WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

NOMURAEquity Play of the day:บล.โนมูระ พัฒนสิน
“Domestic Play”  
CNS Daily Strategy : คาดตลาด “Up” ต้าน 1675/1683จุด รับ 1663/1655จุด เงินเฟ้อภาคการผลิตสหรัฐฯชะลอตัว ผสานถ้อยแถลงของ Trump ที่มองว่าสหรัฐฯเสียเปรียบสกุลเงินหลักอื่นๆ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเกินไป เพิ่มความคาดหวังที่ FED จะปรับลดดอกเบี้ยเร็วๆนี้ โดย Nomura คาดเกิดขึ้นในเดือนก.ค. และธ.ค. ผสานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากจีน หนุนสินทรัพย์เสี่ยงเด่น และหนุน Fund Flows ไหลเข้าทุกประเทศใน EM-Asia 2 วันติด รวม 572 ล้านเหรียญ และไหลเข้าไทย 9 ใน 10 วัน รวม 1,072 ล้านเหรียญ หนุน SET เด่น วันนี้แนะ Theme: “Domestic Play” STPI, TOA, ZEN
Nomura : Key Factors
• (*) US: PPI เดือนพ.ค. รายงานที่ระดับ 0.1% ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 0.2%
• (+) US: Trump มองสหรัฐฯเสียเปรียบสกุลเงินอื่นๆ เนื่องจากดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเกินไป
• (*) OIL: ราคาน้ำมันดิบวานนี้ WTI +0.02% สู่ 53.27$/bbl, BRT 0.00%สู่ $62.29/bbl
• (+) CH: จีนผลักดันให้รัฐบาลท้องถิ่นออกพันธบัตรพิเศษ เพื่อใช้ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่
• (+) TH: Fund Flows ไหลเข้าไทย 9 ใน 10 วันทำการ มูลค่ารวม 1,072 ล้านเหรียญ
• (+) Fund Flow: ซื้อหุ้น +2,910ลบ, Long Future +15,167สัญญา, ซื้อBond +1,501ลบ
Nomura Daily Top Picks: STPI, TOA, ZEN
Equity Daily Outlook : คาดตลาด “Up” ต้าน 1675/1683จุด รับ 1663/1655จุด ดัชนีเงินเฟ้อภาคการผลิตของสหรัฐฯ (PPI) เดือนพ.ค. รายงานที่ระดับ 0.1% ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 0.2% เพิ่มโอกาสที่ FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น ผสานถ้อยแถลงของปธน. Trump ที่เผยว่า สหรัฐฯเสียเปรียบสกุลเงินหลักอื่นๆ เนื่องจากธนาคารกลางของประเทศอื่นยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ แต่อัตราดอกเบี้ยของ FED กลับอยู่ในระดับที่สูงกว่า เพิ่มความคาดหวังที่ Fed ปรับลดดอกเบี้ยเร็วๆนี้ จึงต้องติดตามการส่งสัญญาณในการประชุม FOMC 18-19 มิ.ย. ขณะที่ Nomura ประเมินว่า FED จะปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ในเดือนก.ค. และธ.ค. ผสานกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากจีน หลังจีนได้ผลักดันให้รัฐบาลท้องถิ่นออกพันธบัตรพิเศษ เพื่อใช้ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และรักษาสภาพคล่องในตลาดให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล ซึ่งแนวโน้มการใช้มาตรการผ่อนคลายของทั้งสหรัฐฯ และจีน รวมไปถึงยูโรโซนที่จะตรึงดอกเบี้ยไปจนถึง 1H20 เป็นปัจจัยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงโลกอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ CDS(ค่าประกันความเสี่ยง) ของประเทศไทย อายุ 5ปี ลดลงต่อเนื่อง 35.19bps ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายที่ไทยถูก S&P Credit  Upgrade สะท้อนเสถียรภาพทางการเงินและโครงสร้างภายในของไทยแข็งแกร่ง และมีความเชื่อมั่นจากภายนอกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้าภาพการเมืองเดินหน้าเชิงบวกและมีเสถียรภาพ เราอาจเห็นการ Upgrade Credit ประเทศได้ในอนาคต ทิศทางดังกล่าวเป็นบวกต่อ Fund Flows ไหลเข้าสู่ EM-Asia ล่าสุดต่างชาติซื้อสุทธิในเอเชียทุกประเทศ 2 วันติดต่อกัน รวม 542 ล้านเหรียญ และซื้อสุทธิในไทย 9 ใน 10 วันทำการ รวม 1,072 ล้านเหรียญ หนุนตลาดหุ้นไทยขึ้นต่อ
Asset allocation : สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำลงทุนในหุ้น 82.5% ทองคำ 12.5% ตลาดบอนด์ 5% และเงินสด 0%
Daily Strategy : ถือหุ้น 82.5% เน้นสะสม Domestic Play BBL, AOT, CPALL, ROBINS, TU, CPF, ADVANC, CK, STEC, PYLON, AMATA, ERW, WHA, GULF และ Global Play (PTT, TOP) วันนี้เน้น “Domestic Play”
1. หุ้นได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็งค่า TASCO, TOA, BGRIM, AMATA, STPI
2. การตั้งรัฐบาลชัดขึ้นว่าเป็นทีมที่สานต่อนโยบายเดิม บวกต่อ EEC(AMATA, WHA) อิงการลงทุน STEC, CK, SCC, PYLON และการบริโภค CPALL, ZEN, ROBINS, BJC
3. Mid-Small Play : เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวของผลประกอบการ และมีโอกาสเป็นเป้าสะสมของสถาบันในประเทศรอบใหม่ ได้แก่ KAMART, ICHI, TOA, ZEN, SABINA, JUBILE, PSTC, PYLON, TASCO, GUNKUL, STPI
4. FTSE ประกาศรายชื่อหุ้นเข้าออกใหม่แล้ว ซึ่งจะมีผล 21 มิย 2019 ณ ราคาปิด  พบว่าในส่วนของ FTSE All-World มีไทย 1 บริษัท คือ OSP ส่วน FTSE Small Cap มีหุ้นไทยเข้า 1 บริษัทคือ TFFIF ออก(-) FTSE Micro Cap มีหุ้นไทยเข้า 5บริษัท คือ NER, TQM, BGC, PR9, SPRIME ออก(-)
5. คาดหุ้นเข้า SET50/100 แนะนำเก็งกำไร SAWAD, OSP / JMT
6. JUNE 2019 แนะ SCB, STEC, BGRIM, TASCO, STPI, TOA, KAMART
2019F Strategy : Wind of Change        
• 2Q19 Best Picks : INTUCH, DTAC, CENTEL, AAV, BGRIM, BDMS, RS, BJC, KBANK, STEC, AMATA, STPI     
Fundamental & Tactical Daily Top Picks :    
STPI (TP19F 8.5*):  Support 7.15/7.0 Resistant 7.45/7.6            
• Theme:    Bottom play
• Earnings Outlook: ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และคาดจะพลิกมาทำกำไรปีนี้ 2.09 พันลบ. เริ่มเห้นสัญญาณบวกการได้รับงาน และมีลุ้นงานประมูลมากขึ้นใน 2H19F รวมถึง จะเริ่มเห็นผลการกระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนธุรกิจอื่นๆ
• Valuation: มูลค่าพื้นฐาน 8.50 บาท ปรับ PBV ขึ้นอิงระดับ SD -0.5x หลังผ่านพ้นจุดต่ำสุดในเชิงผลประกอบการ
• Catalyst: มองภาพการลงทุน มิ.ย.คลี่คลายมากขึ้น และกลุ่ม Mid small จะเป็นตัวเลือกที่เริ่มน่าสนใจ โดย STPI ภาพรวมธุรกิจดูดี และมีแนวโน้มได้รับงานก่อสร้างเพิ่ม 4.0-6.2 พันลบ.ในช่วง 2H19 หนุนผลประกอบการฟื้นตัวเด่น ล่าสุดประกาศจ่ายปันผล 0.34 บาท/หุ้น Yield 4.7% ขึ้น XD วันที่ 20 มิ.ย. 2019
        
