WORLD7

sme624x100 giftqm720

1อทยานราชภกด

คตง.ลุยราชภักดิ์ สอบงบ! พบใช้เงินราชการ 63 ล้านไม่เกี่ยวบริจาค ปปง.อายัดเสธ.โจ้ 40 ล. หมายจับสว.ทางหลวง หึ่งเสธ.โตหลบบ้านบิ๊ก     

      ประธานคตง.ลุยสอบอุทยาน ราชภักดิ์ใช้เงินราชการก่อสร้าง ไม่ได้ใช้เงินบริจาคทั้งหมด ตรวจพบเบิกงบกลาง 63 ล้านจ่ายให้กรมยุทธโยธาทหารบกไปแล้ว 80%'เรืองไกร' ยื่นหลักฐานเพิ่มให้ผู้ว่าการสตง.ตรวจสอบเงินงบประมาณและเงินบริจาคที่ใช้ในโครงการ เลขาฯปปง.อายัด 5 บัญชี'เสธ.โจ้'คชาชาต บุญดี รวม 40 ล้าน ผบ.ตร.บิ๊กแป๊ะยังไม่ได้ข้อมูล'เสธ.โต'พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ ผู้ต้องหาคนล่าสุด หลบอยู่ในบ้านบิ๊ก

วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9130 ข่าวสดรายวัน

ปปง.อายัด'เสธ.โจ้' 40 ล้าน
       เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) มีหนังสือมายังปปง. ขอให้ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและรายงานข้อเท็จจริงในการปฏิบัติตามพ.ร.บ.ฟอกเงินพ.ศ. 2542 ของพ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด กับพวก จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าพ.ต.ต.ปรากรมกับพวก ร่วมกันมีพฤติการณ์เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำการอย่างใดๆ ให้บุคคลมิให้ต้องโทษ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200
      พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าพนักงานรัฐปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 123 และเข้าลักษณะความผิดมูลฐานตามพ.ร.บ.ฟอกเงินพ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา โดยในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 14/2558 เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมมีมติมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิดของพ.ต.ต.ปรากรมกับพวก
     เลขาธิการปปง.กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 7 พ.ย. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ฝ่ายกฎหมายของคสช. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง และพวกเพิ่มเติมอีก 2 คดี โดยกล่าวโทษนายสุริยัน, นายจิรวงศ์ วัฒน เทวาศิลป์ และพ.อ.คชาชาต บุญดี หรือเสธ.โจ้ ร่วมกันกระทำความผิดตามมาตรา 112 และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือในความผิดฐานอื่นที่พบภายหลัง และเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ศาลทหารกรุงเทพได้ออกหมายจับพ.อ.คชาชาตในข้อหาดังกล่าว
     ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวพฤติการณ์ของพ.อ.คชาชาตกับพวก จึงเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 123 และเป็นการกระทำโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นและประชาชน ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และด้วยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม อันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) มาตรา 3 (5) และมาตรา 3 (18) แห่งพ.ร.บ. ฟอกเงิน พ.ศ. 2542
      พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรม หรือข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคล รวมทั้งผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพ.ต.ต.ปรากรมกับพวก ปรากฏหลักฐานเชื่อได้ว่าพ.ต.ต.ปรากรมกับพวก เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินจำนวนหลายรายการ ได้แก่ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร สิทธิเรียกร้องในตั๋วแลกเงิน และห้องชุด และปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าว พ.ต.ต.ปรากรมกับพวก (น.ส.สุรีวรรณ ชาญยุทธิ์, นายจิรวงศ์, พ.อ.คชาชาต และนายสุริยัน) ได้มาในระหว่างที่กระทำความผิดมูลฐานดังกล่าว และเนื่องจากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีนี้ ประกอบด้วยทรัพย์สินประเภทเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร สิทธิเรียกร้องในตั๋วแลกเงิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สามารถโอน ยักย้าย ปกปิด ซ่อนเร้น ได้โดยง่าย และทรัพย์สินประเภทห้องชุด ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ปรากฏหลักฐานทางทะเบียนในการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือ มีสิทธิครอบครอง โดยผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง อาจดำเนินการทางนิติกรรมโอนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองในทางทะเบียนได้ หากไม่ได้มีการออกคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว หากต่อมาศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ปปง.อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์สินดังกล่าวกลับคืนมาได้ จึงเป็นกรณีที่มีเหตุ อันควร เชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าว
       เลขาธิการปปง.กล่าวต่อว่า ดังนั้น ที่ประชุม คณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 15/2558 เมื่อวันที่ 24 พ.ย. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิดไว้ชั่วคราวจำนวน 11 รายการ พร้อมดอกผล ประกอบด้วย 1.เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ของน.ส. สุรีวรรณ 1 บัญชี จำนวนเงิน 39,549.40 บาท 2.เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ของนายจิรวงศ์ 1 บัญชี จำนวนเงิน 352,809.74 บาท 3.เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ของพ.อ.คชาชาต 1 บัญชี จำนวนเงิน 317,839.62 บาท 4.เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ของพ.อ.คชาชาต 2 บัญชี รวมจำนวน 10,219,870.68 บาท
       5.เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ของนายสุริยัน (โดยเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด) 1 บัญชี จำนวนเงิน 800,000 บาท 6.เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ของพ.อ.คชาชาต 2 บัญชี รวมจำนวนเงิน 9,800,000 บาท 7.ตั๋วแลกเงิน ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ของพ.อ.คชาชาต จำนวน 20,000,000 บาท 8.ห้องชุด พหลโยธินปาร์ค เลขที่ 127/21 ชั้น 3 อาคารเลขที่ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ราคา 1,800,000 บาท ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์นายจิรวงศ์ และ 9.ห้องชุด พหลโยธินปาร์ค เลขที่ 127/18 ชั้น 3 อาคารเลขที่ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ราคา 1,000,000 บาท ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์นายสุริยัน ทั้งนี้ มีกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ กล่าวคือนับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2558 ถึงวันที่ 21 ก.พ. 2559 รวมทรัพย์สินที่อายัดไว้ชั่วคราวทั้งสิ้นจำนวน 11 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 44,330,069.44 บาท

ผู้การป.มั่นใจทำดีมาตลอด
     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังจากศาลทหารกรุงเทพ อนุมัติหมายจับพล.ต.สุชาติ พรมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก คนสนิทพล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ว่าพล.ต.สุชาติ ลาออกจากจากกระทรวงกลาโหมไปก่อนแล้ว จากนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการ ส่วนพล.ต.สุชาติยังอยู่ในประเทศหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ต้องถามตำรวจ
     เมื่อเวลา 13.40 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. เดินทางมาร่วมประชุมคณะพนักงานสอบสวน คดีความผิดม.112 โดยให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ยืนยันไม่คิดลาออก และมั่นใจว่าตนเองไม่เกี่ยวข้องกับคดีใดๆ ตามที่มีข่าว มั่นใจว่าที่ผ่านมาทำดีและทำหน้าที่โดยเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนมาตลอด ยอมรับว่าเมื่อมีกระแสข่าวเกิดขึ้นมีคนห่วงใยโทรศัพท์มา สอบถามเป็นร้อยๆ สาย

ยื่นสตง.สอบราชภักดิ์
     วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นเอกสารเกี่ยวกับงบประมาณของทางราชการที่ใช้ในอุทยานราชภักดิ์ เพื่อให้ตรวจสอบรวมกับเงินบริจาคในบัญชีกองทุนสวัสดิการกองทัพบก ต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ประกอบด้วย 1.สำเนาเอกสารตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรและราคากลางในงานจ้างก่อสร้าง ชื่อโครงการ แผนงานเพิ่มเติมระหว่างปีงบประมาณ 2558 (งานสร้างป้ายทางเข้าและสร้างอาคารรักษาความปลอดภัยของอุทยานราชภักดิ์ รวม 2 แผนงาน) โดยมีกรมส่งกำลังบำรุงทหารบก เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 7,286,000 บาท (แผนงานที่ 1=5,031,700 บาท แผนงานที่ 2=2,254,300 บาท)
      2.สำเนาเอกสารตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรและราคากลางในงานจ้างก่อสร้าง ชื่อโครงการ เงินงบประมาณประจำปี 2559 งานสร้างรั้ว รอบบริเวณภายในอุทยานราชภักดิ์ โดยมีกรมส่งกำลังบำรุงทหารบก เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 9,383,500 บาท ลักษณะงานโดยสังเขป สร้างรั้วรอบบริเวณภายในอุทยานราชภักดิ์ ความยาวประมาณ 2,034.00 ม. 3.สำเนาภาพถ่ายป้ายอุทยานราชภักดิ์ จากการตรวจสอบในเว็บไซต์ทั่วไป 4.สำเนาภาพถ่ายรั้วอุทยานราชภักดิ์ จากข้อความในข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักปลัดกระทรวงพลังงาน ที่ พน 15/10/58 และ 5.สำเนาข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักปลัดกระทรวงพลังงาน ที่ พน 15/10/58
      นายเรืองไกร ระบุว่า จากข้อมูลการใช้งบประมาณของส่วนราชการดังกล่าวข้างต้น มีประเด็นต้องแจ้งมายังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบโครงการอุทยาน ราชภักดิ์ ว่ามีทรัพย์สินส่วนใดที่ได้มาจากการใช้เงินกองทุนสวัสดิการกองทัพบก ซึ่งมีการแจ้งว่าได้มาจากการรับบริจาคประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีทรัพย์สินส่วนใดที่ได้มาจากการใช้เงินงบประมาณตามข้อมูลในเอกสารที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจสอบได้ทราบถึงรายการทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในโครงการอุทยานราชภักดิ์ และเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบเกี่ยวกับการรับ-จ่ายเงิน มีการใช้เงินที่มาจากการรับบริจาคเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และมีการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมที่รายการใดบ้าง และมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครบถ้วนหรือไม่

ปธ.คตง.ชี้ใช้งบราชการก่อสร้าง
     ขณะที่นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เปิดเผยว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ได้ดำเนินการตรวจสอบตามปกติว่าเงินที่ใช้ก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์เป็นไปอย่างถูกระเบียบหรือไม่ ซึ่งการสร้างอุทยานราช ภักดิ์นั้น เป็นเงินที่ได้มาจาก 2 ส่วน คือ 1.เงินจากงบส่วนกลาง ซึ่งเบิกจ่ายให้กรมยุทโยธาทหารบก จำนวน 63.57 ล้านบาท ล่าสุดมีการเบิกจ่ายเงินจากงบกลางไปแล้ว 80% 2.เงินบริจาคของประชาชน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบว่าในส่วนของเงินบริจาคของประชาชนนั้น เป็นเงินจำนวนเท่าใด และจะตรวจสอบต่อว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างถูกระเบียบหรือไม่ มีการทุจริตหรือไม่ เนื่องจากมีระเบียบของสำนักนายกฯ ว่าต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องตามระเบียบของราชการ

