WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

CEO GC สานต่อภารกิจ สร้างปิโตรเคมีไทย ให้แข็งแกร่ง พร้อมต่อยอดธุรกิจสู่ระดับโลก

1.AAA A AAGC8

CEO GC สานต่อภารกิจ สร้างปิโตรเคมีไทย ให้แข็งแกร่ง พร้อมต่อยอดธุรกิจสู่ระดับโลก

     New CEO GC แถลงวิสัยทัศน์ และทิศทางบริษัทฯ ด้วยกลยุทธ์ 3 Steps สานต่อโครงการปิโตรเคมีในประเทศให้แข็งแกร่ง พร้อมต่อยอดธุรกิจสู่ระดับโลก ยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและนวัตกรรมด้าน Green มุ่งเติบโตอย่างยั่งยืน

       ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) GC กล่าวว่า GC ประกาศวิสัยทัศน์ พร้อมก้าวไกลไประดับโลก To be a Leading Global Chemical Company for Better Living/เป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต โดยภายใต้วิสัยทัศน์นี้มีคีย์เวิร์ดสำคัญ 3 คำได้แก่ 1) Leading คือการเป็นผู้นำซึ่งในความหมายของ GC คือจะต้องวัดผลได้ 2) Global ความหมายตรงตัว คือการมุ่งสู่ระดับโลก และ 3) Better Living สร้างชีวิตที่ดี มุ่งเน้นความยั่งยืน ตรงกับนโยบายการทำงานล่าสุดคือ 'สานต่อ ต่อยอด' โดย GC จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ 3 Steps :

  • • Step Change: สานต่อสร้างบ้านให้แข็งแรง GC Group ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้วยการสานต่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับฐานการผลิตปัจจุบันของบริษัทฯ ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่ม Plant Reliability ให้อยู่ในระดับ 1st Quartile และ ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจด้วยการขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำและ High Value Business รวมถึงการขยายตลาดในภูมิภาค South East Asia
  • • Step Out: การหาฐานธุรกิจแห่งที่ 2 (Second Home Base)ซึ่งมีศักยภาพในการแข่งขันด้านวัตถุดิบหรือการเติบโตของตลาด อาทิ โครงการศึกษาการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐฯ ที่มีศักยภาพความเป็นต่อด้านวัตถุดิบ (Feedstock)ต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ด้วย Mergers and Acquisitions (M&A)สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด
  • • Step Up: สานต่อแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ซึ่ง GC ได้ปฏิบัติอย่างโดดเด่น ด้วยความคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อความยั่งยืนสูงสุด และต่อยอดบูรณาการให้เกิดความยั่งยืน (Sustainability) ในทุกธุรกิจและกระบวนการของบริษัทฯ โดยในปี 2562 GC ได้รับการจัดอันดับจาก DJSI ให้เป็นบริษัทอันดับ 1 ด้านการสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

 

ความก้าวหน้าโครงการลงทุน

     GC มีการลงทุนเพื่อต่อยอดโครงการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมในบริเวณพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการหลักมูลค่าการลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท

     โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration Project (ORP) เป็นการขยายกำลังการผลิตผ่านการลงทุนใน Naphtha Cracker  เพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบที่บริษัทฯ มีอยู่แล้ว ต่อยอดธุรกิจปลายน้ำในอนาคตด้วยกำลังการผลิตเอทิลีน 500,000 ตันและ โพรพิลีน 250,000 ตัน อยู่ในระหว่างการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว ประมาณ 73% คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563 มูลค่าโครงการประมาณ 36,000 ล้านบาท

      โครงการโพรพิลีนออกไซด์ (Propylene Oxide :PO) และ โครงการโพลีออลส์ (Polyols) เพื่อผลิตโพรพิลีนออกไซด์ (PO) 200,000 ตันต่อปี และผลิตภัณฑ์โพลีออลส์ (Polyols) 130,000 ตันต่อปี มีมูลค่าโครงการประมาณ 34,000 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการเป็นต่อยอดผลิตภัณฑ์โพรพิลีนไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางสายโพลียูรีเทน (Polyurethane) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ High Value Business ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โครงการ PO คืบหน้าไปแล้ว 79% และโครงการโพลีออลส์ คืบหน้าไปแล้ว 77% คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563

