WORLD7

sme624x100 giftqm720

Boy'บอย'ไม่รอด ยึดลัมโบร์กินี ปปง.สั่งจับเพิ่ม 1 คนสนิท'ตัวการ' โกงสจล.

     'บอย ปกรณ์'ไม่รอดปปง.สั่งอายัดรถหรูลัมโบร์กินี ที่ซื้อจากแก๊งยักยอกเงินสจล.พันล้านพร้อมทรัพย์สินอีก 178 รายการ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เจ้าตัวพร้อมให้ความร่วมมือ ยันซื้อมาโดยถูกต้อง เตรียมยื่นเอกสารขอถอนอายัด ตร.กองปราบฯขออนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย ก่อนบุกรวบโอ๊ต-ภาดา เพื่อนชายคนสนิทของกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ที่เป็นตัวกลางขายรถหรูให้บอย-ปกรณ์ คารีสอร์ตที่ปทุม ธานี ก่อนคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม แฉยับอดีตผจก.ธนาคารก็มีสัมพันธ์กับกิตติศักดิ์

 

 

 


แถลงยึด - พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาฯปปง.แถลงอายัดทรัพย์สิน คดียักยอกเงิน สจล. 178 รายการ ขณะที่ตำรวจกองปราบฯ จับกุมนายภาดา บัวขาว หรือ"โอ๊ต พราด้า" เพื่อนชายคนสนิทนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.

 

      เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่สำนัก งานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลงผลการยึดและอายัดทรัพย์สินคดีลักทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดในคดีดังกล่าว จำนวน 178 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 100 ล้านบาท ได้แก่ 1.เงินฝากธนาคาร จำนวน 130 รายการ รวมเป็นเงิน 20,389,562.34 บาท 2.สลากออมสิน 7 รายการ รวมเป็นเงิน 1,565,000 บาท 3.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 30 รายการ 4.ห้องชุด จำนวน 2 รายการ 5.รถยนต์ จำนวน 6 รายการ เช่น ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์, บีเอ็มดับบลิว, ลัมโบร์กินี เป็นต้น และ 6.รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 รายการ
     พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า สำนักงาน ปปง.จึงออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดไว้ชั่วคราว ซึ่งเป็นของหรืออยู่ในความครอบครองของบุคคลต่อไปนี้ 1.นายทรงกลด ศรีประสงค์ 2.น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ 3.นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด 4.นายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ 5.นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ 6.นายจิรัฏฐ์ ศิริภัครวรกุล 7.นางระดม มัทธุจัด 8.น.ส.จุฑารัตน์ ปัดภัย 
      9.นายสมศักดิ์ ยอดย้อย 10.นายจิตร แผนดี 11.น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ 12.นางสมบัติ โสประดิษฐ์ 13.นายเอนก ยั่งเจริญ 14.น.ส.โสมจำรัส แจ่มจำรัส 15.น.ส.วันเพ็ญ นิ่มเรือง 16.นายสุกฤษ เขียวนันใจ 17.นายปฐมพงษ์ ศรีโรจน์ 18.นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ 19.นายสุรพล ตรงต่อกิจ 20.นางนกคล้า ตรงต่อกิจ 21.นายสนั่น มัทธุจัด 22.บริษัท มัทธุจัด จำกัด 23.บริษัท แกรนด์ บัคเก็ต ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส จำกัด และ 24.บริษัท แอคติ้งวัน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด
    พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า บุคคลที่มีรายชื่อทั้งหมดต้องเข้ามาชี้แจงต่อสำนักงาน ปปง.ภายใน 30 วัน และต้องนำทรัพย์สินมาให้ตรวจสอบภายใน 90 วัน หากไม่ดำเนินการตามกำหนดจะมีโทษทางอาญา และสำนักงาน ปปง.จะเข้าไปยึดและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดทันที ขณะนี้สำนักงาน ปปง.กำลังดำเนินการส่งคำสั่งไปยังบุคคลทั้งหมด ทั้งนี้ การยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 178 รายการ เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เชื่อว่ายังมีทรัพย์สินที่มีการซุกซ่อนหรือโอนไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งสำนักงาน ปปง.กำลังเร่งตรวจสอบ
     "สำนักงาน ปปง.เป็นเพียงผู้ที่มีหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบการได้มาซึ่งทรัพย์สิน เช่นกรณีของนายปกรณ์ที่ซื้อรถลัมโบร์กินีจากนายกิตติศักดิ์ที่เป็นผู้ต้องหาในคดี ซึ่งพบว่ามีการซื้อขายกันในราคาที่ต่ำผิดกว่าปกติ โดยนายกิตติศักดิ์ซื้อรถมาในราคา 20 ล้านบาท แต่ขายในราคา 13.5 ล้านบาท นายปกรณ์ก็ต้องเข้ามาชี้แจงต่อสำนักงาน ปปง. หากชี้แจงมีเหตุผลรับฟังได้ กรรมการธุรกรรมจะมีคำสั่งเพิกถอน หากชี้แจงรับฟังไม่ขึ้นจะมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป ส่วนการดำเนินการกับตัวคนเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีทางอาญา" เลขาธิการ ปปง.กล่าว
    ขณะที่พระเอกชื่อดัง บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ กล่าวว่า ทราบข่าวที่ทางปปง. แถลงว่าเป็นการอายัดรถชั่วคราว เพื่อนำไปตรวจสอบ ตนมีหน้าที่นำหลักฐานต่างๆ เข้าไปชี้แจง ว่ารถคันนี้ตนซื้อมาด้วยความบริสุทธิ์ เป็นเงินที่ทำงานหามาจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ทางปปง.จะถอนอายัด
