WORLD7

sme624x100 giftqm720

1แจงเอาผด

เด้งผบช.สันติบาล เซ็นฟ้าผ่า หึ่งผบก.ป.ต่อคิว บิ๊กป้อมสั่งกห.สอบอีก ทุกข้อสงสัย'ราชภักดิ์'พ่อเฌอแจ้งจับคนทุจริต ยูเอ็นจี้หยุดขังค่ายทหาร

      'บิ๊กป้อม'สั่งกลาโหมตั้งกรรมการสอบอุทยานราชภักดิ์ ไขข้อข้องใจของสังคมทุกประเด็น พ่อน้องเฌอ-แม่น้องเกดและกลุ่มพลเมืองโต้กลับขึ้นกองปราบฯ ร้องทุกข์ดำเนินคดีผู้ทุจริตหากินกับราชภักดิ์ ประกาศแจ้งจับเพื่อแทนคุณแผ่นดิน ผบช.ก.ฐิติราชส่งข้อมูล 2 อดีตนายตำรวจกองปราบฯให้รองผบ.ตร.ศรีวราห์ก่อนออกหมายจับ ผบ.ตร.บิ๊กแป๊ะสั่งเด้งด่วน'รอย อิงคไพโรจน์'จากผบช.สันติบาลไปศปก.ตร. ผู้การกองปราบฯระทึกจ่อโดนรายต่อไป

วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9128 ข่าวสดรายวัน


แจ้งเอาผิด- นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ พร้อมนางพะเยาว์ อัคฮาด กลุ่มพลเมืองโต้กลับ เข้าพบพ.ต.อ.สยาม บุญสม รองผบก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิดกรณีโครงการอุทยานราชภักดิ์ ที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 24 พ.ย.

'บิ๊กป้อม'สั่งกห.สอบราชภักดิ์

      เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม. ถึงกรณีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์การตรวจสอบโครงการ อุทยานราชภักดิ์ของกองทัพบก ว่าเป็นเรื่องตัวบุคคล หากพบว่ามีจุดใดที่คิดว่าไม่โปร่งใสก็จะตรวจสอบเป็นรายบุคคล ส่วนโครงการไม่เกี่ยวข้อง เราไม่ได้ไปตรวจสอบ ขอย้ำว่าจะตรวจสอบบุคคลที่คิดว่าจะไม่โปร่งใส ส่วนจะมีใครบ้างนั้น ต้องรอให้คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นซึ่งมาจากกระทรวงกลาโหมตรวจสอบก่อน ส่วนจะเป็นใครบ้างนั้น อยู่ระหว่างพิจารณา แต่จะไม่มีคนในกองทัพบกเข้าร่วม เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีใครบ้าง โดยจะตรวจสอบเฉพาะทหารที่มีรายชื่อถูกพาดพิงก่อน

      ผู้สื่อข่าวถามว่าจะตรวจสอบถึงพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่รู้ แต่รมช.คงไม่ถึง ต้องรอให้คณะกรรมการตรวจสอบดู ซึ่งคณะกรรมการจะมาจากส่วนของกระทรวงกลาโหม โดยคนที่จะเข้ามานั้นไม่ได้อยู่ในกองทัพบก โดยจะตรวจสอบเฉพาะทหารที่เกี่ยวข้อง ส่วนพลเรือนถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องจะส่งให้ป.ป.ช. พิจารณา ทั้งนี้หากตรวจสอบแล้วพบว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ทั้งนี้การตรวจสอบยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา

     เมื่อถามบุคคลที่ตรวจสอบตั้งจากภายในกองทัพ โดยไม่มีบุคคลภายนอกเข้าร่วม จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือหรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ข้อสงสัยมาจากภายนอก เรื่องนี้จะไปช่วยได้อย่างไร และคนที่จะเข้าไปตรวจสอบมาจากกลาโหมไม่ใช่กองทัพบก

บิ๊กโด่ง-บิ๊กหมู-บิ๊กติ๊กพร้อมหน้า

      ก่อนหน้านั้นเวลา 10.00 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตรมอบหมายพล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เป็นประธานต้อนรับคณะผบ.ทบ.อาเซียน ที่มาเยี่ยมคารวะ โดยระหว่างรอคณะเดินทางมาถึง พล.อ.อุดมเดช พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้มายืนรอต้อนรับบริเวณหน้าห้องสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งทั้งสามคนได้พูดกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

