WORLD7

SME720 x 100tqm720

ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์คล้ายภูมิภาค รอปัจจัยใหม่-จับตาประชุมครม.stock inside

 

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวไซด์เวย์ในแดนลบเล็กน้อย แม้วุฒิสภาสหรัฐมีมติเห็นชอบให้นางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังคนใหม่แล้ว แต่ทั้งนี้ ตลาดต่างรอปัจจัยใหม่เข้ามา แต่ก็ยังมี Sentiment ดีจากที่ดัชนีฯวานนี้สามารถยืนเหนือ 1,500 จุด ได้

ทั้งนี้ ตลาดฯอาจมีแรงกดดันจากที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครกว่า 900 คนเมื่อวานนี้ จากการค้นหาเชิงรุก ซึ่งเชื่อว่าวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อน่าจะชะลอลงได้ อย่างไรก็ดีให้ติดตามการประชุมเฟด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26-27 ม.ค.นี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมให้ติดตามทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐจะออกมาอย่างไรบ้าง ส่วนบ้านเราให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป โดยให้ติดตามงบฯของ SCC, PTTEP ที่จะประกาศออกมาในสัปดาห์นี้ และวันนี้ให้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการผ่อนคลายการคุมเข้มการแพร่ระบาดอย่างไรบ้าง

พร้อมให้แนวรับ 1,492 จุด ส่วนแนวต้าน 1,515 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (25 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,960.00 จุด ลดลง 36.98 จุด (-0.12%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,855.36 จุด เพิ่มขึ้น 13.89 จุด (+0.36%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,635.99 จุด เพิ่มขึ้น 92.93 จุด (+0.69%)

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 13.27 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 125.99 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 266.16 จุด

ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (25 ม.ค.) 1,501.62 จุด เพิ่มขึ้น 3.74 จุด (+0.25%)

นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 326.41 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ม.ค.64

ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (25 ม.ค.) ปิดที่ 52.77 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 50 เซนต์ หรือ 1%

ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (25 ม.ค.) อยู่ที่ 1.02 ดอลลาร์/บาร์เรล

เงินบาทเปิด 29.99 ทรงตัวจากวานนี้แม้ดอลล์แข็ง แนวโน้มแกว่งแคบในกรอบ 29.95-30.05

"สมุทรสาคร" ยังไม่พ้นวิกฤติยอดโควิดพุ่งอีก 914 ราย ขณะที่ภาพรวมประเทศผู้ติดเชื้อเหลือ 5 จังหวัด สัปดาห์นี้ลุ้น ศบค.ผ่อนคลายมาตรการ ด้านสธ.เปิดลงทะเบียน "สมัครใจฉีดวัคซีนโควิด-19" 12 ก.พ.นี้ ผ่านไลน์ออฟฟิศเชียล แอคเคาท์ หมอกลุ่มแรกล็อตนำเข้าแอสตร้าฯ 5 หมื่นโดส เข็มแรก 14 กุมภาฯ จับตาอาการผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ต้องเจาะคอช่วยการหายใจ

บอร์ด ทอท.สั่งรัดเข็มขัด หั่นค่ารับรองผู้บริหารลง 50% จากที่ได้เฉลี่ย 1-2 หมื่นบาท/เดือน ลดค่าน้ำมันรถ 20% จาก 200 ลิตร/เดือน และเลิกสิทธิเบิกค่าทางด่วน พร้อมให้งดบรรจุพนักงานใหม่แทนเกษียณ "นิตินัย" เผยผู้โดยสารทรุด หลังเจอโควิด-19 ระลอกใหม่

