WORLD7

sme624x100 giftqm720

กรมสรรพสามิต กรมสรรพสามิต

ผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ระหว่างวันที่ 7 - 13 กันยายน 2561 พบการกระทำผิด จำนวน 598 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 16.85 ล้านบาท

Gกฤษฎา จนะวจารณะ 1ผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ระหว่างวันที่ 7 - 13 กันยายน 2561 พบการกระทำผิด จำนวน 598 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 16.85 ล้านบาท

      กรมสรรพสามิตดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต

       นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตโดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจากสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าอาจมีการกระทำผิด เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และเพื่อเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป

       จากผลการตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2561 (ระหว่างวันที่ 7-13 กันยายน 2561) พบว่ามีการกระทำผิด จำนวน 598 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 16.85 ล้านบาท โดยแยกเป็น - สุรา จำนวน 367 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 3.53 ล้านบาท

- ยาสูบ จำนวน 114 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 4.51 ล้านบาท

- ไพ่ จำนวน 22 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.28 ล้านบาท

- น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 37 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 7.16 ล้านบาท

- น้ำหอม จำนวน 3 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.01 ล้านบาท

- รถจักรยานยนต์ จำนวน 24 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ จำนวน 0.93 ล้านบาท

- สินค้าอื่น ๆ จำนวน 31 คดี รวมเป็นเงินค่าปรับ 0.43 ล้านบาท

         โดยมีของกลางแยกเป็นน้ำสุรา จำนวน 6,986.840 ลิตร ยาสูบ จำนวน 10,276 ซอง ไพ่ จำนวน 1,174 สำรับ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 170,273 ลิตร น้ำหอม จำนวน 82 ขวด รถจักรยานยนต์ จำนวน 25 คัน

         “หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตสามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th หรือแจ้งที่ตู้ ป.ณ. 10 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ และจะมอบสินบนนำจับให้ ภายหลังจากคดีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว”

       ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมสรรพสามิต โทร/โทรสาร 0 2241 4778

         

Click Donate Support Web

468x60 16

BIT FUN728x90

yobit 560 60

8

468x60 bit

468x60 DOG

สรรพสามิต ชี้แจงกรณีพ่อค้าขายน้ำข้าวหมาก จังหวัดบุรีรัมย์ ร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต หลังถูกจับกุมขณะขายสินค้าอยู่ในงาน O-TOP

1aaaaA3

สรรพสามิต ชี้แจงกรณีพ่อค้าขายน้ำข้าวหมาก จังหวัดบุรีรัมย์ ร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต หลังถูกจับกุมขณะขายสินค้าอยู่ในงาน O-TOP

 

ประเด็นข่าว

       กรณีนายลภณ จันน้อย พ่อค้าขายน้ำข้าวหมาก จังหวัดบุรีรัมย์ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้นำน้ำข้าวหมากบรรจุขวดมาร้องขอความเป็นธรรมที่กรมสรรพสามิตหลังถูกเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตจับดำเนินคดีข้อหาจำหน่ายสุราแช่โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่มีการวางจำหน่ายในงานแสดงสินค้าโอทอป อีกทั้งได้หยิบยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับแป้งข้าวหมาก นั้น

 

ข้อชี้แจง

     กรมสรรพสามิตขอชี้แจง ดังนี้

       1. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 กรมสรรพสามิตได้ยกเลิกการควบคุม “แป้งข้าวหมัก” (ข้าวหมาก) ว่าเป็นเชื้อสุรา หลังศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการกำหนดให้แป้งข้าวหมักกล่าวเป็นเชื้อสุราขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สำหรับพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่เป็นกฎหมายใช้บริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในปัจจุบันมีการควบคุมเฉพาะสินค้าสุรา โดยไม่ได้ควบคุมเชื้อสุราและมิได้มีการควบคุมแป้งข้าวหมักแต่อย่างใด ดังนั้น การนำแป้งข้าวหมักมาทำเป็นข้าวหมากเพื่อใช้ในการบริโภคกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันจึงไม่มีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต เนื่องจากข้าวหมากไม่ถือเป็นสุราและไม่อยู่ในการควบคุมของกรมสรรพสามิต

      2. กรณีน้ำข้าวหมากที่นำมาร้องขอความเป็นธรรมนั้น มีลักษณะเป็นของเหลวเช่นเดียวกับน้ำสุรา จากตัวอย่างน้ำข้าวหมากที่นายลภณฯ นำมาแจกจ่ายที่กรมสรรพสามิตได้นำส่งตรวจวิเคราะห์ที่กลุ่มวิเคราะห์สินค้าและของกลาง กรมสรรพสามิต ทันที ซึ่งผลการวิเคราะห์ตัวอย่างทั้ง 3 ประเภท ปรากฏว่า (1) น้ำขาวหมากสีม่วง มีแรงแอลกอฮอล์ 4.230 ดีกรี (2) น้ำข้าวหมากสีขาว มีแรงแอลกอฮอล์ 3.815 ดีกรี และ (3) น้ำข้าวหมากสีแดง มีแรงแอลกอฮอล์ 4.844 ดีกรี

      ดังนั้น น้ำข้าวหมากตัวอย่างทั้งหมดมีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่า 0.5 ดีกรี จึงมีคุณสมบัติเป็นสุราตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตนั้นไม่ได้มีข้อห้ามในการผลิตสุรา เพียงแต่กำหนดว่าจะต้องขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อควบคุมการผลิตสุราให้มีคุณภาพมาตรฐานโดยไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ผู้ที่ประสงค์ผลิตสุราสามารถยื่นคำขอการผลิตสุราได้ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาในท้องที่ที่จะทำการผลิตสุรา และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการขออนุญาต สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาในวันและเวลาราชการ

