WORLD7

sme624x100 giftqm720

1aaaOIE

'สุทธิพล'ประกาศนโยบายขับเคลื่อนภารกิจสำนักงาน คปภ. เชิงรุกปี 2561

·       พร้อมติวเข้มพนักงานให้ 'มุ่งมั่น สามัคคี เสียสละ เพื่อองค์กร' ในงานสัมมนา พนักงาน คปภ. ส่งท้ายปีระกา

       ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาพนักงาน ประจำปี 2560 ของสำนักงาน คปภ.ภายใต้แนวคิด มุ่งมั่น สามัคคี เสียสละ เพื่อองค์กร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จังหวัดชลบุรี โดยกล่าวว่าในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกๆปีเพราะนอกจากจะเป็นปีที่ สำนักงาน คปภ. ครบรอบ 10 ปีในการทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย ตลอดจนการคุ้มครองผู้บริโภคด้านประกันภัยให้ได้รับความเป็นธรรมแล้ว สำนักงาน คปภ. ยังประสบความสำเร็จในการดำเนินงานในหลายมิติ โดยเฉพาะในเรื่องความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการจัดสรรบุคลากรลงโครงสร้างตำแหน่งงานตามโครงสร้างองค์กรใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 526 คน จึงขอแสดงความยินดีกับพนักงานทุกคนที่เข้าสู่โครงสร้างองค์กรและโครงสร้างตำแหน่งใหม่อย่างสมบูรณ์และขอให้พนักงานทุกคนช่วยสร้างองค์กรแห่งนี้ให้เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนต่อไป  

       นอกจากนี้ ยังมีภารกิจอีกหลายประการที่ สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการภายใต้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2559-2563) แผนกลยุทธ์สำนักงาน คปภ. ระยะ 5 ปี แผนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน คปภ. ฉบับที่ 2 (ระยะ 2560 – 2564) และแผนยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคล ระยะ 3 ปี (2560 – 2562) เพื่อให้ปี 2560 เป็นปีแห่ง การขับเคลื่อนการประกันภัยในยุคดิจิทัลโดยคำนึงถึงการรักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านการประกันภัยและการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมประกันภัย และเปลี่ยนผ่าน สำนักงาน คปภ. ไปสู่การเป็น ‘Digital Insurance Regulator’

      สำหรับ แนวนโยบายในการขับเคลื่อนองค์กรในปี 2561 เพื่อจะก้าวสู่มาตรฐานสากล และเตรียมเข้าร่วมโครงการประเมินภาคการเงิน (Financial Assessment Program หรือ FSAP) ซึ่งพนักงานในองค์กรต้องมี คุณธรรมควบคู่จริยธรรมโดยแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ จะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคล โดยวางระบบการบริหารเส้นการเติบโตทางอาชีพในทุกสายงาน  พัฒนาระบบบริหารพนักงานที่มีศักยภาพสูงและผู้สืบทอดตำแหน่งวางระบบการสรรหา คัดเลือกพนักงานที่มีศักยภาพเข้าสู่องค์กร จัดทำ Training & Development Roadmap ของผู้บริหาร พนักงาน และให้ทุนการศึกษาพนักงานและบุคคลภายนอก ซึ่งได้มีการ  ปรับปรุงระเบียบการให้ทุนการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

      สำหรับ การกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัยและการคุ้มครองผู้บริโภคด้านประกันภัย จะพัฒนาและปรับปรุงกฎระเบียบ กติกาที่ใช้ในการกำกับดูแลให้มีความทันสมัยเป็นสากลยืดหยุ่นและไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาธุรกิจประกันภัยในอนาคตเพื่อลดความซ้ำซ้อนของกฎระเบียบเดิมและสามารถประยุกต์ใช้กับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตลาดด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย (Insurance Products) เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและการบริการที่เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้เอาประกันภัยให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงความต้องการด้วยเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของผู้เอาประกันภัยแต่ละราย รวมทั้งส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการกำหนดรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยให้มีความเป็นสากล มีความหลากหลาย

      นอกจากนี้ จะพัฒนาแนวทาง การตรวจสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT audit)เพื่อยกระดับให้บริษัทประกันภัยมีการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้บริษัทประกันภัยใช้ช่องโหว่มาแสวงหาผลประโยชน์หรือเอาเปรียบผู้บริโภค ทั้งยังจะสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพและรูปแบบการดำเนินงาน เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงานและเพิ่มคุณภาพในการให้บริการประชาชน สำหรับการยกระดับการให้บริการและพฤติกรรมในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปพร้อมกับการเสริมสร้างศักยภาพทางการเงิน เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและประชาชนในระยะยาว

       สำนักงาน คปภ. ยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยเชิงรุกให้กับประชาชน (Education)โดยพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและส่งเสริมบูรณาการความร่วมมือ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานความร่วมมือ (MOU) ที่ได้มีการดำเนินการไว้แล้ว รวมถึงการขยายความร่วมมือกับหน่วยงานเป้าหมาย อื่นๆ ที่สร้างประโยชน์เพิ่มเติม

       สำหรับ การขับเคลื่อนในปี 2561 พนักงาน คปภ. ทุกคนต้องตระหนักในการพัฒนาตนเองและสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นในงานของตน ซึ่งในปี 2561 จะทำอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น กล่าวคือ การยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของสำนักงาน คปภ. เพื่อให้พร้อมสู่การเป็น ‘Digital Insurance Regulator ซึ่งจะดำเนินการ 2 ส่วน คือ