ผบ.ตร.แถลงหมายจับเพิ่ม
       เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร., พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกตร., พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป., พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. และพล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ผอ.สยศ.ตร. แถลงความคืบหน้าคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง เรียกรับผลประโยชน์ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ขบวนการนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง และพ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด
      พล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า จากสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง เป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติมและ ขออนุมัติศาลอกหมายจับเพิ่มเติม ดังนี้
      คดีอาญาที่ 100/58 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับที่ 2405/2558 ลงวันที่ 25 พ.ย.2558 ให้จับกุม นายศุกร์โข ตามเสรี คนสนิทของพ.ต.ต.ปรากรม ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครอง และหมายจับศาลอาญาเลขที่ 2406/2558 ลงวันที่ 25 พ.ย.2558 ให้จับกุมพ.ต.ท.จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ อดีตสารวัตรตำรวจทางหลวง ข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นผู้สนับสนุนให้ ผู้อื่นมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครอง เหตุเกิดที่บก.ป. ถ.พหลโยธิน กทม. โดยพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2558 ตรวจค้นรถโตโยต้าเวนจูรี่ ของพ.ต.ต.ปรากรม ที่ตรวจยึดมาจากคอนโดลาเมซอง พบอาวุธปืน เอชเค 53 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 80 นัด
      คดีอาญาที่ 102/2558 ศาลทหารกรุงเทพ อนุมัติหมายจับที่ 49/2558 ลงวันที่ 25 พ.ย.2558 ให้จับกุม พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา อดีตรองผกก.2 ป. ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายฯ, เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบฯ เหตุเกิดที่ 89/364 ม.3 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2558 ผู้ต้องหากับพวกแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับจากภาคเอกชน
      คดีอาญาที่ 108/2558 พล.ต.วิจารณ์ จดแตง นายทหารพระธรรมนูญ ร้องทุกข์ต่อมาศาลทหารอนุมัติหมายจับที่ 42/2558 ลงวันที่ 24 พ.ย.2558 ให้จับกุม นายจิรวงศ์ หรืออาท วัฒนเทวาศิลป์ เลขานุการส่วนตัวนายสุริยัน ซึ่งอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัว ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายฯ เหตุเกิดที่บริษัทเอกชน กรุงเทพฯ พฤติการณ์ เมื่อ 24 ส.ค.-18 ต.ค.2558 ผู้ต้องหากับพวกแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงขอรับการสนับสนุนจัดทำสิ่งของ และได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว เป็นเงิน 4.7 ล้านบาท
     คดีอาญาที่ 109/2558 พล.ต.วิจารณ์ ร้องทุกข์ นำสู่การอนุมัติหมายจับศาลทหารที่ 48/2558 ลง 25 พ.ย.2558 ให้จับกุม พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีตผกก.2 ป. ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายฯ เหตุเกิดที่สำนักงาน กสทช. แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. พฤติการณ์ระหว่างเดือน ก.ย.2558 ถึงต.ค.2558 ผู้ต้องหากับพวกแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงขอรับการสนับสนุนหมายเลข โทรศัพท์เลขสวยจากกสทช.
     คดีอาญาที่ 113/2558 พล.ต.วิจารณ์ ร้องทุกข์ นำสู่การอนุมัติออกหมายจับศาลทหาร ที่ 47/2558 ลงวันที่ 25 พ.ย.2558 ให้จับกุม พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายฯ, เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบฯ เหตุเกิดที่ร.11 รอ. บางเขน พฤติการณ์เมื่อปลายเดือนพ.ค.2558 ถึง 30 ก.ย.2558 ผู้ต้องหากับพวกร่วมกัน แอบอ้างสถาบันฯ แสวงหาประโยชน์ในการจัดทำสิ่งของ และได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว

ไม่รู้ข่าว'เสธ.โต'ซุกบ้านนายพล
      และคดีอาญาที่ 114/2558 ศาลทหารอนุมัติหมายจับที่ 46/2558 ลงวันที่ 25 พ.ย.2558 ให้จับกุมพล.ต.สุชาติ ข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาด ร้ายฯ, เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบฯ เหตุเกิดที่บริษัทเอกชน เขตพญาไท กรุงเทพฯ พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2558 ผู้ต้องหากับพวกร่วมกันแอบอ้างสถาบันฯ แสวงหาประโยชน์ในการจัดทำสิ่งของ และได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว
     พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จะออกหมายจับใครเพิ่มหรือไม่นั้น หากขยายผลและพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับใครอีกก็ดำเนินการจับกุม ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมาออกหมายจับเพิ่มเติมไปแล้ว 7 หมาย หากมี เจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องก็คงจะต้องโยกย้ายด้วย ขณะนี้ยังไม่มีผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ติดต่อเข้ามอบตัว
     ผู้สื่อข่าวถามถึงการติดตามตัวพล.ต.สุชาติ, พ.ต.อ.ไพโรจน์ และพ.ต.ท.ธรรมวัฒน์มาดำเนินคดี ผบ.ตร.กล่าวว่า กำลังดำเนินการอยู่ ได้แบ่งมอบหน้าที่การงานไปแล้ว ฝ่ายสอบสวนมอบให้พล.ต.อ.ศรีวราห์ เป็นหัวหน้า และฝ่ายสืบสวนมอบให้พล.ต.ท.ฐิติราช ไปดำเนินการแล้ว ส่วนการควบคุมตัวผู้ต้องหาคดี 112 มีการควบคุมตัวนายจิรวงศ์ หรืออาท วัฒนเทวาศิลป์ ไว้เพียงคนเดียว คนอื่นๆสั่งการตามประกบตัวแล้ว
     เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าพล.ต.สุชาติ หรือเสธ.โต หรือผู้การโต ผู้ต้องหาคนสำคัญ ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิทพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม หลบอยู่ในบ้านนายพลใหญ่ท่านหนึ่งจริงหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนไม่ทราบกระแสข่าวนี้ เมื่อถามว่าจะ เฝ้าระวังหรือไม่ว่าผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับจะหนีไปต่างประเทศเหมือนกับอดีตพ.อ.คชาชาต บุญดี หรือเสธ.โจ้ ฝ่ายเสธ.ประจำกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งหนีไปต่างประเทศแล้วนั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้ดำเนินการตามกระบวนการอยู่แล้ว

1จสอบโกง

บิ๊กหมูแถลงเองวันนี้-ผลสอบราชภักดิ์ เรืองไกร-พท.ยื่น'สตง.'ตามบี้ปมบัญชีรับ-จ่าย

     วันนี้ 'บิ๊กหมู' แถลงเอง ผลสอบ 'ราชภักดิ์' ส่วนนายกฯ บิ๊กตู่ ชี้พาดพิงถึงใครต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย ทางวินัยทุกฝ่ายต้องยอมรับ ป.ป.ช.อ้างยังไม่ปรากฏชัดมีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต หรือทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ'เพื่อไทย' แถลงการณ์อีกฉบับ บี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบ หากไม่ จะขัดกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งขัดกับแนวทางปฏิรูปการเมือง การปราบทุจริต ขณะที่ 'เรืองไกร'ยื่นหนังสือร้องผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน อีกทาง จี้สอบบัญชีรายรับ-จ่าย ส่วนตร.ยัน'บิ๊กแป๊ะ'ผบ.ตร. ไม่ได้ไปรับตัว'เสธ.โจ้'ที่แม่ฮ่องสอน อยู่ระหว่างติดตามจับกุม

วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9123 ข่าวสดรายวัน

จี้สอบโกง - นายรังสิมันต์ โรม และกลุ่มตัวแทนประชาธิปไตยใหม่ ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบกรณีการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพ และอุทยานราชภักดิ์ โดยมีนายทหารออกมารับหนังสือแทน ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 19 พ.ย.

       เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เปิดเผยก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมกองทัพภาคที่ 2 ว่าในวันที่ 20 พ.ย.นี้ เวลา 11.00 น. จะแถลงข่าวเกี่ยวกับผลสอบการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ภายหลังได้รับรายงานผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวน ด้วยวาจาจาก พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะประธานการตรวจสอบ
      ส่วน พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกระแสข่าวจับกุม พ.อ. คชาชาต บุญดี หรือเสธ.โจ้ อดีตนายทหารฝ่ายเสธ. กองทัพภาคที่ 3 หนึ่งในผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ว่าประเทศเมียนมายัง ไม่ได้แจ้งความคืบหน้าให้ทราบ แต่เบื้องต้นประสานไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา ทั้ง 6 ช่องทาง เพื่อให้เร่งติดตามจับกุมพ.อ.คชาชาต
     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เชื่อมั่นว่าจะได้ผลการสอบสวนเรื่องอุทยานราชภักดิ์ตามกำหนดเวลาที่กองทัพบกระบุไว้ นายกฯ กำชับว่าไม่ว่าผลสอบจะออกมาเป็นเช่นไร ทุกฝ่ายต้องยอมรับ และแสดงความรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่และการกระทำที่เกิดขึ้น
     "นายกฯ เน้นย้ำว่า เมื่อผลการสอบสวนออกมา หากพาดพิงถึงบุคคล หรือฝ่ายใด ผู้ถูก พาดพิงต้องรับผิดชอบตามกระบวนการทางกฎหมาย หรือทางวินัยต่อไป ในส่วนของรัฐบาลเอง แม้มิได้เป็นผู้ดำเนินการโครงการโดยตรง ก็ต้องรับผิดชอบอำนวยการให้การสอบสวนติดตามข้อมูลเป็นไปโดยโปร่งใส เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ต่อประชาชนและประเทศ ที่จะต้องสร้างบรรทัดฐานในการปราบปรามการทุจริตเช่นกัน"พล.ต.สรรเสริญกล่าว
    โฆษกรัฐบาลกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มการเมืองพยายามเปรียบกับคดีจำนำข้าว ว่ารัฐบาล หรือผู้นำรัฐบาลต้องรับผิดชอบเหมือนกัน การพยายามโยงเช่นนี้ไม่ได้ใช้หลักเหตุและผลที่ถูกต้องแม้แต่น้อย โครงการจำนำข้าว ริเริ่ม ดำเนินการ ทั้งที่เชื่อว่าเกิดความเสียหายภายใต้การปฏิบัติของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ขณะที่อุทยานราชภักดิ์ รัฐบาลมิได้เป็นผู้ริเริ่ม หรือดำเนินการใดๆ จึงมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อยากขอร้องว่าอย่าพยายามโยงทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง เพราะจะทำให้หลักเหตุและผลของสังคมผิดเพี้ยน เป็นตัวอย่างที่น่าละอายสำหรับเยาวชนที่ติดตามอ่านข้อมูล
     ขณะที่ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 19 พ.ย. หยิบยกประเด็นปัญหาความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายเงินก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ขึ้นมาหารือ จากการพิจารณาสอบถามข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช. รับฟังแล้วเห็นว่ายังไม่ปรากฏชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่รัฐ กระทำการทุจริต หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างไร และไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่รัฐผู้ใดกระทำความผิด จึงมีมติมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช. รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพบก จากนั้นให้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีกครั้ง หากบุคคลใดมีข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมจะนำส่งให้ ป.ป.ช. ก็ยินดีรับ
     ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลง การณ์ ระบุว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยมีแถลง การณ์ฉบับลงวันที่ 13 พ.ย. เรียกร้องให้รัฐบาลแถลงรายละเอียดและมาตรการดำเนินการต่างๆ กรณีทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ แต่ปรากฏว่าบุคคลระดับสูงของรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบ กลับหลีกเลี่ยงและปฏิเสธความรับผิดชอบ อ้างว่าเป็นเรื่องของกองทัพบก ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ไม่ได้ใช้งบประมาณรัฐบาล แต่ใช้เงินบริจาคประชาชน แม้จะพบการทุจริต รัฐบาลก็ไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบนั้น พรรคเพื่อไทยขอแถลงในประเด็นดังกล่าว เพื่อความรับรู้ร่วมกันของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ดังนี้
     1.ครม.มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงกลาโหม ให้กองทัพบกเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดสร้างอุทยาน ราชภักดิ์ สำหรับเงินงบประมาณให้ประสานความร่วมมือและเชิญชวนหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมบริจาค หากกระทรวงกลาโหมมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนการจัดสร้างจากเงินงบประมาณด้วย ก็ให้ขอรับการจัดสรรงบฯ ตามขั้นตอนต่อไป ปรากฏตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กห 0207/761 ลงวันที่ 30 พ.ค.2558 และหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/19102 ลงวันที่ 3 มิ.ย.2558
     แถลงการณ์ระบุว่า ดังนั้น โครงการ อุทยานราชภักดิ์จึงอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลมาแต่ต้น ภายใต้ความเห็นชอบของ ครม.เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2558 นายกฯ รมว.กลาโหม ยังร่วมในพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ ดังนั้นการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ซึ่งเป็นผู้ลงนามนำเรื่องเข้าที่ประชุมครม. อ้างว่าไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล จึงฟังไม่ขึ้น เป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยแท้
     2.กองทัพบกเจ้าของโครงการเป็นหน่วยงานของรัฐ ก่อสร้างบนที่ดินของกองทัพบก อันเป็นทรัพย์สินของทางราชการ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการของกองทัพบก กินเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชน ใช้สถานที่และทรัพย์สินของทางราชการในการดำเนินโครงการ การรับบริจาคดำเนินการในนามกองกิจการพลเรือนทหารบก ใช้ชื่อบัญชีที่รับบริจาคว่า "กองทุนสวัสดิการกองทัพบก" ผู้บริจาคสามารถนำใบเสร็จไปขอหักลดหย่อนภาษีอันเป็นรายได้ของแผ่นดิน
       สำหรับ เงินบริจาคดังกล่าว ตามข้อ 5 (4) วรรคสองของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ.2526 ให้ถือว่าเป็นการรับบริจาคในนามของทางราชการ เงินบริจาคดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินของทางราชการ เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้น อันเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายอาญา จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเร่งรัดหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ หาใช่เป็นเรื่องของกองทัพบก ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ตามที่รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมพยายามชี้แจง เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบแต่อย่างใดไม่
      3.การที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งดำรงตำแหน่งในระดับสูงของรัฐบาล และ คสช. ออกมายอมรับว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากการดำเนินโครงการจริง แต่ได้นำเงินไปบริจาคแล้ว เท่ากับเป็นการยอมรับว่ามีการกระทำความผิดต่อกฎหมายอาญา เกิดขึ้นในขณะที่ตนเองดำรงตำแหน่งสำคัญ ประกอบด้วย ผบ.ทบ. รมช.กลาโหม เลขาธิการ คสช. และเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ
     แถลงการณ์ระบุต่อว่า การทุจริตที่เกิดขึ้นจึงเป็นความรับผิดชอบที่ตัวผู้รับผิดชอบโครงการ และผู้บังคับบัญชาในระดับที่เหนือขึ้นไป ประกอบด้วยรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม นายกฯ และ หัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง จะต้องแสดงความรับผิดชอบอันเป็นไปตาม ข้อ 10 และ ข้อ 29 ของระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ดังนั้น การที่นายกฯ ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้แสดงความไม่รับผิดชอบ จึงขัดกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
      4.พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่าโครงการ อุทยานราชภักดิ์ เป็นโครงการที่มีความสำคัญยิ่งต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้น และเกี่ยวพันถึงบุคคลในระดับสูงของรัฐบาล ชอบที่รัฐบาลจะต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏ และเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ รวมทั้งแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน โดยเฉพาะการที่รัฐบาลนี้เข้าสู่อำนาจด้วยการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ โดยมีข้ออ้างหนึ่งคือ "เพื่อการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง" ปรากฏตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 1/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค.2557 ยิ่งต้องแสดงให้ประชาชนเห็นถึงมาตรฐานทางจริย ธรรมที่ดีกว่า หรืออย่างน้อยเท่ากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิรูปการเมืองที่ทุกฝ่าย รวมถึงรัฐบาลนี้เรียกร้องให้เกิดขึ้น
    "ดังนั้น นายกฯ ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลแสดงความไม่รับผิดชอบ นอกจากจะขัดกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ยังขัดกับแนวทางปฏิรูปการเมือง รวมถึงนโยบายการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ อันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลเองอีกด้วย พรรคเพื่อไทยจึงเรียกร้องมายังนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และประธานกรรมการในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเปิดเผย โปร่งใส และประกาศให้สาธารณชนทราบโดยด่วน" แถลงการณ์พรรคเพื่อไทยระบุ
       ส่วนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ส่งหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่องขอให้ตรวจสอบรายรับรายจ่ายของกองทุนสวัสดิการกองทัพบกบัญชีกระแสรายวันหมายเลขบัญชี 077-1-07474-7 ธนาคารทหารไทย สาขา บก.ทบ. เกี่ยวกับการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ว่าปฏิบัติเป็นตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ.2526 หรือไม่
       นายเรืองไกรกล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ควรขยายผลการตรวจสอบในเชิงลึก โดยเฉพาะค่านายหน้า หรือค่าหัวคิวที่อ้างนั้น ผู้จ่ายเงินลงบัญชีไว้อย่างไร หักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ หรือใช้บิลอื่นมาหักเป็นรายจ่ายหรือไม่ บิลที่นำมาหักเป็ยรายจ่าย หรือต้นทุนใช้ได้ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนดหรือไม่ และใครคือผู้รับเงินค่านายหน้า หรือค่าหัวคิวต่อจากเซียนพระ ผู้รับเงินต่อจากเซียนพระเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่
       ที่หน้ากระทรวงกลาโหม ขบวนประชา ธิปไตยใหม่ นำโดย น.ส.ชกนันท์ รวมทรัพย์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายรังสิมันต์ โรม น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว และนายฉัตรมงคล วัลลีย์ เข้ายื่นหนังสือผ่านไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ เรื่องขอให้กองทัพปฏิรูปคอร์รัปชั่น โดยมี พ.อ.วิสุทธิ์ เดชสกุล รองหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม รับเรื่อง หลังจากนั้นปราศรัยเกี่ยวกับกรณีทุจริตอุทยานราชภักดิ์ และแจกแถลงการณ์
      นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้กองทัพบกตกเป็นจำเลยสังคม และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างอุทยานราชภักดิ์ การตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เท่ากับว่าคนที่ตกเป็นจำเลยของสังคมเป็นคนตรวจสอบตัวเอง เห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบ และเชื่อว่าคณะกรรมการจะไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันว่าสิ่งที่ควรจะเป็น คือต้องตั้งองค์กรภายนอกมาเป็นผู้ตรวจสอบ จึงจะตอบคำถามประชาชนได้อย่างเเท้จริง
     ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการออกหมายจับเพิ่มเติมคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงว่า หากออกหมายจับเพิ่มเติมจะทราบเอง ขณะนี้สำนวนเสร็จสมบูรณ์แล้ว 1 สำนวน อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนการติดตามจับกุม พ.อ.คชาชาต นั้น จัดชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการประสานขอเข้ามอบตัวกับทางการไทยนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน
      ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกตำรวจ กล่าวว่าขณะนี้ตำรวจสันติบาลตรวจสอบเอกสารลับ ที่อ้างว่าเกี่ยวกับโครงการอุทยานราชภักดิ์ ตามที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ และพาดพิงหลายบุคคลทั้งในรัฐบาลและกองทัพบก ว่ามีต้นตอมาจากไหน และใครเผยแพร่ ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ไปตรวจเยี่ยม สภ.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น เนื่องจากเป็นโรงพักที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีน้ำและไฟฟ้าใช้ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงเดินทางไปดูด้วยตนเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไปรับตัว พ.อ.คชาชาต

 

สรุปแล้ว-สอบราชภักดิ์ ส่ง'บิ๊กหมู' แถลงเองวันนี้-ปมหัวคิว พท.ขย่มจี้รบ.รับผิดชอบ โชว์ข้อมูลครม.ไฟเขียว'ตร.-ทหาร'ปัดรวบ'โจ้' ปปช.ชี้ยังไม่พบทุจริต

     'บิ๊กหมู'แถลงผลสอบ'อุทยานราชภักดิ์'วันนี้'พท.'ขย่มซ้ำ รบ.ต้องรับผิดชอบ ชี้'บิ๊กป้อม'เซ็นโครงการเข้า ครม.เห็นชอบ จี้หาตัวคนผิดมาลงโทษ

@ "บิ๊กหมู"แถลงเองผลสอบราชภักดิ์

       เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวก่อนเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองทัพภาคที่ 2 ว่า วันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. จะแถลงข่าวเกี่ยวกับผลสอบการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่กองทัพบก ภายหลังได้รับรายงานผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนด้วยวาจาจาก พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก (ปธ.คปษ.ทบ.) ในฐานะประธานการตรวจสอบ พร้อมทั้งปฏิเสธสอบคำถามถึงกระแสข่าวจับกุม พ.อ.คชาชาต บุญดี อดีตนายทหารเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

       ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กองทัพบกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มี พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เป็นประธานคณะกรรมการ มีประเด็นตรวจสอบนับตั้งแต่กระบวนการจัดสร้าง การคัดเลือกโรงหล่อที่มีการพาดพิงการเรียกหัวคิว เงินบริจาค การปรับภูมิทัศน์ การจัดงานไบค์ ฟอร์ ราชภักดิ์ แอนด์ คอนเสิร์ต เรื่องจำหน่ายโต๊ะจีนราคาสูง กำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับแต่วันตั้งคณะกรรมการฯสอบ วันที่ 13 พฤศจิกายน หรือภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน ซึ่งมีการส่งผลสอบถึงมือ ผบ.ทบ.ภายในกำหนดเส้นตายวันที่ 20 พฤศจิกายน ตามที่ระบุไว้

       ส่วน พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกระแสข่าวการจับกุมตัว พ.อ.คชาชาตว่า ขณะนี้ยังไม่มีการจับกุม พ.อ.คชาชาตตามที่มีกระแสข่าว เพราะทางประเทศพม่าไม่ได้แจ้งความคืบหน้าให้รับทราบ แต่เบื้องต้นได้ประสานไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นของไทยกับพม่าทั้ง 6 ช่องทาง เพื่อให้เร่งดำเนินการตามจับกุม พ.อ.คชาชาตต่อไป 

@ "บิ๊กป๊อก"ลั่นว่าไปตามเนื้อผ้า

      พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาชี้แจงและรับผิดชอบกรณีทุจริตอุทยานราชภักดิ์ว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกองทัพบกกำลังหาข้อเท็จจริง ส่วนตัวเห็นว่าสังคมควรรอคำตอบจากตรงนั้น เพราะโครงการดังกล่าวเป็นเรื่องดีและเป็นความร่วมมือของประชาชนที่ช่วยกันบริจาค ดังนั้นก็ขอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการก่อน หากผลออกมาเป็นอย่างไรก็ให้ว่าไปตามนั้นน่าจะดีกว่า คงไม่สามารถไปบอกได้เพราะไม่มีกลไกที่จะไปตรวจสอบเรื่องตรงนี้ แต่ถ้าจะลือกันไป มันคงไม่จบ ลือไปก็ได้แต่เรื่องข่าวลือ ทั้งนี้กองทัพบกควรจะหาข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรและชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เป็นหนทางที่ดีที่สุด เพราะเป็นเรื่องสำคัญของคนทั้งชาติที่ศรัทธาและเคารพสถาบัน อีกทั้งเป็นโครงการที่ดี ทุกอย่างให้ว่าไปตามเนื้อผ้า 

