WORLD7

sme624x100 giftqm720

2ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้พักฐานหลังยังไม่ยืนเหนือ 1,800 แต่ราคาน้ำมันขึ้นเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานหวังช่วยพยุงตลาด
       นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะพักฐานต่อ เนื่องจากในทางเทคนิคดัชนีฯยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,800 จุดได้ แม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับตัวขึ้นกัน โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ และราคาน้ำมันก็ปรับขึ้นด้วย แต่ Bond yield ของสหรัฐฯอายุ 10 ปี ทะลุ 2.5% แล้ว ทำให้ต้องระวังแรงขายที่อาจจะออกมาในตลาดหุ้นทั่วโลกได้ อีกทั้งจะต้องติดตามอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯจะปรับขึ้นเร็วหรือไม่
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังให้ Sentiment บวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานได้ ซึ่งก็น่าจะช่วยประคองให้ตลาดฯแข็งแกร่งได้เช่นกัน แม้ว่าจะมีแนวโน้มของการพักฐานอยู่
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เปิดมาอยู่ในแดนบวก แต่ขณะนี้เริ่มที่จะพักฐาน พร้อมให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของจีน และในปลายสัปดาห์นี้ก็จะเริ่มทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์แล้ว
พร้อมให้แนวรับ 1,785 จุด ส่วนแนวต้าน 1,800 / 1,810 จุด
ประเด็นการพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (9 ม.ค.61) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,385.80 จุด พุ่งขึ้น 102.80 จุด (+0.41%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,751.29 จุด เพิ่มขึ้น 3.58 จุด (+0.13%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,163.58 จุด เพิ่มขึ้น 6.19 จุด (+0.09%)
- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 17.18 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 0.21 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 2.17 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 0.43 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 6.10 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 5.89 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1.95 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 9.47 จุด
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (9 ม.ค.61) 1,795.21 จุด เพิ่มขึ้น 2.40 จุด (+0.13%)
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 360.16 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 ม.ค.61
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.พ. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (9 ม.ค.61) ปิดที่ระดับ 62.96 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 1.23 ดอลลาร์ หรือ 2%
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (9 ม.ค.61) ที่ 5.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เงินบาทเปิดทรงตัวที่ 32.24 หลังมี Flow ไหลเข้าตลาดบอนด์ คาดมีโอกาสกลับมาแข็งค่า
- บอร์ดค่าจ้าง ประชุมร่วมกกร.ถกอัตราขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันนี้ ก่อนชงตัวเลขเสนอครม. นายกฯแจงไม่ก้าวล่วงขอให้รอบคอบ ขณะกกร.ย้ำจุดยืน ต้องไม่ปรับเท่ากันทุกจังหวัด นำตัวเลขเศรษฐกิจแต่ละจังหวัดเป็นฐานคำนวณ ห่วงกระทบศักยภาพแข่งขัน
- สภาผู้ส่งออก เตรียมตบเท้าพบผู้ว่าแบงก์ชาติ จี้ใช้ยาแรงสกัดเงินไหลเข้า คุมออกพันธบัตร-สกรีนเงินร้อนเข้ามาระยะสั้น หลังค่าบาทผันผวน แข็งค่าหนักจาก 33 บาทต่อดอลล์ เป็น 32 บาทต่อดอลล์ใน 1 สัปดาห์ ฉุดรายได้ส่งออก ห่วงกระทบลูกโซ่เศรษฐกิจ ขณะนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิต่อเนื่องในตลาดพันธบัตร เผยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมียอดซื้อรวมกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท
- กรมธนารักษ์ จะเริ่มเปิดให้เอกชนซื้อเอกสารเสนอโครงการลงทุนและแผนพัฒนาพื้นที่ใน 3 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-9 ก.พ. 2561 และต้องยื่นเอกสารประมูลภายในวันที่ 15 พ.ค. 2561
- องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีแผนปรับฐานราคาค่ารถโดยสารสาธารณะ (รถเมล์) ตามแผนฟื้นฟูองค์กร โดยจะเสนอปรับราคาเพิ่มขึ้น 2 บาท จากเดิมราคา 6.50 บาท เป็นเฉลี่ย 8.50-9 บาท หรือคิดเป็น 30%
- กพท.เตรียมชง กบร.หั่นเพดานค่าตั๋วเครื่องบินโลว์คอสต์ เหลือ ไม่เกิน 9.40 บาทต่อ กม. จากเดิม 13 บาทต่อ กม. หวังเพิ่มความยุติธรรมให้ผู้โดยสาร จากการให้บริการที่แตกต่าง ชี้สายการบิน ไม่กระทบเพราะส่วนใหญ่ขายบัตรไม่เต็มเพดาน อยู่แค่ 5 บาท/กม. เตรียมเสนอ กบร.เห็นชอบก่อนออกเป็นประกาศคมนาคม
- สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ(สรท.) เล็งการส่งออกไทยปี 61 ยังขยายตัว 5.5% พร้อมห่วงค่าเงินบาทฉุดการเติบโตการส่งออกและจีดีพี ด้านสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีฯ คาดทั้งปีส่งออกแตะ 5 แสนล้านบาท ผนึกพาณิชย์สร้างอาชีพช่างอัญมณี
*หุ้นเด่นวันนี้
- KTB (ทรีนีตี้) "ซื้อเมื่ออ่อนตัว"เป้า 21 บาท คาดกำไร Q4/60 ที่ 6,396 ล้านบาท ฟื้นตัว 9%QoQ แต่ยังลดลง 14%YoY ปัจจัยหนุนหลักคาดว่ามาจากสำรองหนี้ที่ลดลง เนื่องจากในไตรมาสก่อนมีการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับ IFRS 9 ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมของ Mutual Fund และ Bancassurance อาจเติบโตได้ดีในช่วงปลายปี แต่สินเชื่อยังค่อนข้างทรงตัวทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตไม่มาก พร้อมคาดปี 61 ไม่มีสำรองจากลูกหนี้รายใหญ่ทำให้กำไรฟื้นตัวได้ แต่ราคาหุ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีปรับตัวขึ้นมาทำให้ Upside เริ่มจำกัด
- CPALL (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 86 บาท คาดกำไร Q4/60 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 5.2 พันล้านบาท +4.9% Q-Q, +21.2% Y-Y โดยคาด SSSG จะฟื้นตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 4%-5% Y-Y จากฐานที่ต่ำ, ผลสำเร็จของ Stamp Promotion และได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นราคาสินค้าของกลุ่มบุหรี่และเครื่องดื่ม รวมถึงคาดยังรักษาระดับความสามารถทำกำไรได้แข็งแกร่งต่อเนื่อง และบริษัทยังได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ ทั้งจากจำนวนสาขาที่มากกว่า 1 หมื่นสาขา และสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค โดยคาดกำไรสุทธิปี 2560-2561 เติบโต 17.5% Y-Y และ 19.4% Y-Y ตามลำดับ
- HMPRO (ดีบีเอส วิคเคอร์ส)"ซื้อ"เป้า 15 บาท เชื่อว่าอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSSG) ในปี 61 ของ HMPRO จะเป็นบวกได้ หลังการบริโภคไทยเติบโตดีขึ้น โดยงวด Q3/60 SSSG สามารถเป็นบวกได้ +2.8%YoY หลังเป็นลบใน 4 ไตรมาสก่อนหน้า สำหรับเดือนต.ค.-พ.ย.60 ก็ยังมีโมเมนตัมดี ซึ่งมาตรการช็อปช่วยชาติในช่วงปลายปีก็มีส่วนช่วยหนุนด้วย พร้อมคาดกำไรสุทธิปี 60/61 เติบโต 16%/17% ตามลำดับ มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งและการขยายตัวของอัตรากำไร ที่มาจากการจำหน่ายสินค้าในแบรนด์ตนเองมากขึ้น (9M60 มียอดขายเฮ้าส์แบรนด์ 19% คาดว่าปี 61 จะเพิ่มเป็น 20% และอีก 3-5 ปีข้างหน้าเป็น 25%) การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการมี Economy of scale
- INTUCH (กสิกรไทย) เป้า 64 บาท เป็นหุ้น valuation ต่ำกว่าตลาด และปันผลสูง โดยจะได้ประโยชน์จาก Dividend Income ที่มากขึ้นจาก ADVANC ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้นของ INTUCH ยัง Laggard กลุ่มมาก ราคาซื้อขายที่ระดับ discount to NAV ราว 23.5% ซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ยย้อนหลังที่ 18%

ตลาดหุ้นเอเชียบวกเช้านี้ รับดาวโจนส์ทำนิวไฮ ขณะนักลงทุนจับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
         ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืน ขานรับมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 23,832.81 จุด ลดลง 17.18 จุด, -0.07% ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,414.11 จุด เพิ่มขึ้น 0.21 จุด, +0.01% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 31,009.24 จุด ลดลง 2.17 จุด, -0.01% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 10,915.32 จุด เพิ่มขึ้น 0.43 จุด, +0.00% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,516.33 จุด เพิ่มขึ้น 6.10 จุด, +0.24% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,518.76 จุด ลดลง 5.89 จุด, -0.17% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,828.90 จุด เพิ่มขึ้น 1.95 จุด, +0.11% ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์เปิดวันนี้ที่ 8,914.25 จุด ลดลง 9.47 จุด, -0.11%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่นักลงทุนให้ความสนใจนั้น สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 1.8% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี
ทั้งนี้ ดัชนี CPI เดือนธ.ค.ขยายตัวขึ้นเล็กน้อยจากระดับของเดือนพ.ย.ที่ 1.7%
นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อจับสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนธ.ค.ในวันพรุ่งนี้ และจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนธ.ค.ในวันศุกร์
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคานำเข้า-ดัชนีราคาส่งออกเดือนธ.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ย.

