WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

1.AAA A AATCJA

คำปาฐกถาพิเศษของ ฯพณฯ หลวี่เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีน ในงานสัมมนาเรื่อง '7 ทศวรรษจีนใหม่ ก้าวต่อไปที่โลกเฝ้ามอง'

งานจัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ อสมท. วันที่ 28 ตุลาคม 2562  ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ

ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เคารพ

ท่านชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ มิตรทั้งหลาย

       สวัสดีตอนเช้าครับ ข้าพเจ้ายินดี ที่ได้รับเชิญมาเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาวันนี้ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ได้กล่าวปาฐกถาสำคัญด้วยหัวข้อ ‘การพัฒนาจีน แบบอย่างที่โลกเรียนรู้’ ได้จุดประกายให้พวกเราเข้าใจอย่างเต็มที่ว่า การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ในการบริหารประเทศน่าจะเป็นสิ่งที่สมควรทำในความร่วมมือระหว่างจีน-ไทยในขั้นต่อไป  ข้าพเจ้าได้เห็นผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ยังมีผู้ที่เป็นมิตรเก่ามากมาย ตลอดจนมิตรสื่อมวลชน และบุคคลชื่อดังในวงการต่างๆ ที่ให้ความสนใจการพัฒนาของจีน และความสัมพันธ์จีน-ไทยมาเป็นเวลายาวนาน ถือได้ว่า ‘คนเก่งมาครบ’ ข้าพเจ้าในนามสถานทูตจีน ขอถือโอกาสนี้ ขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งใจต่อสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ที่ใช้ความพยายามทุ่มเทเพื่อจัดกิจกรรมครั้งนี้ครับ

       ปีหลังๆ นี้ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ได้จัดกิจกรรมในหัวข้อที่เกี่ยวกับจีนมากมาย ต่างได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีคนมาเต็มทุกครั้ง ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่า เวลานี้หัวข้อจีนมีความสำคัญ ความสัมพันธ์จีน-ไทยมีความสนิทแน่นแฟ้น ข้าพเจ้าก็ยินดีที่จะขอถือโอกาสนี้ บรรยายสรุปผลสำเร็จการพัฒนากับหนทางการพัฒนาในรอบ 70 ปีหลังสถาปนาประเทศจีนใหม่ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบัน ตลอดจนอนาคตความร่วมมือจีน-ไทย

 

 

       ประการแรก ปีนี้เป็นการครบรอบ 70 การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันชาติจีนวันที่ 1 ตุลาคม เราได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ที่ปักกิ่ง ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้กล่าวคำปราศรัยสำคัญ ถึงก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีนจากอดีต สู่การลุกขึ้นยืน ร่ำรวยขึ้น ในรอบ 70 ปีหลังสถาปนาจีนใหม่ ได้สรุปประสบการณ์การพัฒนาของจีนใน 70 ปี และได้ชี้ทิศทางการก้าวคืบหน้าให้จีนในอนาคต ก็เหมือนดั่งที่ท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิง กล่าวในคำปราศรัยฉลองวันชาติว่า 70 ปีมานี้ ประชาชนทุกชนเผ่าของจีนได้ร่วมกายร่วมใจกัน ฟันฝ่าต่อสู้ ได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ที่คนทั่วโลกต่างสนใจ

        มองในประวัติศาตร์โลก ประเทศใดๆ จะพัฒนา จะเจริญรุ่งเรือง  ต่างได้มาไม่ใช่ง่ายๆ ครับ โดยเฉพาะการที่จะบรรลุซึ่งความทันสมัยในประเทศกำลังพัฒนา ที่มีประชากรหนึ่งพันกว่าล้านคน นั้น ไม่มีตัวอย่างความสำเร็จให้เลียนแบบได้ ไม่มีหนทางที่สร้างเสร็จพร้อมให้เดิน ยิ่งกว่านั้น มีคนมากมายให้ความเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ แต่จีนใหม่ใช้เวลาสั้นๆ เพียง 70 ปีเท่านั้น ได้ผ่านกระบวนการความทันสมัยที่ประเทศที่เจริญแล้วได้ใช้เวลาหลายร้อยปี จึงเปลี่ยนความ’เป็นไปไม่ได้’ กลายเป็นความ “เป็นไปได้” ซึ่งได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ในประวัติศาสตร์การพัฒนาของมนุษยชาติ

  1.         จีนทำไม ทำได้ นั่นก็เพราะเรายืนหยัดและเสริมสร้างการนำของพรรคฯ อย่างรวมศูนย์เป็นเอกภาพแต่ต้นจนปลาย จีนในฐานะประเทศใหญ่กำลังพัฒนาที่มีประชากรมาก มีพื้นที่กว้างใหญ่ มีการพัฒนาไม่สมดุล ซึ่งการที่ประเทศจีนมีการพัฒนาความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องได้นั้น สาเหตุที่พื้นฐานที่สุดก็คือ เรามีพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นแกนนำที่เข้มแข็ง ได้นำทฤษฎี ‘ผนึกรวมกำลังทำเรื่องใหญ่’’พิมพ์เขียวใบเดียวทำถึงที่สุด’ และ ‘ขยันเรียนและฉลาดเรียน’ไปปฏิบัติได้จริง

        1.1 สิ่งที่เรียกว่า “ผนึกรวมกำลังทำเรื่องใหญ่” หมายถึง ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เราสามารถที่จะรวบรวมการตลาดกับการบริหาร รัฐบาลกับสังคม ส่วนกลางกับท้องถิ่น ภาพรวมกับแต่ละหน่วยงานให้เป็นเอกภาพหนึ่งเดียว รวบรวมกำลังสำคัญที่กระจัดกระจายกันกระทั่งปะทะกันและกันเหล่านี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใจคิดไปในทางเดียวกัน กำลังใช้ในทางเดียวกัน จึงผลักดันโครงการยักษ์ใหญ่สำคัญให้คืบหน้าไปอย่างค่อนข้างรวดเร็วและสะดวก ซึ่งโครงการใหญ่ขนาดนี้ ปกติแล้วจะผลักดันยาก หรือผลักดันไม่ได้ในประเทศอื่นบางประเทศครับ

      ยกตัวอย่างเช่นรถไฟความเร็วสูง โครงการทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของมหาอำนาจบางประเทศ บางโครงการ (โครงการรถไฟความเร็วสูงลอสแองเจลิส ถึง ซานฟรานซิสโก) เมื่อปี ค.ศ. 2008 ประสบกับขาดความต่อเนื่อง เลื่อนกำหนดต่างๆ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า งบประมาณต้นทุนแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลกลางกับรัฐบาลมลรัฐต่างประณามซึ่งกันและกัน สุดท้ายประเทศดังกล่าวจึงจำใจต้องประกาศเมื่อต้นปีนี้ว่า ยกเลิกโครงการ จนถึงทุกวันนี้ โดยเมื่อนับระยะทางของรถไฟความเร็วสูงของประเทศนี้ ปัจจุบันยังคงเป็น 0