      "หากผลการตรวจสอบที่ออกมาปรากฏชื่อบุคคลใดหรือหน่วยงานใดเข้าไปเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งหากมีบุคคลในรัฐบาลเกี่ยวข้อง รัฐบาลต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามหากพูดไปในขณะที่ผลสอบยังไม่ออกมาก็จะกลายเป็นเรื่องของการเมือง" พล.อ. อนุพงษ์กล่าว

@ "บิ๊กตู่"ฮึ่มพาดพิงใครต้องฟัน 

       พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เชื่อมั่นว่าจะได้ผลการสอบสวนกรณีการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ตามกำหนดเวลาที่กองทัพบกระบุไว้ ทั้งนี้ นายกฯยังได้กำชับว่าไม่ว่าผลสอบจะออกมาเป็นเช่นไรทุกฝ่ายจะต้องยอมรับ และแสดงความรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่และการกระทำที่เกิดขึ้น

      "นายกฯเน้นย้ำว่า เมื่อมีผลการสอบสวนออกมา หากมีการพาดพิงถึงบุคคลหรือฝ่ายใด ผู้ถูกพาดพิงก็ต้องรับผิดชอบตามกระบวนการทางกฎหมายหรือทางวินัยต่อไป ในส่วนของรัฐบาลเองซึ่งแม้ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการโครงการโดยตรง ก็ต้องรับผิดชอบอำนวยการให้การสอบสวนติดตามข้อมูลเป็นไปโดยโปร่งใส เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ต่อประชาชนและประเทศที่จะต้องสร้างบรรทัดฐานในการปราบปรามการทุจริตเช่นกัน" พล.ต.สรรเสริญกล่าว

@ พท.ชี้"รบ."ปฏิเสธรับผิดชอบ

      ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกแถลงการณ์กรณีการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ รวมถึงการแสดงความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาในระดับต่างๆ แต่ปรากฏว่าบุคคลในระดับสูงของรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบกลับหลีกเลี่ยงและปฏิเสธความรับผิดชอบ พรรค พท.ขอแถลงในประเด็นดังกล่าวเพื่อความรับรู้ร่วมกันของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ดังนี้ 1.คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงกลาโหมให้กองทัพบกเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ สำหรับเงินงบประมาณให้ประสานความร่วมมือและเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมบริจาค หากกระทรวงกลาโหมมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนการจัดสร้างจากเงินงบประมาณด้วย ให้ดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป ปรากฏตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กห 0207/761 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2558 และหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร 0505/19102 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2558 ดังนั้นโครงการอุทยานราชภักดิ์จึงอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลมาแต่ต้นภายใต้ความเห็นชอบของ ครม. เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2558 นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังได้ร่วมในพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ ดังนั้นการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ลงนามนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. อ้างว่าโครงการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล จึงฟังไม่ขึ้น เป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยแท้

@ จี้หาผู้กระทำผิดมารับโทษ

     แถลงการณ์ระบุอีกว่า 2.กองทัพบกเจ้าของโครงการเป็นหน่วยงานของรัฐ ดำเนินการก่อสร้างบนที่ดินของกองทัพบกอันเป็นทรัพย์สินของทางราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการของกองทัพบก กินเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชน ใช้สถานที่และทรัพย์สินของทางราชการในการดำเนินโครงการ การรับบริจาคดำเนินการในนามกองกิจการพลเรือนทหารบก ใช้ชื่อบัญชีที่รับบริจาคว่า "กองทุนสวัสดิการกองทัพบก" ผู้บริจาคสามารถนำใบเสร็จไปขอหักลดหย่อนภาษีอันเป็นรายได้ของแผ่นดิน สำหรับเงินบริจาคดังกล่าวตามข้อ 5 (4) วรรคสอง ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ.2526 ให้ถือว่าเป็นการรับบริจาคในนามของทางราชการ เงินบริจาคดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินของทางราชการ เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นอันเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายอาญา จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเร่งรัดหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ หาใช่เป็นเรื่องของกองทัพบก ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญาตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพยายามชี้แจงเพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบแต่อย่างใดไม่

@ ย้ำต้องแสดงความรับผิดชอบ

      3.การที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีต ผบ.ทบ.ผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งดำรงตำแหน่งในระดับสูงของรัฐบาลและ คสช. ออกมายอมรับว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากการดำเนินโครงการจริงแต่ได้นำเงินดังกล่าวไปบริจาคแล้ว เท่ากับเป็นการยอมรับว่ามีการกระทำความผิดต่อกฎหมายอาญาเกิดขึ้นในขณะที่ตนเองดำรงตำแหน่งสำคัญ ประกอบด้วย ผบ.ทบ. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เลขาธิการ คสช. และเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ การทุจริตที่เกิดขึ้นจึงเป็นความรับผิดชอบที่ตัวผู้รับผิดชอบโครงการและผู้บังคับบัญชาในระดับที่เหนือขึ้นไป ประกอบด้วย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกฯ และประธาน คสช. เป็นข้าราชการการเมืองจะต้องแสดงความรับผิดชอบอันเป็นไปตาม ข้อ 10 และข้อ 29 ของระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ดังนั้น การที่นายกฯเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้แสดงความไม่รับผิดชอบจึงขัดกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

@ ชี้ผิดจริยธรรม-ขัดแนวทางปฏิรูป

       4.พรรค พท.ขอเรียนว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์เป็นโครงการที่มีความสำคัญยิ่งต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นและเกี่ยวพันถึงบุคคลในระดับสูงของรัฐบาล ชอบที่รัฐบาลจะต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏและเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ รวมทั้งแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน โดยเฉพาะการที่รัฐบาลนี้เข้าสู่อำนาจด้วยการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศโดยมีข้ออ้างหนึ่งคือ เพื่อการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง ปรากฏตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 1/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ยิ่งต้องแสดงให้ประชาชนเห็นถึงมาตรฐานทางจริยธรรมที่ดีกว่าหรืออย่างน้อยเท่ากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิรูปการเมืองที่ทุกฝ่ายรวมถึงรัฐบาลนี้เรียกร้องให้เกิดขึ้น ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลแสดงความไม่รับผิดชอบนอกจากจะขัดกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ยังขัดกับแนวทางปฏิรูปการเมืองรวมถึงนโยบายการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ อันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลเองอีกด้วย พรรค พท.จึงเรียกร้องมายังนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและประธานกรรมการในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเปิดเผย โปร่งใส และประกาศให้สาธารณชนทราบโดยด่วน

@ ยื่นผู้ตรวจเงินฯสอบบัญชีทบ.

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่องขอให้ตรวจสอบรายรับรายจ่ายของกองทุนสวัสดิการกองทัพบกบัญชีกระแสรายวันหมายเลขบัญชี 077-1-07474-7 ธนาคารทหารไทย สาขา บก.ทบ. เกี่ยวกับการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า มีการปฏิบัติให้เป็นตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ.2526 หรือไม่

@ รองโฆษกตร.ปัดจับ"คชาชาต"

      ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกระแสข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าไปที่ฐานที่มั่นของชนกลุ่มน้อยประเทศพม่าเพื่อรับตัว พ.อ.คชาชาต บุญดี ผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งหลบหนีไปก่อนหน้านี้กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ผบ.ตร.เดินทางไปปฏิบัติราชการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจตำรวจที่ สภ.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากเป็นโรงพักที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และต้องได้รับการดูแลแก้ไข หลังเสร็จภารกิจได้เดินทางกลับตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ในส่วนของ พ.อ.คชาชาตนั้นขณะนี้ยังไม่มีการควบคุมตัวตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด แต่ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม 

      รองโฆษก ตร.ยังกล่าวถึงกรณีมีเอกสารอ้างเป็นเอกสารลับรายงานผลการสอบสวนกรณีอุทยานราชภักดิ์ เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียว่า ตำรวจสันติบาลมีหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารลับเกี่ยวกับโครงการอุทยานราชภักดิ์ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ และมีการพาดพิงหลายบุคคลทั้งในรัฐบาลและกองทัพบกว่ามีต้นตอที่มาจากใคร และใครเป็นผู้เผยแพร่ ส่วนจะทำเป็นขบวนการเพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ต้องรอตรวจสอบก่อน ยืนยันว่าหากมีความผิด มีขั้นตอนตามกฎหมายดำเนินการอยู่แล้ว โดยส่วนตัวเห็นเอกสารพร้อมสื่อมวลชน

@ "ศรีวราห์"เผย5หมายจับ 12 สำนวน

      ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าการออกหมายจับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน จะเป็นทหาร ตำรวจ หรือพลเรือนยังอยู่ในสำนวน หากออกหมายจับเพิ่มเติมจะทราบเอง ทั้งนี้ สำนวนที่สมบูรณ์เสร็จไปแล้ว 1 สำนวน ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยได้ส่งสำนวนไปตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน หากสั่งการอะไรมาก็จะทำตามคำสั่ง 

     พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า สำนวนที่อยู่ในความรับผิดชอบขณะนี้มี 13 สำนวน อีก 3 สำนวนอยู่ระหว่างรอกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) รวบรวมพยานหลักฐานส่งสำนวนมาให้ โดย 1 สำนวนที่มีความสมบูรณ์ได้ส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่ได้รับสำนวนล่าสุดมา 12 สำนวน ได้ออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 5 หมายจับ ใน 5 สำนวน เป็นเลขคดี 103-107/2558 โดยได้ออกหมายจับมาประมาณ 3-4 วันแล้ว เป็นพลเรือนที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ และได้กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันคือได้กระทำผิดซ้ำในข้อหาเกี่ยวกับมาตรา 112 การออกหมายจับบุคคลเพิ่มเติมนั้นจะดูว่าหากมีพยานหลักฐานพาดพิงยืนยันชัดเจน จะออกหมายจับและดำเนินการไปตามอำนาจและหน้าที่ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นบุคคลใดเพราะทุกอย่างยังอยู่ในสำนวน 

      "แต่ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หรือว่าสอบสวนเพิ่มเติมแล้วพบว่ามีส่วนร่วมหรือมีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทั้งนี้ใน 12 สำนวนคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนการร้องทุกข์ใหม่ยังไม่ทราบแต่อย่างใด นอกจากนี้การสอบสวนคดีทุจริตอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ระหว่างการสอบสวนของกองทัพบก และยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษแต่อย่างใด" พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าว

@ ป.ป.ช.ไม่พบจนท.รัฐทุจริต

     นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันนี้ได้มีการหยิบยกประเด็นปัญหาความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายเงินก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ขึ้นมาหารือ โดยจากการพิจารณาสอบถามข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช. รับฟังแล้วเห็นว่ากรณีนี้ยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการทุจริตหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างไร และไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่รัฐผู้ใดกระทำความผิด จึงได้มีมติมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช. โดยเลขาธิการ ป.ป.ช.รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพบก (ทบ.) จากนั้นให้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.อีกครั้ง อย่างไรก็ดี หากบุคคลใดมีข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมจะนำส่งให้ ป.ป.ช.ก็ยินดีรับ

