WORLD7

SME720 x 100tqm720

ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ รอดูตัวเลขจ้างงาน-แผนกระตุ้นศก.ของสหรัฐstock inside
            นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น ขณะเดียวกันก็รอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯคืนนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.48 ล้านคน และรอดูแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯด้วย ซึ่งวงเงินขั้นต่ำ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ
           ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ราว -0.3% ถึง -0.6% คาดว่าจะเป็นผลจากปัจจัยการเมือง โดยทางสหรัฐฯได้มีการเปลี่ยนกฏระเบียบเข้มขึ้นสำหรับบริษัทที่จะจดทะเบียนในตลาด ทำให้มีโอกาสที่จะเพิกถอนบริษัทจีนได้ ซึ่งคงจะต้องติดตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนต่อไป รวมถึงใกล้เข้าฤดูกาลการเลือกตั้งในสหรัฐฯด้วย
           สำหรับบ้านเราก็ให้ทยอยติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป โดยงบฯของ ADVANC ก็ออกมาดีกว่าคาด แต่ BH ออกมาต่ำกว่าคาด ดังนั้น นักลงทุนคงจะระมัดระวังการเล่นเก็งกำไรตามงบฯมากขึ้น พร้อมให้แนวรับ 1,320-1,325 จุด ส่วนแนวต้าน 1,345-1,350 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (6 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,386.98 จุด เพิ่มขึ้น 185.46 จุด (+0.68%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,349.16 จุด เพิ่มขึ้น 21.39 จุด (+0.64%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,108.07 จุด เพิ่มขึ้น 109.67 จุด (+1.00%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 15.63 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 15.87 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 21.21 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 12.07 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 6.64 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 0.80 จุด, ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1.97 จุด
ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (6 ส.ค.63) 1,333.22 จุด ลดลง 4.13 จุด (-0.31%)
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 823.30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 ส.ค.63
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (6 ส.ค.63) ปิดที่ 41.95 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.6%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (6 ส.ค.) อยู่ที่ 0.22 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 31.12 อ่อนค่าจากวานนี้เล็กน้อย ตลาดรอดูมาตรการกระตุ้นศก.-ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ
"ธนารักษ์" เผยทอท.ขอลดค่าเช่าที่ดิน 1 ปี อ้างผลกระทบโควิด ตั้งคณะทำงานพิจารณาเสนอระดับนโยบาย ทอท.ยอมรับขยายสัญญาคิงเพาเวอร์ไม่ตรงกับทีโออาร์ ยืนยันอนุมัติหลังส่งมอบพื้นที่ไม่ทันกำหนด
แบงก์ชาติ เผยผลสำรวจสถาบันการเงิน พบเริ่มเข้มงวดสินเชื่อรายใหญ่ ทั้งยังขยับดอกเบี้ยเพิ่ม หลังพบความเสี่ยงเริ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากพิษโควิดเศรษฐกิจชะลอ ด้าน "ไทยพาณิชย์" ยอมรับ เริ่มขยับดอกเบี้ยขึ้น ชี้เป็นไปตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น "กสิกรไทย-ซีไอเอ็มบีไทย" จับตาลูกค้าธุรกิจใกล้ชิด
บีโอไอเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วง 6 เดือนแรกปี 2563 รวม 754 โครงการเพิ่มขึ้น 7% มูลค่าเงินลงทุน 158,890 ล้านบาท อุตสาหกรรมเป้าหมายยังมาแรง โดยเฉพาะอุตฯการแพทย์มีโครงการยื่นขอรับการ ส่งเสริม 52 รายเพิ่มขึ้น 174% ด้านญี่ปุ่นครองแชมป์การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
"ศักดิ์สยาม" สั่งเช็กค่าก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดงโป่งกว่า 1 หมื่นล้านบาท ลั่นทุกรายการต้องมีที่มาที่ไป "ปลัดคมนาคม" ให้แจงยิบ 4 ข้อมติบอร์ด รฟท. มอบอำนาจใครอนุมัติสั่งงานเพิ่ม และมีค่างานเกิน 15% หรือไม่ หวั่นมียัดไส้-ขัดระเบียบ ยอมรับเคลียร์ไม่จบ กระทบการเปิดเดินรถแน่นอน
"สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ" แข่งเดือดเริ่มเปิดฉาก "สงครามราคา" หลัง "เงินติดล้อ" อัดแคมเปญดอกเบี้ยต่ำ 0.88% ต่อเดือน โดยให้กับรถทุกชนิด ทุกคันไม่เว้นรถเก่า ขณะ ค่ายอื่นๆ ประกาศพร้อมหั่นราคา โดย "เอ็มทีซี" ย้ำขอรอดูสถานการณ์ก่อน ลั่นหากจำเป็น ก็พร้อมเข้าแข่งขัน ด้าน "สวัสดิ์" ยันพร้อมสู้ศึก แต่ขอดูสถานการณ์เศรษฐกิจ ความสามารถชำระหนี้ของลูกหนี้ ขณะ "สมหวังฯ" เชื่อทุกบริษัทพร้อมแข่ง ลดดอกเบี้ยชิงลูกค้าเก่าประวัติดี
"พาณิชย์" เผยเงินเฟ้อ ก.ค.63 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน เหลือติดลบ 0.98% คาดทั้งปีลบ 1.1% "คลัง" ปลื้ม JCR คงอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ
*หุ้นเด่นวันนี้
CHG (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 3.30 บาท คาดกำไรปกติ Q2/63 -27% Q-Q แต่ยังสามารถทรงตัว Y-Y แม้จะถูกกระทบจาก โควิด-19 แต่มีรายได้ประกันสังคมซึ่งปรับขึ้นค่าหัวตั้งแต่ต้นปีช่วยประคองและพึ่งพารายได้จากต่างชาติต่ำ แนวโน้มรายได้ใน H2/63 คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวตามการ Reopen ขณะที่โรงพยาบาลใหม่อย่างจุฬารัตน์ 304 และรวมแพทย์ ฉะเชิงเทราคาดจะพลิกมีกำไรใน Q4/63 โดยคาดกำไรปกติปี 2563-2564 โต +6.8% Y-Y และ 21.1% Y-Y ตามลำดับ
TACC (เคทีบี) เป้าเชิงกลยุทธ์ 6.5 บาท หลังกำไรออกมาดีกว่าคาด Q2/63 ที่ 48 ล้านบาท (+12% YoY, +12% QoQ) ดีกว่าตลาดคาด +20% จากต้นทุนที่ลดลง ด้าน Gross profit margin 34.2% (1Q63 = 33.6%) ทำสถิติสูงสุด จาก product mix ที่มีอัตราการทำกำไรดีและ H2/63 จะเห็นการเติบโตของกำไรจากการปรับขนาดแก้วทั่วประเทศ
--อินโฟเควสท์ 

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!