     ขณะเดียวกัน ทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของจีน (เชื่อมกรุงปักกิ่ง-นครเทียนจิน) ก็สร้างเสร็จพอดีในช่วงเวลาเดียวกัน  ในปี ค.ศ. 2008  ซึ่ง 11 ปีที่ผ่านมา การก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงของจีนได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ระยะทางรวมจาก 0 กิโลเมตร เพิ่มเป็น 3 หมื่นกิโลเมตร ถือเป็น 2/3 ของระยะทางรวมทั่วโลก แต่ต้นทุนการก่อสร้างต่ำกว่าระดับเฉลี่ยของโลกมากครับ ราคาตั๋วยิ่งเป็นเพียง ¼ ของประเทศที่มีรถไฟความเร็วสูงอื่นๆ ทำให้ประชาชนมากมาย สามารถใช้ประโยชน์จากนั้น นี่ก็คือตัวอย่างความได้เปรียบของการ ‘ผนึกรวมกำลังทำเรื่องใหญ่’ ของจีนครับ

        1.2 สิ่งที่เรียกว่า 'พิมพ์เขียวใบเดียวทำถึงที่สุด' หมายถึงจีนสามารถมองการพัฒนาในระยะยาว กำหนดแผนการระยะยาว และยืนหยัดนำไปปฏิบัติ

        ในรอบ 70 ปีหลังสถาปนาจีนใหม่ เราได้กำหนดและเสร็จสิ้นแผนการพัฒนาระยะ 5 ปี 13 ฉบับ ซึ่งได้ผลักดันเศรษฐกิจ สังคม ให้เกิดการพัฒนาเป็นอย่างดีและต่อเนื่อง รัฐบาลจีนได้เสนอยุทธศาสตร์ ‘ก้าว 3 ก้าว’ ในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจ เมื่อทศวรรษปี 1980 ตั้งแต่ท่านเติ้งเสี่ยวผิง ถึง ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ผู้นำจีนทั้ง 4 รุ่นได้ผลักดันต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ ‘ก้าวสามก้าว’ นี้ จึงได้ประสบความสำเร็จการพัฒนาที่ทั่วโลกต่างสนใจกัน ปัจจุบันนี้ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ได้นำทั้งพรรคฯ และทุกภาคส่วนทั้งประเทศ กำหนดเป้าหมายการฟันฝ่าต่อสู้ ‘หนึ่งร้อยปีสองวาระ’ และจัดวางยุทธศาสตร์ ‘ก้าวสองก้าว’ ในยุคใหม่ ซึ่งก็คือ จีนจะสร้างสังคมมั่งคั่งทั่วทุกด้านในปี ค.ศ. 2020 บรรลุซึ่งการหลุดพ้นจากความยากไร้ทั้งปวงโดย ‘ขาดไม่ได้แม้แต่คนเดียว’ บรรลุซึ่งความทันสมัยแห่งสังคมนิยมในขั้นพื้นฐานในปี ค.ศ. 2035 และสร้างเป็นประเทศเข้มแข็งที่ทันสมัยแห่งสังคมนิยมที่ร่ำรวย เข้มแข็ง ประชาธิปไตย ศิวิไลซ์ สมานฉันท์และสวยงามในทั่วทุกด้านในกลางศตวรรษนี้ เรากำลังเดินตามพิมพ์เขียวอันยิ่งใหญ่นี้ทีละก้าวๆ ปฏิบัติให้สำเร็จ สร้างคนรุ่นต่อไป ไปเอาชนะอุปสรรคความยากลำบากทุกประการ ยืนหยัดทำเรื่องของตนเองให้ดีครับ

        'พิมพ์เขียวใบเดียวทำถึงที่สุด' เน้นแนวความคิดการบริหารประเทศแบบ 'ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเป็นความดีของเรา''คนรุ่นเก่าปลูกต้นไม้ คนรุ่นหลังได้ร่มเย็น” เน้นจิตใจมุ่งมั่นทำงานแบบ ‘วางแผนสิบเปอร์เซ็นต์ นำไปปฏิบัติเก้าสิบเปอร์เซ็นต์’’ยืนหยัดทำสม่ำเสมอ ขยันและอดทนสู่ความสำเร็จ’

         1.3 'ขยันเรียนและฉลาดเรียน' เป็นคุณความดีอย่างหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนตลอดมา พรรคของเรายึดถือการเสริมสร้างการเรียนเป็นหน้าที่ยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของพรรคฯและประเทศเจริญรุ่งเรืองตลอดมา โดยนำมาปฏิบัติ ส่งเสริม และยืนหยัด โดยเฉพาะกรมการเมืองคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน องค์กรนำส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ปฏิบัติเองเป็นตัวอย่าง ได้สร้างระบบสำคัญ ผ่านการเรียนเป็นกลุ่มกันในระหว่างการทำงาน

     ยกตัวอย่างกรมการเมืองคณะกรรมการกลางพรรคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 19 ในปัจจุบันครับ บุคคลชั้นนำสูงสุดของพรรคเรามีบรรยากาศการเรียนอย่างเข้มข้นมาก ตั้งแต่กรมการเมืองคณะกรรมการกลางพรรคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 19 ถือกำเนิดขึ้นจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2017 เป็นต้นมา ได้จัดการเรียนเป็นกลุ่ม18 ครั้งในระยะเวลาอันสั้นเพียง 2 ปีเท่านั้น วิสัยทัศน์การเรียนของบุคคลชั้นนำสูงสุดของพรรคเรากว้างขวางมากครับ การเรียนเป็นกลุ่ม 18 ครั้งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ใหม่ล่าสุดในด้านการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การทหาร การสื่อมวลชนเป็นต้นทุกด้าน ในการเรียนเป็นกลุ่มครั้งที่ 18 เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ท่านสีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่และกรรมการทุกคนของกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้รับฟังการบรรยายของผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงอิทธิพลจากสภาวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน ในเนื่องสภาพปัจจุบันและแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) ความตั้งใจในการเรียนของบุคคลชั้นนำสูงสุดของพรรคเรามีความทันสมัยมาก เลขาธิการใหญ่สีจิ้นผิงชี้ให้เห็นว่า การเรียน การทำเข้าใจบล็อคเชน ก็เพื่อยกระดับทักษะความสามารถในการนำไปใช้ในการบริหาร เพื่อให้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้ 'แสดงบทบาทมากยิ่งขึ้นในการสร้างสรรค์ประเทศเข้มแข็งด้านอินเตอร์เน็ต การพัฒนาเศรษฐกิจ การช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม”