@ ปชต.ใหม่แนะคนนอกสอบกองทัพ

      ที่หน้ากระทรวงกลาโหม ตัวแทนกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) นำโดย น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายรังสิมันต์ โรม น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว และนายฉัตรมงคล วัลลีย์ เดินทางมาพร้อมโทรโข่งขยายเสียงแบบถือ เพื่อยื่นหนังสือผ่านไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ เรื่องขอให้กองทัพปฏิรูปเรื่องคอร์รัปชั่น โดยตัวแทนกลุ่มได้ยื่นหนังสือผ่านทาง พ.อ.วิสุทธิ์ เดชสกุล รองหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม หลังจากนั้นได้ปราศรัยในประเด็นการทุจริตโดยยกกรณีอุทยานราชภักดิ์เป็นประเด็นหนึ่งของการทุจริต โดยยื่นข้อเสนอให้ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นในกองทัพ ในฐานะที่กระทรวงกลาโหมเป็นต้นสังกัด ต่อมาแจกเอกสารแสดงเชิงสัญลักษณ์ให้กับสื่อมวลชน พร้อมอ่านแถลงการณ์กล่าวอ้างถึงการแสดงการจัดงานอาวุธที่อิมแพค เมืองทองธานี ยกชนิดอาวุธ เช่น เรือเหาะ จีที 200 มาอธิบายล้อเลียน พร้อมอ้างว่าโครงการทั้งหมดนี้ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเท่าเทียมกัน

     นายรังสิมันต์ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ของกองทัพบกว่า ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวคณะกรรมการที่ทางกองทัพบกได้ตั้งขึ้น เพราะตอนนี้กองทัพบกตกเป็นจำเลยและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างอุทยานราชภักดิ์ และการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ก็เท่ากับว่าคนที่ตกเป็นจำเลยของสังคมเป็นคนตรวจสอบตัวเอง เห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบ และเชื่อว่าคณะกรรมการดังกล่าวจะไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ควรจะเป็นคือต้องตั้งองค์กรภายนอกมาเป็นผู้ตรวจสอบ จึงจะตอบคำถามประชาชนได้อย่างเเท้จริง

Gพล.ต.อ.จกรทพย ตร.ถอย ชี้'อ๊อด'แค่นักเลง'ม่ยันโยงนปช.-การเมือง ปัดเป็นตัวการระเบิดด้วย สอบแม่ก็ไม่รู้ลูกมีบัตรมั้ย

         ตร.ถอยกรูด ชี้ 'อ๊อดลี้ลับ' คล้ายนักเลงมาก กว่าอาชญากรก่อเหตุระเบิด ไม่ยืนยันโยง กลุ่มนปช.-การเมืองด้วย โฆษกตร.เผยมีหลักฐานร่วมจัดหาอุปกรณ์ แต่ไม่ใช่ตัวการใหญ่ แฉภูมิหลังอ๊อดพบทำทุกอย่างที่มีคนจ้าง-เหตุต้องการเงิน อาจไม่ได้มีความคิดทางการเมือง สอบแล้วแม่อ๊อดยันไม่รู้เลขบัตรประชาชน ตร.ไปถึงบ้านพักคนชราบางละมุง ชลบุรี ด้าน "บิ๊กแป๊ะ" แฉมี 20 คนหนีไปต่างประเทศ ประสานตร.สากลช่วยล่าตัว รวมถึงอีก 15 คนที่มีหมายจับแล้วยังหลบหนี เผยอ๊อดมีจิ๊กซอว์ต่อไปถึง เชื่อยังไม่ไปไหนไกล-มั่นใจได้ตัวแน่ ส่ง 4 ทีมที่เคยจับตัวออกควานหา เตรียมมอบให้รองผบ.ตร.-ผู้ช่วยผบ.ตร.รับดูคดีแทน ด้านศรีวราห์ชี้ไม่เคยพูดบึ้มโยงการเมือง เผยมีข้อมูลอ๊อด ทั้งภาพถ่าย ตำหนิรูปพรรณพิเศษ สถานที่เที่ยวเตร่ ลักษณะพิเศษ ยันมีพยานเห็นอ๊อดโผล่นย่านมีนบุรี ตร.ชงเรื่องถอนพาสปอร์ตวรรณา

วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9074 ข่าวสดรายวัน

      จากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีชายเสื้อเหลืองเป็นผู้นำมาวาง จากนั้นอีกวันเกิดเหตุระเบิดซ้ำบริเวณท่าเรือสาทร พบมีชายเสื้อฟ้าลอบนำมาทิ้งไว้ ก่อนตำรวจบุกจับกุมนาย อะเด็ม คาราดัก และนายมีไรลี ยูซุฟู โดยตอนแรกนายอะเด็มปฏิเสธไม่ใช่ชายเสื้อเหลือง แต่ต่อมาจู่ๆ ได้สารภาพเป็นผู้นำระเบิดไปวางบริเวณแยกราชประสงค์ และมีนายยูซุฟูเป็นคนกดระเบิด จากนั้นตำรวจแถลงสรุปคดีระเบิดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองที่ร่วมมือกับขบวนการขนชาวอุยกูร์ พร้อมเปิดชื่อนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว เป็นการ์ดคนเสื้อแดงและมีส่วนร่วมทำระเบิด ระบุเป็นคนลึกลับไม่มีเลขบัตรประชาชน แต่เคยถูกจับกุมมาแล้ว 9 ครั้ง ทั้งคดีดมกาว พกมีดและเสพยาบ้า โดยมีการตั้งฉายาว่า "อ๊อดลี้ลับ" หรือ "อ๊อดลึกลับ" ก่อนได้ข้อมูลว่าแม่ของนายอ๊อดอยู่ที่บ้านพักคนชราบางละมุง จ.ชลบุรี ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น

บิ๊กแป๊ะแฉ 20 คนหนีไปตปท.

      สำหรับ ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่งรับตำแหน่งเป็นวันแรก เดินทางมายังสำนักงาน ซึ่งย้ายจากชั้น 5 อาคาร 1 ไปยังชั้น 4 อาคาร 1 ซึ่งเป็นสำนัก งานเดิมของพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผบ.ตร. จากนั้นร่วมรับประทานอาหารเช้ากับรองผบ.ตร.ถึงผู้ช่วยผบ.ตร. ที่ชั้น 21 สกายเลานจ์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนเป็นประธานประชุมมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบงานระดับตร.แก่รองผบ.ตร. ถึงผู้ช่วยผบ.ตร. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)

       จากนั้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึงการติดตามตัวนายอ๊อด พยุงวงศ์ หลังพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำชับให้จับกุมตัวให้ได้ว่า พล.อ.ประวิตรเป็นห่วงเรื่องนี้ แม้ไม่กำชับตำรวจก็เร่งรัดตามจับกุมอยู่แล้ว ยิ่งกำชับยิ่งต้องตามจับให้ได้ ที่ผ่านมาก็กำชับไปตลอดว่าให้ตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือให้ได้ ที่ออกหมายจับไปแล้ว 15 คน และขณะนี้กำลังพิสูจน์ทราบต่อจิ๊กซอว์เครือข่ายผู้ต้องหา ซึ่งมีเกือบ 20 คนในกลุ่มที่หนีไปต่างประเทศ ก็ประสานจับกุมโดยใช้ช่องทางของอินเตอร์โพล ยืนยันไม่นิ่งนอนใจ อยู่แล้ว

     ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า สำหรับคนชื่ออ๊อด คนนี้เป็นไฮไลต์เมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา แต่จากการสืบสวนพบข้อมูลตั้งแต่แรก จิ๊กซอว์ต่อไปถึง ขอเวลาระยะหนึ่งในการติดตามจับกุม เชื่อว่ายังไม่ไปไหนไกล คดีนี้เราพยายามต่อจิ๊กซอว์ไปทีละตัว หากไม่เกี่ยวข้อง พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร. ด้านความมั่นคง ไม่สามารถขออนุมัติหมายจับได้

มั่นใจได้ตัว 'อ๊อดลี้ลับ'แน่

      เมื่อถามว่า หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าพยายามเบี่ยงประเด็นไปที่กลุ่มการเมืองว่าร่วมก่อเหตุหรือไม่ จึงมีตัวละครนายอ๊อดโผล่มาในตอนนี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า เราดำเนินการไปตามหลักฐานทั้งสิ้น เกี่ยวข้องตรงไหน อย่างไร ส่วนตัวนายอ๊อดจะโยงไปถึงปมการเมืองได้อย่างไรนั้น ต้องคุยกับพล.ต.ท.ศรีวราห์อีกครั้ง ตนยอมรับว่ายังไม่ทราบความคืบหน้าการสอบสวนในส่วนนี้ แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้ตัวนายอ๊อด โดยทำเต็มที่ พยายามติดตามจับกุมให้ได้ ชุดสืบสวนจับกุมชุดนี้สุดยอดอยู่แล้ว โดยให้ชุดที่เคยจับกุมนายอ๊อดในคดีก่อนหน้านี้ติดตามตัว แต่ยอมรับว่ามีเบาะแสของผู้ต้องหารายนี้เข้ามาที่ตนบ้าง ซึ่งช่วยกันทำงานอยู่แล้ว เชื่อว่าชุดสืบสวนตามไปที่จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นบ้านของนายอ๊อดแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าพบมารดาของนายอ๊อดอยู่ที่จ.ชลบุรีนั้น ยังไม่ทราบ ทั้งนี้จะเรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดอีกครั้งในเร็วๆ นี้ โดยกำลังพิจารณาอยู่ว่ากำลังจะมอบรองผบ.ตร. หรือผู้ช่วยผบ.ตร. คนใดคนหนึ่งมารับผิดชอบกำกับดูแลคดีนี้แทนตน

      พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึงการติดตามตัวนายซูแบร์ อับดุลลาร์ หรือชายเสื้อฟ้าที่นำระเบิดไปวางที่ท่าน้ำสาทรว่า ยังติดตามตัวอยู่ เชื่อว่านายซูแบร์เคลื่อนไหวกบดานบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งนี้ยังประสานไปยังประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ยังจำเป็นต้องพูดคุยขอข้อมูลในประเด็นที่มาเลเซียจับกุม ผู้ต้องหาขบวนการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์ โดยต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในไทยหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยง หากมีข้อมูลเกี่ยวพันก็ต้องดำเนินคดี โดยจะติดตามความคืบหน้าจากพล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร.ด้านความมั่นคง อีกครั้ง ย้ำว่าเรื่องนี้ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด ทำลายเครือข่ายนี้

สั่งเข้มสถานทูต-รับวันชาติจีน

       พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยเนื่องในวันชาติจีน หลังมีเหตุวินาศกรรมหลายจุดในประเทศจีนเมื่อค่ำที่ผ่านมาว่า สั่งการดูแลความปลอดภัยในทุกวันสำคัญ เช่น วันชาติของทุกประเทศอยู่แล้ว กรณีวันชาติจีนได้สั่งการทั่วประเทศ กำชับไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา กำชับให้ดูแลสถานที่ แหล่งรวมตัวของนักท่องเที่ยวจีน ที่ผ่านมาก็ทำเป็นปกติ อย่างไรก็ตามวันนี้จะหารือกับรองผบ.ตร.- ผู้ช่วยผบ.ตร.ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการยกระดับความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัย ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้ประสานไปยังบช.น. เพื่อขอกำลังสนับสนุนแล้ว

      ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนนี้มีข่าวมาตลอดว่าสถานทูตอาจตกเป็นเป้า ตั้งแต่มีการส่งชาว อุยกูร์ให้จีนต่อเนื่องเหตุระเบิดในกทม. ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนคุยกับสถานทูตตลอด ทางสถานทูตให้ข้อมูลมา เราก็ปรับแผน ส่งกำลังไปสนับสนุน เช่นเดียวกับทุกประเทศที่ร้องขอมายังตร. แต่ช่วงที่จำเป็นก็เพิ่มเติมกำลังไปตามระดับสถานการณ์ ทั้งนี้ช่วงนี้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบการข่าวเพื่อเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตามยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรง หรือกลุ่มต่อต้านรัฐบาลจีนในประเทศไทยแต่อย่างใด

ประวุฒิไม่ยืนยันอ๊อดโยงนปช.