      โครงการร่วมลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูงใน 2 โครงการ ได้แก่  PA9T 13,000 ตัน/ปี และ HSBC 16,000 ตัน/ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการขยายธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลายเกรดพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive) และ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท คุราเร่ จีซี แอดวานซ์ แมททีเรียลส์ จำกัด (KGC) มูลค่าโครงการประมาณ 15,000 ล้านบาท

      โครงการพลาสติกรีไซเคิล เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางด้าน Circular Economy ของ GC โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว มาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการ Recycle ได้เม็ดพลาสติกคุณภาพสูงระดับ Food-Grade และ Packaging-Grade

  • • ร่วมมือกับพันธมิตร แอลพลา (ALPLA) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงระดับโลก ปฏิวัติการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
  • • จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด (ENVICCO Limited) ที่นิคมเอเชีย มาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกหมุนเวียนคุณภาพสูง ชนิด rPET ขนาด 30,000 ตันต่อปี และ rHDPE ขนาด 15,000 ตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2563 และคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2564 มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท
  •       โครงการศึกษาการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีความได้เปรียบในด้านความสามารถในการแข่งขันทางด้านวัตถุดิบ นั้นคือมีแหล่งวัตถุดิบ Ethane ซึ่งมีต้นทุนที่มีความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้คาดว่าในช่วงครึ่งปี 2563 จะได้ผลสรุปเพื่อตัดสินใจในการดำเนินโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ GC อยู่ในระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ของโครงการเช่น เงื่อนไขสัญญาการก่อสร้างโครงการ และการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการ เป้าหมายเพื่อเป็น Second Home Base ของบริษัทฯ

Circular Economy in Action

        สิ่งที่ GC มุ่งเน้นเพื่อสร้างความยั่งยืนมี 2 ประเด็นหลัก คือ 1) การลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด 2) การนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ ซึ่งครอบคลุมใน 3 ส่วนหลักได้แก่

  • • Smart Operating: สร้างธุรกิจรูปแบบใหม่ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • • Responsible Caring: เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความยั่งยืน ไม่ผลิตสิ่งที่ใช้แล้วทิ้ง เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และ ต้องพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ผลิตออกไป จะต้องปล่อยของเสียน้อยที่สุด
  • • Loop Connecting: เพิ่มพลังความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย และเชื่อมต่อธุรกิจให้ครบวงจร โดยขยายความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน และเชื่อมต่อธุรกิจให้ครบวงจรในโครงการ Upcycling Plastic Waste อาทิ โครงการ PPP วัดจากแดง (OUR Khung BangKachao) Think Cycle Bank เป็นต้น

GC มุ่งมั่นในการผลิตเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนในด้านการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission) จากกระบวนการผลิตของบริษัทฯ โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ใน 10 ปีข้างหน้า (ปี 2573) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาภาวะโลกร้อน สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และยังตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 52% ภายในปี 2593 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของโลกในการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส

ผลิตภัณฑ์ที่ GC ดำเนินการผลิต ได้รับการรับรองเครื่องหมาย Carbon Footprint และ Carbon Footprint Reduction จาก องค์การก๊าซเรือนกระจก (TGO) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้ง GC มีการวางเป้าหมายที่จะมีผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษและผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Chemicals) เพิ่มเป็น 30% ภายในปี 2573 และยกเลิกการผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งใน 5 ปีข้างหน้าต่อไป นอกจากนี้ GC ยังได้รับการจัดอันดับเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ DJSI ปี 2019 โดยได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วย Percentile 100 และอยู่ในระดับ Top 10 ของ DJSI World และ Emerging Markets ในกลุ่มเคมีภัณฑ์ (Chemical Sector) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7

นอกจากนี้ GC ในฐานะภาคเอกชนที่มีการขับเคลื่อนและนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ในการดำเนินการอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในพันธมิตรด้านความยั่งยืน (Partner for Sustainability) ในการสนับสนุนของที่ระลึกในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 โดย GC ได้นำหลัก Circular Economy และนวัตกรรมด้าน Green ที่ได้ดำเนินการ มานำเสนอต่อผู้เข้าร่วมงานอย่างเป็นรูปธรรม

GC CEO Continues Company’s Mission to Strengthen

Thai Petrochemical Sector and Enhance its Business at a Global Level

New CEO of GC announces company’s vision and direction with three steps strategic approaches: continue petrochemical projects in Thailand, enhance business at global level, and apply Circular Economy and green innovations for sustainable growth

Dr. Kongkrapan Intarajang, Chief Executive Officer of PTT Global Chemical Public Company Limited, or GC, today announced GC’s vision is “To be a Leading Global Chemical Company for Better Living.” This vision is based on three key concepts: 1. Leading – to be a leader that is measurable; 2. Global – expanding at the international level; and 3. Better Living – creating a better quality of life by focusing on sustainability. It is also in line with GC’s latest policy of “continue and enhance.”

