WORLD7

sme624x100 giftqm720

รัฐบาลเชิญชวนพี่น้องประชาชนชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ตั้งแต่วันที่ 2 – 30 พฤศจิกายนนี้

1aaaนทรรศการพระเมรมาศ1

รัฐบาลเชิญชวนพี่น้องประชาชนชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ตั้งแต่วันที่ 2 – 30 พฤศจิกายนนี้

      พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ

      บัดนี้ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสร็จสิ้นลงแล้วอย่างสมบูรณ์ และสมพระเกียรติ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนชาวไทยโดยพร้อมเพรียง เพราะถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบสูงสุด และเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สนองพระมหากรุณาธิคุณตราบถึงวาระสุดท้ายแห่งการถวายบังคมลา ตามคตินิยมโบราณที่ว่า’ขอร่วมกันส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย’

         รัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานแนวทางปฏิบัติและคำแนะนำอันทรงคุณค่า และทรงวินิจฉัยปัญหาในทางปฏิบัติ จนขจัดคลี่คลายอุปสรรค สามารถดำเนินการต่อไปได้ในหลายเรื่องด้วยความเรียบร้อย ทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและประชาชน ทั้งในเรื่องอาหารการกิน ดินฟ้าอากาศ การสัญจร การเข้าถวายบังคมพระบรมศพ และการมีส่วนร่วมในพระราชพิธี ดังที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้สร้างพระเมรุมาศจำลองขึ้นในทุกจังหวัด และพระราชทานหีบไฟหลวงจากพระหัตถ์เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เชิญไปเป็นต้นเพลิงพระราชทาน ณ ทุกจังหวัดและในต่างประเทศ

        นอกจากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาของคณะกรรมการ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประชุมร่วมกับคณะกรรมการหลายครั้ง เสด็จไปทอดพระเนตรและทรงติดตามงานทุกด้านอย่างใกล้ชิดพระราชทานคำแนะนำต่าง ๆ มาโดยตลอดและด้วยพระบารมีของทั้งสองพระองค์งานพระราชพิธีจึงสำเร็จลงไปด้วยความเรียบร้อย สง่างามสมพระเกียรติ และยังเป็นประโยชน์ทางด้านการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม  อีกด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม หาที่สุดมิได้ 

        อีกประการหนึ่ง รัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ขอขอบคุณสถาปนิก วิศวกร จิตรกร ปฏิมากร ช่างศิลปกรรมทุกแขนง ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคเอกชน ช่างราชสำนัก ช่างสิบหมู่ ช่างพื้นบ้าน หรืออาสาสมัครที่ต่างได้บรรจงจัดสร้าง ตกแต่ง ประดับประดา หรือบูรณะซ่อมแซม ทั้งในส่วนของพระเมรุมาศ ราชรถ มหัคฆภัณฑ์ทั้งหลายที่ใช้ในการพระราชพิธีและภูมิทัศน์อย่างประณีตบรรจง นับว่าเป็นการชุมนุมงานฝีมือช่างชั้นครู สุดยอดแห่งศิลปกรรมอันวิจิตรอลังการทุกแขนง และเป็นที่ซาบซึ้งพระทัย และประทับใจของ  พระประมุข พระราชวงศ์ ประมุข ผู้นำรัฐบาลนานาประเทศที่มาร่วมงานพระราชพิธี ตลอดจนเป็นที่ตื่นตาตื่นใจได้รับการกล่าวถึงด้วยความชื่นชมไปทั่วโลก

       รัฐบาลขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเตรียมงานการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศการต้อนรับ ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจำนวนกว่าสิบล้านคนที่หลั่งไหลกันมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวก ดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยทั่วราชอาณาจักร โดยเฉพาะในอาณาบริเวณพระเมรุมาศ พระเมรุมาศจำลองและซุ้มวางดอกไม้จันทน์ทุกแห่ง จนการพระราชพิธีเสร็จสิ้นลง ทั้งขอขอบคุณบรรดาจิตอาสาเฉพาะกิจ จิตอาสาทั่วไป และอาสาสมัคร ที่ต่างเสียสละช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันอย่างดี ที่นับว่าสำคัญยิ่งคือ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรมในส่วนของตนและปฏิบัติตาม คำเชิญชวนหรือร้องขอของทางราชการซึ่งจำเป็นต้องกำหนดขึ้นเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนสื่อมวลชน นักกีฬา ศิลปิน ทั้งนี้เป็นเพราะเราทั้งหลายต่างมีศูนย์รวมจิตใจร่วมกัน มีหัวอกเดียวกัน จึงปรารถนาจะพูดและทำอย่างที่คิดเห็นตรงกัน คือการทำความดีอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีใครมาแนะนำในช่วงเวลาขณะนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชานุญาตให้จัดนิทรรศการพระเมรุมาศขึ้น ณ บริเวณสถานที่ที่เคยใช้เป็น  พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 2 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 รวมเวลาประมาณ 1 เดือนก่อนจะมีการรื้อถอนต่อไป รัฐบาลจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน  ไปชมนิทรรศการดังกล่าวอันจะแสดงให้เห็นถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศและพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตลอดจนพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้งจะได้เก็บบรรยากาศประวัติศาสตร์นี้ไว้ในความทรงจำเพื่อบอกกล่าวแก่ลูกหลานสืบไป

        พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน งานพระบรมศพเสร็จสิ้นลงแล้ว ดอกไม้จันทน์ที่เราวางเพื่อถวายราชสักการะได้เผามอดไหม้หมดแล้ว ดอกดาวเรืองนับล้าน ๆ ต้นทั่วประเทศอาจเริ่มร่วงโรย  แถบผ้าดำขาวแสดงความอาลัยได้ปลดออกแล้ว แต่พระบรมราโชวาท ศาสตร์พระราชา และคำสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริร่วมสี่พันโครงการ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยังคงดำเนินการต่อไป สิ่งเหล่านี้จะเป็นความทรงจำยิ่งใหญ่ที่เราทั้งหลายพึงสืบสานเจริญรอยพระยุคลบาท อันจะเป็นพระบรมราชานุสรณ์ สนองพระมหากรุณาธิคุณเป็นมงคลแก่ตนและเป็นพลังของแผ่นดินอย่างยั่งยืน

         ขอเดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ปกเกล้าปกกระหม่อม อภิบาลบันดาลดล ให้ประเทศไทย และประชาชนชาวไทยผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ มีพลังที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง สมดังพระบรมราชปณิธาน และมีความร่มเย็นเป็นสุข วัฒนาสถาพรตลอดไป

                กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) ได้แจ้งกำหนดการเปิดให้ชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ตั้งแต่วันที่ 2-30 พ.ย.และได้จัดแผ่นพับพระเมรุมาศที่จัดพิมพ์ จำนวน 3 ล้านฉบับ และโปสการ์ดที่ระลึกภาพพระเมรุมาศ 9 แบบ 3 ล้านแผ่นให้กับผู้เข้าชม

                โดยในช่วงเช้าของวันที่ 2 พ.ย. 60 เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการพระเมรุมาศ ที่ท้องสนามหลวงครั้งนี้

                หลังจากนั้นจะเปิดให้ให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศและจัดนิทรรศการตลอดเดือนพฤศจิกายน 2560โดยนิทรรศการพระเมรุมาศดังกล่าว จะเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 2- 30 พฤศจิกายน 2560 เวลา 07.00-22.00 น.

                ซึ่งในเบื้องต้นจะเปิดให้เข้าชมอย่างอิสระ รอบละ 5,500 คน กำหนดเวลาเข้าชมพระเมรุมาศ รอบละ 1 ชั่วโมง ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการ ได้ประเมินจำนวนคนที่เข้าร่วมนิทรรศการไว้วันละ 100,000 คน แบ่งเป็น พระภิกษุสงฆ์ 500 รูป คนพิการและคนชรา 500 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 8,000 คน นักเรียนนักศึกษา 15,000 คน และประชาชนทั่วไป 80,000 คน

โดยมีหมายกำหนดเวลาการเข้าชมรอบละ 1 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ช่วง ดังต่อไปนี้ค่ะ

                – ถ่ายภาพที่ระลึกและชมภาพภูมิทัศน์ส่วนต่างๆ ของพระเมรุมาศในมุมกว้าง โดยบริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศ เป็นส่วนของโครงการพระราชดำริ เป็นเวลา 15 นาที

                – ชมพื้นที่ด้านในของพระเมรุมาศ และนิทรรศการ 6 อาคารอย่างอิสระ ซึ่งประชาชนสามารถขึ้นชมพระเมรุมาศได้เฉพาะชั้น 1 เท่านั้น เป็นเวลา 45 นาที

                ประชาชนที่เข้าร่วมงานจะต้องผ่านจุดคัดกรอง 5 จุด ประกอบด้วย ส่วนของประชาชนบริเวณ ท่าช้าง, วงเวียน รด. และ แม่พระธรณีบีบมวยผม ส่วนของพระภิกษุ ผู้พิการ บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม

                เมื่อผ่านจุดคัดกรองแล้ว ประชาชนสามารถเลือกชมมหรสพได้บริเวณทิศเหนือทางสะพานพระปิ่นเกล้า ซึ่งจะจัดในเวลา 18.00–22.00 น. หรือ เข้าเต้นท์เพื่อรอเข้าชมนิทรรศการ

                นิทรรศการเปิดให้เข้าชมได้วันละ 1 แสนคน แบ่งเป็น พระภิกษุสงฆ์ 500 รูป คนพิการ และคนชรา 500 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 8,000 คน นักเรียนนักศึกษา 15,000 คน ประชาชนทั่วไป 80,000 คน เฉลี่ย 4 ตารางเมตร/คน เข้าชมได้รอบละ 5,000 คน

                การแต่งกายควรแต่งกายสุภาพช่นเดียวกับการเข้าชมวัดพระแก้ว ห้ามใส่เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น และเสื้อแขนกุด ไม่จำเป็นต้องสีดำ

                กำหนดเวลาให้ชมบริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศซึ่งเป็นส่วนของโครงการพระราชดำริ คนละ 15 นาที

                ส่วนในนิทรรศการ 6 อาคารจะให้เวลาคนละ 45 นาที ซึ่งประชาชนสามารถขึ้นชมพระเมรุมาศได้เฉพาะชั้น 1 เท่านั้น ก่อนหมดเวลา 5 นาที เจ้าหน้าที่จะส่งสัญญาณบอก

                พระที่นั่งทรงธรรมจะปรับเป็นนิทรรศการพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ รวมถึงจิตรกรรม ส่วนอาคารอื่นๆ จะบอกเล่าถึงการจัดสร้าง และส่วนประกอบอื่นๆ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ พระภิกษุสงฆ์ และคนชรา โดยมีทางเข้าเฉพาะให้กับบุคคลเหล่านี้

                นิทรรศการเปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 07.00–22.00 น. ของทุกวัน

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!