     ถามต่อว่าจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทางนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ที่ขายรถให้หรือเปล่า พระเอกหนุ่มเผยว่า ยังไม่ได้คิด ตอนนี้คิดแค่ว่าอยากแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว รถไม่โดนยึดถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อีกอย่างตอนที่ตนซื้อรถคันนี้ มีสัญญาการซื้อขายซึ่งมีเอกสารสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้ารถคันนี้มีปัญหาภายหลังในเรื่องของทางกฎหมายทางนายกิตติศักดิ์ จะต้องคืนเงินให้กับตน แต่พอถึงตอนนั้นตนก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาเงินที่ไหนมาคืนให้ตน
     "หลังจากนี้ผมคงต้องเข้าปรึกษาทนาย เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องกฎหมาย ตอนนี้เรามีหน้าที่ทำตามขั้นตอน เมื่อทางปปง. แจ้งมาว่าผมต้องเอารถเข้าไปให้ ผมก็พร้อมที่จะนำรถเข้าไป แต่ยังไม่ทราบว่าจะเอาเข้าไปวันไหน เพราะช่วงนี้ยังติดงานต่อเนื่อง ช่วงที่ยังไม่ได้เข้าไปที่ปปง. คงต้องติดต่อไปทางปปง.ก่อน ว่าต้องนำหลักฐานอะไรเข้าไปชี้แจงบ้าง สิ่งหนึ่งที่ผมสบายใจคือที่ผ่านมาผมได้เข้าไปแสดงความบริสุทธิ์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและสังคมได้รับรู้แล้วว่าผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้"
      เรียกว่าเราเป็นเหยื่ออีกรายได้ไหม พระเอกหนุ่ม กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าเหยื่อ ต้องบอกว่าโชคไม่ดี ดีกว่า
      วันเดียวกันที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รองผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีลักเงินคงคลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) กว่า 1,494 ล้านบาท ว่า มอบหมายพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดมีนบุรี ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดนี้เพิ่มเติมอีก 2 ราย ประกอบด้วย นายภาดา บัวขาว หรือ"โอ๊ต พราด้า" คนสนิทของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด และนายธวัชชัย ยิ้มเจริญ
     พ.ต.อ.ณษกล่าวอีกว่า จากการพยานหลักฐานเบื้องต้นพบว่า นายภาดามีพฤติการณ์ร่วมกระทำความผิดกับนายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหา รายสำคัญที่ยังคงหลบหนีการจับกุมอยู่ต่างประเทศ โดยมีการทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกัน ซึ่งตามแนวทางการสืบสวนสอบ สวนของเจ้าหน้าที่พบว่า นายภาดามีชีวิตความเป็นอยู่ที่หรูหรา ใช้รถยนต์หรูซูเปอร์คาร์ ใช้ของแบรนด์เนม ซึ่งจะต้องตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินต่างๆ ต่อไป 
     พ.ต.อ.ณษ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่นที่มีพฤติการณ์กระจายเงินที่ได้มาจากการลักลักทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีดังกล่าว ไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ นั้น จะดำเนินคดีในความผิดตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน โดยประสานเจ้าหน้าที่ ปปง.มาร่วมดำเนินการ นอกจากนี้จะเร่งรัดติดตามอายัดทรัพย์สินเหล่านี้กลับคืนมาให้ได้มากที่สุด
     ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังนายภาดา บัวขาว หรือ "โอ๊ต พราด้า" ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่นายกิตติศักดิ์ทำ โดยตนกับนายกิตติศักดิ์รู้จักกันได้ปีกว่า ส่วนความสัมพันธ์นั้นคบกันในฐานะที่มากเกินกว่าเพื่อนได้ 7 เดือน พบกันครั้งสุดท้ายที่จ.กาญจนบุรี ก่อนที่นายกิตติศักดิ์จะถูกออกหมายจับ ส่วนเรื่องความผิดที่นายกิตติศักดิ์ถูกกล่าวหานั้น ตนไม่มีส่วนรู้เห็น แต่ในด้านความสัมพันธ์ส่วนตัวทำให้ต้องมีการติดต่อเรื่องงานหลายเรื่อง
     นายภาดา กล่าวอีกว่า ก่อนจะตกเป็นข่าวตนและนายกิตติศักดิ์เตรียมเปิดบริษัทร่วมกัน เป็นบริษัทเกี่ยวกับการจัดออร์แกไนเซอร์ เพราะนายกิตติศักดิ์เป็นคนชอบใช้ชีวิตหรูหรา อยู่ท่ามกลางแวดวงผู้มีชื่อทางสังคม ทั้งนี้ตนยืนยันว่าไม่เคยได้รับการโอนเงินจากนายกิตติศักดิ์ จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับตนด้วย ทุกวันนี้ต้องตกเป็นจำเลยของสังคมในโลกโซเชี่ยลมีเดียไปแล้ว ที่ผ่านมายังไม่เห็นหมายเรียกจากตำรวจ แต่หากมีหมายเรียกมาก็พร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ขณะศาลอนุมัติหมายจับ 2 บุคคลตามที่ตำรวจบก.ป.ร้องขอ