      พล.อ.อุดมเดชกล่าวภายหลังต้อนรับผบ.ทบ.อาเซียนถึงโครงการอุทยาน ราชภักดิ์ว่า ทุกอย่างเรียบร้อยโปร่งใส ขั้นตอนต่อไปจะมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีก ต้องรอคณะกรรมการดำเนินการตามขั้นตอนก่อน ส่วนการตรวจสอบของกองทัพบกที่มี พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นประธานตรวจสอบนั้น เรียบร้อยไปแล้ว การดำเนินการโครงการที่ยังค้างคาอยู่ ได้มอบให้โฆษกกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ชี้แจง ยืนยันว่าโครงการนี้โปร่งใสและเป็นไปตามการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบต่างๆ ซึ่งการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยกองทัพบก

สอบข้อเท็จจริงทุกข้อสงสัย

      พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า จากการสอบสวนของกองทัพบกในการจัดสร้าง อุทยานราชภักดิ์ที่ผ่านมา ภาพรวมไม่พบความผิดปกติ แต่อาจมีความเข้าใจที่หลากหลายตามที่มีกระแสข่าวในสังคม เรื่องนี้พล.อ.ประวิตรไม่ได้นิ่งนอนใจและเพื่อความโปร่งใส จึงสั่งการพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

      "ขอให้ดูผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน อย่าเพิ่งพาดพิงหรือกล่าวหาบุคคลใด ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลเพราะทุกอย่างต้องโปร่งใส ขอความกรุณาการนำเสนอข่าวอย่าพาดพิงองค์กร เพราะจะทำลายกำลังใจของผู้ตั้งใจทำงาน ซึ่งอุทยานราชภักดิ์สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจ ความศรัทธา และความจงรักภักดีของประชาชนทุกคน ขอให้รอฟังผลการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงก่อน ทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ อย่าไปขยายความ จนทำร้ายความศรัทธาของประชาชนต่ออุทยานราชภักดิ์ให้ลดลง" โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว

      ผู้สื่อข่าวถามว่าคณะกรรมการตรวจสอบของกระทรวงกลาโหมต้องใช้เวลาดำเนินการเท่าไหร่ พล.ต.คงชีพกล่าวว่า ต้องรอการทำงานของคณะกรรมการก่อน โดยจะดูทุกเรื่องที่เป็นประเด็นทางสังคม ไม่ปล่อยทิ้งไว้ค้างคาใจ จะตรวจสอบทั้งหมด ส่วนการหักหัวคิวของโรงหล่อองค์บูรพกษัตริย์นั้น เป็นเรื่องของภาคเอกชน หากมีผู้เสียหายหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายได้

ขอให้เชื่อมั่นไม่มีฮั้วกัน

      เมื่อถามว่า ถ้ามีข้าราชการหรือคนใกล้ ชิดอดีตผบ.ทบ.เข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.คงชีพกล่าวว่า ตามที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ระบุทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย กระทรวงกลาโหมพยายามดำเนินการให้โปร่งใสที่สุด ขอให้เชื่อมั่นและมั่นใจการทำงาน เมื่อถามว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะตรวจสอบถึงอดีตผบ.ทบ.ด้วยหรือไม่ พล.ต.คงชีพกล่าวว่า ต้องรอระยะเวลา เพราะตนไม่สามารถตอบแทนคณะกรรมการได้ เนื่องจากต้องรอให้คณะกรรมการทำงานก่อน ส่วนใครจะเป็นประธานการตรวจสอบจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง

      "ยืนยันว่า ไม่มีการฮั้วซึ่งกันและกัน เพราะทุกอย่างพยายามทำให้ประเด็นต่างๆ เกิดความคลี่คลาย อีกทั้งกองทัพมีระบบสายการบังคับบัญชาชัดเจน ไม่มีการปกป้องและช่วยเหลือกันแน่นอน เรื่องนี้ยืนยันได้ว่าไม่ได้เป็นการดึงเกมของกระทรวงกลาโหม แต่จะห้ามความคิดของใครคงเป็นไปไม่ได้" พล.ต.คงชีพกล่าว

