WORLD7

sme624x100 giftqm720

นายกฯ ยันเพิ่มเงินช่วยคนจนเฟส 2 จะให้เฉพาะกลุ่มที่สนใจฝึกอาชีพเท่านั้น

Pประยทธ จนทรโอชานายกฯ ยันเพิ่มเงินช่วยคนจนเฟส 2 จะให้เฉพาะกลุ่มที่สนใจฝึกอาชีพเท่านั้น

      นายกฯ ย้ำส่วนราชการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ด้านเงินคนจนเฟส 2 แจกเพิ่ม 100-200 บ. แต่ให้เฉพาะคนฝึกอาชีพเท่านั้น ขณะที่คลังเตรียมเสนอ ครม.แก้ไข พ.ร.บ.ร่วมทุน ดึงต่างชาติ ร่วมก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ 

     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ประจำปี 60 ว่า ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 62 เริ่มให้ความสำคัญเรื่องการจัดทำงบประมาณรายภาคมากขึ้น เพื่อกระจายความช่วยเหลือด้านงบประมาณให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งแบบงบประมาณตามภาระกิจหน้าที่กระทรวง (งบฟังชั่น) งบกลาง  งบประมาณด้านระดับภาค  เมื่อต้องร่วมกันปฏิรูปผ่านหลายหน่วยงาน จึงต้องการให้ส่วนราชการจัดทำ TOR การจัดซื้อจัดจ้างอย่างรัดกุม โปร่งใส สร้างแรงจูงใจ สิทธิ์ประโยชน์เพื่อดึงดูดเอกชนมาเสนอราคา เพราะหากเอกชนไม่มาร่วมลงทุนกับโครงการของรัฐ เศรษฐกิจจะขับเคลื่อนต่อไม่ได้ เมื่อเดินทางไปต่างประเทศจะย้ำตลอดว่าไทยมีศักยภาพและเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เพื่อชักชวนให้เข้ามาร่วมลงทุน 

  ส่วนกรณีมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการเฟส 2 เพื่อเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยสมัครอบรมฝึกอาชีพและรับเบี้ยเพิ่มเติม แต่มีผู้สนในเข้าร่วมโครงการน้อย ไม่ใช่เขาไม่สนใจอบรม แต่ยังไม่ทราบชัดเจนว่าต้องการพัฒนาอย่างไรบ้าง  ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้หว่านเงินกับประชาชนทุก แต่ได้คัดเลือกเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้สนใจฝึกอบรมพัฒนาอาชีพ จึงจ่ายเงินผ่านบัตรเพิ่มเติมให้ 100-200 บาทต่อเดือน เมื่อเข้าโครงการแล้วกรมบัญชีกลางจะส่งเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมให้กับผู้ถือบัตรทุกคน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการฝึกอาชีพ

ครม.อนุมัติ 6 มาตรการช่วยเหลือคนจนเฟส 2 รวม 18 โครงการ วงเงินรวม 35,679.09 ลบ. กระตุ้นจีดีพี 0.06%

    ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือคนจนเฟส 2 รวม 18 โครงการผ่านธกส. ออมสิน วงเงินรวม 35,679.09 ลบ.พร้อมเพิ่มเงินซื้อสินค้าในบัตรคนจน  จาก 300 บ.เป็น 500 บ. ต่อเดือน จัดโครงการพัฒนาอาชีพ ตั้งนายกฯเป็นประธานคณะกรรมการเพื่อพัฒนาชีวิตผู้มีรายได้น้อย  เสริม เริ่ม มี.ค.นี้ ฟากคลังประเมินช่วยกระตุ้นจีดีพี 0.06%

      นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  เพื่อดูแลการช่วยเหลือระยะที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

      ทั้งนี้ ได้สั่้งการให้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.ดำเนิน 6 มาตรการ 18 โครงการ ซึ่งใช้งบประมาณจากการทำบัญชีโครงการตามนโยบายของรัฐ หรือ  PSA รวมทั้งหมด 35,679 ล้านบาท เบื้องต้นเชื่อว่าจะมีผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์ 4.7 ล้านราย พร้อมกันนี้ยังได้อนุมัติเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากเดิม 200 บาท จะได้เพิ่มเป็น 300 บาท และคนที่เคยได้ 300 บาท จะเพิ่มเป็น 500 บาท สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเองในครั้งนี้ด้วย โดยให้มีผลในเดือนมีนาคม 2561

       โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้น้อย ด้วยการผ่อนปรนดอกเบี้ย หลักประกัน วงเงินกู้ และการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ 3 มาตรการ 9 โครงการ วงเงินรวม 95,000 ล้านบาท คือ มาตรการลดภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบ 5 โครงการ  ประกอบด้วย โครงการการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งคาดว่าจะรับภาระดอกเบี้ยแทนผู้มีรายได้น้อย 3,847 ล้านบาท โครงการชำระดีมีคืนวงเงินรวม 4,620 ล้านบาท โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนวงเงินสินเชื่อ 19,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ วงเงิน 1,000 ล้านบาท//และโครงการสนับสนุนสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินระยะที่ 2 วงเงิน 10,000 ล้านบาท

       พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการการพัฒนาตนเอง ผ่านโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่เกษตรลูกค้า และโครงการเงินฝากกองทุนทวีสุข กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ออม 90,000 ราย การพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ 2 มาตรการ คือโครงการสินเชื่อชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิต เพื่อพัฒนาอาชีพ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและเงินลงทุนในการพัฒนาอาชีพ วงเงินในการดำเนินการ 4,875 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ธกส.จำนวน 3.50% ต่อปี ระยะเวลารวม 3 ปี รวมเป็นเงิน 4,725 ล้านบาท โดยให้ธกส.เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และขอสนับสนุนการฝึกอบรมอีกปีละ 50 ล้านบาท รวม 3 ปี 150 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 -2566 และโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาอาชีพของผู้มีรายได้น้อย โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 4 แสนราย วงเงินสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ให้รายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% จากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MRR ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 7%

      ส่วนธนาคารออมสินนั้น มีวงเงินช่วยเหลือรวมกว่า 12,000 ล้านบาทประกอบด้วย สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้มีรายได้น้อย รายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินในการสร้างอาชีพเสริม หรือหารายได้เพิ่ม เช่น การทำธุรกิจแฟรนไชส์ เปิดร้านค้าสตรีทฟู้ด และธุรกิจโฮมสเตย์ ซึ่งจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจขนาดเล็กของตนเองได้มากขึ้น ขณะเดียวกันธนาคารออมสินยังส่งเสริมวินัยการออม ด้วยการสนับสนุนให้ผู้ที่มีรายได้น้อย

       นอกจากนี้ ภาคเอกชนที่มีรายจ่ายจากการจ้างผู้มีรายได้น้อยทำงานและจ่ายค่าอบรมต่อเนื่อง จะสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่าเป็นระยะเวลา 2 ปี หรือถึงธันวาคม 2562

       ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กล่าวว่า หากสามารถดำเนินการมาตรการช่วนเหลือผู้มีรายได้น้อยได้ตามเป้าหมายจะช่วยสนับสนุนและกระตุ้นอัตราการขยานตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีได้ประมาณ 0.06% ต่อปี

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

นายกฯ รับหลักการ 7 ข้อเสนอพัฒนาเกาะช้าง/สมคิด ปัดหาเสียง ยันฟังเสียงปชช.ตามแนวทางประชารัฐ

      พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะร่วมรับฟังข้อเสนอการพัฒนาเกาะช้างพร้อมพบปะผู้ประกอบการและประชาชนเกาะช้างจำนวน 300 ราย ณ ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ซึ่งได้เสนอการพัฒนาเกาะช้างเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 7 โครงการ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมรอบเกาะช้างซึ่งเป็นถนนเลียบเกาะที่เหลือระยะทางประมาณ 10 กม.เศษ ระหว่างบ้านบางเบ้า-บ้านสลักเพชร ต.เกาะช้างใต้, โครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ซึ่งจะมีความจุเต็มที่กว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้มีการออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ซึ่งประชาชนจะได้รับน้ำเข้าพื้นที่เกษตรประมาณ 745 ไร่ และมีน้ำประปาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพอเพียง และสนองการเจริญเติบโตด้านการท่องเที่ยว

      นอกจากนี้ ยังมีโครงการปรับปรุงโรงคัดแยกขยะมูลฝอย, โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดระบบรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสีย, โครงการศึกษาพร้อมออกแบบพัฒนาท่าเรือสาธารณะให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่จะเป็นจุดเชื่อมโยงจาก อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี และจะเป็นจุดส่งต่อผู้โดยสารไปลงที่ท่าเรืออเนกประสงค์ อ.คลองใหญ่ รวมทั้งโครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกกำลังคนเพื่อเตรียมบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ โดยจะใช้บทบาทของวิทยาลัยอาชีวะ เทคนิค และสารพัดช่าง ร่วมมือกับสำนักพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดตราดผลิตบุคลากรให้มีอาชีพ

      นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลนี้พยายามทำทุกเรื่องแต่ไม่ใช่เป็นการนำเงินมาให้ ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมตามโครงการประชารัฐและโครงการไทยนิยมคือทุกคนต้องนิยมทำความดี เคารพกฎหมาย เลือกตั้งให้เกิดความเป็นธรรม ได้คนดีเข้ามาบริหารบ้านเมือง นั่นคือสิ่งที่ตนเองเรียกว่าไทยนิยม ไม่ได้หมายความว่าจะให้เงินเท่านั้นเท่านี้

      อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวเกาะช้างขอมาทั้งหมด 7 ข้อรัฐบาลจะรับหลักการทั้งหมด และจะนำไปพิจารณาและหาวิธีการดำเนินการให้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์และจำเป็น

