WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

SET23ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์-พักฐานในกรอบ แม้สหรัฐฯ-จีนตกลงพักรบสงครามการค้าแต่เป็นแค่ชั่วคราว

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ ในลักษณะพักฐานกรอบแคบ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบราว 0.3-0.4% โดยมองว่าแม้สหรัฐฯ และจีนจะมีการตกลงพักรบเรื่องสงครามการค้ากันได้ แต่คนก็ยังมองเป็นแค่ชั่วคราว ซึ่งยังต้องติดตามดูต่อไป

นอกจากนี้ราคาน้ำมัน และตลาดหุ้นบวกได้น้อยกว่าตลาดซื้อขายล่วงหน้าเมื่อวานนี้ อย่างดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อวานนี้บวกได้น้อยกว่าดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส ทำให้แรงส่งไม่มี ซึ่งถือได้ว่า Sentiment ไม่ค่อยดี

อีกทั้งพรุ่งนี้ (5 ธ.ค.) ตลาดหุ้นไทย และตลาดสหรัฐฯปิดทำการ ทำให้นักลงทุนคงจะเลือกชะลอการลงทุนไปก่อน สำหรับปัจจัยในประเทศมาตรการช็อปช่วยชาติ หุ้นในกลุ่มค้าปลีกก็ตอบรับไปมากแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งมาตรการนี้ถือว่าเป็น Sentiment บวกได้เล็กน้อย เนื่องจากจำกัดกลุ่มการซื้อ ทำให้มีผลต่อตลาดฯได้น้อย

พร้อมให้แนวรับ 1,668-1,670 จุด ส่วนแนวต้าน 1,680-1,682 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (3 ธ.ค.61) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,826.43 จุด พุ่งขึ้น 287.97 จุด (+1.13%) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,790.37 จุด เพิ่มขึ้น 30.20 จุด (+1.09%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,441.51 จุด พุ่งขึ้น 110.98 จุด (+1.51%)

- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 40.79 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 3.24 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 62.85 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 17.44 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 6.26 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 1.09 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 2.91 จุด

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (3 ธ.ค.61) 1,672.61 จุด เพิ่มขึ้น 30.81 จุด (+1.88%)
- นักลงทุนต่างชาติต่างชาติซื้อสุทธิ 2,673.69 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.61
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค.62 ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (3 ธ.ค.61) ปิดที่ 52.95 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 2.02 ดอลลาร์ หรือ 3.97%

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (3 ธ.ค.61) ที่ 3.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 32.74/78 ทรงตัวรอปัจจัยใหม่ มองกรอบวันนี้ 32.70-32.90
- "สมคิด"เตรียมกระตุ้นจีดีพีปีหน้า ดันเปิดประมูลโครงการลงทุน ขนาดใหญ่ มูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านบาท เพิ่มบทบาทไทยในเวทีโลก ขอคนรุ่นใหม่ ร่วมเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เชื่อหลังเลือกตั้งเป็นรัฐบาลผสม แนะ ฝ่ายค้านจับมือฝ่ายรัฐบาลร่วมพัฒนา ประเทศ พร้อมมั่นใจเศรษฐกิจปีนี้ โตไม่ต่ำกว่า 4%

- กสทช.แจงนโยบายปีหน้า มุ่งช่วยเหลือทีวีดิจิทัลเต็มรูปแบบ รับประเมินอุตสาหกรรมผิดพลาด หลัง "ดิจิทัล ดิสรัปชั่น"รุนแรง ชูคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ของทีวีดิจิทัลโยกประมูลโทรคมฯทำ 5จี ประมูล ก.พ.ปีหน้า เคาะราคาเริ่มต้น 10 เมกะเฮิรตซ์ 1 ใบอนุญาตอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท คาดได้เงินมาอุ้มทีวีดิจิทัลราว 5 หมื่นล้านบาท เชื่อแก้ปัญหาระยะยาว