   ต่อมาเวลา 15.30 น. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบก.ป. พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1.บก.ป. พ.ต.ท.พัณนพงศ์ ศรีพิณเพราะ สว.กก.5.บก.ป.พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ เข้าจับกุมตัวนายภาดา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา โดยควบคุมตัวได้ที่ อิงนที รีสอร์ต ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พร้อมตรวจยึดเงินสด 120,000 บาท เงินดอลลาร์สหรัฐใบละ 1,800 ดอลลาร์ รถเก๋ง เชฟโรเลต ครูซ สีขาว ทะเบียน ณย-4695 กทม. เอกสารต่างๆ จำนวนหนึ่ง กุญแจรถบีเอ็มดับเบิลยู 1 ดอก กุญแจรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด 1 ดอก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้ตรวจสอบ 
     สอบสวนนายภาดาให้การว่า มาเปิดห้องอยู่ที่รีสอร์ตดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยตั้งใจจะไปออกรายการทีวีต่างๆ เพื่อแก้ข้อกล่าวหา ทั้งนี้ยอมรับว่าได้รู้จักกับนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาในนคดีสจล.มาได้ประมาณ 1 ปี จากนั้นนายกิตติศักดิ์ ให้ตนเป็นผู้ดูแลรถสปอร์ตหรู ลัมโบร์กินี เพื่อรอขายต่อ โดยมีบอย ปกรณ์ เป็นผู้ซื้อ หลังจากที่ตนได้โพสต์ประกาศขายรถลงในเฟซบุ๊ก ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักบอย-ปกรณ์ เป็นการส่วนตัว ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนมีธุกิจหลายอย่างอยู่ที่จ.ภูเก็ต ทั้งเปิดผับ และมีอพาร์ตเมนต์ อีก 1 แห่ง อยู่แล้ว 
     พ.ต.อ.กรไชย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายภาดามีความสนิทกับนายกิตติศักดิ์ คอยเป็นคนกลาง ขายรถหรูต่างๆ ให้ และยังมีอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกัน ต้องขอเวลาสอบสวนนายภาดาถึงที่มาที่ไปต่างๆ เสียก่อน สำหรับทรัพย์สินของภาดา ทุกอย่างต้องตรวจสอบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร สำหรับรายชื่อที่ทาง ปปง.เปิดเผย 21 ราย มีทั้งตัวหลักที่ทางพนักงานสอบสวนออกหมายจับไปแล้วและจับกุมได้แล้ว นอกจากนั้นยังมีอีกหลายรายที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ออกหมายจับ เนื่องเป็นพวกปลายๆ ที่เงินกระจายไป แต่ทาง ปปง.อายัดเงินในบัญชีไว้หมดแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวผู้ต้องหาตัวหลักๆ ที่สำคัญในคดีนี้อยู่ ส่วนรายย่อยยังไม่ได้ติดตามในตอนนี้ 
    ต่อมาพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก. พร้อมด้วยพ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. นำตัวนายภาดามาแถลงข่าวที่กองบังคับการปราบปรามด้วยตัวเอง 
    โดยนายภาดาให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนมีภรรยาและมีลูกด้วยกัน 1 คน แต่ก็เลิกรากันไปนานแล้ว จนเมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมา รู้จักกับนายกิตติศักดิ์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง กระทั่งคบหาเป็นแฟนกัน ซึ่งได้ตกลงกันว่าจะมีเวลาให้กันสัปดาห์ละ 3 วัน ต่อมาตนเข้าไปพักที่บ้านหรูในหมู่บ้านของพฤกษาภิรมย์ ราชพฤกษ์ ระหว่างนั้นเขาก็ซื้อกระเป๋า แหวน นาฬิกา และซื้อของแบรนด์เนมราคาแพงให้ใช้ตลอด โดยที่ตนไม่ระแคะระคายว่าเอาเงินมาจากไหนซื้อของให้ ส่วนระหว่างที่ระหองระแหงกันนายกิตติศักดิ์มาง้อพร้อมทั้งชวนไปเที่ยวฮ่องกงตามที่มีภาพข่าวตามสื่อมวลชนอีกด้วย 
     นายภาดา กล่าวต่อว่า ตนเพิ่งมาทราบไม่นานว่า นอกจากจะคบกับตนแล้ว นายกิตติศักดิ์ยังมีความสัมพันธ์กับนายทรงกลด ศรีประสงค์ ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีดังกล่าวอีกด้วย อย่างไรก็ตามหลังทราบข่าวว่า นายกิตติศักดิ์ถูกหมายจับในคดีโกงเงิน สจล. ด้วยความตกใจ จึงเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อตั้งหลัก กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมดังกล่าว
    นายภาดา กล่าวว่า สำหรับรถลัมโบร์กินีที่ขายให้บอย ปกรณ์ ยืนยันว่าเป็นราคาปกติของตลาดรถ ซึ่งราคาในตลาดไม่ได้ถึง 19 ล้านบาทมีการตกลงซื้อขายกันที่ 13.5 ล้านบาท ซึ่งถ้าเป็นการซื้อจากเกรย์มาร์เก็ตราคาก็อยู่ที่ 18 ล้านบาท ซึ่งก็มีคนอื่นติดต่อหลายคน แต่เจรจาต่อรองราคากันไม่ได้ มาจบที่ บอย ปกรณ์

วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8809 ข่าวสดรายวัน

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!