WORLD7

SME720 x 100tqm720

แสนสิริปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond หลังนักลงทุนให้ความเชื่อมั่น จองเต็มมูลค่า 3,000 ล้านบาท

SIRI Wanchak Buranasiriแสนสิริปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond
หลังนักลงทุนให้ความเชื่อมั่น จองเต็มมูลค่า 3,000 ล้านบาท
เผยเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินเพื่อขยายธุรกิจของบริษัทเอกชน
ซึ่งต้องมาควบคู่การสร้างความเข้าใจให้กับนักลงทุน

          • SIRI เผยปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond หรือหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ นักลงทุนให้การตอบรับเต็มมูลค่า 3,000 ล้านบาท
          • สำหรับ Subordinated Perpetual Bond นับเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ต้องให้ความรู้ ความเข้าใจ ต่อนักลงทุนทั้งในเรื่องผลตอบแทนและความเสี่ยงในการลงทุน โดยในการนำเสนอขายครั้งนี้ทั้ง 6 สถาบันการเงินที่เป็นตัวแทนจำหน่ายได้ให้ความรู้กับนักลงทุนอย่างโปร่งใส ครบถ้วน ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้ความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของแสนสิริและความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริเป็นอย่างดี
          • รุกก้าวแกร่งตามแผนธุรกิจรับการเติบโตระยะยาว 3 ปี ด้วยเป้าหมายยอดขาย 1.2 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่และขยายการลงทุนด้วยแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่รัดกุมพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา
          • ครึ่งปีหลังปักธงรบด้วยแนวคิด Made for Life…Made for Everyone โฟกัสตลาดแนวราบ สร้างยอดขายพร้อมรักษายอดโอนเป็นรายได้หลัก เดินหน้าเปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 16,900 ล้านบาท เชื่อมั่นครึ่งปีหลังกำไรโต จากอานิสงส์โอนโครงการแนวราบ
          • เผยความเชื่อมั่นของลูกค้าในการเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน” และเข้าถึงได้ในทุกระดับราคา ยังดันยอดขายพุ่งต่อเนื่อง คาดโกยยอดขายปี 63 ได้ตามเป้าใหม่ 35,000 ล้านบาท

 

          นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า
บริษัทประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond หรือ หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ที่นำเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป อัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกเท่ากับ 8.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน สำหรับการเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond ในครั้งนี้นักลงทุนให้การตอบรับเต็มจำนวนนำเสนอขาย 3,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแสนสิริและความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริได้เป็นอย่างดี

          “การวางแผนธุรกิจให้มีความพร้อมและรัดกุม พร้อมปรับเปลี่ยนตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน การนำเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่เป็นทางเลือกให้แก่บริษัทเอกชนสำหรับนำไปขยายธุรกิจ โดยแสนสิริและทั้ง 6 สถาบันการเงินซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เดินหน้าปฏิบัติตามขั้นตอนการนำเสนอขายตลอดจนให้ข้อมูลที่ครบถ้วน โปร่งใส แก่ผู้สนใจ ดังนั้นเมื่อนักลงทุนศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดครบถ้วนและเชื่อมั่นในความมั่นคงของบริษัทและความแข็งแกร่งของแบรนด์ จึงทำให้แสนสิริสามารถปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond เต็มจำนวน 3,000 ล้านบาท” นายวันจักร์ กล่าว

          สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond จะถูกนำมาขยายการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ที่มาพร้อมกับการมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยและสร้างไลฟ์สไตล์ที่ดีควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด Made for Life…Made for Everyone โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งในด้านโปรดักส์ - การบริการ (Sansiri Service) - Culture หรือพื้นที่แบ่งปันไลฟ์สไตล์รวมถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตระหว่างกัน และ Sustainability หรือการทำเพื่อสังคม ชุมชนรอบตัว ในทุกที่ที่แสนสิริเข้าไปพัฒนาโครงการ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับสังคม ซึ่งเป็นจุดขายที่แสนสิริแตกต่างเหนือคู่แข่ง ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้ในทุกระดับราคา พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้าตามแผนด้านการเงินเพื่อรองรับการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งของการเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน” ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง

          ทั้งนี้ แผนการเติบโตระยะยาว บริษัทมีแผนผลักดันยอดขายให้เติบโตสู่ 120,000 ล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปี ด้วยแผนรุกธุรกิจที่แข็งแกร่ง 3 แนวทางได้แก่ 1. แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่รัดกุมพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยในช่วงครึ่งปีหลัง จากการประเมินภาพรวมสถานการณ์ต่างๆ บริษัทยังมีแผนเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่รองรับการเติบโตอีก 12 โครงการ มูลค่ารวม 16,900 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและมิกซ์โปรดักส์ 10 โครงการ มูลค่ารวม 14,300 ล้านบาท และ คอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,600 ล้านบาท 2. การบริหารสต็อกที่ดี ปัจจุบันแสนสิริ มีสินค้าพร้อมขายมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณที่มีความสมดุลในตลาด 3. การบริหารกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่ดี โดยการจัดสรรเงินหมุนเวียนในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อรวมกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากผลตอบรับในการปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond ส่งผลให้ล่าสุดบริษัทมีสภาพคล่องในมือรวมเป็น 12,000 ล้านบาท ทำให้มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจและมีความแข็งแกร่งในทุกสภาวการณ์

          “บริษัทยังคาดการณ์กำไรที่เพิ่มขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง​ ซึ่งมาจากการโฟกัสโครงการแนวราบ เป็น Strategic Flagship ควบคู่ไปกับการรักษายอดขายและยอดโอนโครงการคอนโดมีเนียม โดยในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังมีแผนโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ อีก 4 โครงการใหม่ ได้แก่ เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต, เดอะ เบส สะพานใหม่, XT เอกมัย และ La Habana หัวหิน เป็นต้น ทั้งนี้ นอกเหนือจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแสนสิริและความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริ จนส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการเปิดขาย Subordinated Perpetual Bond แล้ว ความเชื่อมั่นของลูกค้าในการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน และเข้าถึงได้ในทุกระดับราคา ยังส่งผลให้บริษัทประสบความสำเร็จในยอดขาย โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายใหม่ ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท” นายวันจักร์ กล่าวปิดท้าย


AO6593

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!