TOA (TP19F 38*):  Support 33.0/32.25 Resistant 34.5/35.0            
• Theme:   Earnings Play
• Earnings Outlook:  แม้คาดกำไรสุทธิ 2Q19F ลดลง y-y จากค่าใช้จ่ายพิเศษ Employee benefit แต่กำไรปกติยังเติบโตได้ดี y-yแต่เริ่มเห็นสัญญาณธุรกิจหลัก ทั้งรายได้และอัตรากำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง จากควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีและการล็อคต้นทุนได้ราคาต่ำช่วงเงินบาทแข็ง หนุนกำไรปี 2019F/2020F เติบโต +9%/+20% ต่อเนื่อง
•  Valuation: ราคาหุ้นเป็นจุดเข้าลงทุนรอบใหม่ที่ดีเชิง Tactical หลังปรับฐานมาแล้ว ขณะที่แนวโน้มกำไรคาดฟื้นตัวได้ดีและเร็วกว่าคาด แนะนำ ซื้อลงทุน จากมูลค่าพื้นฐาน 2019 ที่ 38 บาท
• Catalyst: ปัจจัยบวกระยะสั้น 2 จุดจาก เงินบาทแข็งค่าและราคาน้ำมันทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 เดือน บวกต่อการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ (ภาพคล้าย 1Q19 ที่ต้นทุนต่ำจาก 2 ปัจจัยนี้เช่นกัน) + ภาพธุรกิจดูดีขึ้นใน 2Q19F ทั้งด้านรายได้และด้านต้นทุน โดยรวมเรามองจะช่วยชดเชยผลกระทบของขาดทุนช่วงแรกของการเปิดโรงงานใหม่ในต่างประเทศได้ และหนุนกำไรปกติ (Norm profit) 2Q19F ยังเติบโตดี y-y
        
ZEN (TP19F 19*):  Support 13.5/13.2 Resistant 14.2/14.7            
• Theme: Earnings play
• Earnings Outlook: เป็นอีกร้านอาหารที่มีแบรนด์ติดตลาดและกระจายความเสี่ยงผ่านแบรนด์ครอบคลุม และมีทั้งร้านเปิดเองและร้านแฟรนไชส์ โดยคาดกำไรปีนี้จะเติบโต 30% และ 3 ปี CAGR 25% จาก 1) เปิดสาขาเชิงรุกกว่าเท่าตัว 2) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงกว่า 20 ลบ. 3) ผ่านช่วงปรับโครงสร้างองค์กร โดยภาพกำไรรายไตรมาส คาด Norm profit จะเติบโต y-y ไปทุกไตรมาส อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ (Net profit) คาดลดลงจากฐานปีก่อนมีกำไรพิเศษสูง   
• Valuation: ซื้อขาย PER 22.5 เท่า ยังใกล้เคียงกลุ่มฯ และยังเป็นโซนซื้อที่ได้เปรียบ จากแนวโน้มกำไรเติบโตแรงสุดในกลุ่มฯ
• Catalyst: ความเข้มข้นของโปรโมชั่นจาก Food delivery model (GRAB, GET, Line man ฯลฯ) เริ่มลดลง  ลดแรงกดดัน SSSG ของร้านอาหาร +  ประเมิน SSSG 2Q19F จะเริ่มเป็นทิศทางที่ดีขึ้น และวันนี้ (12 มิ.ย. 2019) มี Analyst meeting   
        
Note: TP (Bloomberg Consensus) , *TP(CNS), **TP(Nomura)

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!