- "พาณิชย์"เตรียมรายงานความคืบหน้าการเตรียมการเข้าร่วม CPTPP ของไทยให้ "สมคิด" พิจารณาตัดสินใจ ยันจะมีความชัดเจนภายในรัฐบาลชุดนี้ หลังล่าสุดความตกลงจะมีผลบังคับใช้ 30 ธ.ค. เผยมีแผนผลักดันตั้งกองทุน CPTPP เอาไว้ดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย

- สมาคมตราสารหนี้ เผยดัชนีคาดการณ์ดอกเบี้ยล่าสุดขยับแตะ 74 สะท้อนมุมมอง "บอนด์ดีลเลอร์-ผู้จัดการ กองทุน" ประเมิน กนง. ขยับดอกเบี้ยขึ้น ในการประชุมเดือนนี้ ด้าน "ไพบูลย์" เชื่อไม่กระทบตลาดหุ้น เหตุนักลงทุนรับข่าวแล้ว ขณะหุ้นไทยบวกแรง 30 จุด อานิสงส์ "จีน-สหรัฐ" พักรบสงครามการค้า

- "พาณิชย์" เผยเงินเฟ้อเดือน พ.ย.เพิ่ม 0.94% ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 24 จากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน และสินค้าหมวดอาหารสด คาดทั้งปีเงินเฟ้อน่าจะอยู่ที่ 1.11-1.2% สูงสุดในรอบ 4 ปี ส่วนปี 62 คาด 0.7-1.7% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2%

- แบงก์ชาติแจงดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน พ.ย. ดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 53.1 จากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นของผู้ประกอบการทั้งในภาคการผลิตและภาคที่มิใช่การผลิต โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการและการผลิต นำโดยกลุ่มผลิตยานยนต์ และกลุ่มผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ปรับดีขึ้น ประกอบกับมีการเร่งผลิตก่อนช่วงวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม

*หุ้นเด่นวันนี้
- PTTEP (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 145 บาท ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่รีบาวด์ขึ้นแรง รวมถึงคาดการประชุมโอเปกในวันที่ 6 ธ.ค.จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันในปี 2562 ลง

- KTC (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 46 บาท คาดกำไรสุทธิปีนี้ 5.3 พันล้านบาท +61% Y-Y แนวโน้มกำไร Q4/61 จะทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งตามฤดูกาลการจับจ่ายใช้สอย และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐฯ พร้อมคาดกำไรปีหน้า 6.6 พันล้านบาท +24% Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อที่เป็น High-yield ทำให้ Spread ดีขึ้น และคาด Credit cost ลดลงจากการตั้งสำรองฯที่จำเป็นน้อยลง เพราะคุณภาพสินเชื่อดีขึ้น

- PTG (เคทีบี) "ซื้อ"เป้าเชิงกลยุทธ์ 10 บาท ตัวเลขค่าการตลาดรวมเฉลี่ยในเดือน พ.ย. ปรับตัวขึ้นเป็นระดับสูงสุดในรอบปี อยู่ที่ 2.18 บาทต่อลิตร +14% MoM โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า +30% MoM ด้านแนวโน้มของผลการดำเนินงาน Q4/61 คาดโตโดดเด่น YoY และ QoQ ทั้งจากปริมาณขายและค่าการตลาดที่ดีขึ้นด้วย 1) ปัจจัยตามฤดูกาล Q4/61 จะกลับพลิกฟื้นจาก Q3/61 เป็นฤดูฝนการขนส่งน้อย 2) การขยายจำนวนปั๊มอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 1,859 สถานี +9% เพิ่มจาก ณ Q4/60 ที่มี 1,696 สถานี 3) ค่าการตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นกว่า 30% MoM โดย PTG จะได้รับผลดีมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนขายน้ำมันดีเซลมากที่สุดประมาณ 70% ของยอดขายทั้งหมด 4) ด้วยราคาน้ำมันที่ปรับลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมาทำให้แนวโน้มการบริโภคน้ำมันเพิ่มขึ้น

-อินโฟเควสท์

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!