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: หุ้นกลุ่มค้าปลีกพุ่ง หนุนฟุตซี่ปิดบวก 34.51 จุด
         ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนบวกเมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) ด้วยแรงหนุนจากหุ้นจดทะเบียนรายใหญ่อย่างดับเบิลยูเอ็ม มอร์ริสัน ซูเปอร์มาร์เก็ตส์ ซึ่งทะยานขึ้นขานรับยอดขายที่เติบโตสดใสในช่วงเทศทาลคริสต์มาส
ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 34.51 จุด หรือ +0.45% ปิดที่ 7,731.02 จุด
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนเมื่อคืนนี้ หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้นดับเบิลยูเอ็ม มอร์ริสัน ซูเปอร์มาร์เก็ตส์ พุ่งขึ้น 2.4% หลังบริษัทรายงานยอดขายสินค้าในช่วงเทศทาลคริสต์มาสปีที่ผ่านมา พุ่งขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะที่หุ้นมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ กรุ๊ป คู่แข่งของดับบลิวเอ็ม มอร์ริสัน ซูเปอร์มาร์เก็ตส์ ทะยานขึ้น 2.4% และหุ้นเจ เซนส์บิวรี พุ่งขึ้น 3.1%
หุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา หุ้นเพอร์ซิมมอน ปรับตัวลง 1.2% แม้ว่าบริษัทสร้างบ้านรายใหญ่รายนี้จะเปิดเผยว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น 9% ในปี 2560 สู่ระดับ 3.42 พันล้านปอนด์ (4.64 พันล้านดอลลาร์) ก็ตาม

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดพุ่ง รับข้อมูลเศรษฐกิจเยอรมนี-ยูโรโซนสดใส
          ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของเยอรมนี รวมทั้งรายงานของสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) ซึ่งระบุว่า อัตราว่างงานในยูโรโซนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 9 ปี
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.4% ปิดที่ 400.11 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสองปีครึ่ง และทำสถิติปิดเหนือระดับ 400 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2558
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,385.59 จุด เพิ่มขึ้น 17.81 จุด หรือ +0.13% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,523.94 จุด เพิ่มขึ้น 36.52 จุด หรือ +0.67% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,731.02 จุด เพิ่มขึ้น 34.51 จุด หรือ +0.45%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปเป็นไปอย่างคึกคัก หลังจากรัฐบาลเยอรมนีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีจะขยายตัว 2.2% ในปี 2560 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนต.ค.ปีที่แล้ว
ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของเยอรมนี โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีรายงานล่าสุด ยอดส่งออกเดือนพ.ย. 2560 เพิ่มขึ้น 4.1% ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.3% ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีขยายตัวแตะระดับ 2.23 หมื่นล้านยูโร จาก 1.99 หมื่นล้านยูโรในเดือนต.ค.