     "เกาะช้างถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ และต้องเตรียมความพร้อมว่าจะต้องการอะไร ต้องเริ่มต้นจากตัวเราเองนอกจากรัฐบาลแล้ว รัฐบาลนี้ทำอะไรได้ก็จะทำ อะไรยังทำไม่ได้ก็ต้องคอยทุกอย่างที่ขอมารัฐบาลจะรับไปพิจารณา"

     นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนเองยังมีกำลังใจในการทำงานต่อแม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง ซึ่งอาจจะเกิดจากความหวังดีหรือไม่หวังดี แต่สิ่งที่อยากจะให้เข้าใจคือ ความตั้งใจในการเข้ามาทำงานตั้งแต่เป็นทหาร แต่จะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นได้ และหลายอย่างก็ควรจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่รัฐบาลนี้สามารถที่จะทำได้ในบางเรื่องที่ไม่เกิดข้อขัดแย้งมาก และวันนี้สิ่งที่ตนเองต้องการก็คือ ไม่ให้ประชาชนแบ่งแยกกัน ต้องหันหน้าเข้าหากัน อย่าให้ใครเข้ามาชี้นำให้เราแตกแยกอีกต่อไป วันนี้รัฐบาลจะทำเป็นแบบอย่างให้ไว้ วันข้างหน้าจะได้เลือกคนดีๆ เข้ามาทำงานซึ่งก็สุดแล้วแต่ทุกคน ตนเองบังคับใครไม่ได้ แต่อยากได้คนดี เราต้องวางรากฐานประเทศไทยเข้มแข็ง ไม่ใช่เพื่อนายกฯหรือเพื่อใคร แต่ทั้งหมดก็เพื่อลูกหลานของทุกๆคน

      "วันนี้ เราเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ผมถามว่าประชาธิปไตยที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร มันจะเป็นบ่อเกิดและต้นทางของทุกอย่าง และผมก็ไม่ได้ขัดแย้งกับประชาธิปไตย ผมอยากให้มองประชาธิปไตยเป็นสิ่งดีงาม สามารถเลือกตั้งคนที่มีคุณภาพเข้ามาสู่การเลือกตั้งได้ ตราบใดที่ยังเลือกคนไม่ได้หรือไม่มีคนให้เลือก นั่นคือปัญหาของเรา และหัวหน้าปัญหาเหล่านี้จะไม่มีโอกาสแก้ไขต่อไป ผมจะเริ่มระยะนี้ให้ท่าน ไม่ได้มาทำวันนี้เพื่อการเมืองใดๆทั้งสิ้น แต่ต้องการเริ่มทุกอย่างในสิ่งที่ขอมา ถ้าทำตั้งแต่วันนี้ก็จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ใครเข้ามาก็ต้องทำต่อ ถ้าใครเข้ามาแล้วไม่ทำก็ถือว่าไม่ทำตามสัญญาของประชาชน นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก ในเมื่อเราเป็นเจ้าของอำนาจก็ต้องใช้อำนาจที่ถูกต้อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

      ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น เนื่องจากบ้านเมืองมีความสงบ นักท่องเที่ยวทยอยเข้ามา ภาพรวมของเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ทั้งรัฐบาลและนายกฯก็ยังไม่พอใจ เพราะกระทรวงทบวงกรมยังไม่เข้าถึงประชาชน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องการให้มีคณะกรรมการพิเศษลงไปยังทุกจังหวัดหมู่บ้านตำบลและหมู่บ้านเช็คดูว่าเพื่อตรวจสอบดูว่าชาวบ้านต้องการอะไร

     "เราจะไปในทุกจังหวัดไปจนกว่าเวลาจะหมด ซึ่งเชื่อว่า จังหวัดที่ไปทุกจังหวัดที่ไปก็จะมีประชาชนมาร้องทุกข์ประชาชนมาร้องเรียนถึงความเดือดร้อนของตัวเอง แต่ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อการหาเสียงอย่างที่เป็นข่าวหรือที่ชอบพูดกัน แต่รัฐบาลมาเพื่อให้ผู้บริหารราชการแผ่นดินลงมาสัมผัสกับชาวบ้าน ให้รู้ถึงความเดือดร้อนและความต้องการ โดยต้องร่วมมือกันทั้งสองฝ่ายในลักษณะของประชารัฐนี่คือแนวทางที่รัฐบาลปัจจุบันทำมาโดยตลอด แต่บางครั้งยอมรับว่าการสื่อสารไม่ถึงจึงอยากให้ประชาชนช่วยบอกต่อกันปากต่อปาก"

      หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่คลองพร้าวรีสอร์ท พร้อมรับฟังข้อเสนอการพัฒนาเกาะช้าง จากเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ก่อนออกเดินทางจากเกาะช้าง โดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อในช่วงบ่าย

    อินโฟเควสท์

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!