       ในส่วนแรก พัฒนาคน โดยนอกเหนือจากการพัฒนาศักยภาพพนักงานให้มีทักษะทั้ง Soft Skill และ Hard Skill โดยสำนักงานแล้ว พนักงานทุกคนต้องพัฒนาศักยภาพของตนเองควบคู่กันไปให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต ต้องดึงศักยภาพของตนเองมาใช้อย่างเต็มที่ควบคู่ไปพร้อมกับ 'คุณธรรมและจริยธรรม' และอีกประเด็นที่สำคัญที่พนักงาน คปภ. จะต้องเร่งพัฒนา คือ ทักษะภาษาอังกฤษ การนำเสนอ และการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กรอบอัตรากำลังใหม่ของ สำนักงาน คปภ. จะทำให้สำนักงาน คปภ. มีพนักงานใหม่เข้ามาอีกจำนวนมาก ดังนั้น นอกเหนือจากการพัฒนาตนเองแล้ว ผู้บริหาร และหัวหน้างาน ยังต้องมีการบริหารจัดการที่มีความเข้มข้นและทำงานในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถ Coach และถ่ายทอดความรู้สู่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการพัฒนาพนักงานด้วยการให้ปฏิบัติงานจริง หรือกระบวนการ Rotation จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในการที่จะสร้างทักษะ และความเชี่ยวชาญให้กับพนักงาน นอกเหนือจากการพัฒนาความรู้ในรูปแบบเดิมๆ

       ส่วนที่ 2 พัฒนางาน ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็น 'การทำงานเชิงรุก' โดยมุ่งเน้นยกระดับมาตรฐานการทำงาน ให้รวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถให้บริการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะสำนักงาน คปภ. ในส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนภารกิจของ สำนักงาน คปภ. และเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมต่อกับประชาชนทุกระดับทั่วประเทศ แต่ที่ผ่านมาสำนักงาน คปภ. ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากของดีที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ ในปี 2561 นี้ จะได้มีการลงรายละเอียดในการปฏิบัติงานของส่วนภูมิภาคมากขึ้น ผู้อำนวยการ สำนักงาน คปภ. ภาค ต้องเข้ามากำกับ ดูแล การทำงาน ของจังหวัดภายในภาคอย่างเป็นระบบให้มีมาตรฐานการทำงานของ สำนักงาน คปภ.จังหวัดที่เท่าเทียมกันทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนและรัฐบาล ภายใต้บทบาทหน้าที่ของ สำนักงาน คปภ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      สำหรับ ความคาดหวังอีกประเด็นคือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อกระตุ้นให้พนักงาน คปภ. ได้พัฒนาตนเองและปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน จึงต้องสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานใหม่ในปี 2561 โดยเริ่มจากกิจกรรมสำคัญที่สามารถเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลง คือ กิจกรรม 5 ส ซึ่งกิจกรรมนี้ นอกเหนือจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานและเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Paperless) แล้ว ยังจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีภายใน สำนักงาน คปภ. ต่อไป และกิจกรรมนี้จะส่งผลไปสู่กิจกรรมการประกวด สำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัดดีเด่น และด้าน/สายงาน/ฝ่ายดีเด่น และพนักงานดีเด่น ซึ่งในการดำเนินการครั้งนี้ เพื่อต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของ สำนักงาน คปภ.

     ทั้งในส่วนของบุคลากร และการปฏิบัติงาน จึงขอให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนเตรียมความพร้อมทั้งกายและใจในการที่จะมีส่วนร่วมที่จะผลักดันก้าวต่อไปของ สำนักงาน คปภ. ในเรื่องดังกล่าว อาทิ สำนักงาน คปภ. ภาค ต้องมีการวางแผนงานอย่างเป็นระบบ ว่าจะสามารถกำกับ ดูแล และปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภายในภาค และจังหวัดอย่างไรให้มีการทำงานเชิงรุกมากขึ้น รวมถึงต้องสามารถนำเสนอผลงานที่แสดงถึงความสำเร็จและทุกคนยอมรับ ส่วนพนักงานดีเด่น ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีศักยภาพ 'มีความมุ่งมั่น เสียสละและทุ่มเทเพื่อองค์กร'และมีผลงานที่แสดงถึงความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับ เป็นต้น

      “ขอให้บุคลากรของสำนักงานคปภ.ทุกคนช่วยกันทำงานเชิงรุก และขับเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมกัน อย่างมุ่งมั่น สามัคคี และเสียสละ เพื่อให้ สำนักงาน คปภ. ซึ่งเปรียบเสมือน 'บ้านของเรา'ก้าวไปสู่การเป็นองค์กรศักยภาพสูงที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนและจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน และสร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป ให้สมกับสโลแกนการจัดงานในครั้งนี้ คปภ. มุ่งมั่นสามัคคี เสียสละเพื่อองค์กร” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

     สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สายด่วน คปภ. 1186 หรือเว็บไซต์ www.oic.or.th หรือ กลุ่มงานสื่อสารองค์กร โทรศัพท์ 02-515-3998-9 ต่อ 8307 โทรสาร 02-513-1437 http://www.facebook.com/PROIC2012

        กลุ่มงานสื่อสารองค์กร โทรศัพท์. 02-515-3995-9 ต่อ 8307 โทรสาร. 02-513-1437 http://www.facebook.com/PROIC2012

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!