GC will drive its business strategically through three steps:

Step Change: continue to boost the company’s internal strength as GC Group solidifies its leadership position through improved competitiveness of its current manufacturing base located in Map Ta Phut in Rayong province. This includes enhanced productivity, improved plant reliability that employs 1st quartile equipment coverage levels, and adding further value to its business through expansion to downstream products, high-value businesses and regional market expansion in Southeast Asia.

Step Out: search for a second home base that offers the potential to boost GC’s competitive position in terms of feedstock and market growth, such as the US Petrochemical Complex study project which has the potential for feedstock, while also going into new businesses through mergers and acquisitions (M&As) to accelerate growth.

Step Up: continuing with the concept of comprehensive sustainable growth, especially within the Circular Economy, in which GC delivers outstanding performance aligned with environmental awareness and social responsibility, while striving to enhance sustainability for all of the company’s businesses and operations. GC is ranked number 1 in 2019 Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) in the petrochemical sector.

Updates on GC’s investment projects

GC is driving investment projects that will add value to the petrochemical industry in line with the government’s policy to support the development of the Eastern Economic Corridor (EEC). At present, GC has invested in projects valued almost 100 Billion baht

The Olefins Reconfiguration project (ORP) will expand GC’s production capacity through an investment in a naphtha cracker, with an aim to add more value to the company’s existing feedstocks. GC considers this an important way to boost its downstream business in the future, as the project has an ethylene production capacity of 500,000 tons per year and propylene production capacity of 250,000 tons per year. Both production facilities, which are currently under construction with progress at 73%, are scheduled to be in commercial operation by 2020. The value of this project is approximately 36,000 million baht.

The Propylene Oxide Project (PO) and the Polyols project will produce 200,000 tons of PO per year and 130,000 tons of polyether polyols per year. The PO and Polyols projects are valued at around 34,000 million baht. Both projects will expand from propylene to downstream polyurethane products, which is one of the company’s strategies to enter high-value business. For PO project is under construction with progress at 79%. For Polyols project is under construction with progress at 77%, and both are scheduled to be in commercial operation by 2020.

The Performance Chemicals business investment project includes PA9T project with 13,000 tons per year capacity and the HSBC project with 16,000 tons per year capacity. Both projects are expected to complete by 2022. They will produce advanced engineered products that will play a crucial role in driving GC’s future business growth, with a focus on the automotive and electrical & electronics (E&E) industries. The project, which is being conducted by Kuraray GC Advanced Materials Co., Ltd. (KGC), has a value of approximately 15,000 million baht.

The Plastic Recycling project is in line with Circular Economy principles. GC will use waste plastic bottles as raw material for a recycling process to produce high-quality food grade and packaging grade plastic resins.

The project is a partnership with ALPLA, a global recycler and high-quality plastic packaging solutions provider.

GC and ALPLA have established ENVICCO Limited, a joint venture company, in the Asia Industrial Estate in Map Ta Phut, Rayong province, to produce 30,000 tons per year of recycled PET (rPET) and 15,000 tons per year of recycled HDPE (rHDPE) plastic resins. Construction of the facility is expected to begin in early 2020 and it is scheduled to be in commercial operation by 2021. The value of this project is approximately 2,000 million baht.

The Petrochemical Complex in the United States – GC is studying the feasibility of this project and its competitiveness as a feedstock source for ethane, which provides a cost advantage. The study is expected to be concluded by the first half of 2020. GC is considering conditions for the construction contract and sources of funds, with a goal of making this location a second home base for the company.

Circular Economy in Action

GC has pledged to support its sustainability framework, focusing on reduction of greenhouse gas emissions, which has been implemented continually, and integrating the principles of the Circular Economy into its business through three mechanisms:

Smart Operations: building a new business format by using technology to develop and improve manufacturing processes to efficiently reduce the use of natural resources.

Being Responsible: designing products for sustainability and not producing single-use products in order to reduce waste as much as possible.

