WORLD7

sme624x100 giftqm720

22ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 3.53 จุด เจอแรงขายลดเสี่ยงโดยกลุ่มโรงไฟฟ้านำตลาด-ดัชนีลงมาใกล้แนวรับสำคัญ
SET ปิดบ่ายที่1,775.37 จุด ลดลง 3.53 จุด ซื้อขาย 72,472.23 ล้านบาท

นักวิเคราะห์มองว่ามีแรงขายลดความเสี่ยง โดยมีแรงขายจากกลุ่มโรงไฟฟ้านำตลาด และต่างชาติยังขายต่อเนื่อง รวมทั้งดัชนี SET ทำนิวโลว์ใกล้แนวรับสำคัญ 1,760 จุดและ 1,750 จุด ยังกังวลประเทศที่ผลิตเหล็กส่งออกต่อมาตรการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐ แนวโน้มในสัปดาห์หน้าตลาดหุ้นไทยคาดเผชิญความผันผวน จับตาตัวเลขจ้างงานและตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่จะมีผลต่อการประชุมเฟด 20-21 มี.ค.นี้
ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,775.37 จุด ลดลง 3.53 จุด (-0.20%) มูลค่าการซื้อขาย 72,472.23 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดดีดตัวอยู่ในแดนบวกได้ไม่นานหลังจากแกว่งตัวในแดนลบตลอดวันซึ่งท้ายตลาดเด้งขึ้น โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,786.43 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,761.63 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 454 หลักทรัพย์ ลดลง 886 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 401 หลักทรัพย์
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดตลาดปรับตัวขึ้นในแดนบวกได้ไม่นานและยืนไม่อยู่ แม้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะออกมาประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมชัดเจนขึ้นว่าอาจมีข้อยกเว้นเพิ่มเติม แต่ก็เป็นแรงกดดันสหรัฐตลาดที่เป็นผู้ผลิตเหล็กส่งออกได้แก่ ญี่ปุ่น ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลง
นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลเม็ดเงินต่างประเทศ (Fund Flow) ที่ยังมีแรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศออกมาต่อเนื่อง และดัชนีหุ้นไทยทำจุดต่ำสุดลงมาเรื่อยๆ แม้ว่าในระหว่างสัปดาห์นี้มีข่าวดีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)รับร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับแล้วก็ตาม
"วันนี้มีแรงขายจากกลุ่มโรงไฟฟ้าอย่าง BGRIM EA GULF GPSC มาครบ 4 ตัวใหญ่เป็นจุดให้ดัชนีถูกทุบมาแรง และเป็นการขายลดความเสี่ยง"
นายมงคล คาดว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าจะเผชิญกับความผันผวน โดยขณะนี้ดัชนี SET เคลื่อนไหวใกล้แนวรับสำคัญ ที่ 1,760 จุด และ 1,750 จุด หากหลุดแนวรับสำคัญดังกล่าวคาดว่าตลาดคงเหวี่ยงแรงจากแรงขายอออกมา นอกจากนี้ให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้ และในวันที่ 13 มี.ค.สหรัฐจะประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 20-21 มี.ค.นี้
พร้อมให้แนวรับไว้ที่ 1,760 และ 1,750 จุด ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,790 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 9,711.31 ล้านบาท ปิดที่ 534.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 9,156.07 ล้านบาท ปิดที่ 45.50 บาท ลดลง 4.00 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,870.95 ล้านบาท ปิดที่ 67.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,341.34 ล้านบาท ปิดที่ 21.30 บาท ลดลง 0.20 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,319.46 ล้านบาท ปิดที่ 87.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
--อินโฟเควสท์

OO6253

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!