      ขณะที่พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ที่ปรึกษา (สบ10) และโฆษกตร. กล่าวว่า บช.น.มีข้อมูลของนายอ๊อดออกมาคล้ายกับว่ามีลักษณะเป็นนักเลงมากกว่าเป็นอาชญากรที่ก่อเหตุระเบิด ส่วนตำรวจมีข้อมูลหลักฐานที่เชื่อมโยงนายอ๊อดเข้ากับเหตุระเบิดหรือไม่นั้น นายอ๊อดอาจเป็นผู้ร่วมกระทำผิด ซึ่งไม่ได้เป็นตัวการใหญ่ ทำหน้าที่เพียงจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ไม่ได้เป็นตัวการหรือคนสำคัญในขบวนการ เช่นเดียวกับกรณีที่นายอ๊อดเชื่อมโยงกับการเมืองนั้น ตนว่าไม่มีใครพยายามพูดให้เชื่อมโยงการเมือง เมื่อเจ้าหน้าที่ออกหมายจับ 17 คน ทุกคนก็ไปสนใจนายอ๊อด เพราะเป็นคนใหม่และเป็นคนไทย ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้อง แต่ความจริงแล้วได้ดำเนินการกับทุกคนตามหลักฐาน ผู้ต้องหาคนนี้จึงปรากฏขึ้นมา แต่จะเป็นประเด็นการเมืองหรือไม่ แล้วแต่จะไปสืบทราบอีกครั้ง

      พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนว่านายอ๊อดไปโยงใยทางการเมือง เพียงแต่นายอ๊อดเคยกระทำผิดเมื่อปี 2553 และปี 2557 ที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ซึ่งกลุ่มเมื่อปี 2553 และกลุ่มปี 2557 มีความเชื่อมโยงกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีประเด็นทางการเมืองหรือไม่ ส่วนกรณีที่กลุ่มนปช.ออกมาปฏิเสธว่านายอ๊อดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงนั้น ข้อมูลยังมีไม่ถึงขนาดยืนยันได้ ตอนนี้มีเพียงรูปถ่าย ซึ่งเราทราบอยู่แล้วว่าการดูแลความปลอดภัยอาจมี 2 กลุ่ม บางที่อาจไม่ได้มีความคิดทางการเมือง แต่อยากได้เงินเท่านั้น

      พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า บช.น.มีภาพขณะนายอ๊อดอยู่ในกลุ่มการเมือง แต่ยังไม่ได้นำออกมาเปิดเผย ตอนนี้การสืบสวนไม่ได้มุ่งไปที่นายอ๊อดเพียงคนเดียว เพียงแต่มีจุดสนใจ เพราะจู่ๆ ก็มีชื่อโผล่ขึ้นมา และไม่มีเลขบัตรประชาชน จึงกลายเป็นจุดสนใจ ซึ่งจริงๆ ก็เคยเจอคนไทยที่ไม่ได้แจ้งอะไรเลยก็มี โดยคงต้องนำมาเป็นตัวอย่างในการพิจารณาว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะมีวิธีการจัดการอย่างไร ซึ่งเตรียมหารือกับกรมการปกครองว่า หากจับกุมนายอ๊อดมาแล้วไม่มีเลข 13 หลักจะทำอย่างไรให้มี เพราะทั้ง 9 คดีของนายอ๊อดมีข้อมูลไม่ตรงกันบางส่วน ทั้งอายุ ชื่อพ่อแม่ นอกจากนี้เมื่อดูจากภูมิหลังการก่อคดี พบว่านายอ๊อดทำได้ทุกอย่างเมื่อมีคนว่าจ้าง เพราะต้องการได้เงิน โดยคาดว่าอาจออกหมายจับเพิ่มเติมและกำลังขยายผลอยู่ หากไปแตะใครเพิ่มก็จะส่งผลไปถึงการออกหมายจับ แต่คงไม่ถึงระดับสั่งการ ซึ่งระดับสั่งการเราก็ดูแทบหมดแล้ว

ศรีวราห์ชี้ไม่เคยพูดบึ้มโยงการเมือง

      ด้านพล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ได้จัดชุดติดตามนายอ๊อดขึ้นมา 4 ชุด ตั้งแต่ศาลอนุมัติหมายจับ เพื่อติดตามผู้ต้องหารายนี้ให้ได้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ เพราะผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีหลายครั้ง ส่วนปมการก่อเหตุระเบิดจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เนื่องจากส่วนตัวไม่เคยพูด แต่จากพยานหลักฐานที่มียืนยันได้ว่า นายอ๊อดเป็นผู้เกี่ยวข้องในคดีระเบิดอย่างแน่นอน และนอกจากนายอ๊อด ตำรวจก็จะติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีในคดีนี้อย่างต่อเนื่อง

      ส่วนกรณีที่นายชูชาติ กันภัย ทนายความระบุนายอะเด็มรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ไม่มีผลต่อพยานหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่ ส่วนจะได้รับมอบหมายให้ทำคดีระเบิดต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา

      เมื่อถามว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ มอบให้ดูแลรับผิดชอบงานความมั่นคงและคดีระเบิดราชประสงค์หรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ท่านพูดด้วยวาจาให้ดูแล แต่ยังไม่เป็นหนังสือ การสอบสวนเป็นเรื่องตามป.วิอาญา ต้องมีลายลักษณ์อักษร

       เมื่อถามว่าถ้าได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีต่อจะทำให้คดีมีความคืบหน้าและต่อเนื่อง พล.ต.ท.ศรีวราห์ตอบว่า ตนก็ทำตามหน้าที่ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผิดก็ว่าตามผิดเป็นไปตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

สอบแม่อ๊อดก็ไม่รู้เลขบัตร

      พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากพ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ตลาดพลูแล้ว ที่ได้ไปสอบถามมารดาของนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว ยืนยันว่าไม่รู้หมายเลขประจำตัว 13 หลัก

     เมื่อถามว่าพบหลักฐานอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ยืนยันว่าปกติเท่าที่มีอยู่ก็สามารถติดตามตัวได้อยู่แล้ว เลขบัตรประชาชน 13 หลักไม่มีความจำเป็น เพราะภาพถ่ายมีอยู่แล้ว ตำหนิรูปพรรณพิเศษ สถานที่เที่ยวเตร่ ลักษณะพิเศษ สั่งการจัดกำลังแบ่งออกเป็น 4 ชุด เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาดังกล่าวอยู่แล้ว

      เมื่อถามถึงกรณีที่นปช.ตอบโต้ว่านายอ๊อดไม่เคยมีชื่ออยู่ในการ์ดนปช.นั้น พล.ต.ท. ศรีวราห์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นสาระสำคัญแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีคดีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ยังไม่มี ส่วนเบาะแสที่ได้นั้น ได้ตรวจสอบย้อนหลังเหตุการณ์ไป 10 ปีก่อน ยืนยันว่ามีการติดตามตัว เพื่อจับกุมอย่างต่อเนื่อง เมื่อเป็นผู้ต้องหาก็ต้องดำเนินการติดตามตัวอยู่แล้ว ครั้งสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนั้นประมาณ 5-6 ปีก่อน

ยันพยานเห็นอ๊อดโผล่มีนบุรี

      เมื่อถามว่าเหตุระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร พบเห็นนายอ๊อดไปบริเวณแถวมีนบุรี พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า มีพยานพบเห็นนายอ๊อดบริเวณย่านมีนบุรีจริง ก่อนระเบิดมีพยานยืนยันไม่เช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติออกหมายจับ

       เมื่อถามว่าคดีที่ผ่านมาของนายอ๊อดเป็นเพียงคดีเล็กน้อยเท่านั้นจะมีปัญหาต่อคดีระเบิดหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะคนที่ไม่เคยมีประวัติก็ถูกจับฐานฆ่าคนตายหรือก่อเหตุคดีอีกมากมายได้

    เมื่อถามว่ามีเบาะแสการเข้าออกประเทศหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เบื้องต้นสั่งการให้ตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวแล้ว ส่วนการประสานทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนั้น ได้ตรวจเช็กอยู่แล้ว ภายหลังจากที่ส่งข้อมูลของผู้ต้องหาไปให้ แต่สั่งการให้ส่งข้อมูลฝ่ายข่าวกรองและหน่วยอื่นๆ ให้ช่วยกันติดตามตัว

ชงเรื่องถอนพาสปอร์ตวรรณา

      วันเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ที่ปรึกษา (สบ10) ทำหนังสือที่ตร.0002.3/กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงผอ.กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องขอยกเลิกหนังสือเดินทางของน.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเราะห์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลทหารกรุงเทพ และศาลจังหวัดมีนบุรี โดยอ้างอิงหนังสือบช.น.ที่ 0015.(สง.น.1/455) ลงวันที่ 28 ก.ย.2558 สำเนาหมายจับของศาลทหารกรุงเทพ ที่ 84/2558 ลงวันที่ 25 ก.ย.2558 และสำเนาหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 799/2558 ลงวันที่ 30 ส.ค.2558 โดยมีรายละเอียดดังนี้

       ด้วยศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับที่ 84/2558 ลงวันที่ 25 ก.ย.2558 ให้จับน.ส.วรรณา ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย, และทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธ (วัตถุระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และศาลจังหวัดมีนบุรีได้ออกหมายจับที่ 799/2558 ลงวันที่ 30 ส.ค.2558 ในข้อหาร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจากการสืบสวนทราบว่าน.ส. วรรณา ได้หลบหนีไปยังสาธารณรัฐตุรกี และบช.น. ตร. มีความต้องการนำตัวบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

       ตร.จึงเรียนมาเพื่อขอได้โปรดพิจารณายกเลิกหนังสือเดินทางที่ได้ออกให้แก่น.ส. วรรณา และขอข้อมูลการขอมีหนังสือเดิน ทางของบุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งสำเนาหลักฐานการยื่นคำขอมีหนังสือเดินทางที่เกี่ยวข้อง ผลเป็นประการใดกรุณาแจ้งให้ตร.ทราบ

 

1อทยานราชภกด

มีมูลจริง กินหัวคิวราชภักดิ์ กก.สอบชี้แม้บริจาคคืน แต่ถือว่ากระทำผิดแล้ว สรุปเบื้องต้นส่ง'บิ๊กหมู'พท.บี้-รบ.ต้องรับผิดชอบ
      กก.สอบหัวคิว 'อุทยาน ราชภักดิ์' สรุปเบื้องต้น มีมูล เรียกรับผลประ โยชน์จริง แม้ภายหลังจะคืนเงินแต่ถือว่าได้กระทำความผิดแล้ว เตรียมรายงาน 'บิ๊กหมู'20 พ.ย.นี้ ขณะที่การตรวจสอบทั้งหมดอาจไม่ทันภายใน 7 วัน ขณะที่ 'บิ๊กตู่'ถามกลับ รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยอะไร ชี้ก็เหมือนกับทุกหน่วยที่ทำงานแล้วทุจริต สอบทั้งวินัย-อาญา ยัน'บิ๊กโด่ง'พร้อมให้ตรวจสอบ ส่วน 'บิ๊กป้อม'ระบุไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่ผิดกฎหมายทั่วไป ด้าน 'เพื่อไทย' ย้ำรัฐบาลปัดรับผิดชอบไม่ได้ เป็นโครงการที่อนุมัติโดย'ครม.'ที่ดินก่อสร้างก็ของราชการ แม้ใช้เงินบริจาค แต่ก็ทำในนามกองทัพบก จี้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9121 ข่าวสดรายวัน