Loop Connecting: extending its collaboration with stakeholders, especially with several sectors for resource management in communities, and integrating connections with businesses for its Upcycling Plastic Waste projects, such as Public-Private Partnerships (PPP) project, Wat Chakdaeng (OUR Khung BangKachao) project, and ThinkCycle Bank project.

GC is committed to providing eco-friendly products. The company has a goal to reduce greenhouse gas emissions generated by its manufacturing processes by 20% by 2030 and 52% by 2050. This will help to address the problem of global warming and support the global goal of limiting global temperature to not increase for more than 2 degrees Celsius.

GC products have been certified for Carbon Footprint and Carbon Footprint Reduction by the Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO) since 2011. The company plans to increase production of performance chemicals and green chemical products by 30% by 2030, and discontinued the production of single-use plastic within the next five years. GC was recently rated number one in the world for sustainability in the 2019 Dow Jones Sustainability Indices (DJSI), achieving a 100th percentile ranking. The company also ranked among the top 10 companies in the chemicals sector for the seventh consecutive year.

GC is a leader in applying the principles of the Circular Economy throughout its operations and was appointed as a “Partner for Sustainability” at the 35th ASEAN Summit, where GC also had an exhibition on the Circular Economy and Green Innovations that was visited by many summit participants.

  

Factsheet  

GC มีการลงทุนเพื่อต่อยอดโครงการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมในบริเวณพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC  โดยปัจจุบันมีการลงทุนใน 3 โครงการหลักมูลค่าการลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท คือ

1) โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration (ORP) เป็นการขยายกำลังการผลิตผ่านการลงทุนใน Naphtha Cracker  เพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบที่บริษัทฯ มีอยู่แล้ว ต่อยอดธุรกิจปลายน้ำในอนาคตด้วยกำลังการผลิตเอทิลีน 500,000 ตันและ โพรพิลีน 250,000 ตัน อยู่ในระหว่างการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว ประมาณ 73% คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563 มูลค่าโครงการประมาณ 36,000 ล้านบาท

2) โครงการโพรพิลีนออกไซด์ (Propylene Oxide :PO) และ โครงการโพลีออลส์ (Polyols) เพื่อผลิตโพรพิลีนออกไซด์ (PO) 200,000 ตันต่อปี และผลิตภัณฑ์โพลีออลส์ (Polyols) 130,000 ตันต่อปี มีมูลค่าโครงการประมาณ 34,000 ล้านบาท โดยทั้งสองโครงการเป็นต่อยอดผลิตภัณฑ์โพรพิลีนไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางสายโพลียูรีเทน (Polyurethane) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ High Value Business ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โครงการ PO คืบหน้าไปแล้ว 79 % และ โครงการ   โพลีออลส์ คืบหน้าไปแล้ว 77 % คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563

  • • ผลิตภัณฑ์จาก Polyols สามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์สมรรถนะสูง (Performance Chemicals) ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Construction) กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเล็คทรอนิกส์ (Electrical & Electronics : E&E) กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automation) กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในครัวเรือน (Household) กลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า (Footwear) และกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ใน New S-Curve เพื่อตอบสนองต่อแนวทางส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐที่ลงทุนในพื้นที่ EEC

  • • โครงการ Polyols เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้าน Feedstock หรือวัตถุดิบจาก GC ด้านเทคโนโลยีทันสมัยจาก Sanyo Chemical และการสนับสนุนด้านเครือข่ายทางการตลาดจาก Toyota Tsusho สองผู้ร่วมทุนจากประเทศญี่ปุ่น และทีมวิจัยด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างนวัตกรรมที่พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้า

การลงทุนทั้ง 3 โครงการ ORP,GCO,GCP ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ขับเคลื่อน GC เข้าสู่ธุรกิจในกลุ่มเคมีภัณฑ์สมรรถนะสูง (Performance Materials & Chemicals) เป็นการต่อสายธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลายน้ำอย่างครบวงจร

โครงการร่วมลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูงใน 2 โครงการ ได้แก่  PA9T 13,000 ตัน/ปี และ HSBC 16,000 ตัน/ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการขยายธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลายเกรดพิเศษเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ (Auto) และ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) ซึ่ง ดำเนินงานโดย บริษัท คุราเร่ จีซี แอดวานซ์ แมททีเรียลส์ จำกัด (KGC) มูลค่าโครงการประมาณ 15,000 ล้านบาท

