WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

SET18ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ ตลาด Wait & See รอลุ้นผลประชุม ECB สัปดาห์นี้
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ ต่างรอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 ก.ย.นี้ เนื่องจากตลาดฯคาดการณ์ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ก็มีประเด็นเรื่องมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่มีคณะกรรมการบางคนไม่เห็นด้วยในการออก QE ทำให้ตลาดฯกลัวจึง Wait & See ก่อน รวมถึงต้องติดตามการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ด้วย ส่วนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ก็คงจะไม่ Surprise จากที่ตลาดฯคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเล็กน้อย โดยยังต้องติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ต่อไป ส่วนวันนี้บ้านเราก็ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรออกมาหรือไม่

พร้อมให้แนวรับ 1,660 จุด ส่วนแนวต้าน 1,680 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (9 ก.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,835.51 จุด เพิ่มขึ้น 38.05 จุด (+0.14%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,978.43 จุด ลดลง 0.28 จุด (-0.01%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,087.44 จุด ลดลง 15.64 จุด (-0.19%)

- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 45.15 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 2.67 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 150.58 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 9.19 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 5.24 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 9.35 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 13.64 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 26.90 จุด, ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 5.52 จุด

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (9 ก.ย.62) 1,671.22 จุด เพิ่มขึ้น 1.16 จุด (+0.07%)
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 904.24 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2562
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (9 ก.ย.62) ปิดที่ 57.85 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.33 ดอลลาร์ หรือ 2.4%

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (9 ก.ย.) อยู่ที่ 6.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 30.64/69 แนวโน้มแกว่งในกรอบ 30.55-30.70 ตลาดไร้ปัจจัยใหม่ รอติดตามผลประชุม ECB สัปดาห์นี้
- "สรรพสามิต" เตรียมขึ้น "ภาษีความหวาน" ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ ส่งผลเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 10-14% ถูกเรียกเก็บเพิ่มเป็น 1 บาทต่อลิตร หนุนรัฐรีดรายได้เพิ่มปีละ 1.5 พันล้านบาท พร้อมเตรียมเสนอจัดเก็บ "ภาษีความเค็ม" เอกชนชี้ภาษีความหวาน กระเทือนต้นทุนเครื่องดื่มชาเขียวกำไรลด น้ำอัดลมปรับพอร์ตหลากหลาย ขยับราคาสูตรมีน้ำตาล

- "อุตตม" เผยเศรษฐกิจไทยไม่แย่ตามผลโพล ยันพร้อมคลอดมาตรการกระตุ้นเพิ่ม หากจำเป็นเตรียมนำระบบ "บล็อกเชน" เพิ่มประสิทธิภาพจัดซื้อจัดจ้างทั้งระบบ ด้าน "สมคิด" ย้ำเศรษฐกิจไม่ได้เลวร้าย วอนทุกคนเชื่อมั่น

- ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 10 ก.ย. นี้ จะเสนอให้มีการเปิดให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยวตามที่กระทรวงการคลังกำหนด เช่น ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายอัญมณีและเครื่องประดับ ธุรกิจสปา ธุรกิจเช่ารถ ธุรกิจนำเที่ยว และอื่น ๆ เข้าร่วมรับชำระเงินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ชิม ช็อป ใช้ 1,000 บาท และมาตรการคืนเงินสด 15% จากผู้เข้าร่วม 10 ล้านคนได้

- รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า คาดว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (10 ก.ย.) จะมีการพิจารณาข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เรื่องให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจลาหยุดเพื่อท่องเที่ยวในประเทศได้ 2 วัน เฉพาะในเดือน ต.ค.นี้ โดยไม่ถือว่าเป็นวันลาพักร้อน เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียน เสริมโครงการ ชิม ช็อป ใช้ ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างโปรโมต ให้ผู้ประกอบการร้านค้ามาลงทะเบียนร่วมโครงการมากขึ้น โดยจะสิ้นสุดวันที่ 20 ก.ย.นี้

*หุ้นเด่นวันนี้
- PACE-W3 (ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ของบมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE)) เทรดวันนี้วันแรก มีจำนวน 1,167,362,186 หน่วย อายุ 3 ปี ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาท/หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาใช้สิทธิ 0.25 บาท/หุ้น กำหนดใช้สิทธิครั้งแรกวันที่ 29 พ.ย.62 และใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 29 ส.ค.65

- KUMWEL (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 1.40 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่าราคา IPO ที่ 1.10 บาท สร้างฐานราคาได้ที่ 0.99-1.00 บาทก่อนจะเริ่มขยับขึ้นวานนี้  อิงกำไรปกติปี 2562 ที่คาด -13% เป็น 57 ล้านบาท เพราะเริ่มขายสินค้าระบบตรวจจับและเตือนฟ้าผ่าซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่าสินค้าอื่น ยังคิดเป็น PE ต่ำเพียง 8 เท่า ขณะที่สินค้าบริษัท (ระบบป้องกันฟ้าผ่าครบวงจร) เป็นสิ่งจำเป็น โตตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และคาดกำไรปีหน้า +14% จากการดำเนินการผลิตโรงงานแห่งที่ 2 เฟส 1 เต็มปีและหันมาเน้นงานบริการมากขึ้น

- TOP (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 80 บาท ระยะสั้นราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวขึ้นช่วยคลายกังวลต่อผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันดิบ ขณะที่ระยะกลางถึงยาวจะได้ปัจจัยบวกจากมาตรการใหม่ของ IMO โดยต้นปีหน้า IMO กำหนดให้กองเรือลดการใช้น้ำมันเตาซึ่งมีกำมะถันและซัลเฟอร์สูงคาดว่าจะหนุนให้กองเรือหันมาใช้น้ำมันดีเซลที่มีกำมะถันต่ำแทนน้ำมันเตาเพิ่มมากขึ้นเป็นบวกต่อ TOP

--อินโฟเควสท์

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!