  1.        จีนทำไมทำได้ นั่นเพราะว่า เรายืนหยัดก้าวหน้าพร้อมกับยุคสมัย ให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ทางทฤษฎี การสรุปแนวคิดพื้นฐานที่นำไปปฏิบัติได้ การยืนหยัดปฏิบัติอย่างแน่วแน่ และ ต่อเนื่อง การเน้นภาคปฏิบัติจริง ล้วนถูกนำไปใช้ในการชี้นำงานด้านต่างๆ ซึ่งก็เพราะมีทฤษฎีหลักการในการชี้นำแล้ว จึงเป็นหลักประกัน ที่จีนสามารถเผชิญหน้าการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทั้งในและนอกในกระบวนการพัฒนาได้อย่างมั่นใจ และก้าวไปยังทิศทางที่ถูกต้องอย่างมั่นคงแต่ต้นจนปลาย

         ปัจจุบันนี้ เรากำลังใช้ความพยายามอย่างไม่ลดละภายใต้การชี้นำของความคิดสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีนในยุคใหม่ของท่านสีจิ้นผิง เกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้เสนอแนวความคิดการพัฒนาใหม่เฉพาะ ก็คือ การสร้างนวัตกรรมใหม่ การประสานกัน การพัฒนาแบบสีเขียว การเปิดประเทศ การแบ่งปัน

       2.1 เกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมกับการพัฒนา ในแนวความคิดการพัฒนาใหม่ เราจัดการสร้างนวัตกรรมใหม่ให้อยู่ในอันดับหนึ่ง ก็เพราะว่าโลกปัจจุบันนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ เป็นรอบของการนำเอาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีรอบใหม่มาใช้ วิทยาศาสตร์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ แอปพลิเคชั่นใหม่ เช่น อุตสาหกรรม 4.0 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บล็อคเชน เป็นต้น นวัตกรรมใหม่ๆ เกิดใหม่อย่างไม่หยุด การสร้างนวัตกรรมใหม่กำลังนับวันกลายเป็นกำลังขับเคลื่อนอันดับที่หนึ่งในการนำทางการพัฒนา

        รัฐบาลจีนให้ความสำคัญมากกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างแข็งขัน เพิ่มการทุ่มเทจริง พยายามยกระดับฐานะของจีนจาก’โรงงานโลก’สูงขึ้นเป็น ‘ห้องทดลองนวัตกรรมใหม่โลก’ ในด้านนโยบายการสร้างนวัตกรรมใหม่ เราได้กำหนด ‘เค้าร่างยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมใหม่ขับเคลื่อนการพัฒนาแห่งชาติ’เมื่อปี ค.ศ. 2016 ได้ใช้มาตรการโดยเน้นจุดสำคัญ การสร้างนวัตกรรมใหม่ในระบบเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต การสร้างนวัตกรรมใหม่ของบริษัท และ “มหาชนสร้างธุรกิจ มวลชนสร้างนวัตกรรมใหม่” เราให้ความสำคัญมากในการนำเข้าและใช้บุคลากรที่มีความสามารถพิศษ ไม่เพียงแต่ได้กำหนดนโยบาย ‘แผนการนำเข้าบุคลากรระดับสูงจากต่างประเทศ’ในระดับชาติเท่านั้น ในระดับท้องถิ่นก็ปฏิบัติอย่างแข็งขัน บางเมือง (เมืองหางโจว) เสนอให้ความช่วยเหลือเงินทุนสร้างธุรกิจมากสุด 100 ล้านหยวน (ประมาณ 430 ล้านบาท) แก่ผู้ที่มีความสามารถระดับสูง บางเมือง (เมืองหนานจิง) ประกาศให้ผู้ที่มีความสามารถระดับสูง สามารถยื่นขอเงินช่วยเหลือในการซื้อบ้านได้ไม่น้อยกว่า 3 ล้านหยวน (ประมาณ 14 ล้านบาท)  ซึ่งตอนนี้เกิดสภาพ 20 กว่าเมือง ‘เปิดศึกแย่งบุคลากร’ กัน

      และด้วยการออกค่าใช้จ่ายสนับสนุนการวิจัย ทำให้การลงทุนของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นประเทศที่ลงทุนวิจัยมากติดอันดับที่สองของโลก การลงทุนวิจัยของจีนเป็น 2.2% ของจีดีพี ซึ่งมากกว่าระดับเฉลี่ยของประเทศพัฒนา จำนวนลิขสิทธิ์ของจีนติดอันดับที่ 1 ของโลก ตามตัวเลขขององค์กรด้านทรัพย์สินทางปัญญาของโลกปรากฏว่า ปี ค.ศ. 2018 จีนยื่นขอจดสิทธิบัตรลิขสิทธิ์เติบโต 11.6% เป็นเกือบครึ่งหนึ่ง (46.4%) ของจำนวนการยื่นขอลิขสิทธิ์ทั่วโลก ยกตัวอย่าง ลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับการสื่อสาร 5จี จีนมีลิขสิทธิ์ 5จี มากกว่า 1/3 ของทั้งหมด โดยหัวเหวยเป็นบริษัทที่มีลิขสิทธิ์ที่จำเป็นของมาตรฐาน 5จี มากที่สุด ซึ่งหมายความว่า ปัจจุบันนี้ประเทศใดๆ ในโลกถ้าจะพัฒนา 5จี ก็มิอาจอ้อมข้ามประเทศจีน หรือ อ้อมข้ามหัวเหวยไปได้

      2.2 เกี่ยวกับการพัฒนาอย่างประสานกัน จีนกำลังอยู่ในช่วงก้าวจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง ประสบการณ์ระหว่างประเทศแสดงว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความขัดแย้งกันต่างๆ นานารวมมากที่สุด ระเบิดง่ายที่สุด ปัญหาการพัฒนาไม่สมดุล ไม่ประสานกัน ไม่สมานฉันท์กัน ค่อนข้างโดดเด่น การพัฒนาอย่างประสานกัน ไม่ใช่ลัทธิถัวเฉลี่ย แต่เป็นการเน้นความได้เปรียบ เสริมความด้อย แก้ปัญหาที่แก้ยาก เสริมกำลังหนุนหลัง

        การบรรลุซึ่งการพัฒนาอย่างประสานกัน หนทางที่สำคัญที่สุดก็คือ การผลักดันการปฏิรูปในระดับที่ลึกเพียงพออย่างต่อเนื่อง ท่านสีจิ้นผิงเน้นว่า การปฏิรูปเปิดสู่ภายนอกคือหนทางเดียวอันสำคัญยิ่งในการชี้ขาดชะตากรรมของประเทศจีนปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ จีนผลักดันการปฏิรูปเชิงลึกในทั่วทุกด้าน โดยจุดสำคัญในด้านโครงสร้างระบบก็คือ การผลักดันระบบธรรมาภิบาลของรัฐและทักษะธรรมาภิบาลที่ทันสมัย สิ่งที่ฝ่ายตะวันตกเคยบอกว่า ‘การปฏิรูประบบของจีน ถ้าเอาเข้าจริง คงต้องหยุดชะงัก’ เป็นคำพูดที่ผิดครับ ความจริงเราเพียงแต่ไม่ปฏิรูปแบบฝ่ายตะวันตก  แต่ จีนได้สร้างระบบทันสมัยที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น มั่นคงยิ่งขึ้น ได้ผลยิ่งขึ้น และทำอย่างต่อเนื่องตามสภาวการณ์จริงของจีน ผ่านการปฏิรูป โครงสร้างการบริหารของรัฐบาลในปัจจุบันนี้มีความสมเหตุผลมากยิ่งขึ้น ระบบการบริหารมีความราบรื่นยิ่งขึ้น ทักษะความสามารถในการบริหารได้รับการยกระดับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

