WORLD7

sme624x100 giftqm720

BCP คาดดัน BBGI เข้าตลาดหุ้นใน Q3/61,ตั้งเป้ากลั่นน้ำมันปีนี้ 1.02 แสนบาร์เรล/วันต่ำกว่าปีก่อนรับแผนซ่อมบำรุงในพ.ค.

BCPชยวฒน โควาวสารชBCP คาดดัน BBGI เข้าตลาดหุ้นใน Q3/61,ตั้งเป้ากลั่นน้ำมันปีนี้ 1.02 แสนบาร์เรล/วันต่ำกว่าปีก่อนรับแผนซ่อมบำรุงในพ.ค.

       นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนผลักดันบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (BBGI)  ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในไตรมาส 3/61 เร็วกว่าแผนเดิมเล็กน้อยที่คาดว่าจะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในไตรมาส 4/61 ซึ่งปัจจุบันได้ตั้งที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเตรียมยื่นแบบเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) แล้ว โดยเบื้องต้นคาดว่าจะกระจายหุ้นราว 20-30%

       "เราจะระดมทุนเพื่อนำมาขยายธุรกิจใช้ต่อยอดสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับในอุตสาหกรรมอาหาร เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง ซึ่งเราศึกษาร่วมกับพันธมิตรด้วย การตั้งโรงงานก็จะอยู่ในพื้นที่ EEC ซึ่งน่าจะเห็นได้เร็ว ๆ นี้"นายชัยวัฒน์ กล่าว

      นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับ BBGI เป็นบริษัทที่เกิดจากการควบรวมระหว่างธุรกิจชีวภาพของบริษัท และธุรกิจเอทานอลของ บมจ.น้ำตาลขอนแก่น (KSL) โดยบริษัทถือหุ้นสัดส่วน 60% และ KSL ถือหุ้น 40% โดยมีสินทรัพย์ประมาณ 1.5-2 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย การถือหุ้น 85% ในบริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด (BBE) ผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง 1.5 แสนลิตร/วัน ,การถือหุ้น 70% ในบริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) ผู้ผลิตไบโอดีเซล 8.1 แสนลิตร/วัน,การถือหุ้น 21% ในบริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (UBE) ผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง 4 แสนลิตร/วัน และการถือหุ้น 100% ในโรงงานเอทานอลในพื้นที่น้ำพอง จ.ขอนแก่น และจ.กาญจนบุรี รวม 3.5 แสนลิตร/วัน และมีแผนขยายเป็น 5 แสนลิตร/วันซึ่งจะแล้วเสร็จใน 2 ปี

      นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนนำบริษัท บางจากรีเทล จำกัด (BCR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจนอนออยล์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในอีก 5-7 ปีข้างหน้า หลังจากที่ BCR ได้เริ่มจัดตั้งขึ้นในช่วง 1-2 ปี โดยมีธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่ ร้านกาแฟอินทนิล ,ร้านสพาร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร “เลมอน คิทเช่น" เพื่อระดมทุนใช้รองรับการขยายงาน

      นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทตั้งเป้าหมายกลั่นน้ำมันเฉลี่ย 102,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งต่ำกว่าปีที่แล้วเนื่องจากมีแผนหยุดซ่อมบำรุงในช่วงเดือน พ.ค.เป็นเวลา 45 วัน และประเมินราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในปีนี้อยู่ที่ระดับกว่า 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงกว่าระดับเฉลี่ยกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปีที่แล้ว จากความต้องการใช้ของโลกที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากปัญหาการเมืองในตะวันออกกลาง

       สำหรับ การลงทุนบริษัทตั้งเป้าหมายจะใช้เงินราว 1 หมื่นล้านบาท สำหรับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ในช่วงปี 61-62 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันเป็นระดับ 130,000-135,000 บาร์เรล/วัน จากปัจจุบันที่มีกำลังการกลั่นอยู่ระดับ 120,000 บาร์เรล/วัน  ขณะที่ตั้งงบลงทุนอีก 1.7 พันล้านบาท สำหรับการลงทุนธุรกิจการตลาดค้าปลีกน้ำมันในปีนี้ แบ่งเป็น การขยายสถานีบริการน้ำมันอีก 80 แห่ง เป็น 1,200 แห่งในสิ้นปี 61 ใช้เงินลงทุน 1.5 พันล้านบาท และอีก 200 ล้านบาท จะใช้สำหรับธุรกิจค้าปลีก

        ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีปริมาณขายน้ำมันในปีนี้ เพิ่มขึ้น 10% จากปี 60 ที่มีปริมาณขายน้ำมันเพิ่มขึ้นเกือบ 7% ซึ่งดีกว่าตลาดรวมที่เติบโตได้เพียง 2.5% โดยบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดน้ำมันเป็นอันดับ 2 ที่ 15.4% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ระดับ 15.2%

       นอกจากนี้ บริษัทยังศึกษาการเข้าไปลงทุนสร้างสถานีบริการน้ำมันในกลุ่ม CLMV เพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1 แห่งในเมียนมา ซึ่งได้เปิดดำเนินการมาแล้วเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุน

        ส่วนในปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำลังการกลั่นน้ำมันระดับ 111,600 บาร์เรล/วัน ดีกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ระดับ 111,000 บาร์เรล/วัน และค่าการกลั่น (GRM) ที่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน คาดว่าจะอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากในช่วงไตรมาส 4/60 คาดว่าจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน หลังจากที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นมาก

        นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) ในฟิลิปปินส์นั้น ก็ยังคงดำเนินการตามแผนต่อไป ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นมาใกล้ระดับ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้บริษัทเริ่มที่จะกลับมามองโอกาสการขยายลงทุนในประเทศใหม่ๆเพิ่มขึ้น ส่วนการเข้าร่วมประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกช และเอราวัณ ที่คาดว่าจะมีขึ้นในปีนี้นั้น บริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจโดยต้องรอศึกษาเอกสารเชิญชวนประมูล (TOR) ที่จะออกมาก่อน

                อินโฟเควสท์

บางจากผุดปั๊ม 1.7 พันล. ลุยโรงกลั่นรับน้ำมันจ่อ 60 เหรียญ

      แนวหน้า :  เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ได้เป็นประธานในพิธี ลงนามสัญญา การมอบสิทธิมาสเตอร์ แฟรนไชส์ ร้านกาแฟอินทนิลในประเทศกัมพูชาและสปป.ลาว ระหว่าง บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด และบริษัท อาร์ซีจี รีเทล (กัมพูชา) จำกัด

      นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในปี 2561 บริษัทได้ตั้งงบลงทุนไว้กว่า 1,700 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นลงทุนในส่วนธุรกิจการตลาด และค้าปลีก 200 ล้านบาท และการขยายสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม) 1,500 ล้านบาท โดยคาดว่าในปีนี้จะมีการขยายปั๊มจำนวนกว่า 80 สาขา ซึ่งของเดิมมีอยู่ 1,115 สาขา พร้อมกับการคาดการณ์ยอดขายในปี 2561 จะเติบโตกว่า 10% ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่เติบโต 6-7%

        ขณะที่การลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน บริษัทได้ตั้งงบลงทุนไว้ในปี 2561-62 ที่ 10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตเป็น 120,000 บาร์เรลต่อวัน จากในปี 60 ที่บริษัทสามารถกลั่นได้ 111,600 บาร์เรลต่อวัน แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในปีนี้ จะมีการชัตดาวน์โรงกลั่นเป็นเวลา 45 วันเพื่อทำการซ่อมบำรุงในช่วงเดือน พฤษภาคมนี้ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะเป็นตัวสนับสนุนให้รายได้เติบโตจากปีก่อน ขณะที่ราคาน้ำมันที่มีเกณฑ์จะสูงขึ้นด้วย

        "ในปีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ประมาณ 60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นผลมาจากปริมาณความต้องการของโลกนั่นเพิ่มขึ้นและความไม่สงบในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ทำให้ต้องมีการกักตุนน้ำมันกันมากขึ้นด้วย"

        นอกจากนี้ ในปี 2561 บริษัทวางแผนจะกระจายหุ้นเพื่อระดมทุนของบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (BBGI) ที่ร่วมทุนกับบริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ไปลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เพื่อขยายกำลังการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ได้แก่ เอทานอล และไบโอดีเซล ด้วย

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!