WORLD7

sme624x100 giftqm720

กรมสรรพสามิต กรมสรรพสามิต

สรรพสามิต แถลงผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตของสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 (เดือนกันยายน 2560 – 30 เมษายน 2561) หลังประกาศใช้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

Gกฤษฎา จนะวจารณะ 5สรรพสามิต แถลงผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตของสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 (เดือนกันยายน 2560 – 30 เมษายน 2561) หลังประกาศใช้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

      กรมสรรพสามิตโดยสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต สินค้าเถื่อน และสินค้าหนีภาษีระบาดตามแนวชายแดน คิดเป็นมูลค่าของกลางและค่าปรับ รวมทั้งสิ้น 260.57 ล้านบาท

        นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้กรมสรรพสามิตดูแลสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงการดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสุราเถื่อนและบุหรี่เถื่อน และน้ำมันเถื่อน และจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจากสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าอาจมีการกระทำผิด เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และเพื่อเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป

      อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า หลังจากที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ มุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นระบบ โดยใช้ราคาขายปลีกแนะนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษี จึงจำเป็นต้องกำหนดอัตราภาษีใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับฐานภาษีที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ราคายาสูบและสุรามีการเปลี่ยนแปลง โดยมีทั้งปรับสูงขึ้นและลดลงบ้างเล็กน้อย จึงอาจเป็นแรงจูงใจทำให้มีปริมาณบุหรี่และสุราหนีภาษีเข้ามาในประเทศมากขึ้น และอาจส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปหาสินค้าหนีภาษีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้และเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพแก่ประชาชน

     จากผลการตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตของสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 ปีงบประมาณ 2561 (เดือนกันยายน 2560 – 30 เมษายน 2561) พบว่ามีการกระทำผิด จำนวน 2,027 คดี คิดเป็นค่าภาษีที่รัฐต้องสูญเสียรายได้ 21.92 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าของกลาง 50.63 ล้านบาท และเงินค่าปรับ 209.94 ล้านบาท

      โดยแยกเป็นคดีสุรา จำนวน 638 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 5.35 ล้านบาท คดียาสูบ จำนวน 742 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 15.36 ล้านบาท คดีไพ่ จำนวน 52 คดี คิดเป็นเงิน ค่าปรับ 874,000 บาท และคดีน้ำมัน จำนวน 595 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 9.30 ล้านบาท

       โดยมีของกลางแยกเป็น สุรา รวมน้ำสุรา จำนวน 7,410 ลิตร ได้แก่ สุราในประเทศ จำนวน 6,130 ลิตร มูลค่าของกลาง 183,900 บาท คิดเป็นเงินภาษีที่รัฐสูญเสีย 2,570,200 บาท และสุราต่างประเทศ จำนวน 1,280 ลิตร รวมมูลค่าของกลาง 1,280,000 บาท คิดเป็นเงินภาษีที่รัฐสูญเสียรวม 2,570,200 ล้านบาท

      บุหรี่ ทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 447,000 ซอง รวมมูลค่าของกลาง 40,689,130 บาท คิดเป็นเงินภาษีที่รัฐสูญเสีย 17,402,600 บาท

       ไพ่ จำนวน 3,564 สำรับ มูลค่าของกลาง 343,213.20 บาท คิดเป็นเงินภาษีที่รัฐสูญเสีย 91,300 บาท

      น้ำมัน จำนวน 280,770 ลิตร แยกเป็น น้ำมันดีเซล 173,500 ลิตร มูลค่าของกลาง 4,995,065 บาท และน้ำมันเบนซิน จำนวน 107,270 ลิตร มูลค่าของกลาง 3,137,647.50บาท คิดเป็นเงินภาษีที่รัฐสูญเสีย 1,853,000 บาท

     อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่สรรพสามิต พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าอาจมีการกระทำผิด เช่น การนำรถโมบายออกตรวจสอบคุณภาพน้ำมันตามร้านค้าที่แบ่งขายเป็นขวดหรือแกลลอน รวมทั้งที่เปิดขายเป็นปั๊มหลอด เพื่อป้องกันการลักลอบน้ำมันเถื่อนตามแนวชายแดน ซึ่งนับเป็นมาตรการที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการโดยสุจริต และเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการคุ้มครองและดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป

      ทั้งนี้ ตามระเบียบกรมสรรพสามิตร้านค้าที่จำหน่ายบุหรี่และสุราหากตรวจสอบและพบการกระทำผิดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายและเพิกถอนใบอนุญาตทันที ส่วนในกรณีที่เป็นเอเย่นต์หรือตัวแทนจำหน่ายเมื่อกระทำผิด สรรพสามิตพื้นที่จะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต และแจ้งการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวให้โรงงานยาสูบทราบเพื่อดำเนินการเพิกถอนการเป็นเอเย่นต์หรือตัวแทนจำหน่ายต่อไป

    “หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตสามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th หรือแจ้งที่ตู้ ป.ณ. 10 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ และจะมอบสินบนนำจับให้ ภายหลังจากคดีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว”

    ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมสรรพสามิต โทร/โทรสาร 0 2241 4778

         

Click Donate Support Web

468x60 16

BIT FUN728x90

yobit 560 60

8

468x60 bit

468x60 DOG

'บุหรี่'เถื่อนทะลัก ฉุดคลังรายได้วูบ เฉียด 3.6 พันล้าน

PHILIPพงศธร องศสงห'บุหรี่'เถื่อนทะลัก ฉุดคลังรายได้วูบ เฉียด 3.6 พันล้าน

     ไทยโพสต์ * ฟิลลิป มอร์ริส เผยผลสำรวจสัดส่วนบุหรี่ไม่เสียภาษีพุ่งแตะ 6.6% ภาคใต้หนักสุด ผลจากภาษีสรรพสามิตใหม่ เตือนหากปล่อยไว้รัฐบาลเสียรายได้อย่างน้อย 3,600 ล้านบาท

        นายพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยถึงผลการสำรวจล่าสุด Empty Pack Survey (EPS) โดยเป็นการสำรวจจาก ซองบุหรี่เปล่าที่ทิ้งแล้ว ดำ เนินการโดยบริษัทวิจัยนีลเส็น พบว่าในขณะนี้จำนวนสัดส่วนบุหรี่ไม่เสียภาษี (บุหรี่ที่ ไม่มีแสตมป์สรรพสามิตของไทยติดบนซอง) เพิ่มขึ้นมาเป็น 6.6% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 จากเดิม 2.9% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2559

     "สัดส่วนบุหรี่ไม่เสียภาษีได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงเวลาเพียง 1 ปี โดยสภาพปัญหามีความรุนแรงที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ โดยหากเจาะในรายจังหวัดแล้วพบว่าในสัดส่วนบุหรี่ไม่เสียภาษีใน จ.สตูล สูงถึง 76.6% จ.สงขลา 67% และ จ.พัทลุง 40%" นายพงศธรกล่าว

       ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า บุหรี่ที่ไม่เสียภาษีนั้น ราวครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจพบ ประกอบไปด้วย 2 ยี่ห้อซึ่งเป็นยี่ห้อที่ไม่ได้มีการมาจดขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพสามิต

       "หลังการปฏิรูปภาษีสรรพสามิตเมื่อเดือนกันยายน 2560 เราได้คาดการณ์ว่าปริมาณการบริโภคบุหรี่ถูกกฎหมายจะหดตัวลงอย่างมากในปี 2561 นี้ โดยผู้สูบที่ไม่มีกำลังซื้อพอที่จะซื้อบุหรี่ถูกกฎหมายได้อาจตัดสินใจเลิกสูบไปเลย หรืออาจหันไปสูบยาเส้นมวนเอง หรือแม้กระทั่งบุหรี่เถื่อนก็ได้ เราประมาณการคร่าวๆ ว่าปริมาณการบริโภคบุหรี่ไม่เสียภาษีในประ เทศไทยอาจสูงถึง 100 ล้านซอง ซึ่งเป็นการประมาณการจากสัดส่วน 6.6% นั่นก็หมายถึงหากเราคำนวณจากมูลค่าภาษีสรรพสามิต 36 บาทต่อซองในปี 2561 เราจะเห็นตัว เลขการสูญเสียรายได้ภาษีสรรพสามิตอย่างน้อย 3,600 ล้านบาทต่อปี" นายพงศธรกล่าว