       2.3 เกี่ยวกับการพัฒนาแบบสีเขียว ถ้าจะบรรลุซึ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ก็ต้องแก้ปัญหา ให้คนกับธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ โดยท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้เสนอแนวความคิคสำคัญ ‘น้ำใสภูเขาเขียวนั้น ก็คือภูเขาเงินภูเขาทอง’ ยืนหยัดผลักดันการประหยัดทรัพยากรและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เป็นนโยบายพื้นฐานแห่งชาติ โดยเน้นย้ำให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระบบนิเวศเสมือนการรักษาดวงตาของเรา ให้ปฏิบัติกับสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศเสมือนปฏิบัติกับชีวิต ผลักดันให้สร้างวืถีการพัฒนาและวิถีชีวิตแบบสีเขียว ประสานกันเพื่อผกดันให้ประชาชนมั่งคั่ง รัฐเข้มแข็งรุ่งเรือง ประเทศจีนงดงาม

       2.4 เกี่ยวกับการพัฒนาแบบแบ่งปัน โดยเนื้อแท้ของแนวความคิดแบ่งปันก็คือ การยืนหยัดในความคิดการพัฒนาที่ยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง และบรรลุซึ่งความต้องการร่ำรวยร่วมกันอย่างมีขั้นตอน

       2.5 เกี่ยวกับการพัฒนาแบบเปิดประเทศ ในรอบ 40 ปีการปฏิรูปการเปิดสู่ภายนอก จีนยืนหยัดปฏิบัติตามยุทธศาสตร์การเปิดประเทศที่อำนวยประโยชน์แก่กัน สร้างชัยชนะร่วมกันตลอดมา ช่วงหลังๆ นี้ ท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงกล่าวย้ำกับทั่วโลกหลายครั้งหลายคราวว่า “ประตูเปิดของประเทศจีนจะไม่ปิด มีแต่จะนับวันเปิดกว้างขึ้น”

      สรุปแล้ว จีนทำไมสามารถประสบความสำเร็จในการพัฒนาอันเป็นที่น่าสนใจจากสายตาคนทั่วโลกภายในระยะเวลาสั้นๆ 70 ปี สรุปเป็นประโยคเดียวก็คือ ‘ก็เพราะ เราได้ผ่านการค้นหา ได้พบหนทางสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีน ที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ของประเทศตนเอง’ ด้วยการสถาปนาจีนใหม่ครบรอบ 70 ปีเป็นจุดต่อสำคัญ เรามีความมั่นใจและความตั้งใจมากยิ่งขึ้น จะกำจัดอุปสรรคและความยากลำบากทุกอย่าง เดินหนทางของตนเองให้ดี ทำเรื่องของตนเองให้ดี ภายใต้การชี้นำของความคิดสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีนในยุคใหม่ของท่านสีจิ้นผิง เพื่อสร้างคุณูปการมากยิ่งขึ้นต่อโลกของเราอย่างต่อเนื่อง

สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ มิตรทั้งหลาย

      โลกปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีมาในช่วงร้อยปี การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกได้รับแรงกดดันให้เป็นขาลง ปัจจัยทางลบ เช่น การถดถอยของความเป็นโลกาภิวัตน์ ลัทธิกีดกันทางการค้า ลัทธิประชานิยม พฤติกรรมรังแกกันทางการค้าเศรษฐกิจ มีมากขึ้น ซึ่งได้นำมาซึ่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของทุกประเทศ ไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก องค์กรระหว่างประเทศอื่น ต่างลดการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเห็นว่าปีนี้อาจมีการเติบโตเพียงประมาณ 3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่ปี 2008 ที่เกิดวิกฤตการเงินระหว่างประเทศ WTO ก็เห็นว่า สถานการณ์นำเข้าส่งออกทั่วโลกปีนี้ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันทางการค้าต่างๆ นานามากอย่างสาหัส มีอนาคตมืดมน จนอาจเติบโตช้าเพียง 1.2% เท่านั้น

      ขณะเดียวกัน เราก็ต้องเห็นว่า ความเป็นโลกาภิวัตน์และลัทธิพหุภาคียังคงเป็นกระแสแห่งยุคที่มิอาจย้อนได้ โดยเฉพาะการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การปฏิวัติอุตสาหกรรมการผลิตรอบใหม่ ได้นำผลประโยชน์มาสู่หลายประเทศร่วมกัน  ทำให้คนกับคนเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ยิ่งขึ้น มีความร่วมมือกันมากขึ้น ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ คงจะไม่มีประเทศใดเป็นเกาะโดดเดี่ยวอยู่ได้  การเกื้อกูลกัน ความร่วมมือ การร่วมเดินไปสู่ชัยชนะด้วยกัน เป็นครรลองที่ถูกต้องของโลก

       นายเหรินเจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเหวย เข้าใจเหตุผลนี้อย่างลึกซึ้ง เขาเคยกล่าวว่า หัวเหวยมีความสามารถวิจัยผลิตชิปของตนเอง แต่ยังคงยินดีซื้อผลิตภัณฑ์จากบริษัทของสหรัฐฯ เพราะ “คนที่มีความเป็นธรรมจะได้การสนับสนุนมาก คนไร้ความเป็นธรรมจะขาดการสนับสนุน” หัวเหวยต้องการความช่วยเหลือจากบริษัทอื่น และ ความร่วมมือกันในโลกแห่งโลกาภิวัตน์นั่นเองที่จะสร้างความร่ำรวยให้มนุษยชาติมากยิ่งขึ้น

  1.       จีนทำไมทำได้ แม้เผชิญหน้ากับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่สลับซับซ้อนและรุนแรง เศรษฐกิจของจีนได้รักษาการเติบโตอย่างสม่ำเสมอโดยรวม เมื่อสามไตรมาสแรกปีนี้ จีดีพีของจีนเติบโต 6.2% มีการเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ เกือบ 11 ล้านอัตรา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จ  99.7% ของภาระหน้าที่ตั้งเป้าหมายไว้ในปีนี้ ยอดมูลค่าการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคทางสังคมเติมโต 8.2% คิดเป็นส่วนเกื้อกูลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ 60.5% มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมการผลิตไฮเทคเติบโต 8.7% การลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคเติบโต 12.6% การลงทุนในอุตสาหกรรมบริการไฮเทคเติบโต 13.8% เศรษฐกิจจีนมีกำลังขับเคลื่อนใหม่มากขึ้นทุกวัน ธุรกิจต่างชาติในจีนเติบโตกว่า 6.5% ยอดมูลค่าการนำเข้าส่งออกสินค้าเติบโต 2.8% การนำเข้าส่งออกระหว่างจีนกับอาเซียนเติบโตสูงถึง 11.5% ซึ่งเป็นการเติบโตเร็วที่สุดในบรรดาหุ้นส่วนการค้าหลัก สรุปแล้ว เศรษฐกิจจีนยังไปได้ในทิศทางที่ดี และคาดว่าจะคงอัตราเติบโตอีกเป็นระยะเวลายาวนานต่อไป โดยไม่ได้เปลี่ยนทิศทางแต่ประการใด

       รัฐบาลจีนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ด้วยผลกระทบจากปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน เศรษฐกิจจีนมีแรงกดดันให้เป็นขาลงมากขึ้น แต่จีนมีความอดทน ศักยภาพและความยืดหยุ่นมาก รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการท้าทาย ใช้มาตรการหลายอย่างร่วมกัน เน้นความคิดใหม่ๆ  ทำการประสานนโยบายให้ดี จะช่วยกันต้านแรงกดดันเศรษฐกิจที่จะเป็นขาลงให้ได้อย่างตั้งใจ ทั้งนี้จีนได้ทำหลายอย่าง อาทิ

       3.1 จีนจะขยายความต้องการภายใน สร้างความต้องการการลงทุนและการอุปโภคบริโภคใหม่ จีนทั้งเป็น 'โรงงานโลก' และ'ตลาดโลก”  ขนาดอุปโภคบริโภคของจีนตอนนี้เทียบแล้วเป็นถึง 95.4% ของประเทศสหรัฐฯ และยังคงเติบโตขึ้นอีก ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน การปรับปรุงเทคโนโลยี ก็ยังคงต้องการการลงทุนมหาศาล ซึ่งจะค้ำยันเศรษฐกิจจีนให้มีกำลังขับเคลื่อนมากขึ้น ปัจจุบันนี้ รัฐบาลจีนกำลังเร่งทำโครงการก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่สำคัญให้เร็วขึ้น ทุ่มกำลังผลักดันการเติบโตของอุปโภคบริโภคแบบใหม่ พัฒนาการอุปโภคบริโภค ด้วยเทคโนโลยีเอไอ ทำแบบจำลองสารสนเทศ  เพื่อขยายและยกระดับปริมาณ ในตลาดอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง

      3.2  จีนจะปรับปรุงบรรยากาศการประกอบกิจการ กระตุ้นพลังชีวิตของบริษัทในการประกอบกิจการ โดยปีนี้ได้กระจายอำนาจ ลดขั้นตอนการบริหารของรัฐ ผ่าน ‘มาตรการว่า ด้วยการปรับปรุงบรรยากาศการประกอบกิจการให้ดี’ จีนได้ใช้มาตรการต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงบรรยากาศการประกอบกิจการดีขึ้น และมีประสิทธิผล ธนาคารโลกประกาศ ‘บรรยากาศการประกอบกิจการทั่วโลก 2020’ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วปรากฏว่า บรรยากาศการประกอบกิจการของจีนใน 2 ปีที่ผ่านมาได้ยกระดับสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากอันดับที่ 87 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว  สูงขึ้นเป็นอันดับที่ 31 ในปีนี้ ปัจจุบันนี้จีนมีการจัดตั้งบริษัทใหม่เฉลี่ยวันละเกือบ 2 หมื่นบริษัท ถือเป็นอัตราเติบโต 20% จากแต่เดิม ความกระตือรือร้นในการสร้างธุรกิจใหม่ที่ต่อเนื่องทำให้เป็นกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาที่ไม่มีวันหมดสิ้น

         3.3  จีนมีวิธีการปรับควบคุมทางมหภาค ให้มีความใหม่ ว่องไว มีพลัง โดยรัฐบาลจีนไม่กระตุ้นแบบ 'เทน้ำให้ท่วม' แต่กลับสร้างใหม่และเติมเต็มการปรับควบคุมทางมหภาคให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปีนี้สามารถลดภาษีและลดค่าใช้จ่ายให้ภาคธุรกิจได้ถึง 1.1709 ล้านล้านหยวน ซึ่งได้นำมาซึ่งผลประโยชน์จริงมาให้ตลาด บริษัทและผู้อุปโภคบริโภค การเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าก็อยากจะกล่าวถึงการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ เชื่อว่าก็เป็นหัวข้อที่มิตรชาวไทยทั้งหลายสนใจกัน

       จีนมองสงครามการค้าครั้งนี้อย่างไร ก่อนอื่นต้องชี้ให้เห็นว่า สงครามการค้าครั้งนี้ก่อขึ้นโดยฝ่ายสหรัฐฯฝ่ายเดียวและขยายกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง จุดยืนของจีนคือ สงครามการค้าไม่มีใครชนะ ปัจจุบันนี้สหรัฐฯ ใช้วิธีการกระทำฝ่ายเดียวและ สร้างลัทธิการกีดกันคุ้มครองทางการค้า ซึ่งเป็นการหยิบยกอาวุธภาษีศุลกากรมาข่มขู่ สร้างความขัดแย้งทางการค้าต่อประเทศจีนและหลายประเทศ รวมทั้งประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ เอง  แต่ด้วยกาลเวลาและข้อเท็จจริง ทำให้พิสูจน์ได้ว่า สงครามการค้าไม่ได้นำผลดีมาสู่สหรัฐฯ เอง การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้ลดจาก 3% ในไตรมาสที่หนึ่งลงมาเหลือ 2.1% ในไตรมาสที่สอง

     ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของสหรัฐฯ ได้เกิดการกลับกัน ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่า นี่เป็นสัญญาณแห่งเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้น เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เองได้รับการทำลายไปมาก ขณะเดียวกัน ก็ได้นำมาซึ่งความเสียหายมากมายแก่เศรษฐกิจโลกด้วย ปัจจุบันนี้ องค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องคาดหมายว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกปีนี้จะลดจาก 3% เดิมลงมาเหลือ 2.7%  อัตราการเติบโตทางการค้าทั่วโลกจะปรับลดจาก 3.7% ที่คาดหมายเดิม ลงมาเหลือเพียง 2.6% ซึ่งเศรษฐกิจจีนก็เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจของเราก็ได้รับความเสียหายบ้างภายใต้การกระทำฝ่ายเดียวและลัทธิการคุ้มครองทางการค้าในปัจจุบัน

        ข้าพเจ้าอยากจะย้ำข้อหนึ่ง การที่สหรัฐฯ ก่อสงครามการค้าฝ่ายเดียว นอกจากได้สร้างความเสียหายต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกแล้ว ยังได้ทำลายกติกาของระบบการค้าโลก ได้ทำลายระเบียบการค้าระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ได้ทำลายการดำเนินการตามปกติของห่วงโซ่อุตสาหกรรมการผลิต ห่วงโซ่อุปทานด้วย ซึ่งได้นำมาซึ่งความไม่แน่นอนอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก ความเสียหายนี้หนักหนาสาหัสทีเดียว