      ต่อข้อถามว่าทำไมอดีตผบ.ทบ.ที่เกี่ยว ข้องกับโครงการมาตลอดไม่ชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบได้ ขึ้นกับดุลพินิจของ อดีตผบ.ทบ. และต้องให้เกียรติท่านด้วย เมื่อถามว่าสมมติว่าผลการตรวจสอบออกมาแล้วพาดพิงถึงใครหรือใครเป็นผู้ต้องหาจะดำเนินการอย่างไร โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็นคือ หากผลสอบขั้นต้นออกมาว่ามีความผิดทางวินัย ก็ดำเนินการได้ทันที แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหรือ ผิดกฎหมายอาญา ต้องดำเนินการตามกฎหมายอาญาไม่มีละเว้น ดังนั้นขอให้ทุกคนสบายใจอย่าได้กังวล

     เมื่อถามว่า หากโยงใยถึงรมต.และมีความเกี่ยวข้องจะต้องแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ พล.ต.คงชีพกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นกับดุลพินิจของท่าน แต่นายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่า ทุกคนอยู่ภายใต้ของกฎหมายฉบับเดียวกัน เมื่อถามว่าจะเปิดโอกาสให้องค์กรอิสระหรือองค์กรภายนอกเข้าร่วมตรวจสอบด้วยหรือไม่ พล.ต.คงชีพกล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการป.ป.ช. จะเข้ามาร่วมตรวจสอบนั้น คิดว่าไม่น่ามีปัญหา หากมีการชี้มูลใดๆ เชื่อว่ากระทรวงกลาโหมโปร่งใสพอจะให้ทุกองค์กรของรัฐเข้ามาตรวจสอบ ส่วนจะมีอะไรเกิดขึ้นเป็นเรื่องตัวบุคคล

ป.ป.ช.ให้รอดูสัปดาห์หน้า

     ที่สำนักงานป.ป.ช. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการรวบรวมข้อมูลโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า หลังจากที่มีมติคณะกรรมการป.ป.ช.มอบให้สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาข้อมูล ตนสั่งการไปยังสำนักการข่าว ไปตรวจสอบจากแหล่งข่าวและประชาชนแล้ว ให้ทำรายงานสรุปรวบรวมข้อมูลส่งมาถึงตนภายในสัปดาห์นี้ ขณะนี้ข้อมูลอยู่ที่ฝ่ายข่าวแล้วกำลังสรุปข้อมูล ซึ่งดูจากท่าทีที่แถลงข่าวแล้ว กองทัพบกคงไม่ส่งข้อมูลการตรวจสอบให้ป.ป.ช. อย่างไรก็ตามคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาว่าจะเข้าข่ายอยู่ในอำนาจดำเนินการของป.ป.ช.หรือไม่ และมีเหตุอันควรสงสัยที่ป.ป.ช.จะเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ เหตุอันควรสงสัยนั้นเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่

      ผู้สื่อข่าวถามว่า ป.ป.ช.จะขอข้อมูลการเรียกค่าหัวคิวจากพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ที่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายสรรเสริญกล่าวว่า ตอนนี้ต้องดูข้อมูลในภาพรวม ดูจากรายงานก่อน ยังไม่ลงลึกตัวบุคคล

     ด้านนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เป็น เจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณางบประมาณการก่อสร้างด้วยว่าเป็นเงินอะไร ขณะนี้ให้สำนักงานเลขาธิการฯรวบรวมข้อมูลอยู่ ทั้งนี้หากกองทัพบกส่งข้อมูลการตรวจสอบมาจะถือว่าเป็นข้อมูลส่วนหนึ่ง และหากหน่วยงานอื่น บุคคลอื่นมีข้อมูล เพิ่มเติม สามารถส่งมายังสำนักงานป.ป.ช.ได้