'ตู่'ไม่รู้ยอดเงินทุจริต'ราชภักดิ์'
     เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการอุทยาน ราชภักดิ์ว่า กำลังสอบกันอยู่ สื่ออย่าให้กลายเป็นประเด็นการเมือง เรื่องนี้ก็เหมือนกับทุกหน่วยงานที่ทำงานแล้วทุจริต ก็ไปสอบสวนกันมาทั้งวินัยและอาญา เหมือนกันทุกคน หน่วยงานที่รับผิดชอบก็รับไปปฏิบัติ เว้นแต่คนที่นำไปเป็นประเด็นการเมืองนั้น ยอมรับกฎหมายหรือเปล่า
    ผู้สื่อข่าวถามว่ายอดเงินที่ทุจริตเท่าไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าไม่ทราบ ไม่รู้ยอดเงิน จะไปรู้ได้อย่างไร เขาไม่ได้บริจาคให้ตน โครงการนี้ตั้งขึ้นมาแล้วรับบริจาค ก็เหมือนการรับบริจาคทั่วไปในทุกโครงการ เพียงแต่โครงการนี้ใช้งบประมาณสูงพอสมควรถ้าสอบมาได้ว่าเงินเข้ามาจำนวนเท่านี้ ใช้ไป เท่านี้ มีความชัดเจนก็ว่าไป ตรงไหนที่รั่วไหล เช่น ประเด็นของเซียนพระก็ไปสอบมา

ยัน'บิ๊กโด่ง'พร้อมให้ตรวจสอบ
     ต่อข้อถามว่าได้พูดคุยกับพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ. บ้างหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าทำไมต้องคุย เป็นนายกฯ ก็ต้องคุยกับรมว.กลาโหม เพราะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ เขาก็คุยกันแล้ว เมื่อถามว่าผลสอบการทุจริตออกมาหรือยัง นายกฯ กล่าวว่ายังไม่ออกมาเลย เขาบอกว่า 7 วัน สื่อก็ต้องรอฟังว่าทำทันหรือเปล่า
     "ส่วนที่ผมได้คุยกับรมว.กลาโหมนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม จะเป็นไปอะไรอย่างอื่นได้ ส่วนของพล.อ.อุดมเดช เขาชี้แจงไปแล้วว่าพร้อมรับการตรวจสอบ ไม่เห็นเป็นอะไร"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

รัฐบาลต้องรับผิดชอบอะไร
    ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่ารับผิดชอบอะไร รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยอะไร อย่างไร ทำไมรัฐบาลต้องรับผิดชอบ ถ้าพูดโยงแบบนี้ ก็จะโยงกลับไปที่เขาว่าแล้วรัฐบาลขณะนั้น ทำไมไม่รับผิดชอบสิ่งที่เป็นปัญหาของประเทศชาติ เป็นร้อยปัญหารับผิดชอบบ้างหรือเปล่า
     "ประชาชนออกมาเรียกร้องต่างๆ นานา รับผิดชอบหรือไม่ ลาออกหรือไม่ คนจะตีกันทั้งประเทศลาออกหรือไม่ ฉะนั้น คนพวกนี้อย่ามาพูดกับผมแบบนี้ ผมก็เป็นอย่างนี้ สอบสวนดำเนินคดี ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ทำไมจะต้องมาอย่างนี้ ถ้าพูดถึงความรับผิดชอบ ผมรับผิดชอบกว่าไอ้พวกปากที่พูดออกมาแบบนี้เสียอีก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และเมื่อถามว่าจะมีรัฐมนตรีคนใดลาออกบ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าไม่มี

'ป้อม'คาด 7 วัน-ทบ.สอบไม่ทัน
     ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่าเป็นเรื่องของกองทัพบกที่ต้องตัดสินทางวินัย หากเกี่ยวข้องกับการทุจริต ต้องส่งไปหน่วยงานอื่น เช่น ป.ป.ช. คิดว่าระยะเวลา 7 วันที่ตรวจสอบอาจจะเสร็จไม่ทัน เบื้องต้นเห็น ว่าอาจจะสอบว่าตรงจุดใดที่บกพร่องเรื่องการหล่อพระรูป ทั้งหมดนี้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. รับผิดชอบอยู่แล้ว เพราะเป็นโครงการของกองทัพบก
     "ผมเป็นผู้บริหาร ถ้าสื่ออยากรู้ว่าทำอะไรไปแค่ไหน ให้ถามผบ.ทบ.จะตอบได้ ผมไม่ได้ไปให้อำนาจเขา ผบ.ทบ.มีอำนาจตรวจสอบอยู่แล้วในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน ในการสั่งการและตั้งกรรมการสอบสวน เรื่องนี้ไม่ต้องกำชับให้ตรวจสอบ เพราะคนเป็นผบ.ทบ.มีความรับผิดชอบ มีวุฒิภาวะ อย่าไปสอนเขา ให้เขาหาตัวให้ได้ก่อน ตัวผบ.ทบ.ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ทำกันมาอย่างไร ตัวผบ.ทบ.ก็ไม่รู้ เขาต้องสอบก่อน ใจเย็นๆ" พล.อ.ประวิตรกล่าว

ไม่เรื่องใหญ่-แค่ผิดกม.ทั่วไป
      ผู้สื่อข่าวถามว่าหากผลสอบออกมาแล้วโยงไปถึงใคร จะดำเนินการได้ทันทีใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่าแน่นอน ถ้าผิดกฎหมาย หากเรื่องไปถึงใครแล้วพบว่าไม่โปร่งใส หากผิดวินัยก็ต้องเสนอว่าจะทำอย่างไรต่อไป ต่อข้อถามว่าหากส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. แล้วป.ป.ช.มีสิทธิ์สอบตามขั้นตอนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่ทราบ หากกองทัพบกระบุว่าใครผิด แล้วยื่นเรื่องไป ป.ป.ช.เขาก็ตรวจสอบได้
     ต่อข้อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นถูกมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรชี้แจงรายละเอียด พล.อ. ประวิตร กล่าวว่ายืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องผิดกฎหมายทั่วไป เหมือนกรณีโกงคดีคลองด่าน ก็เป็นเรื่องของกระทรวง เมื่อถามต่อว่าใช้งบประมาณกว่าพันล้านบาท ในการดำเนินงาน ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวย้อนว่า "ไม่ใช่ รู้ได้อย่างไรว่าพันล้านบาท คนบริจาคเท่าไหร่ก็ต้องไปสอบ อย่าไปบอกว่าเป็นงบฯ เขาบริจาคกันเท่าไหร่ผมยังไม่รู้ ต้องถาม ผบ.ทบ.ว่าได้รับบริจาคเท่าไหร่ อย่าไปใช้คำว่างบประมาณ เพราะไม่ใช่ของหลวง ไม่ใช่ของประชาชน" รองนายกฯ กล่าว

'พล.อ.วีรัณ'ถกกก.ตรวจสอบ
     ขณะเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ เรียกประชุมคณะทำงาน โดยมี พล.ท.สัญชัย อจลานนท์ เจ้ากรมกำลังพลกองทัพบก ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ พร้อมด้วยเจ้ากรมฝ่ายเสนาธิการกองทัพบก ผอ.กองพระธรรมนูญทหารบก เข้าร่วมประชุม เพื่อสรุปผลการสอบสวนส่งให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ก่อนส่งผลสอบให้รมว.กลาโหม และนายกฯ ตามลำดับ เมื่อได้ผลสรุปแล้วคณะกรรมการจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการด้วย
      รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมดังกล่าว จะนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมายอาญา และวินัยทหารหรือไม่ โดยกรรมการพิจารณาในหลายประเด็น แต่เน้นประเด็นที่กองทัพบกถูกนำไปแอบอ้างจนได้รับความเสียหายเป็นหลัก ซึ่งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะตามนโยบายของผบ.ทบ. ที่ระบุว่าสิ่งใดที่ทำให้กองทัพบกเสียหายจากโครงการดังกล่าวจะต้องถูกดำเนินคดี ส่วนกรณีอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก เช่น บุคคลภายนอกไปแอบอ้าง ให้เป็นเรื่องของตำรวจจัดการ

ย้ำมีการกระทำความผิดแล้ว
    "กรณีนำกองทัพบกไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ กองทัพบกจะเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เพราะเป็นผู้เสียหาย ส่วนการนำผู้บังคับบัญชาไปแอบอ้างเพื่อรับผลประโยชน์ ให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาคนนั้นว่าจะฟ้องหรือไม่ เช่นเดียวกับการนำโครงการ หรือมูลนิธิไปอ้างรับผลประโยชน์ ก็ให้โครงการและมูลนิธิไปพิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่ แต่ถ้าหากนำสถาบันไปแอบอ้าง เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งความดำเนินคดีในฐานกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ทันที" รายงานข่าวระบุ
     ข่าวแจ้งด้วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบกระทำความผิดด้วยการแอบอ้างจริง แต่ยังไม่ทราบว่าไปแอบอ้างในฐานะไหน จึงเรียกเซียนพระ อักษรย่อ "อ" มาสอบถามแล้ว พร้อมถึงผู้บริจาค และผู้ว่าจ้าง มาสอบ ขณะนี้สรุปได้ว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จริง แต่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะแต่ละคนพูดกันไปคนละทาง แม้ภายหลังคืนเงินแล้ว แต่ถือว่าได้กระทำผิดแล้ว จึงต้องสอบสวนตรงนี้ก่อน เพื่อให้เป็นไปแนวทางเดียวกัน แล้วค่อยพิจารณาว่าเข้าข่ายเสียหายหรือไม่ ถ้าเสียหายต้องดูด้วยว่าใครเป็นผู้เสียหาย ใครเป็นโจทก์ฟ้อง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ รมช.กลาโหม เพราะตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบภายในของกองทัพบกเท่านั้น

รายงานผลให้'บิ๊กหมู' 20 พ.ย.
   ขณะที่ พล.อ.วีรัณกล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ โดยคณะกรรมการตรวจสอบเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ตรวจสอบตั้งแต่การคัดเลือกโรงหล่อ เงินบริจาค การปรับภูมิทัศน์ การจัดงานไบค์ ฟอร์ ราชภักดิ์ แอนด์ คอนเสิร์ต และตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาค
    "ยืนยันว่า การตรวจสอบไม่ใช่การจับผิด แต่เป็นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และป้องกันข้อกังขาจากสังคม ก่อนที่จะรับมอบมาอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก เพื่อดำเนินการต่อในส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่ยังไม่แล้วเสร็จ การตรวจสอบอาจเสร็จไม่ทันภายใน 1 สัปดาห์ แต่จะรายงานความคืบหน้าผล การตรวจสอบให้ พล.อ.ธีรชัย ผบ.ทบ. ทราบเบื้องต้นภายในวันที่ 20 พ.ย.นี้ เพราะ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ส่วนอย่างอื่นยังไม่แล้วเสร็จ ต้องใช้เวลา

พท.ย้ำ'รบ.'ต้องรับผิดชอบ
   ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีพล.อ. ประวิตรระบุปัญหาการสร้างอุทยานราชภักดิ์ ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เพราะไม่ได้ใช้เงิน งบประมาณ แต่เป็นเรื่องของกองทัพบกที่ใช้เงินบริจาคดำเนินการว่า แม้จะอ้างว่าดำเนินการในนามกองทัพบก ใช้เงินบริจาค แต่เป็นโครงการที่อนุมัติโดยครม. ดังนั้น จะอ้างไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลไม่ได้ เพราะ 1.ครม.มอบให้กองทัพบกเป็นเจ้าของโครงการ ก่อสร้างบนที่ดินของกองทัพบก อันเป็นที่ดินของราชการ
     รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าอีกทั้งการรับบริจาคดำเนินการในนามของกองทัพบก โดยกรมกิจการพลเรือนทหารบก ใช้ชื่อบัญชีที่รับบริจาคว่า กองทุนสวัสดิการกองทัพบก และผู้บริจาคส่วนหนึ่งเป็นส่วนราชการ และที่นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ เงินภาษีที่ถูกหักลดหย่อน คือ เงินได้ของแผ่นดิน ดังนั้น เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้น จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐบาล จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

