WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

PACClogo

ปปท.ปูดมีอีกพันคดี ฟันขรก.โกง เครือข่ายสตรีฯร้อง

     แนวหน้า : ปปท.ปูดมีอีกพันคดี ฟันขรก.โกง เครือข่ายสตรีฯร้อง งัดม.44 อายัดทรัพย์ แก๊งทุจริตจำนำข้าว

    นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 เมษายน ถึงกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ส่งตีกลับรายชื่อข้าราชการบางส่วนที่อยู่ในบัญชีพัวพันการทุจริตกลับมาให้ ศอตช. ตรวจสอบใหม่อีกครั้งว่า เป็นเพียงการตรวจทานความถูกต้องของรายละเอียดเกี่ยวกับตัวของข้าราชการ เช่น การเกษียณอายุราชการ การเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล เพื่อให้เกิดความถูกต้องชัดเจน ซึ่งได้ดำเนินการไปเรียบร้อยและส่งกลับไปยัง นายวิษณุ เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว

   ส่วนจะมีการส่งบัญชีรายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น นายประงค์ กล่าวว่า เวลานี้ ป.ป.ท.พิจารณาคดีต่างๆ เสร็จไปแล้ว 9,000 คดี พบคดีที่ส่งสัยว่ามีการทุจริตประมาณ 1,000 คดี โดยส่วนใหญ่เป็นการทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

    อย่างไรก็ตาม ทุกเรื่องต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงยังตอบไม่ได้ว่าใน 1,000 คดีนั้น จะมีข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกี่คน แต่ ป.ป.ท.จะเร่งดำเนินการเพื่อส่งรายชื่อให้กับรัฐบาล เพราะบางหน่วยงานยังมีข้าราชการบางคนอยู่ในตำแหน่งแล้วสร้างปัญหาอยู่ไม่จบ จึงต้องรีบตรวจสอบ เพื่อให้รัฐบาลโยกย้ายและดำเนินการทางวินัยต่อไป

  “เวลานี้ ป.ป.ท.ได้รับเรื่องร้องเรียนเข้มาเยอะมาก หลังจากมีข่าวการตรวจสอบข้าราชการ 100 รายที่พัวพันกับการทุจริต มีร้องเรียนเข้ามาเรื่อยๆ เดือนหนึ่งเป็นร้อยเรื่อง ซึ่งมีทั้งรายย่อย รายใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องบุกรุกป่าที่กำลังมีการตรวจสอบกันในขณะนี้ พบว่ามีคนที่กล้าเข้ามาร้องเรียนมากขึ้น เพราะเห็นว่ารัฐบาลเอาจริง และหน่วยงานต่างๆ ลงมือปราบปรามกันจริงนายประยงค์ กล่าว

    เมื่อถามว่า การดำเนินการกับข้าราชการทุจริตที่เกษียณอายุราชการแล้วจะทำอย่างไร นายประยงค์ ตอบว่า การโยกย้ายคงทำอะไรไม่ได้เพราะเกษียณไปแล้ว แต่ในทางอาญายังสามารถดำเนินคดีต่อได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ท. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (ส.ต.ง.) จะเป็นผู้ดำเนินการ

   วันเดียวกัน เครือข่ายสตรีศรีสยาม นำโดย นางพัชรายุ โล่ชนะชัย เลขาธิการ และ นางชุมศิลป์ โสตถิปรีดาวงษ์ ผู้ประสานงาน ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งอายัดทรัพย์สินบุคคลที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบผลประโยชน์โดยมิชอบจากโครงการรับจำนำข้าว โดยระบุว่า อายุความของคดีดังกล่าวมีเพียง 2 ปีเท่านั้น อาจทำให้บุคคลที่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับรัฐ มีการยักย้ายถ่ายโอน ปิดบังซ่อนแร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ จึงขอเรียกร้องให้ คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 14 อายัดทรัพย์สินดังกล่าวระหว่างรอผลการดำเนินคดีทางแพ่งและอาญา

    นางพัชรายุ กล่าวว่า ในส่วนของคดีอาญาซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ดังนั้นเราคงไม่ไปก้าวก่าย ส่วนคดีแพ่งเราอยากเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมทำงานอย่างเต็มที่ สิ่งที่เราห่วง คือ เงินจำนวนมหาศาลหายไปอยู่ไหน จึงอยากให้ทุกฝ่ายรักษาผลประโยชน์ของชาติ

    ด้าน นางชุมศิลป์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เครือข่ายได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงการคลังเพื่อติดตามทวงถามการดำเนินการเกี่ยวกับคดีทุจริตโครงการรับจำนำช้าว ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ทำหนังสือตอบกลับมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน ว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่โดยใช้หลักเกณฑ์พ.ร.บ.ความรับผิดการละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำลังดำเนินการต่อ เพราะฉะนั้นคงต้องให้เวลากระทรวงการคลังได้ทำงาน แต่ภาคประชาชนจะตามงานไปเรื่อยๆ เพราะไม่ต้องการให้คดีในลักษณะนี้เงียบหายไปเหมือนหลายคดีที่เกิดขึ้น และสุดท้ายก็หาตัวผู้รับผิดไม่ได้

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!