ผบ.ตร.เด้งด่วนผบช.สันติบาล

      ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. หัวหน้าชุดสืบสวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามความผิดม.112 เปิดเผยว่า ตนได้ส่งพยานหลักฐานของ 2 อดีตนายตำรวจสังกัดกองปราบปราม ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ความผิดตามมาตรา 112 ให้กับพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. แล้ว ซึ่งเป็นหลักพยานหลักฐานเกี่ยวกับการหักค่าหัวคิวด้านสื่อสารมวลชน โดยหลักฐานดังกล่าวได้จากการบอกเล่าของพยานแวดล้อมที่ซัดทอดถึง 2 อดีตนายตำรวจดังกล่าว ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น ยังไม่พบการกระทำผิดในขณะนี้ แต่จะหาพยานหลักฐานด้านอื่นๆ มาประกอบสำนวนเพื่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

     ผบช.ก.กล่าวอีกว่า ส่วนนายตำรวจอีก 6 นาย ที่มีทั้งลาออกและช่วยราชการ ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

     รายงานข่าวระดับสูงของตร.แจ้งว่า วันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งที่ 679/2558 ให้ พล.ต.ท. รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.สันติบาล ไปช่วย ราชการศปก.ตร. ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. เป็นต้นไป โดยให้พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาราชการแทนผบช.สันติบาล

      รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. ก็อาจจะถูกย้ายไปช่วย ราชการศปก.ตร. หรือย้ายสลับตำแหน่งในบช.ก.ในเร็วๆ นี้

พลเมืองโต้กลับขึ้นกองปราบฯ

      เมื่อเวลา 13.15 น.ที่กองปราบปราม นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดานายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมนเกด อัคฮาด ผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมเดือนพ.ค.2553 พร้อมด้วยกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และนายอานนท์ นำภา ทนายความ เข้าพบพ.ต.อ.สยาม บุญสม รองผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้มีส่วนร่วมกับการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

     นายพันธ์ศักดิ์ เปิดเผยว่า การก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ในพื้นที่กว่า 222 ไร่ มีการหล่อพระบรมรูปกษัตริย์ 7 พระองค์ รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ แม้จะเป็นการดำเนินการภายใต้มูลนิธิอุทยานฯ แต่ผู้เกี่ยว ข้องเป็นข้าราชการอยู่ในกองทัพ มีทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่จนถึงระดับเล็กหลายนาย การที่ผบ.ทบ.แถลงข่าวยังไม่มีความชัดเจน ในเรื่องที่ระบุถึงการสร้างพระบรมรูปกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ ที่กล่าวว่ามีส่วนต่าง และบอกด้วยว่านำส่วนต่างไปบริจาคแล้วนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

     นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่พวกตนต้องการอยากทราบคือ ขอให้ชี้แจงและจำแนกรายละเอียดการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ เช่น เรื่องต้นปาล์ม ที่ทางกองทัพ บอกว่ามีผู้บริจาคต้นละ 3 แสนบาท ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าแล้วค่าจัดซื้อต้นปาล์มที่ระบุว่าราคาต้นละ 1 แสนบาทนั้น เงินจำนวนนี้อยู่ในกระเป๋าใคร ค่าจัดเลี้ยง แม้จะมีการซื้อบัตรราคา 5 แสนบาทต่อ 1 ที่นั่ง ถึงผู้ซื้อจะซื้อด้วยความเสน่หา รวมทั้งบัตรวีไอพี ราคาโต๊ะละ 1 ล้านบาทนั้น ควรจะเปิดเผยรายละเอียดเรื่องรายรับ รายจ่ายให้ชัดเจน และในส่วนของพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีตผบ.ทบ. ที่เป็นผู้รับเงินบริจาค โดยมีการชี้แจงและแชร์ภาพข่าวลงในเว็บไซต์และข่าวสารของททบ.5 แต่กลับไม่เห็นบัญชียอดเงินที่ได้รับอย่างแท้จริง

แจ้งจับเพื่อแทนคุณแผ่นดิน

     นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า กรณีที่สำนัก งานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) หรือคณะกรรมการป.ป.ช. ระบุว่าสาเหตุที่ไม่เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากไม่มีผู้เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษนั้น พวกตนจึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษี เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่อง ดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นการดำเนินงานของกองทัพบกทั้งหมด และมีการใช้เงินของแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินจากภาษีของประชาชนไปก่อสร้าง ดังนั้นประชาชนจึงมีสิทธิขอความกระจ่างและชัดเจน นอกจากนี้ตั้งแต่คสช.ทำรัฐประหาร และมีคำสั่งที่ 69/2557 ปราบปรามข้าราชการที่ทุจริตและคอร์รัปชั่น อย่างเด็ดขาด พวกตนจึงหวังว่าการร้องทุกข์ครั้งนี้จะสามารถเอาผิดกับผู้กระทำความ ผิดได้

