารณาคดีหมิ่นสถาบันขึ้นมาตรวจสอบ โดยมี รอง ผบ.ตร. หรือที่ปรึกษา (สบ10) เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อนำเสนอให้ ผบ.ตร. พิจารณาต่อไป โดยจะตรวจสอบด้วยความรอบคอบและเร็วที่สุด 

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!