      3. สำหรับประเด็นการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ที่จับกุมว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้น กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างดำเนินการแต่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

         

Click Donate Support Web

468x60 16

BIT FUN728x90

yobit 560 60

8

468x60 bit

468x60 DOG

กรมสรรพสามิต เผย 10-16 ส.ค.ปราบปราบผู้กระทำผิดก.ม.สรรพสามิต 518 คดี

Gกฤษฎา จนะวจารณะ 4กรมสรรพสามิต เผย 10-16 ส.ค.ปราบปราบผู้กระทำผิดก.ม.สรรพสามิต 518 คดี

     กรมสรรพสามิตเผยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ 61 ระหว่างวันที่ 10 - 16 สิงหาคม 2561 พบการกระทำผิด จำนวน 518 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 7.94 ล้านบาท

       นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตโดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจากสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าอาจมีการกระทำผิด เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และเพื่อเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป

     จากผลการตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2561 (ระหว่างวันที่ 10 – 16 สิงหาคม 2561) พบว่ามีการกระทำผิด จำนวน 518 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 7.94 ล้านบาท โดยแยกเป็น - สุรา จำนวน 312 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 3.23 ล้านบาท

  - ยาสูบ จำนวน 112 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 3.30 ล้านบาท

  - ไพ่ จำนวน 17 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.09 ล้านบาท

  - น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 30 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.44 ล้านบาท

  - รถจักรยานยนต์ จำนวน 23 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ จำนวน 0.29 ล้านบาท

  - สินค้าอื่น ๆ จำนวน 24 คดี รวมเป็นเงินค่าปรับ 0.57 ล้านบาท

       โดยมีของกลางแยกเป็นน้ำสุรา จำนวน 1,196.535 ลิตร ยาสูบ จำนวน 4,734 ซอง ไพ่ จำนวน 384 สำรับ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 12,577 ลิตร รถจักรยานยนต์ จำนวน 15 คัน

     “หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตสามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th หรือแจ้งที่ตู้ ป.ณ. 10 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ และจะมอบสินบนนำจับให้ ภายหลังจากคดีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว”

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

ผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต พบการกระทำผิด จำนวน 339 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 4.48 ล้านบาท

Gกฤษฎา จนะวจารณะ 2ผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ระหว่างวันที่ 24 - 30 สิงหาคม 2561 พบการกระทำผิด จำนวน 339 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 4.48 ล้านบาท

     นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตโดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจากสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าอาจมีการกระทำผิด เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และเพื่อเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป

      จากผลการตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2561 (ระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคม 2561) พบว่ามีการกระทำผิด จำนวน 339 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 4.48 ล้านบาท โดยแยกเป็น - สุรา จำนวน 212 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 1.94 ล้านบาท

               - ยาสูบ จำนวน 72 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 1.31 ล้านบาท

               - ไพ่ จำนวน 11 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.22 ล้านบาท

               - น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 20 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.30 ล้านบาท

               - น้ำหอม จำนวน 1 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.002 ล้านบาท

               - รถจักรยานยนต์ จำนวน 12 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ จำนวน 0.11 ล้านบาท

               - สินค้าอื่น ๆ จำนวน 11 คดี รวมเป็นเงินค่าปรับ 0.60 ล้านบาท

        โดยมีของกลางแยกเป็นน้ำสุรา จำนวน 1,456.685 ลิตร ยาสูบ จำนวน 4,595 ซอง ไพ่ จำนวน 1,016 สำรับ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 19,720 ลิตร น้ำหอม จำนวน 30 ขวด รถจักรยานยนต์ จำนวน 5 คัน

        “หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตสามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th หรือแจ้งที่ตู้ ป.ณ. 10 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ และจะมอบสินบนนำจับให้ ภายหลังจากคดีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว”

         

Click Donate Support Web

468x60 16

BIT FUN728x90

yobit 560 60

8

468x60 bit

468x60 DOG

ผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ระหว่างวันที่ 3 - 9 สิงหาคม 2561 พบการกระทำผิด จำนวน 648 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 12.18 ล้านบาท

Gกฤษฎา จนะวจารณะผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ระหว่างวันที่ 3 - 9 สิงหาคม 2561 พบการกระทำผิด จำนวน 648 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 12.18 ล้านบาท

        กรมสรรพสามิตดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต

      นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตโดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจากสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าอาจมีการกระทำผิด เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และเพื่อเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป

               จากผลการตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2561 (ระหว่างวันที่ 3 - 9 สิงหาคม 2561) พบว่ามีการกระทำผิด จำนวน 648 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 12.18 ล้านบาท โดยแยกเป็น - สุรา จำนวน 381 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 3.88 ล้านบาท

- ยาสูบ จำนวน 146 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 5.11 ล้านบาท

- ไพ่ จำนวน 25 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.28 ล้านบาท

- น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 35 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.90 ล้านบาท

- น้ำหอม จำนวน 1 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.002 ล้านบาท

- รถจักรยานยนต์ จำนวน 23 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ จำนวน 0.72 ล้านบาท

- สินค้าอื่น ๆ จำนวน 37 คดี รวมเป็นเงินค่าปรับ 1.30 ล้านบาท

               โดยมีของกลางแยกเป็นน้ำสุรา จำนวน 3,393.140 ลิตร ยาสูบ จำนวน 5,875 ซอง ไพ่ จำนวน 2,645 สำรับ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 22,719 ลิตร น้ำหอม 35 ขวด และรถจักรยานยนต์ จำนวน 27 คัน

               “หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตสามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th หรือแจ้งที่ตู้ ป.ณ. 10 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ และจะมอบสินบนนำจับให้ ภายหลังจากคดีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว”

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!