     "พวกเรามาในฐานะประชาชนที่อาศัย อยู่ในแผ่นดิน เรามาฟ้องเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน" พ่อน้องเฌอกล่าว

      ขณะที่พ.ต.อ.สยามกล่าวว่า เบื้องต้น กองปราบฯจะรับเรื่องไว้เพื่อรวบรวมพยาน หลักฐาน หลังจากนี้จะเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ศรีวราห์ได้หลักฐานพ.ต.อ.-พ.ต.ท.

      เมื่อเวลา 15.20 น.พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ฝ่ายเสธ.ประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีความผิดตามมาตรา 112 ที่สำนักงานพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. บนชั้น 7 อาคาร 1 ตร. พ.อ.บุรินทร์กล่าวเพียงสั้นๆ กับสื่อมวลชนว่า จะเสนอพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาความผิดตามมาตรา 112 เพิ่มเติม แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีใครบ้าง และจำนวนกี่ราย

     ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ได้รับ หลักฐานการกระทำผิดของพ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีตผกก.2 บก.ป. และพ.ต.ท. ธรรมวัฒน์ หิรัญเลขา อดีตรองผกก.2 บก.ป. จากพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสืบสวนคดีนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนในการขออนุมัติหมายจับ คาดว่าหากหลักฐาน ครบถ้วนจะออกหมายจับได้ภายในวันศุกร์ที่ 27 พ.ย.นี้ โดยตนเห็นหลักฐานแล้ว แต่มีบางส่วนต้องเพิ่มเติมในรายละเอียดหลายประเด็น ส่วนเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องต้องสงสัยร่วมขบวนการนี้ทั้งหมด รวมทั้งของตำรวจทั้ง 2 นายนั้นได้ประสานไปยังปปง.ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เบื้องต้นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิดของตำรวจทั้ง 2 นายนี้ฟังได้ระดับหนึ่ง รวมถึงหลักฐานที่พาดพิงถึงคนอื่นด้วย

    ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นหลักฐานเกี่ยวกับ การทำลายหลักฐานในคดี หรือการรับผลประโยชน์ใช่หรือไม่ รองผบ.ตร.กล่าวว่า ดูทุกเรื่อง ดูทั้งเครือข่าย แม้ว่ากลุ่มนี้จะเป็นตำรวจเป็นนักสืบมาก่อน แต่ก็ไม่กระทบต่อการหาพยานหลักฐานของฝ่ายสืบสวนและสอบสวน ที่ผ่านมาชุดสืบสวนส่งหลักฐานการกระทำผิดของเครือข่ายนี้มาเยอะแยะ นอกเหนือจากตำรวจ 2 นาย ก็มีคนอื่นๆ แต่ใครจะเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 หรือไม่ อยู่ที่หลักฐานซึ่งฝ่ายสืบสวนและสอบสวนอาจมีมุมมองไม่เหมือนกัน ต้องดูทั้งหมดว่าองค์ประกอบมีที่ผิดตามหลักอาญาหรือไม่

      เมื่อถามถึงนายทหารพระธรรมนูญเข้าพบในวันนี้ รองผบ.ตร.หัวเราะแล้วกล่าวว่า เรื่องนี้ให้ไปถามพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพราะรายงานผบ.ตร.แล้ว อย่างไรก็ตามคาดว่าวันที่ 26 พ.ย. กองคดีอาญาจะนำสำนวนคดีหมิ่นสถาบัน 5 สำนวนที่ตนส่งให้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ให้คณะกรรมการพิจารณาคดีหมิ่นฯของตร.พิจารณา สำหรับสำนวนที่อยู่ที่ตนอีก 7 สำนวนนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน ต้องทำให้สมบูรณ์โดยเร็วที่สุด จากการสอบสวนพบว่ามีผู้ต้องหาเพิ่มเติมนอกเหนือจากพ.ต.ต. ปรากรม วารุณประภา อดีตสว.บก.ปอท.