กูรู คาดหนี้เสียกลุ่มแบงก์ปี 64 เพิ่มขึ้น เหตุผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ ด้าน "ไทยพาณิชย์" รับ เอ็นพีแอลขึ้นต่อแต่ยังอยู่ในทิศทางที่บริหารจัดการได้ จากการเร่งให้การช่วยเหลือลูกหนี้ ขณะที่ศูนย์วิจัยทีเอ็มบี คาดเอ็นพีแอลกลุ่มแบงก์ปีนี้แตะ 6.04 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนที่ 5.2 แสนล้าน ส่วนบล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ประเมินกำไร 7 แบงก์ปีนี้ตั้งสำรองเพิ่มเป็น 2 แสนล้าน แต่คาดกำไรโต 5% ที่ 1.18 แสนล้าน

นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านปี 2563 ที่ผ่านมา โดยรวมตลาดลดลง 5% มาอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท จากคาดการณ์เดิมที่ 12,500 ล้านบาท เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และผลกระทบที่เกิด จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีหยุดการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางเศรษฐกิจ และสมาคมฯ เองก็ได้ลดการจัดกิจกรรมการตลาดเหลือเพียงครั้งเดียวเดือนตุลาคม จากปกติในแต่ละปีจะจัด 2 ครั้ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 26-27 ม.ค. 64 นี้ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ ไว้ที่กรอบ 0-0.25% ตามเดิม และน่าจะไม่มีการประกาศใช้เครื่องมือผ่อนคลายทางการเงินอื่น ๆ เพิ่มเติม แม้เฟดจะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่อง แต่จะยังย้ำถึงความจำเป็นของการเร่งผลักดันมาตรการฝั่งการคลังจากรัฐบาลใหม่ของ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ เพื่อให้ทั้งนโยบายการเงินการคลังมีส่วนช่วยจำกัดความเสี่ยงและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ในระยะข้างหน้า

*หุ้นเด่นวันนี้

PTG (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 24.50 บาท คาดกำไร Q4/63 ทำ New High +6% Q-Q, +59% Y-Y จากค่าการตลาดที่ทรงตัวในระดับที่ดี 1.8-1.9 บาทต่อลิตร ปริมาณขายที่สูงขึ้น รวมถึง EBITDA ของธุรกิจ Non-Oil ที่ฟื้นตัว แนวโน้ม Q1/64 ได้รับผลกระทบบ้างจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่คาดไม่หนักเท่าปีก่อน ขณะที่กำไรธุรกิจไบโอดีเซลที่สูงขึ้นจากนโยบายสนับสนุนของรัฐ คาดกำไรปี 2564-2565 โตต่อเนื่อง 11% Y-Y และ 7% Y-Y ตามลำดับ

TU (ทรีนีตี้) "ซื้อ"เป้า 18.40 บาท คาดกำไร Q4/63 อยู่ที่ 1,440 ล้านบาท อ่อนตัว 30%QoQ แต่ยังโต 36%YoY โดยคาดยอดขายรวมอ่อนตัวเนื่องจากเข้า Low Season แต่ทั้งอาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็งซึ่งเป็นธุรกิจหลักยังมีแนวโน้มดี ด้านธุรกิจของ Red Lobster อาจมีส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น หลังเข้า Low Season เช่นกัน และยังอาจได้รับผลกระทบจากโควิด รอบใหม่ อย่างไรก็ดีคาดปี 64 กำไรยังโตได้ โดยยอดขายอาหารทะเลกระป๋องอาจอ่อนตัวลงบ้าง แต่ยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งจะฟื้นตัว

COM7 (เคทีบีเอสที) เป้าเชิงกลยุทธ์ 48 บาท สินค้าไอทียังขายดีไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มือถือ เกมส์ และอื่นๆ จึงคาดรายได้ปี 2564 เติบโตต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าขยาย 70 สาขาในปี 2564 ขณะเดียวกันช่องทางการขายแบบออนไลน์ก็ได้รับความนิยมดี ระยะสั้นมีแคมเปญ ที่ร่วมกับ Shopee เข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขาย พร้อมประเมินกำไรสุทธิใน ปี 2563-2564 ที่ 1.27 พันล้านบาท และ 1.53 พันล้านบาท เติบโต +4.7%YoY, +20%YoY ตามลำดับ

--อินโฟเควสท์

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

apm

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!