WORLD7

sme624x100 giftqm720

สมคิด' ลุ้นสภาพัฒน์เพิ่มเป้าจีดีพีไทยปีนี้จากเดิม 3.5-4% ตามคลัง-ธปท. เหตุส่งออกฟื้นตัวดี

Gสมคด จาตศรพทกษสมคิด' ลุ้นสภาพัฒน์เพิ่มเป้าจีดีพีไทยปีนี้จากเดิม 3.5-4% ตามคลัง-ธปท. เหตุส่งออกฟื้นตัวดี

      'สมคิด' ลุ้นสภาพัฒน์ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ หลังคลัง-ธปท. นำร่องปรับเพิ่มแล้ว เหตุการส่งออกฟื้นตัวดีต่อเนื่อง เผยนายกรัฐมนตรีเตรียมเยือนสหรัฐ 2-4 ต.ค.นี้ เป็นการเปิดมิติใหม่ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ เชื่อส่งผลดีต่อการค้า-ลงทุนในอนาคต

       นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงาน 'สานพลังบริษัทจดทะเบียนเพื่อสังคมไทยยั่งยืน' ว่า ทางรัฐบาลคาดหวังที่จะเห็นสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับเพิ่มประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้เพิ่มขึ้น หลังที่ผ่านมาทางกระทรวงการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. มีการปรับเพิ่มประมาณการแล้ว หลังได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่เติบโตดีต่อเนื่อง รวมถึงการท่องเที่ยว และ เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีกว่าคาด

      อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ไข คือปัญหาการเหลื่อมล้ำ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ทุกๆส่วนต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ประชาชน มหาวิทยาลัย จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งจะทำให้ประเทศก้าวข้ามปัญหา หรือ อุปสรคคต่างๆ โดยขณะนี้ว่า ด้านสุขภาพ และ การศึกษาของไทยตกไปอยู่ที่ 90 ของโลก จากเดิมอันดับที่ 70 ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างประเทศที่ยังอ่อนแอ

    “ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นทำให้หลายส่วนมีการปรับจีดีพีขึ้น แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ปรับทีเดียวเลย ปรับทำไม 2-3 รอบ ซึ่งตอนนี้รัฐบาลก็ไม่ได้ห่วงเรื่องตัวเลขจีดีพีแล้ว เพราะมองว่ายังไงปีนี้ก็โต และ โตได้ดีมากด้วย ซึ่งสิ่งที่ต้องแก้ต่อไป คือ ความเหลื่อมล้ำ และ การกระจายรายได้ไปสู่ฐานล่างให้มากขึ้น”นายสมคิด กล่าว

      สำหรับ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้พบว่า หลายฝ่ายยังติดขัดปัญหา และ ความล่าช้าในการเข้ามาลงทะเบียนของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ได้รับทราบมาจากทางกระทรวงการคลังแล้ว โดยต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น ซึ่งทางกรมบัญชีกลาง และ ธนาคารกรุงไทย ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ และ อยากให้ทุกฝ่ายทำออกมาให้ดี

     ส่วนการที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ตามคำเชิญของผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 2 - 4 ต.ค.นี้นั้น นายสมคิด กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี และ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดมิติใหม่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะส่งผลดีต่อการค้า และ การลงทุน โดยอยากให้ทุกคนมองโลกในแง่ดี

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

สมคิด สะกิดสศช.ปรับจีดีพีเงินเริ่มไหลออกฉุดบาทอ่อนธปท.ชี้ศก.ยังฟื้นแบบกระจุก

      ไทยโพสต์ * 'สมคิดส่งสัญญาณรัฐบาลอยากเห็น สศช.ปรับเพิ่ม จีดีพีไทยปีนี้ หลังหลายหน่วยงานเริ่มขยับขึ้น ธปท.แจงดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ดึงเงินทุนนอกไหลออกจากไทย ฉุดบาทอ่อนค่าลง ชี้เป็นเรื่องที่ดี มองเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวกระจุก กลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังไม่ได้รับผลดีเต็มที่

      นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยใน งาน "สานพลังบริษัทจดทะเบียน เพื่อสังคมไทยยั่งยืน" ที่ตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า รัฐบาลมีความคาดหวังว่าสำนัก งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะมีการปรับเพิ่มประมาณ การอัตราขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2560

     หลังจากที่ผ่านมา กระ ทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับจีดีพีปีนี้ขึ้นไปแล้ว โดยได้รับแรงหนุน จากภาคการส่งออก การท่องเที่ยว ที่เติบโตดีต่อเนื่อง และเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีกว่าที่คาด

     "ในหลายๆ ภาคส่วนได้มีการปรับจีดีพีขึ้น แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ปรับทีเดียวเลย ปรับทำไม 2-3 รอบ แต่ตอนนี้รัฐบาลก็ไม่ได้ห่วงเรื่องตัวเลขจีดีพีแล้ว เพราะมองว่ายังไงปีนี้ก็โต และสามารถโตได้ดีมากด้วย โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ต่อไป คือความเหลื่อมล้ำและการกระจายรายได้ไปสู่ฐานล่างให้ได้มากขึ้น" นายสมคิดกล่าว

     สำหรับกรณีที่ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะเดินทางเยือนตามคำเชิญของผู้นำสหรัฐ ระหว่างวันที่ 2-4 ต.ค.นี้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดมิติใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะส่งผลดีต่อการค้าและการลงทุน รวมถึงจะช่วยให้รัฐบาลทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

         นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีการอ่อนค่าลงของเงินบาท โดยเคลื่อนไหวประมาณ 33.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 33.19 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ว่าขณะนี้เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่ามากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ ธปท.ไม่ได้รู้สึกกังวลหากจะมีเงินทุนไหลออกบางส่วน โดยเฉพาะหากเป็นเงินทุนจากต่างชาติที่เข้าเก็งกำไร มองว่าหากมีการไหลออกบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

     "ธปท.มองว่า การไหลเข้าของเงินทุนในระยะนี้อาจจะน้อยลงบ้าง แต่ยังคงเห็นการไหลเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรอยู่ เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจของไทย" นายดอนกล่าว

       ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีปีนี้เป็น 3.8% จากเดิม 3.5% ถือเป็นอัตราที่ไม่น้อย และสอดคล้องกับข้อมูลของ สศช.ที่ประกาศจีดีพีไตรมาส 2 ปี 2560 มีอัตราการ เติบโตที่ดี รวมทั้งภาพรวมเศรษฐ กิจในเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะ เป็นการขยายตัวที่ไม่ทั่วถึง เนื่อง จากกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังไม่ได้รับ ผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

       สำหรับ เศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค.ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยการส่งออกสินค้าขยายตัว 15.8% ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมยกเว้นยานยนต์ โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตดีขึ้นในอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก ทำให้การผลิตขยายตัว 3.7% ส่วนการท่องเที่ยวขยายตัวที่ 8.7% อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ยังชะลอตัว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง หรือประมาณต้นปี 2561 จึงจะเริ่มดีขึ้น.

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!