WORLD7

SME720 x 100tqm720

ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีฯเช้าอิงแดนลบ Valuation ตึงตัว-จอง IPO หุ้นใหญ่ดึงสภาพคล่องstock inside
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ อิงแดนลบ จากความกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐที่สูงขึ้น และการเปิดให้จองซื้อหุ้นเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของบริษัทขนาดใหญ่ในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ ทำให้มีการดึงสภาพคล่องตลาดออกไปบางส่วน
แม้ว่านายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ แต่การใช้จ่ายทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น และทำให้ Bond Yield สูงขึ้นด้วย ซึ่งตลาดให้น้ำหนักตรงนี้ทำให้ดาวโจนส์ติดลบเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะมีข่าวดีแต่ตลาดทั่วโลกก็มี Valuation ที่ตึงตัว
ส่วนตลาดบ้านเราก็ถือว่าแพง มองจาก Forward P/E ปีนี้ที่ 20 เท่า และปี 2565 ที่ 17 เท่า อีกทั้งหุ้น DELTA เริ่มผันผวนซึ่งก็จะกดดดันตลาดด้วย โดยวานนี้หุ้น DELTA กระทบดัชนีฯราว 7 จุด พร้อมให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั้งในประเทศและนอกประเทศ รวมถึงติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ คละกัน พร้อมให้แนวรับ 1,530-1,520 จุด ส่วนแนวต้าน 1,545-1,550 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (14 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,991.52 จุด ลดลง 68.95 จุด (-0.22%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,795.54 จุด ลดลง 14.30 จุด (-0.38%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,112.64 จุด ลดลง 16.31 จุด (-0.12%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 0.38 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 79.21 จุด ส่วนดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 102.49 จุด
ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (14 ม.ค.) 1,535.98 จุด ลดลง 11.33 จุด (-0.73%)
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 822.19 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 ม.ค.64
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.พ. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (14 ม.ค.) ปิดที่ 53.57 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 66 เซนต์ หรือ 1.3%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 ม.ค.) อยู่ที่ 1.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 29.96 หลังสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้กรอบวันนี้ 29.95-30.05
กทม.เล็งเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว 16 ก.พ.นี้ เผยเพดานราคาสูงสุด 158 บาท หลังดีล 65 บาทตลอดสายไร้ข้อสรุป ชี้โควิด-19 พ่นพิษ ผู้โดยสารลดต่อเนื่อง "บีทีเอส" แจงหนี้เดินรถพุ่งกว่า 9 พันล้านบาท รัฐบาลยื้อต่อสัมปทาน
พิษโควิดรอบใหม่ทุบท่องเที่ยว 2 เดือนแรกอ่วมซ้ำ "ททท." หวังสถานการณ์คลี่คลายเร็วเร่งสปีด 10 เดือน พร้อมคงเป้ารายได้รวมท่องเที่ยวไทยปี 64 ที่ 1.2 ล้านล้านบาทฝ่าโควิด-19 ไม่หั่นเป้า "ไทยเที่ยวไทย" 120 ล้านคน-ครั้ง เล็งยกระดับอุตสาหกรรมจัดทำแผน "บีซีพี" รับมือความผันผวนปัจจัยเสี่ยง ในอนาคต
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ได้ประเมินทิศทางการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปี 64 ภายหลังจากเกิดการระบาดโควิดระลอกใหม่ โดยพบว่า หากโควิดแพร่ระบาดยืดเยื้อจะทำให้การเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ในปีนี้ลดลงถึง 10,000 หน่วย เหลือเพียง 79,000 หน่วย ซึ่งต่ำกว่าเดิมที่คาดว่าทั้งจะมีที่อยู่อาศัยเปิดตัว 89,000 หน่วย แบ่งเป็นแนวสูง 36,000-37,000 หน่วยและแนวราบ 52,000 หน่วย
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ได้วิเคราะห์ทิศทางการส่งออกของไทยปี 64 ว่า จะกลับมาเป็นบวก 3.6% จากปีที่ผ่านมา ติดลบ 7% เนื่องจากปัจจัยบวกจากการเริ่มใช้วัคซีนโควิด-19 ในหลายประเทศ รวมถึงแต่ละประเทศมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้กำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น แต่ปัจจัยบวกที่เข้ามายังจะต้องติดตามว่า วัคซีนที่เริ่มนำมาใช้มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันโควิดได้ผลหรือไม่ ทั้งนี้ หากตัวเลขการติดเชื้อทั่วโลกยังสูงถึงวันละ 7-8 แสนคน ตัวเลขการส่งออกของไทย จะติดลบที่ประมาณ 0.8% โดยต้องติดตามปัจจัยที่จะเข้ามาส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย เช่น ต้นทุนการขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นถึง 4-5 เท่า จากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์
บอร์ด ท.ท.ช.เห็นชอบออกประกาศเก็บเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาไทยคนละ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 300 บาท สมทบกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดปีนี้เก็บได้ 3,000 ล้านบาท นำไปซื้อประกันอุบัติเหตุให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคน พร้อมสะสมไว้ช่วยผู้ประกอบการและแรงงานกรณีเกิดวิกฤติ
*หุ้นเด่นวันนี้
STARK-W1 (ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ของบมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK)) เทรดวันนี้วันแรก มีจำนวน3,968,798,733 หน่วย ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาท/หน่วย อายุ 4 ปี อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 5 บาท กำหนดใช้สิทธิครั้งแรกวันที่ 31 มี.ค.66 และใช้สิทธิครั้งสุดท้ายวันที่ 3 ม.ค.68
CPF (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 42.20 บาท ซื้อสะสมคาดราคาหมูในประเทศและเวียดนามที่กลับมาสูงขึ้นจากปัญหาโรค ASF ที่ยังระบาดจะหนุนให้ Cycle ขาขึ้นของหมูยาวกว่าที่เคยเป็นส่งผลบวกต่อผลกำไรของ CPF โดยตรง
ZIGA (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 4.30 บาท คาดกำไรสุทธิ Q4/63 -12% Q-Q, +1,121% Y-Y จากราคาเหล็กโลกเฉลี่ยที่ +7% Q-Q, +36% Y-Y (เดือน ธ.ค. +15% M-M) และค่าเงินบาทแข็ง ทำให้กำไรปี 2563 คาด +227% Y-Y แนวโน้มกำไรปี 2564-65 คาด +26% Y-Y และ +9% Y-Y จากราคาเหล็กโลกที่ยังเป็นขาขึ้นเพราะ Supply Shortage และสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย ราคาหุ้นปัจจุบันมี PE เพียง 11.5 เท่า
--อินโฟเควสท์ 

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

apm

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!