WORLD7

sme624x100 giftqm720

ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กร'บ.ซุปเปอร์บล๊อก' ที่ 'BBB-' ด้วยแนวโน้ม'Stable'

TRIS7 24ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กร'บ.ซุปเปอร์บล๊อก' ที่ 'BBB-' ด้วยแนวโน้ม'Stable'

         ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ'BBB-'โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่แน่นอนซึ่งบริษัทได้รับจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และแนวโน้มเชิงบวกของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตถูกลดทอนลงจากกลยุทธ์การลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยงของบริษัทและความเป็นไปได้ที่ระดับการก่อหนี้จะเพิ่มสูงขึ้นจากแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังได้รับแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและความเสี่ยงของประเทศซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการโรงไฟฟ้าที่บริษัทกำลังพัฒนาอยู่ด้วยเช่นกัน

      บริษัทซุปเปอร์บล็อก ก่อตั้งในปี 2537 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอิฐมวลเบาและได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2548 ต่อมาบริษัทได้หยุดดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอิฐมวลเบาและได้ขายธุรกิจดังกล่าวให้แก่ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ในปี 2556 หลังจากนั้นบริษัทได้เริ่มธุรกิจใหม่ คือธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและธุรกิจพลังงานทดแทน โดยบริษัทได้ซื้อหุ้นจำนวน 76.25% ใน บริษัท โอเพ่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2555 อีกทั้งยังได้ซื้อกิจการของ บริษัท รูทฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงปลายปี 2556 ด้วย ปัจจุบันธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นธุรกิจหลักซึ่งสร้างรายได้ให้บริษัทเกือบทั้งหมด ณ เดือนกันยายน 2560 กลุ่มโลจายะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่โดยถือหุ้นประมาณ 28% ในบริษัท

      ความแข็งแกร่งของบริษัทในธุรกิจผลิตไฟฟ้าเกิดจากความสำเร็จในการพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวนมากของบริษัทซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย หลังจากที่บริษัทได้ซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างเสร็จพร้อมดำเนินการหลายโครงการในช่วงปี 2556 และปี 2557 แล้ว บริษัทก็เติบโตอย่างมากในปี 2558 โดยบริษัทได้ซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยังไม่ได้ก่อสร้างจำนวนหลายโครงการ ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินงานภายในปลายปี 2558 แม้บริษัทต้องบริหารจัดการกับโรงไฟฟ้าหลายโครงการพร้อม ๆ กัน แต่เกือบทุกโครงการก็เริ่มจ่ายไฟฟ้าได้ทันภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

       ณ เดือนพฤศจิกายน 2560 กำลังการผลิตรวมของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 680 เมกะวัตต์ ซึ่งเกือบทุกโครงการได้ดำเนินการผลิตแล้ว และหากรวมกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทอื่นที่บริษัทเข้าไปลงทุน กำลังการผลิตรวมจะอยู่ที่ประมาณ 770 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ บริษัทมีกำลังการผลิตรวมสูงที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นที่ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยทริสเรทติ้ง

      อันดับเครดิตของบริษัทมีกระแสเงินสดที่แน่นอนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นปัจจัยสนับสนุน ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วของบริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับผู้จ่ายกระแสไฟฟ้าที่เป็นหน่วยงานภาครัฐซึ่งในแต่ละสัญญามีการระบุราคาซื้อขายไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจนด้วย ดังนั้น ความเสี่ยงในการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้รับซื้อไฟฟ้าจึงอยู่ในระดับต่ำ

    ผลการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการผลิต ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนใหญ่ของบริษัทสูงกว่าปริมาณไฟฟ้าที่คาดว่าจะผลิตได้ตามความน่าจะเป็นที่ 75% (ระดับ P75) แม้ผลการดำเนินงานดังกล่าวจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ผลการดำเนินงานในระยะยาวยังต้องรอการพิสูจน์ต่อไปเนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทส่วนใหญ่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2559

      ทริสเรทติ้ง ยังคงมีมุมมองในเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจพลังงานทดแทนเมื่อพิจารณาจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการบริโภคไฟฟ้า ตลอดจนแผนระยะยาวของภาครัฐที่จะพัฒนาพลังงานทางเลือกต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม และการสนับสนุนที่ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้รับจากภาครัฐ

      ในทางกลับกัน อันดับเครดิตถูกลดทอนลงจากกลยุทธ์การลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยงของบริษัท โดยบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2558 จากการซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวนมาก ซึ่งแม้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะมีความเสี่ยงในการดำเนินงานที่ต่ำ แต่การมีโรงงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจำนวนมากพร้อมๆ กันก็ทำให้บริษัทจำเป็นต้องเพิ่มกำลังคนและระบบในการควบคุมดูแลเพื่อให้ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทริสเรทติ้งมองว่าบริษัทจำเป็นต้องเพิ่มกำลังคนโดยเฉพาะในระดับผู้บริหารเพื่อรองรับการขยายตัวของโครงการโรงไฟฟ้าของบริษัท นอกจากนี้ การเติบโตอย่างรวดเร็วก็ทำให้ระดับการก่อหนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งแผนการลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยงของบริษัทก็จะเป็นปัจจัยที่ลดทอนปริมาณกระแสเงินสดอิสระของบริษัท