จี้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
     นายอนุสรณ์กล่าวว่า 2.ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต เป็นบุคคลในกองทัพ คือเจ้าหน้าที่รัฐ การที่พล.อ.อุดมเดชยอมรับว่ามี การเรียกรับผลประโยชน์จริง แต่นำเงินไปบริจาคแล้ว แสดงว่ามีการกระทำผิดทางอาญาเกิดขึ้นแล้ว และขณะที่มีการกระทำผิด ผู้รับผิดชอบโครงการดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. เลขาธิการคสช. รมช.กลาโหม และเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มีนายกฯ เป็นประธาน นอกจากนี้ กองทัพบกยังถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินโครงการติดต่อเจรจา ยิ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลอย่างเลี่ยงไม่ได้
      3.พรรคเพื่อไทยไม่ได้ฉกฉวยเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯ ที่เป็นประธานคตช.รับผิดชอบ และเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างโปร่งใส ตามที่ประกาศนโยบายการปราบปรามการทุจริต และหาตัว ผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพราะเป็นโครงการสำคัญที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยที่จงรักภักดี เนื่องจากเป็นโครงการเพื่อเทิดทูน และประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยาม อันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยแล้ว และผู้เกี่ยวข้องกับโครงการยังเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาล ที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในนโยบายการปราบปรามการทุจริตที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายสำคัญอีกด้วย จึงต้องนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ขอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดตามแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย

ส่งอีก 12 สำนวน-คดี'หยอง'
     ที่กองปราบปราม พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวถึงกรณี 4 นายตำรวจ สังกัด บช.ก. ลาออกจากราชการ ว่าเซ็นอนุมัติให้ทั้งหมดลาออกจากราชการ มีผลตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นสิทธิ์ที่สามารถดำเนินการได้ ในส่วนของคดีความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูงนั้น ในทางการสืบสวนสอบสวนต้องดำเนินการ ต่อไป ไม่เกี่ยวข้องกับการที่นายตำรวจทั้ง 4 ขอลาออกจากราชการ แต่หากพบพยานหลักฐานว่าทั้งหมดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ กระทำความผิดด้วย จะขออนุมัติศาลออกหมายจับดำเนินคดีต่อไป ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามพยานหลักฐาน หากหลักฐานถึงใครก็จะต้องถูกดำเนินคดี
      ส่วน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร.ได้รับมอบสำนวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ที่มีนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง และพวกตกเป็นผู้ต้องหา เพิ่มเติมอีก 12 สำนวน โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่าจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานว่าครบถ้วนแล้วหรือไม่ ส่วนจะมีนายตำรวจในสังกัด บช.ก. เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ขอดูรายละเอียดในสำนวนก่อน และยังไม่ได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.ฐิติราช แต่ยืนยันว่าหากพบ หลักฐานการกระทำผิดพาดพิงถึงบุคคลใด จะดำเนินคดีทั้งหมด

1ซแบรจ่อหมาย'เสื้อฟ้า'ตร.ล่าอีกแท็กซี่ รับส่งทีมบึ้มกรุง

        จ่อออกหมายจับคนที่ 14 เป็นชายเสื้อฟ้า'ซูแบร์ อับดุลลา' มือบึ้มท่าเรือสาทร หลัง 3 พยานให้การซัดทอด เค้นสอบสาววัย 40 ปีพบมีสัมพันธ์กับอับดุล ทาวับ ส่วนแท็กซี่ทำหน้าที่ขับรถรับส่ง ขณะที่ชาวปากีฯ รับทำพาสปอร์ตให้ชาวอุยกูร์เดินทางไปมาเลย์ โดยยังเคยเจอกับยูซุฟูหลายครั้ง ก่อนจนท.จะปล่อยตัวไป 'ประวุฒิ' เผยพบแท็กซี่อีกคนรู้เห็น-รับส่งเสื้อฟ้า สั่งจนท.เร่งควานหาตัว ระบุ 3 พยานให้การเป็นประโยชน์มาก ทำให้สามารถสเกตช์ภาพใบหน้าชายเสื้อฟ้าได้ชัดเจนขึ้น

    วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9062 ข่าวสดรายวัน

  จากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ก่อนเจ้าหน้าที่ระดมกำลังหาเบาะแสและจับกุมนายอะเด็ม คาราแด็ก และนายมีไรลี ยูซุฟู พร้อมนำตัวเค้นสอบขยายผล ก่อนเข้าตรวจค้นห้องพักย่านอ่อนนุชและดินแดง จากนั้นคุมตัวหญิงสาวไปสอบสวนที่มทบ.11 และทหารนำตัวพยาน 3 คนในคดีระเบิด ประกอบด้วย นายจาเวด อิคบาล อายุ 59 ปี ชาวปากีสถาน น.ส.ปณิฐ์สรา ชาลีรัฐภิรมย์ อายุ 40 ปี ซึ่งรู้จักกับนายอับดุล ทาวับ ชาวปากีสถานที่ถูกออกหมายจับรายล่าสุด และนายชอบ สกุลทอง อายุ 54 ปี คนขับรถแท็กซี่รับกลุ่มผู้ต้องหา มาส่งให้ตำรวจสอบสวนที่บช.น.

       เบื้องต้นพบว่าพยานทั้ง 3 รายมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาวางระเบิด โดยเกี่ยวข้องกับการขนคนเข้าออกประเทศโดยผิดกฎหมาย ซึ่งนายชอบ คนขับแท็กซี่พาชายเสื้อฟ้า หรือนายซูแบร์ อับดุลลา และชายไม่ทราบชื่อปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางกะปิไปส่งที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ส่วนน.ส.ปณิฐ์สราเป็นภรรยานายอับดุล และเป็นผู้ไปขนข้าวของเครื่องใช้ของนายอับดุล จากจุฑาแมนชั่นย่านอ่อนนุชไปไว้ที่หอพักย่านดินแดง และเป็นคนโบกรถแท็กซี่ให้ชายเสื้อฟ้าหลบหนีไปด้วย ขณะที่นายจาเวดถูกทหารควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. พบอยู่ในขบวนการทำวีซ่าให้ชาว อุยกูร์เดินทางไปมาเลเซีย โดยยังเคยพบนาย ยูซุฟูหลายครั้งด้วย ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น

      สำหรับ ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ทหารได้คุมตัวพยาน 3 คน มาส่งให้ตำรวจที่บช.น. ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการสอบปากคำทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นชาวไทย 2 คน และชาวปากีสถาน 1 คน ขณะที่พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน เพื่อวางกรอบและแนวทางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมชะลอการเดินทางไปมาเลเซียของเจ้าหน้าที่ โดยจะสอบถามไปยังทางการมาเลเซียถึงการควบคุมผู้ต้องสงสัย 3 คนที่ถูกจับกุมตัวก่อนหน้านี้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรหรือไม่ หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องจึงจะส่งตำรวจไปประสานข้อมูลที่มาเลเซีย

     ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. และโฆษก ตร. เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยานทั้ง 3 คนที่รับมอบจากทหาร ได้ข้อมูลใหม่ว่ามีคนขับรถแท็กซี่อีก 1 คน ที่มีส่วนรู้เห็นกับการรับส่งชายเสื้อสีฟ้า ผู้ต้องหาคดีระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร และมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการรับส่งคนโดยผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน โดยจากการสอบปากคำพยานทั้ง 3 คน สามารถที่จะสเกตช์ภาพใบหน้าชายเสื้อฟ้าได้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งทราบชื่อเล่นแล้ว โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในภายหลัง

     พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนพยานทั้ง 3 คนสอบสวนยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด แต่พยานชาวปากีสถานยอมรับว่าเคยพบกับนายยูซุฟูถึง 2 ครั้ง ซึ่งขณะนี้ได้ปล่อยตัวพยานทั้ง 3 คนไปตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่หากพบว่ามีการกระทำความผิดก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ในภายหลัง โดยขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม

      รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.3 และพนักงานสอบสวนบก.น.3 ได้ร่วมกันสอบปากคำนายจาเวด น.ส.ปณิฐ์สรา และนายชอบ พยานทั้ง 3 คนโดยใช้เวลากว่า 3 ช.ม. จากการสอบน.ส. ปณิฐ์สรายืนยันว่ามีความสัมพันธ์กับนายอับดุล ทาวับ จริง แต่เพียงรับฝากของเอาไว้เท่านั้น ส่วนนายจาเวดให้การว่ามีส่วนร่วมในการทำพาสปอร์ตให้นายยูซุฟู แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด รวมถึงนายชอบก็เช่นเดียวกัน เพียงแค่ทำหน้าที่ขับรถแท็กซี่ไปรับส่งเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด ซึ่งสอดคล้องกับพยานหลักฐานของชุดสืบสวน จากนั้นจึงปล่อยตัวพยานทั้ง 3 คนไป โดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา แต่หากมีข้อสงสัยจะ เชิญมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง

     สำหรับ นายจาเวดที่ต้องสงสัยว่าทำพาสปอร์ตปลอมให้กับชาวอุยกูร์และเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์นั้น คงต้องให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็จะออกหมายจับในความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ต่อไป

      รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมหลักฐานและออกหมายจับชายเสื้อฟ้าที่วางระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร ทราบชื่อคือนายซูแบร์ อับดุลลา ซึ่งจะเป็นหมายจับ ที่ 14 โดยจากการสอบปากคำพยานทั้ง 3 คนให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก พร้อมให้การซัดทอดไปถึงชายเสื้อฟ้าและบอกชื่อ รวมถึงรายละเอียดข้อมูลในเบื้องต้น

More Articles ...

  1. สมยศ สรุป บึ้มโยงบุกกงสุล-อุยกูร์ จักรทิพย์บินไปมาเลย์ สอบ 3 ผู้ต้องหาพาหนี จ่อจับ1ใน3สาวหอพัก สนิทเครือข่ายคนร้าย
  2. คุม 3 สาว-ค้นหอพัก หน้าม.ดัง โยง-บึ้มสาทร ส่งตัวเข้ามทบ.11 หลังพบเบาะแส จัดหารถแท็กซี่ ให้ชาย'เสื้อฟ้า' เชื่อมกลุ่มปากีฯ โอนเงินมาไทย
  3. 3 ชาวอุยกูร์-ตุรกี ระดมล่า แหกห้องขังตม. หนี จากสระแก้ว-ศาลสั่งจับแล้ว 'สมยศ'ไม่ด่วนสรุปโยงบึ้มกรุง ติดหมายทั่วปท.สกัดชายเสื้อฟ้า
  4. วางหลังตูมลูกแรก ครึงชม. ชัดแล้ว-บึ้มที่สาทร วงจรปิดเห็นหย่อนน้ำ-ตั้งเวลาข้ามวัน เจอตัวตุ๊กตุ๊ก-ยืนยันพูดภาษาต่างชาติ เสื้อขาว-แดงโผล่-ไม่เกี่ยวเสื้อเหลือง ควานสาวเสื้อดำอีกคน-ค่าหัวเพิ่ม 4 ล.

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!