โครงการร่วมทุนนี้ GC ถือหุ้น 33.4% บริษัท Kuraray Co., Ltd. (KRR) ประเทศญี่ปุ่น เข้าถือหุ้นผ่านบริษัทในเครือ 53.3% และ บริษัท Sumitomo Corporation (SC) ถือหุ้นผ่านบริษัทในเครือ 13.3%

โครงการพลาสติกรีไซเคิล เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางด้าน Circular Economy ของ GC โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว มาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการ Recycle ได้เม็ดพลาสติกคุณภาพสูงระดับ Food-grade และ Packaging-grade

  • • ร่วมมือกับพันธมิตร แอลพลา (ALPLA) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงระดับโลก ปฏิวัติการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
  • • จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด (ENVICCO Limited) ที่นิคมเอเชีย มาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกหมุนเวียนคุณภาพสูง ชนิด rPET ขนาด 30,000 ตันต่อปี และ rHDPE ขนาด 15,000 ตันต่อปี
  • • คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2563 และคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2564 มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท

ชื่อ – สกุล          :  นายคงกระพัน  อินทรแจ้ง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)

อายุ                         :   52 ปี

วันที่ดำรงตำแหน่ง :   1 ตุลาคม 2562

คุณวุฒิการศึกษา /

ประวัติการอบรม   :   วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเคมี

    University of Houston สหรัฐอเมริกา

                :   วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเคมี (เกียรตินิยมอันดับสอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                :   หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 60

                :   หลักสูตร Director Certification Program (DCP) Class 119/2009 และหลักสูตร Role of the Chairman Program (RCP) Class 21/2009 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

                :   หลักสูตร Breakthrough Program for Senior Executives, IMD Business School

การดำรงตำแหน่งกรรมการ/ ผู้บริหารในกิจการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

:     3 แห่ง                :   ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

                :   รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประจำ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจ ปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

                :   กรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

การดำรงตำแหน่งกรรมการ/ ผู้บริหารในกิจการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

:    4 แห่ง :   ประธานกรรมการ PTTGC America Corporation

                :   ประธานกรรมการ PTTGC America LLC

                :   กรรมการ PTTGC International Private Limited

                :   กรรมการ บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด

การดำรงตำแหน่งในองค์กรอื่น/ กิจกรรมพิเศษที่สำคัญ                              :    1 แห่ง

                :   ประธานร่วม France – Thailand Business Forum

ประสบการณ์การทำงาน (5 ปีย้อนหลัง)

1 ก.ค. 58 – 30 ก.ย. 62         President & CEO  PTTGC America Corporation

9 เม.ย.58 – 30 ก.ย. 62         กรรมการ  PTTGC Innovation America Corp.

1 ก.พ. 58 – 30 ก.ย. 62         กรรมการ PTTGC International (Netherlands) B.V.

26 ม.ค. 58 – 30 ก.ย. 62       กรรมการ Vencorex Holding

24 พ.ย. 51 – 30 ก.ย. 62      กรรมการ Emery Oleochemicals (M) Sdn. Bhd.

29 พ.ย. 51 – 30 ก.ย. 62      กรรมการ  Emery Specialty Chemicals Sdn. Bhd.

เม.ย.60 – มิ.ย. 61  ประธานร่วม Work Stream 1 : Technology, Innovation & Investment Opportunities, Thai – UK Business Leadership Council

1 ก.ย.57 – 13 ธ.ค.61           กรรมการ NatureWorks LLC

1 ก.ย.57 – 12 ธ.ค.61           กรรมการและ Vice President  PTTGC International (USA) Inc.

1 ต.ค.57 – 30 มี.ค. 60          รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงาน International Business Operations

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

2555 - 2557          รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สังกัดประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติหน้าที่ Chief Executive Officer,  Emery Oleochemicals (M) Sdn. Bhd.

2554-2555            ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สังกัดประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.   เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติหน้าที่ Chief Executive Officer,  Emery Oleochemicals (M) Sdn. Bhd.

               

จำนวนการถือหุ้น  :ไม่มี

       ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย      : ไม่มี

………………………………………………………………………………………………………………………………..

ข้อมูลเพิ่มเติม:      บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

จินตรัตน์  สายอินทวงศ์                                โทร.  081-803-6607           Email: chintarat.s@pttgcgroup.com

ศิริพร  สุขะปุณณพันธ์                                  โทร.  082-489-1199           Email: siriporn.su@pttgcgroup.com

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

ais 790x90GC 790x90

sme 720x90banpu 720x90 new1 1

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!