WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

BAYบล.กรุงศรี : Money Wizard
Daily Strategy 
" ผ่อนคันเร่ง " 
          ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวขึ้นปิดบวก 5.68 จุด (+0.34%) ที่ระดับ 1,670 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท โดยภาวะตลาดยังคงได้แรงหนุนจากคาดการณ์ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือนก.ย.และธ.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและรองรับผลกระทบ Trade war ซึ่งเป็นบวกต่อกระแส Fund flow ต่างชาติส่งผลให้มีแรงซื้อในกลุ่ม ENERG, ICT และ MEDIA หนุนดัชนีดีดตัวขึ้น ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,910 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,501 ล้านบาท อีกทั้ง Net Long TFEX 15,167 สัญญา
          แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้: มุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัว 1,665 - 1680 จุด โดยภาวะตลาดจะยังคงได้ sentiment เชิงบวกจากคาดการณ์ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงซึ่งหนุนต่อ Fund Flow ต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแรงกดดันจากสถานการณ์ Trade war ระหว่างสหรัฐ-จีนที่ยังไม่มีความคืบหน้าโดยล่าสุดสหรัฐขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มอีก 3 แสนล้านดอลลาร์ หากจีนยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐในการการประชุม G20 วันที่ 28 - 29 มิ.ย. นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงหลุด 53 US/Barrel ในช่วงเช้านี้จากความกังวล Demand ที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจะเป็นตัวถ่วงให้ภาวะตลาดผันผวน  
กลยุทธ์การลงทุน : Selective Buy 
          - กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากภาวะการเมืองชัดเจน (AMATA, WHA, STEC, CK) 
          - กลุ่ม Domestic Play  (AOT, TTW, CPALL, BEM, BTS, BDMS , EA , BGRIM , TPCH )  
          - หุ้นที่คาดว่าจะได้เข้าคำนวณ SET 50 รอบใหม่ (OSP, SAWAD) ส่วน SET 100 (OSP, JAS, JMT, ITD) 
          หุ้นแนะนำวันนี้: CPALL (ปิด 81.75 ซื้อ/เป้า 88) หากดูจากสถิติย้อนหลังกลุ่มค้าปลีกเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีสุดทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง เราเลือก CPALL เป็น Top pick ของกลุ่ม SSSG ยังเป็นบวกคาดปีนี้ +3% อีกทั้งการขยายสาขายังเป็นไปตามแผนตั้งเป้าที่ 700 สาขาต่อปี, SAWAD (ปิด 54 ซื้อ/เป้าสูงสุด IAA Consensus 62) เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้าคำนวณใน SET50 รอบใหม่ และยังได้ Sentiment บวกจากข่าวเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ทำให้แรงกดดันต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนเงินทุนลดลง 
          KSS report วันนี้ : BEC (ปิด 9.6 ถือ/เป้า 9.8)
ประเด็นสำคัญวันนี้ : 
          (-) ดาวโจนส์ลดลงเล็กน้อยเพียง 14 จุด นักลงทุนเริ่มขายทำกำไรหลังจากที่ตลาดไม่มีปัจจัยบวกใหม่มากระตุ้น : ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 14 จุด (-0.05%) ปิดที่ระดับ 26,049 จุด เนื่องจากตลาดยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุนนำ ทำให้นักลงทุนเริ่มทยอยเทขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีปรับขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วง 6 วันก่อนหน้า ประกอบกับนักลงทุนยังกังวลต่อปัญหา Trade war ระหว่างจีนกับสหรัฐ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม หากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไม่เข้าร่วมประชุมสุดรอบใน G20 
          (-) EIA ลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI และ BRENT ลง 5.6% และ 4.2% ตามลำดับ ในปีนี้ :สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ในปีนี้ลง 5.6% เป็น 59.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ ลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ BRENT ลง 4.2% เป็น 66.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อสะท้อนแนวโน้มอุปสงส์ที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากผลกระทบของปัญหา Trade war ส่วนการตอบสนองของราคาน้ำมันดิบ WTI และ BRENT เมื่อคืนแทบไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามในส่วนของราคาในตลาดฟิวเจอร์เช้าวันนี้ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงประมาณ 70 เซนต์ (-1.3%) ประเด็นนี้อาจจะเป็นปัจจัยลบกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงานในวันนี้ 
          (+) Fund Flow ไหลเข้าจะช่วยประคองดัชนี และผลักดันให้ SET ปรับขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง : นับตั้งแต่ที่ประธาน Fed ออกมาส่งสัญญาณว่า Fed อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยและนำมาตรการ QE กลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องขณะที่ Fund flow ต่างชาติเริ่มไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึงตลาดหุ้นไทยมากขึ้น นอกจากนี้ตลาดหุ้นบ้านเรายังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติม อาทิ การเมืองที่กลับสู่ระบอบประชาธิปไตย, Bond yield 10 ของไทยเริ่มสูงกว่าสหรัฐช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้มากกว่า, Valuation ของตลาดหุ้นไทยไม่แพงค่า PE และ PBV ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต Earning yield Gap ยังห่างและสูงกว่าค่าเฉลี่ย ทำให้ตลาดหุ้นยังน่าสนใจ ซึ่งเราเชื่อว่าการไหลเข้าของ Fund flow ดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยประคองดัชนีในช่วงนี้ และเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะหนุนให้ SET Index ในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวขึ้นต่อ (10 วันที่ผ่านมา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวมกว่า 33,880 ล้านบาท ส่งผลให้ YTD มียอดซื้อสุทธิ 9,878 ล้านบาท) 
          
          นักวิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน :
          อาทิตย์ จันทร์สว่าง Registration No.16475 
          นักวิเคราะห์ เทคนิค และ นักกลยุทธ์:
          ชัยยศ จิวางกูร Registration No. 15942
          ผู้ช่วยนักวิเคราะห์:
          ยุภาวณี เล้าตระกูลชัย
          ณัฐกานต์ โพธิ์ศรี

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!