       ยกตัวอย่างเช่น เราตอนนี้อยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ทุกประเทศมีการแบ่งงานอุตสาหกรรมคนละสาขา ยกตัวอย่างเช่น โทรศัพท์มือถือหัวเหวย ชิ้นส่วนข้างในมาจากหลายสิบประเทศ ถ้าหากมีคนจำกัด กดดัน คว่ำบาตรบริษัทหัวเหวย สิ่งที่เขาทำลายคือบริษัทต่างๆ ในห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดและเศรษฐกิจของทุกประเทศ ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำร้ายคนหนึ่งและไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง

       จีนกับสหรัฐฯ เป็นองคาพยพทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดสองประเทศในโลก พร้อมๆ กับทั้งสองประเทศดำเนินความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้า ได้ก่อรูปขึ้นเป็นสถานภาพที่ ‘ในคุณมีฉัน ในฉันมีคุณ’ เพราะฉะนั้น ทั้งสองฝ่ายหากทำสงครามการค้าต่อกัน ใครก็ไม่สามารถชนะได้ และด้วยเพราะยึดจุดยืนนี้เป็นที่ตั้ง ฝ่ายจีนจึงมีท่าทีที่สงบแต่ต้นจนปลาย โดยเสนอให้แก้ไขความขัดแย้งระหว่างกัน บนพื้นฐานการวิสาสะเจรจาที่เสมอภาคกันกับสหรัฐฯ ก็หวังว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะไปในทิศทางเดียวกันกับพวกเรา

        แต่ข้าพเจ้าก็อยากจะเน้นย้ำว่า ฝ่ายจีนจะไม่ยอมอ่อนข้ออย่างเด็ดขาดในปัญหาที่เกี่ยวพันถึงหลักการ และ ผลประโยชน์นี้

        ฝ่ายจีนไม่กลัวทำสงครามการค้า และจำเป็นต้องดำเนินการตอบโต้ในยามจำเป็น เรามีความมั่นใจต่ออนาคตการพัฒนาของเศรษฐกิจจีน

        สงครามการค้ามิอาจทำจีนพังลงได้ เพราะกระแสแห่งยุค ตอนนี้อยู่ฝั่งจีน ตรงกันข้ามกับสหรัฐฯ ที่เน้น 'อเมริกาเฟิร์สต์'ลัทธิฝ่ายเดียว ตอนนี้จีนยืนหยัดริเริ่ม ผลักดันการเปิดประเทศและความร่วมมือกับประเทศอื่น

        สงครามการค้ามิอาจทำจีนพังลงได้ เพราะตลาดอยู่ฝั่งจีน ตลาดอุปโภคบริโภคภายในประเทศของจีนเป็น 95.4% ของสหรัฐฯ และยังเติบโตอย่างรวดเร็วอยู่ จีนมีตลาดใหญ่ประชากร 1,300 ล้านคน มีกลุ่มชนชั้นกลางที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพลังศักยภาพการเติบโตทางอุปโภคบริโภคมหาศาล จีนอยู่ในช่วงผลักดันความเป็น ‘เมือง’ อย่างรวดเร็ว ปลายปี 2017 อัตราความเป็นเมืองของประชากรประจำของจีนเป็น 58.52% ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด ซึ่งยังคงมีช่องว่างมากเมื่อเทียบกับอัตราระดับเฉลี่ย 80% ของประเทศพัฒนา คาดการขั้นต้นว่า อัตราความเป็นเมืองเพิ่มทุก 1% จะทำให้การอุปโภคบริโภคเพิ่มเกือบ 2% ดังนั้น การผลักดันความเป็นเมืองอย่างรวดเร็วจะขยายการอุปโภคบริโภคมากขึ้นอีก

      สงครามการค้ามิอาจทำจีนพังลงได้ เพราะโอกาสอยู่ฝั่งจีน ปัจจุบันนี้ จีนเป็นทั้ง'โรงงานโลก' และ 'ตลาดโลก'ยังเป็น 'ฝ่ายลงทุนระหว่างประเทศ” สำคัญ โดยเฉพาะความคิดริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่เสนอมา 6 ปีแล้วนั้น ได้เติบโตพัฒนาแบบมีคุณภาพสูง  นำมาซึ่งโอกาสสำคัญแก่ประเทศต่างๆ ยกตัวอย่างความร่วมมือ 5G จีน-ไทย ปีนี้หัวเหวยได้สร้างเวทีทดสอบ 5G แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย และได้ลงนามใน บันทึกความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ของไทยเมื่อไม่นานนี้ และจะไปเปิดสถาบันไอซีทีหัวเหวยที่ อีอีซี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อสร้างประเทศไทยเป็นศูนย์สร้างบุคลากรไอซีทีและดิจิทัลของอาเซียน

      การกระทำแบบลัทธิฝ่ายเดียว ลัทธิคุ้มครองการค้าของสหรัฐฯ ได้ทำลายระเบียบปกติของการค้าโลก ก่อกวนการเชื่อมโยงโซ่การผลิต การแบ่งงานที่สมเหตุผล ระหว่างองคาพยพทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งได้นำมาซึ่งความเสียหายแก่ประเทศต่างๆ รวมประเทศไทย สหรัฐฯ ได้ยกเลิกสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรของสินค้าไทยที่ส่งไปสหรัฐฯ 11 ชนิดก่อนหน้านี้ เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศจะยกเลิก GSP ของผลิตภัณฑ์ไทยที่ส่งไปสหรัฐฯ 573 ชนิด นอกจากนี้ อินเดียก็ถูกยกเลิกจีเอสพีทั้งหมด เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ถูกสหรัฐฯ จัดเข้าไปในรายชื่อสังเกตการณ์ประเทศควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา แทบทุกประเทศในภูมิภาคได้รับผลกระทบการส่งออกลดลง เศรษฐกิจชะลอลง

         ฝ่ายสหรัฐฯ ดื้อดั้นก่อสงครามการค้ากับจีนฝ่ายเดียวและขยายใหญ่ขึ้น ทำลายคนอื่นและไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง กลับเพิ่มความเสี่ยงให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เองตกอยู่ในสภาพลำบาก จึงเกิดปรากฏการณ์ผิดปกติที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาว ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น โดยทั่วไปเห็นกันว่านี่เป็นสัญญาณที่เศรษฐกิจกำลังเร่งก้าวสู่การถดถอย ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ จึงตกขนานใหญ่ตามๆ กัน บริษัทสหรัฐฯ ก็มีความมั่นใจลดลง และทำให้การใช้จ่ายลดน้อยลงด้วย และเริ่มเกิดผลกระทบทางลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เศรษฐกิจสหรัฐฯได้ชะลอจากเกือบ 3% เป็น 2% การเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เฉลี่ยต่อเดือนก็ลดจาก 223,000 อัตราในปี 2018 เป็น 165,000 อัตราปีนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมการผลิตก็ลดลงไปที่ต่ำสุดในรอบ 10 ปี หนังสือพิมพ์วอลสตรีตรายวัน ตีพิมพ์บทวิเคราะห์ข่าวเตือนว่า “การบุกโจมตีทางการค้าที่ไร้ระเบียบ” ของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ตกอยู่ในสภาพถดถอยเสียเอง