      ทั้งนี้ สถานการณ์อาจเลวร้ายลงได้อีกเนื่องจากภาระภาษีสรรพสามิตมีกำหนดปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2562 โดยบุหรี่ซิกาแรตทั้ง หมดจะต้องเสียภาษีสรรพสามิตตามปริมาณในอัตราซอง ละ 24 บาท และตามด้วยภาษี ตามมูลค่าที่อัตราร้อยละ 40 หากเราคิดประเมินตามสถาน การณ์นี้ โดยให้บุหรี่เถื่อนมี สัดส่วนคงที่ 6.6% ในขณะที่ปริมาณการบริโภคบุหรี่ถูกกฎหมายหดตัวลงอีก รัฐอาจสูญเสียรายได้ภาษีสรรพสามิตมากถึง 5,000 ล้านบาทในปี 2563.

คลัง โยนเผือกแก้ปัญหาภาษีบุหรีสรรพสามิตดิ้นคุยกฤษฎีกาหาช่อง

Gอภศกดคลัง โยนเผือกแก้ปัญหาภาษีบุหรีสรรพสามิตดิ้นคุยกฤษฎีกาหาช่อง

     ไทยโพสต์ * คลังโยนสรรพสามิตแก้ปัญหาโรงงานยาสูบ พบทางตันขึ้นราคาบุหรี่บางยี่ห้อทำยาก

     นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า การแก้ปัญหาอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ เป็นเรื่องที่กรมสรรพสามิตดำเนินการอยู่ ไม่ต้องใช้อำนาจของ รมว.การคลัง ออกประกาศเพื่อแก้ไขปัญหา เพราะ รมว.การคลังไม่มีอำนาจการดำเนินการทั้งหมด เป็นอำนาจของกรมสรรพสามิต

      แหล่งข่าวกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ตอนนี้กรมได้ทำหนังสือหารือไปถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าจะสามารถ ใช้อำนาจอะไรในการประกาศให้ราคาบุหรี่บางยี่ห้อที่ลดราคามาหลังวันที่ 16 ก.ย.2560 ให้กลับไปขายในราคาเดิม ซึ่งสามารถทำได้ 2 แนวทาง คือ ใช้อำนาจของอธิบดีกรมสรรพสามิต หรือทางที่ 2 ต้องใช้ประกาศกระทรวงการคลัง เป็นอำนาจของ รมว.การคลัง ที่ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะใช้แนวทางการไหน

     อย่างไรก็ดี เบื้องต้นคาดว่าจะใช้อำนาจอธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศราคาขายบุหรี่บางยี่ห้อให้กลับไปอยู่ราคาเดิมก่อนวันที่ 16 ก.ย.2560 คงทำไม่ได้ เนื่องจากบุหรี่ยี่ห้อดังกล่าวขายตามราคาขายปลีกที่แจ้งไว้กับกรมสรรพสามิต จึงไม่มีความผิดที่จะไปประกาศให้บุหรี่ยี่ห้อดังกล่าวขายในราคาที่แพงขึ้น สำหรับการใช้ประกาศกระ ทรวงการคลัง หากคณะกรรม การกฤษฎีกาบอกว่าทำไม่ได้ หรือ รมว.การคลังไม่เห็นด้วย ก็คงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้.

กรมบัญชีกลาง ร่วมมือกับกรมสรรพสามิตรับชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มแล้ว

กรมบัญชีกลาง ร่วมมือกับกรมสรรพสามิตรับชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มแล้ว

กรมบัญชีกลางจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับจ่ายเงินภาครัฐ โดยให้หน่วยCGDสทธรตน รตนโชตงานราชการรับชำระเงินค่าบริการต่างๆ จากประชาชนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เริ่ม 27 มีนาคม 2561 เป็นวันแรก โดยได้ร่วมมือกับกรมสรรพสามิตรับชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้ประชาชนที่เดินทางมาชำระเงินที่กรมสรรพสามิต ได้รับบริการที่สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป ประชาชนที่ต้องชำระค่าบริการต่างๆ ให้แก่หน่วยงานราชการทั่วประเทศ จะต้องใช้ e-Money หรือเงินอิเล็กทรอนิกส์ มาจ่ายแทนเงินสดหรือเช็ค ซึ่งกรมบัญชีกลางได้เร่งให้ส่วนราชการติดตั้ง ระบบ internet banking เครื่อง EDC และ QR Code แล้ว และจะติดตั้งให้ครบถ้วนภายในเดือนพฤษภาคม 2561 เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการใช้บริการมากยิ่งขึ้น

  สำหรับการชำระเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น ประชาชนสามารถเลือกใช้ได้หลายรูปแบบ ประกอบด้วย การชำระเงินด้วย Bill Payment บัตรเดบิต/บัตรเครดิต และการชำระเงินผ่าน QR Code รวมถึงการใช้บัตรชำระเงินแบบ e-Money ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละท่าน ทั้งนี้ การคิดค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารในวันนี้ถือเป็นวันแรกที่เปิดให้บริการรับชำระภาษีของกรมผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก และปลอดภัยกับการไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากมาจ่ายที่หน่วยงาน รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้สังคมไร้เงินสดเกิดขึ้น

  อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อให้การเดินหน้าไปสู่สังคมไร้เงินสดเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน จึงขอความร่วมมือจากประชาชน เมื่อมาทำธุรกรรมทางการเงินกับหน่วยงานราชการ ขอให้นำบัตรหรือเครื่องมือใช้ชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์มาด้วย ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับจ่ายเงินภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment ภาครัฐ) มาใช้กับงานบริการของภาครัฐ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาการบริการให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน พร้อมนำประเทศไทยไปสู่สังคมไร้เงินสดได้ในอนาคต

สรรพสามิต ขึ้นภาษี บุหรี่-สุรา อีก 2% นำเงินเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ยันกระทบราคาไม่มาก เตือนร้านค้าอย่าฉวยโอกาส

Gกฤษฎา จนะวจารณะ 1สรรพสามิต ขึ้นภาษี บุหรี่-สุรา อีก 2% นำเงินเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ยันกระทบราคาไม่มาก เตือนร้านค้าอย่าฉวยโอกาส

     สรรพสามิต ประกาศขึ้นภาษี บุหรี่-สุรา อีก 2% มีผลตั้งแต่วันนี้ (26ม.ค.) เตรียมนำเงินเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ตามพ.ร.บ.ผู้สูงอายุ ยันกระทบราคาค้าปลีกแค่ไม่กี่สิบสตางค์ เตือนร้านค้าอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา

    นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้ (26 ม.ค.61) กรมสรรพสามิตจะเริ่มเก็บภาษีสรรพสามิตในสินค้าสุราและยาสูบเพิ่มขึ้นอีก 2% ของอัตราภาษีสรรพสามิตที่เสียในปัจจุบัน เพื่อนำเงินรายได้ส่งบำรุงเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ปีงบประมาณละไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ตามที่พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ กำหนดไว้  ซึ่งจะนำเงินที่เก็บจัดสรรช่วยเหลือให้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่อยู่ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

      โดยการขึ้นภาษีครั้งนี้จะกระทบต่อต้นทุนราคาสุราและยาสูบเล็กน้อย คิดเป็นไม่กี่สิบสตางค์ เช่น หากเดิมบุหรี่หนึ่งซองเสียภาษีสรรพสามิต 25 บาท ก็จะถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 50 สตางค์ 

      ส่วนผลจะกระทบต่อราคาขายปลีก ต้องติดตามนโยบายของผู้ประกอบการและโรงงานยาสูบว่าจะยอมแบกรับภาษีที่เพิ่มขึ้นเองได้หรือไม่  ซึ่งหากจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาจะต้องเป็นบุหรี่และสุราที่เสียภาษีตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.61 เป็นต้นไป ดังนั้นจึงขอเตือนให้ร้านค้าปลีก ค้าส่ง อย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบขึ้นราคาทันที เพราะส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าสต๊อกเก่า

      สำหรับ การเก็บภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบเพิ่มขึ้นอีก 2% ในครั้งนี้ จะครอบคลุมทั้งบุหรี่ที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล สุรา เบียร์ ไวน์  ซึ่งจะทำให้รัฐมีรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นในปีนี้ประมาณ 4,200-4,600 ล้านบาท โดยจะส่งเข้ากองทุนผู้สูงอายุ 4,000 ล้านบาท ขณะที่ส่วนเกินจะถูกนำส่งเข้าเป็นรายได้ของแผ่นดิน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!