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนียังระบุว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนพ.ย. 2560 ซึ่งมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 1.8% และยังขยายตัวในอัตราที่มากที่สุดในรอบกว่า 8 ปี ทั้งนี้ ตัวเลขส่งออกปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.2% ขณะที่ตัวเลขนำเข้าเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยับขึ้น 0.8%
ทางด้านยูโรสแตทเปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในยูโรโซนปรับตัวลงสู่ระดับ 8.7% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2552 จากระดับ 8.8% ในเดือนต.ค. ส่วนจำนวนผู้ว่างงานในยูโรโซนลดลง 107,000 คน สู่ระดับ 14.26 ล้านคนในเดือนพ.ย.
หุ้นอัลทิส ทะยานขึ้น 11% หลังจากบริษัทประกาศแผนแยกธุรกิจออกเป็น 2 ส่วน ซึ่ไงด้แก่ อัลทิส ยุโรป และอัลทิส ยูเอสเอ
หุ้นดับเบิลยูเอ็ม มอร์ริสัน ซูเปอร์มาร์เก็ตส์ พุ่งขึ้น 2.4% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายเพิ่มขึ้น 2.8% ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 102.80 จุด รับคาดการณ์ผลประกอบการสดใส
        ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) ขานรับมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มเฮลธ์แคร์ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากความหวังที่ว่า สถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีจะลดน้อยลง หลังจากเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้หันหน้าเจรจากันเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,385.80 จุด พุ่งขึ้น 102.80 จุด หรือ +0.41% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,751.29 จุด เพิ่มขึ้น 3.58 จุด หรือ +0.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,163.58 จุด เพิ่มขึ้น 6.19 จุด หรือ +0.09%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดพุ่งขึ้น โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าบริษัทจดทะเบียนจะเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 4/2560 ที่สดใส ขณะที่สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างผลสำรวจของรอยเตอร์ว่า บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนี S&P 500 จะมีผลกำไรเพิ่มขึ้นราว 11.8% และจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 6.9% ในไตรมาส 4/2560
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ประกาศความสำเร็จในการจัดการประชุมระดับสูงกับเกาหลีใต้ที่หมู่บ้านปันมูนจอมในเขตปลอดทหารในบริเวณชายแดนของเกาหลีทั้งสองเมื่อวานนี้ ซึ่งถือเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี
สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือ ระบุว่า เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้หารือในหลักการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการสร้างความมั่นใจต่อความสำเร็จของการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งที่ 23 ในเกาหลีใต้ และการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีทั้งสอง
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐ โดยธนาคารรายใหญ่อย่างเจพีมอร์แกน เชส, เวลส์ ฟาร์โก และแบล็คร็อค จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ขณะที่นายสตีเฟน กวิลฟอยล์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ Sarge986 LLC คาดการณ์ว่า ผลกำไรของภาคธนาคารจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 3%-3.5% ในไตรมาส 4/2560
หุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้น โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ปรับตัวขึ้น 0.5% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ เพิ่มขึ้น 0.8% หุ้นซิตี้กรุ๊ป พุ่งขึ้น 1% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก เพิ่มขึ้น 0.35% และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดีดตัวขึ้น 0.5%
ดัชนีหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ พุ่งขึ้น 1% โดยหุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ปรับตัวขึ้น 1.6% หุ้นจีเลียด พุ่งขึ้น 5% และหุ้นบอสตัน ซายแอนติฟิก ทะยานขึ้น 8.3%
หุ้นทาร์เก็ต ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกรายใหญ่ของสหัฐ พุ่งขึ้น 2.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายที่ดีเกินคาดในช่วงเทศกาลวันหยุด พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาส 4/2560
หุ้นอาลีบาบา ขยับขึ้น 0.3% หลังจากนายแจ็ค หม่า ประธานบริษัทอาลีบาบาได้ให้คำมั่นว่า เขาจะพิจารณาอย่างจริงจังเกี่ยวกับการนำหุ้นอาลีบาบาเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดฮ่องกงอีกครั้ง หลังจากนางแคร์รี่ แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กล่าวเชิญชวนให้อาลีบาบานำหุ้นเข้าเทรดในตลาดฮ่องกง
หุ้นอินเทล ร่วงลง 2.5% หลังจากไมโครซอฟต์ได้ออกมาระบุว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิปรุ่นเก่าของอินเทลนั้น ทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อจับสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนธ.ค.ในวันพรุ่งนี้ และจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนธ.ค.ในวันศุกร์
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคานำเข้า-ดัชนีราคาส่งออกเดือนธ.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ย.
--อินโฟเควสท์
OO4327

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!