        ภายใต้สภาพแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกเพิ่มมากขึ้น ฝ่ายสหรัฐฯ จึงต้องกลับสู่โต๊ะเจรจา ปัจจุบันนี้ การหารือกันระดับสูงทางเศรษฐกิจการค้าจีน-สหรัฐฯ รอบใหม่ได้ผลคืบหน้าจริงในหลายแขนงงาน เราเชื่อว่า จีน-สหรัฐฯ สมควรปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน แก้ความสนใจของกันและกันอย่างเหมาะสมบนพื้นฐานเสมอภาคและเคารพซึ่งกันและกัน ตามหลักการและทิศทางที่ผู้นำทั้งสองประเทศกำหนด ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศมากที่สุด และจะได้รับการยินดีต้อนรับจากประชาคมโลก

 

สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ มิตรทั้งหลาย

       เศรษฐกิจจีนไปในทางดีอย่างต่อเนื่อง ยกระดับการเปิดประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หุ้นส่วนความร่วมมืออันดับแรกก็คือประเทศรอบข้าง รวมทั้งประเทศไทย เพราะประเทศผู้ได้รับประโยชน์ก่อนก็มักจะเป็นประเทศรอบข้าง   ความสัมพันธ์จีน-ไทยเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทั่วทุกด้าน ความร่วมมือระหว่างไทย-จีน มีข้อได้เปรียบอยู่สามประการ

  1.        จีน-ไทยมีมิตรภาพที่สืบทอดมานับพันปี ทั้งสองประเทศไม่มีการปะทะทางผลประโยชน์โดยตรง จี น-ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันแม้เพียง 44 ปี แต่ประชาชนทั้งสอง ประเทศมีการไปมาหาสู่กันฉันมิตรย้อนได้ถึงสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตกเมื่อสองพันปีก่อน ความร่วมมือกันฉันมิตรเป็นเวลายาวนานระหว่างจีน-ไทยถือเป็นกระแสหลักที่มีมานาน ปัจจุบันนี้ยิ่งเคารพซึ่งกันและกันและดูแลจุดยืนของอีกฝ่ายในปัญหาที่เกี่ยวพันถึงผลประโยชน์สำคัญ ไม่มีความขัดแย้งกันในระดับที่สำคัญใดๆ
  2. ผู้นำจีน-ไทยให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการพัฒนาความสัมพันธ์สองประเทศ และปฏิบัติด้วยตนเอง ประธานาธิบดีสิจิ้นผิงได้ถวาย ‘เครื่องราชอิสริยาภรณ์มิตรภาพ’ สูงสุดแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยตนเองก่อนหน้าวันชาติจีนครบรอบ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ส่งสารแสดงความยินดีวันชาติจีนแก่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงและรัฐบาลจีน นายกรัฐมนตรีไทยด้วยเช่นกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันชาติจีนที่จัดโดยสถานทูตจีน และได้ขึ้นพูดในฐานะแขกสำคัญ ทั้งนี้ผู้นำระดับสูงของสองประเทศได้ไปมาหาสู่กันต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเพิ่มกำลังขับเคลื่อนใหม่แก่การพัฒนาความสัมพันธ์แบบทวิภาคี
  3.       จีน-ไทยมีขั้นตอนและเป้าหมายการพัฒนาคล้ายคลึงกัน จีน-ไทยมีแนวคิดการพัฒนาและหนทางพัฒนาสอดคล้องกัน ทั้งสองประเทศต่างกำลังพยายามข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ฝ่ายจีนเสนอจะบรรลุซึ่งความทันสมัยแห่งสังคมนิยมในขั้นพื้นฐานในปี 2035 ไทยก็วางแผนที่จะกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูงในปี 2036 ทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกันเพิ่มมากขึ้น มีส่วนเกื้อกูลกันนับวันโดดเด่นขึ้น มีโอกาสร่วมมือกันวินวิน ร่วมกัน นับเป็นการพัฒนาร่วมกันที่หายาก

      การยืนบนจุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์ ทำให้เรามีความมั่นใจ มีความปักใจ มีความสามารถเพียงพอ ในการกุมโอกาสทางประวัติศาสตร์ ผลักดันความร่วมมือที่แสวงหาความเป็นจริง ระหว่างจีน-ไทย โดยเฉพาะความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าให้ยกระดับสูงยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อบำเพ็ญประโยชน์มอบความสุขให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายมากยิ่งขึ้น  และ ต้อนรับอนาคตการพัฒนาที่กว้างไกลยิ่งขึ้น

ส่งที่ไทย-จีน สามารถร่วมมือกันได้นั้นคือ

  1. เร่งผลักดันการร่วมกันสร้าง 'หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง' สร้างสถานภาพใหม่ที่เชื่อมโยงกันเชื่อมโยงถึงกันในภูมิภาค
  2. จับมือกันผลักดันการพัฒนาร่วมกันในด้านการสร้างนวัตกรรมใหม่ บุกเบิกแขนงงานใหม่ในความร่วมมือที่แสวงหาความเป็นจริงระหว่างสองฝ่าย

       โดยอีกส่วนงานสำคัญของความร่วมมือในการสร้างนวัตกรรมใหม่จีน-ไทยก็คือ ด้านการเกษตรสมัยใหม่ ปัจจุบันนี้ พืชเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มสูงกำลังกลายเป็นจุดเติบโตใหม่สำคัญของการค้าสองประเทศ ปีนี้ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนเติบโต 90% ใน 3 ไตรมาสแรก ส่งออกเนื้อไก่เพิ่ม ในช่วง 7 เดือนแรก นอกจากนั้น เรายังจะต้องกระชับความร่วมมือในการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรที่มีมาก่อนนั้นให้ดีขึ้น ยกตัวอย่าง ‘ยางพารา’ บริษัทผลิตยางพารา 10 อันดับแรกของจีนปัจจุบันนี้ มี 9 บริษัทมาลงทุนตั้งโรงงานที่ไทย โดยเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทยางล้อรถทงย่งเจียงซูของจีนลงทุน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราในนิคมอุตสาหกรรมระยองไทย-จีน และจะเริ่มผลิตในเร็วๆ นี้ ความร่วมมือในการสร้างนวัตกรรมใหม่และสินค้าจากการผลิตจีน-ไทยได้รับการยกระดับคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีอนาคตกว้างไกล