ศาลทหารหมายจับอาทคดี 112

     ต่อข้อถามว่าพ.ต.อ.ไพโรจน์และพ.ต.ท. ธรรมวัฒน์ อยู่ใน 7 สำนวนนี้หรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า น่าจะสูงกว่านั้น ยศใหญ่กว่านั้นด้วย ส่วนสำนวนคดีอีก 3 สำนวนที่มีพ.อ.คชาชาต บุญดี อดีตนายทหารกองทัพภาคที่ 3 เป็นผู้ต้องหานั้น ผบ.ตร.ทราบเรื่องแล้วแต่ยังไม่มอบหมายให้พนักงานสอบสวนชุดตนดำเนินการ

     เมื่อถามถึงคำสั่งย้ายผบช.สันติบาล และกระแสข่าวจะย้ายผบก.ป.ด้วยนั้น รองผบ.ตร.กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง เมื่อถามว่าการย้ายตำรวจระดับผบช.และผบก.เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในเครือข่ายหมิ่นสถาบันหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ยังไม่มีการส่งหลักฐานมาให้

      รายงานข่าวแจ้งว่า ศาลทหารกรุงเทพฯอนุมัติออกหมายจับศาลทหารเลขที่ 42/2558 ดำเนินคดีนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท เลขาฯคนสนิทนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หลังพนัก งานสอบสวนกองปราบปราม พร้อมด้วยชุดพนักงานสอบ สวน ยื่นขออำนาจศาลขอออกหมายจับ

'บิ๊กตู่'ขอร้องอย่าขยายความ

      ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังประชุมครม.ถึงโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า ตนขอร้องวันนี้อย่าไปขยายกันมากนักเลย เพราะจะกลายเป็นเครื่องมือให้กับอีกพวกหนึ่ง ก็สู้กันไปมา ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้ปกปิดใคร ทำไมตนต้องปกปิด ขนาดตัวของตนยังไม่เคยปกปิด แล้วจะปกปิดให้ใคร ถ้าไม่ดีก็ต้องลงโทษ ยิ่งใกล้ถ้าผิดก็ต้องลงโทษ ขอให้มองประเด็นนี้เป็นเรื่องธรรมดา เริ่มจากคนใกล้ชิดสถาบันมาหลอกลวงคนข้างนอก ในโครงการราชภักดิ์ ตนถามว่าทุกคนหรือเปล่าก็ไม่ใช่ มีคนที่ถูกร้องถูกกล่าวโทษทั้งนั้น ที่ทำ ฉะนั้นไม่ได้ปิดกั้นการสอบคนเหล่านี้ แต่ไม่ใช่รื้อทั้งกองทัพบก มันคนละเรื่องกัน อย่าไปเป็นเครื่องมือ ทุกอย่างที่ทำมาเป็นขั้นตอนตามกฎหมายอยู่แล้ว

      นายกฯกล่าวอีกว่า วันนี้พล.อ.ประวิตรสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกระดับหนึ่ง ซึ่งตั้งคณะกรรมการสอบทั้งของกองทัพ และกลาโหม ดังนั้นก็จบแล้ว ถ้าใช่ไม่ใช่อย่างไร คณะกรรมการป.ป.ช. สตง.ต้องสอบต่ออยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว แต่ต้องสอบในสิ่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เละไปทั้งหมด เพื่อเป็นการแก้แค้น มันไม่ใช่

      "ผมไม่ต้องการแก้แค้นใคร พอได้แล้ว เพราะเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ด้วย เดี๋ยวต่างชาติไม่เข้าใจก็ไปกันใหญ่ ผมห่วงกฎหมายเรา ก็รู้อยู่ว่าคนเลวๆ พยายามหาโอกาส เลี่ยงมาตราสำคัญของเรา ถ้าไม่มี สถาบัน ก็ปกป้องพระองค์เองไม่ได้เลย ฟ้องศาลอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ อันนี้มีไว้ปกป้องสถาบัน แต่คนเอามาใช้ประโยชน์ ก็เรื่องของคน ได้ทรงรับสั่งมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดหรือคนต่างๆ หากทำความผิดต้องถูกลงโทษ นี่คือสิ่งที่รับสั่งมาตลอด" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า

