WORLD7

sme624x100 giftqm720

Dusitดร.สาโรจน พรประภา'วิทยาลัยดุสิตธานี' สร้างชื่อ คว้ามาตรฐาน 'เวิลด์เชฟ' ขึ้นทำเนียบสถาบันแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ผ่านเกณฑ์ประเมิน WACS
        วิทยาลัยดุสิตธานี สร้างชื่อด้วยการเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน ‘เวิลด์เชฟ’ จาก WACS (World Association of Chefs Societies) องค์กรด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับระดับโลก เผยเป็นการรับรองทั้งมาตรฐานด้านหลักสูตร บุคลากร สถานที่และอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ ดัน’วิทยาลัยดุสิตธานี’ เทียบชั้น 70 สถาบันคุณภาพทั่วโลก อธิการบดีย้ำพันธกิจ พร้อมสร้างสุดยอดเชฟสู่วงการเชฟโลก หวังสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหาร บริการและท่องเที่ยวไทยแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนในเวทีโลก ภายใต้แบรนด์ 'ดุสิตธานี' แบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับระดับโลก
       ดร.สาโรจน์ พรประภา อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันผลิตบุคลากรคุณภาพให้กับวงการท่องเที่ยวและบริการอย่างต่อเนื่องและยาวนานเป็นเวลาถึง 24 ปี เปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่วิทยาลัยดุสิตธานี ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานการเรียนการสอนด้านการประกอบอาหารจากองค์กรที่ได้รับการยอมรับระดับโลก World Association of Chefs Societies (WACS) ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานทั้งทางด้านคุณภาพของหลักสูตร บุคลากร สถานที่และอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ และทำให้วิทยาลัยดุสิตธานี เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานดังกล่าว
       ทั้งนี้ World Association of Chefs' Societies (WACS) หรือสมาคมเชฟโลก เป็นเครือข่ายของสมาคมเชฟทั่วโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1928 ณ กรุงปารีส โดยมีผู้เเทนของชมรมและสมาคมเชฟ 65 คน จาก 17 ประเทศ มาประชุมใหญ่กันเป็นครั้งแรก และได้ลงมติเลือก August Escoffier สุดยอดเชฟในตำนาน เป็นประธานกิตติมศักดิ์คนแรกของสมาคม โดยในปัจจุบัน WACS มีสมาชิกอย่างเป็นทางการ คือ สมาคมเชฟ 72 แห่งทั่วโลก
        อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวด้วยว่า WACS เป็นองค์กรเอกชนที่มีเป้าหมายในการสร้างกรอบมาตรฐานอาชีพเชฟหรือพ่อครัวในตำแหน่งต่างๆ เพื่อส่งเสริมความสำคัญของอาชีพนี้ นอกจากนี้ WACS ยังจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมพ่อครัวให้มีมาตรฐานในการทำงาน โดยเป้าหมายสำคัญขององค์กรแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งานด้านการศึกษาหรือ Education ซึ่งเน้นไปที่การให้การรับรองสถาบันที่สอนด้าน Culinary Arts ทั่วโลก โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 12 ข้อ ได้แก่ คุณภาพและคุณวุฒิของอาจารย์ผู้สอน ความพร้อมของห้องปฏิบัติการและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน โครงสร้างหลักสูตร การได้รับการรับรองจากองค์กรภาครัฐ การทำงานร่วมกับหน่อยงานภายนอก เป็นต้น ทั้งนี้ สถาบันที่ผ่านการรับรองจะได้ปรากฏในเว็บไซต์ของ WACS ในส่วนของ Approved School หรือสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองแล้ว และสามารถนำตราสัญลักษณ์ไปใช้ในการประชาสัมพันธ์สถาบันได้ นอกจากการรับรองในส่วนของสถาบันแล้ว ยังมีการรับรองในส่วนของผู้สอนหรือ Educator อีกด้วย
       ส่วนเป้าหมายที่ 2 มุ่งเน้นงานด้านการแข่งขันหรือ Competition ซึ่งจะเป็นการแข่งขันประกอบอาหารที่มีการจัดระดับว่าเป็น National, International, Continental และ Global โดยที่ WACS จะเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานของคณะกรรมการตัดสินผ่านระบบการอบรม และเกณฑ์ในการตัดสินที่เป็นระบบ
      สำหรับ ปัจจัยที่ทำให้วิทยาลัยดุสิตธานีผ่านการประเมินของ WACS นั้น มาจากโครงสร้างหลักสูตรที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง และสามารถทำงานได้ ตลอดจนความหลากหลายของรายวิชา และคุณภาพของห้องปฏิบัติการที่เอื้ออำนวยต่อการฝึก รวมถึงอาจารย์ผู้สอนมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการสอนอีกด้วย
      “ดังนั้น การที่วิทยาลัยดุสิตธานี เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ผ่านมาตรฐาน WACS นับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก ที่เราสามารถพัฒนาการเรียนการสอนตลอดจนหลักสูตรของเราให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซึ่งแน่นอนว่า สอดคล้องกับเป้าหมายของวิทยาลัยที่เราต้องการสร้างสุดยอดเชฟป้อนสู่เวทีเชฟโลก และเราเชื่อว่า สถาบันการศึกษาจะมีส่วนอย่างมากที่จะช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหาร ท่องเที่ยวและบริการของไทยมีความแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืนในระดับโลก และที่สำคัญยังเป็นการตอกย้ำว่า แบรนด์ “ดุสิตธานี” เป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกอีกวาระหนึ่งด้วย”ดร.สาโรจน์ กล่าว
      ด้าน เชฟ จอห์น แคลนซี่ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการของเวิลด์เชฟส์ (Worldchefs) กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของเวิลด์เชฟส์ ได้ให้การรับรองคุณภาพมาตรฐานการเรียนการสอนด้านการประกอบอาหารของวิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งเป็นสถาบันแรกและสถาบันเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองนี้ ทำให้หลักสูตรต่างๆ ของวิทยาลัยดุสิตธานีอยู่ในมาตรฐานเดียวกับอีก 70 กว่าสถาบันทั่วโลก
      ขณะที่ อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี ได้ยังกล่าวย้ำถึงเป้าหมายของวิทยาลัยดุสิตธานี ที่มุ่งเน้นการพัฒนา 3 ด้าน ประกอบด้วย การพัฒนาด้านกายภาพ ซึ่งเป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อมของวิทยาลัยที่จะส่งเสริมประสบการณ์การเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของอุปกรณ์ที่ทันสมัย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักศึกษาและคณาจารย์ การพัฒนาด้านหลักสูตร ซึ่งได้มีการเปิดหลักสูตรใหม่ทั้งระดับปริญญาตรี เช่น หลักสูตรด้านนวัตกรรมการบริการในธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม หลักสูตรปริญญาโท และหลักสูตรอบรมระยะสั้นที่หลากหลาย และการพัฒนาด้านความร่วมมือกับสถาบันนานาชาติให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ซึ่งในขณะนี้พัฒนาการทั้ง 3 ด้านที่วางเป้าหมายไว้มีพัฒนาการคืบหน้าไปมากอย่างน่าพอใจ 

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!