  1. ใช้ความได้เปรียบของตนเอง เสริมสร้างการเชื่อมโยงกันทางยุทธศาสตร์ เช่น การสร้างความร่วมมือระหว่างการพัฒนาเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ให้เชื่อมโยงกับอีอีซีมากขึ้น ซึ่งแผนการพัฒนาเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของชาติที่ประธานาธิบดี

       สีจิ้นผิงเป็นผู้วางแผน จัดวางและผลักดันด้วยตนเอง และเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้าง 'หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง'

       เขตอ่าวทะเลกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า รวมทั้ง 9 เมืองในเขตดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง มณฑลกวางตุ้ง กับ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า มีเนื้อที่ 5.6 ตารางกิโลเมตร ประชากร 70 ล้านคน เศรษฐกิจรวมมากกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเปิดประเทศเชื่อมโยงกับภายนอกมากที่สุด เป็นจุดที่มีพลังชีวิตทางเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดของจีน จีนกำลังทุ่มทุนในหลายมุม จะสร้างเขตอ่าวทะเลกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊าเป็นเขตอ่าวทะเลชั้นหนึ่งในระดับโลกที่เทียบเสมอเขตอ่าวทะเลโตเกียว เขตอ่าวทะเลนิวยอร์ค เขตอ่าวทะเลซานฟรานซิสโก ผู้นำจีน-ไทยได้บรรลุซึ่งความเห็นพ้องต้องกันในการเชื่อมโยงการสร้างเขตอ่าวทะเลกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊ากับอีอีซีของไทย โดยท่ารองนายกฯ สมคิด ท่านได้ไปเยือนกวางตุ้ง ฮ่องกง บริษัทคุณภาพดีของไทยจำนวนมากก็พากันไปดูงานที่เขตอ่าวทะเลกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า การเชื่อมโยงเขตอ่าวทะเลกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊ากับอีอีซี จะเป็นโอกาสใหม่ที่สำคัญอีกครั้งในการเชื่อมโยงนโยบายให้เกิดผลเชิงลึกและ กระชับความร่วมมือ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ระหว่างจีน-ไทย

       ทั้งนี้ ฝ่ายจีนยังให้ความสำคัญอย่างสูงต่อประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทเป็นศูนย์กลางและเป็นประตูและผู้นำในด้านความร่วมมืออนุภูมิภาคคาบสมุทรอินโดจีน จีนยินดีที่จะผลักดันการเชื่อมโยงกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง กับ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขงและกรอบความร่วมมือ CLMVT (กัมพูชา-สปป.ลาว-เมียนมา-เวียดนาม-ไทย) อย่างแข็งขัน เพื่อร่วมกันส่งเสริมความเจริญของภูมิภาค

       นอกจากนั้น จีนยังจะกระชับการเชื่อมโยงนโยบายความร่วมส่วนภูมิภาคร่วมกันสร้างกระบวนการรวมเศรษฐกิจภูมิภาคเป็นหนึ่งเดียวกัน เรายิ่งต้องกำจัดการก่อกวนต่างๆ มุ่งมั่นในความร่วมมือระดับภูมิภาค ภายใต้สภาพที่ลัทธิกีดกันทางการค้า ลัทธิยึดประโยชน์ฝ่ายเดียว ได้นำมาซึ่งความเสียหายที่รุนแรงต่อประเทศในภูมิภาคนี้ จีนจะร่วมกันผลักดันกระบวนการสร้างประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก เราจะพยายามผลักดันการเจรจา ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ให้เสร็จสิ้นตามงวดภายในปีนี้ ซึ่งยิ่งจะเป็นการสร้างกลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ครอบคลุมประชากรประมาณ 3,000 ล้านคน จีดีพีรวมประมาณ 21 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 30% ของยอดมูลค่าการค้าทั่วโลก

       ฝ่ายจีนสนับสนุนฝ่ายไทยแสดงบทบาทมากยิ่งขึ้นในฐานะประเทศสำคัญในภูมิภาคและประเทศประธานหมุนเวียนของอาเซียน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยเท่านั้น หากยังเป็นประโยชน์ร่วมต่อทั่วทั้งภูมิภาคด้วย ผลักดันการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ผลักดันความร่วมมือสืบทอดแนวทางความคิดมิติอื่นอย่าง การสร้างธรรมาภิบาลทางสังคมด้วยกัน การช่วยเหลือผู้ยากไร้ การพัฒนาต่างๆ  การบริหารเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม   ฝ่ายจีนยินดีที่จะแบ่งปันกับประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายไทยในการดำเนิการช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้วยอีคอมเมิร์ส การรักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต การกำจัดฝุ่นควัน อีกด้านหนึ่ง จีน-ไทยจะต้องใช้ความได้เปรียบด้านภูมิประเทศใกล้กัน สายเลือดเดียวกัน วัฒนธรรมใกล้เคียงกัน กระชับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การศึกษา ภาพยนตร์ โทรทัศน์  ยิ่งนักท่องเที่ยวจีนมาไทยมากกว่า 10 ล้านคนปีที่แล้ว ทั้งสองฝ่ายยิ่งต้องหาทางยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว เรายินดีที่จะช่วยฝ่ายไทยกำหนดเส้นทางท่องเที่ยวที่มีหลักประกันความปลอดภัย มีเนื้อหาวัฒนธรรม มีความลึกด้านประวัติศาสตร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดบนให้มามากยิ่งขึ้น

สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ มิตรทั้งหลาย

     อีก 3 วัน ประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญแห่งการประชุมอาเซียน สายตาคนทั่วโลกจะโฟกัสมาที่กรุงเทพฯ  การประชุมที่ต่อเนื่องของผู้นำความร่วมมือเอเชียตะวันออก ท่านหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน จะเข้าร่วมการประชุมและเยือนไทยเป็นทางการ เราเชื่อว่า การเยือนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะผลักดันความสัมพันธ์จีน-ไทย ความสัมพันธ์จีน-อาเซียน ตลอดจนความร่วมมือของทั่วทั้งเอเชียตะวันออกให้ก้าวสู่บันไดขั้นที่สูงขึ้นใหม่ เราสองประเทศควรจับมือกัน ผลักดันความสัมพันธ์ฉันหุ้นส่วน ในความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ทั่วทุกด้าน จีน-ไทย จะร่วมกันสร้างประชาคม ร่วมชะตากรรมแบ่งปันแห่งเอเชีย และ ร่วมชะตากรรมแห่งการแบ่งปันในฐานะมนุษยชาติด้วยกัน ขอร่วมกันต้อนรับอนาคตอันแจ่มใสและกว้างไกลยิ่งขึ้น

                สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้การประชุมเสวนาในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

                ขอบคุณครับ

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

ais 790x90GC 790x90

sme 720x90banpu 720x90 new1 1

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!