      บริษัทมีแนวโน้มที่จะลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงในการดำเนินงานมากขึ้น บริษัทวางแผนใช้เงินประมาณ 2,600 ล้านบาทเพื่อที่จะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะในประเทศจำนวน 2 แห่งซึ่งมีกำลังการผลิตรวมกัน 17 เมกะวัตต์ โดยทั่วไปแล้วโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะจะมีความเสี่ยงในการดำเนินงานสูงเนื่องจากมีความซับซ้อนมากกว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลหรือโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในขณะที่บริษัทมีความชำนาญในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ ค่าความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิงขยะก็อาจผันแปรแตกต่างกันอย่างมาก อีกทั้งโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะก็ยังมีความเสี่ยงในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย

     บริษัทมีความเสี่ยงของประเทศจากการที่บริษัทเริ่มขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ โครงการแรกในต่างประเทศของบริษัทคือโครงการเทียนจิน (Tianjin) ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 20 เมกะวัตต์ในประเทศจีนที่บริษัทต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท นอกจากนั้น บริษัทยังวางแผนจะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาดใหญ่ในประเทศเวียดนามร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นด้วย โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีกำลังการผลิตรวมกันทั้งสิ้น 700 เมกะวัตต์ โดยโครงการระยะแรก (100 เมกะวัตต์) ต้องใช้เงินลงทุน 7,000-8,000 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจะมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานที่สูงกว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เนื่องจากมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ซับซ้อนกว่า อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านการก่อสร้างที่มากกว่าด้วย

        บริษัทมีโอกาสที่จะเผชิญกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลารวมถึงความเสี่ยงจากเครดิตของผู้รับซื้อไฟฟ้าในประเทศที่โครงการดำเนินงานอยู่ ซึ่งหากระบบการจัดการความเสี่ยงของบริษัทไม่ดีพอก็อาจทำให้บริษัทเกิดความผิดพลาดเสียหายได้ โดยความผิดพลาดเสียหายอาจส่งผลลบต่อสถานะทางธุรกิจของบริษัทจากการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ของบริษัท

      อันดับเครดิตยังถูกลดทอนลงจากโครงสร้างเงินทุนที่ต้องก่อหนี้จำนวนมาก โดยบริษัทมีสินทรัพย์และหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2557 จากการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอยู่ที่ 64.5% ณ เดือนกันยายน 2560 นอกจากนี้ ต้นทุนเงินกู้ยืมของบริษัทก็ยังสูงกว่าบริษัทในประเทศรายอื่น ๆ ที่ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยทริสเรทติ้งอีกด้วย ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงทำให้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ของบริษัทลดต่ำลงแม้บริษัทจะมีประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ค่อนข้างสูงก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิมีความอ่อนไหวสูงต่อผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับสูงเพื่อให้มีกำไรสุทธิที่น่าพอใจ

       ระดับการก่อหนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายการลงทุน โดยบริษัทวางแผนจะจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บางส่วนให้แก่กองทุนดังกล่าว ซึ่งการขายดังกล่าวจะช่วยลดภาระงบดุลของบริษัท ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะได้รับเงินสุทธิประมาณ 8,000 ล้านบาทหลังจากที่กลับเข้าไปลงทุนในกองทุนดังกล่าว ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานของทริสเรทติ้งที่ไม่รวมเงินรับสุทธิจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินงานแล้วให้แก่กองทุนแต่จะรวมการลงทุนในต่างประเทศ อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะเพิ่มขึ้นจนเกือบถึง 70% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า อนึ่ง การก่อหนี้ในระดับสูงและกลยุทธ์การลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยงเป็นปัจจัยลดทอนอันดับเครดิตของบริษัท

       ผลการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการเปิดดำเนินงาน รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นประมาณ 3,600 ล้านบาทในปี 2559 และประมาณ 4,300 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 จากระดับต่ำกว่า 400 ล้านบาทในช่วงปี 2555 จนถึงปี 2558 ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,500-6,500 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเริ่มฟื้นตัวหลังจากที่ลดต่ำลงในช่วงลงทุน โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้) เพิ่มขึ้นเป็น 80% ในปี 2559 และ 85.3% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 เมื่อเทียบกับผลขาดทุนในปี 2557 และปี 2558

        ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทจะอยู่เหนือระดับ 75% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 5,000 ล้านบาทในปี 2562 อย่างไรก็ดี แม้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้น แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเมื่อเทียบกับภาระหนี้จะลดลง โดยภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้กำไรจากการดำเนินงานหลังหักดอกเบี้ยจ่ายลดต่ำลง ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีข้างหน้าอัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายคาดว่าจะลดลงเหลือ 2-3 เท่า จาก 3.5 เท่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 ในขณะที่อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมคาดว่าจะอยู่ในระดับ 7%-8% เมื่อเทียบกับ 11.6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

       แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' สะท้อนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างที่วางแผนไว้ นอกจากนี้ ยังคาดว่าบริษัทจะดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างได้ตามแผนและได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ และแม้ระดับการก่อหนี้จะเพิ่มขึ้น แต่อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะยังคงต่ำกว่า 70%

     อันดับเครดิตของบริษัทอาจปรับเพิ่มขึ้นหากผลการดำเนินงานของบริษัทแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะช่วยยกระดับกระแสเงินสดเมื่อเทียบกับภาระหนี้ ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตของบริษัทอาจถูกปรับลดลงได้หากผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ต่ำกว่าที่คาดการณ์หรือเป้าหมายที่วางไว้ หรือสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการที่บริษัทไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างเพียงพอ หรือมีการลงทุนโดยใช้เงินกู้มากเกินไป หรือมีต้นทุนในการก่อสร้างที่สูงกว่าคาด

       บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) (SUPER)

อันดับเครดิตองค์กร               BBB-

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

       บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2561 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

        ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!