      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อย่าทำให้ทุกอย่างพันกันไปหมด ถามรายวันจนทำอะไรไม่ได้ ข้าราชการก็ลำบาก ถ้ามันผิดคือผิด ถ้าผิดวันนี้สอบวันนี้ คดีความมีเท่าไร ถ้าคดีมันน้อยก็ต้องเร่งให้เร็ว เป็นเรื่องของฝ่ายกระบวนการยุติธรรม อย่ามาเทียบเปรียบว่าอันนี้ทำไมเร็ว อันนี้ทำไมช้า มันไม่ใช่ เพราะคดีทางโน้นมันมีมากี่ปีแล้ว แล้วทำไม ก็ไม่ทำ อันนี้เพิ่งเกิดเมื่อเร็วๆ นี้ กำลังเดินหน้าสอบไปเรื่อยๆ ก็จบแค่นั้น ตนไม่ปกปิดใครอยู่แล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการหลายพันโครงการของกองทัพบก และเป็นหนึ่งในหลายพันโครงการของกระทรวงกลาโหม อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเดียว กลายเป็นว่าเหมาเป็นเรื่องกองทัพบก และกลาโหม มันไม่ใช่ ฉะนั้น กฎหมายต้องเขียนใหม่ว่า ถ้ามีอะไรขึ้นมา ต้องสอบทั้งหมด สอบทุกหน่วยงาน ต้องเขียนแบบนั้น แต่กฎหมายไม่ได้เป็นแบบนั้น

     นายกฯกล่าวด้วยว่า ต้องให้ความเป็นธรรมทุกเรื่องถ้ายังไม่มีการตัดสิน ให้ถือว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ มันคือเจตนารมณ์ ของกฎหมายที่ให้โอกาสแก้ตัว ชี้แจง เมื่อกองทัพบกชี้แจงอย่างไรต้องฟังเขา กระทรวงกลาโหมมีวิจารณญาณที่เพียงพอว่า ต้องทำอย่างไรต่อ ส่วนกระทรวงยุติธรรมก็คุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ถ้าจำเป็นต้องทำหมดแหละ มันเว้นได้ที่ไหน พอแล้วตนไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว มันเสียหายอะไรบ้าง คงเข้าใจ

ยูเอ็นจี้หยุดคุมตัวในค่ายทหาร

     เมื่อวันที่ 24 พ.ย. สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประเทศไทยยุติการควบคุมตัวพลเรือนในค่ายทหาร เขตกรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้ถูกควบคุมตัวเสียชีวิตแล้ว 2 รายในเดือนที่ผ่านมาโดยทันที และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยนำผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าร่วมกระบวนการสอบสวนในกรณีดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้พื้นที่ในเขตของทหารเพื่อควบคุมตัวพลเรือน

     แถลงการณ์ระบุว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ศกนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ออกคำสั่ง กำหนดให้ใช้พื้นที่ในเขต มทบ.11 เป็นเรือนจำชั่วคราว เพื่อใช้ควบคุมและปฏิบัติต่อบุคคลในคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐและคดีอื่นที่เกี่ยวข้องนั้น ผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการระเบิดอันก่อให้เกิดการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2558 จำนวน 2 ราย และผู้ถูกจับกุมตัวในฐานความผิดฉ้อโกงและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีก 3 ราย ได้ถูกส่งตัวมาควบคุมไว้ในเรือนจำชั่วคราวแห่งนี้ ต่อมาจึงแจ้งข่าวการเสียชีวิตของบุคคล 2 ราย

     นางมาทิลดา บอคเนอร์ ผู้แทนประจำภูมิภาคของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ระบุว่า การตรวจสอบอย่างเป็นอิสระและเป็นกลางจะทำให้เกิดความกระจ่างในเหตุการณ์การเสียชีวิต อีกทั้งจะนำไปสู่การรับประกันความพร้อมรับผิด รวมทั้งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ยังขอย้ำถึงกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องรับประกันสิทธิของผู้ถูกควบคุมตัวตามหลักกระบวนการอันควรทางกฎหมาย อันครอบคลุมถึงสิทธิในการได้พบทนายความโดยทันที การละเมิดสิทธิเหล่านี้ย่อมเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ถูกควบคุมตัวอีกด้วย

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!