WORLD7

sme624x100 giftqm720

คลัง กรมสรรพสามิต

นักเศรษฐศาสตร์เตือนรัฐ แก้ภาษีบุหรี่ หวั่นกลายเป็นงูกินหาง หนุนเดินหน้าตามแผนปฏิรูปเดิม เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

1aaaรศดร. อรรถกฤต

นักเศรษฐศาสตร์เตือนรัฐ แก้ภาษีบุหรี่ หวั่นกลายเป็นงูกินหาง หนุนเดินหน้าตามแผนปฏิรูปเดิม เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

      ภายหลังจากที่มีรายงานข่าวว่ากรมสรรพสามิตจะหาทางออกประเด็นปัญหาภาษีบุหรี่ที่โรงงานยาสูบร้องเรียนมาให้ได้ภายในสิ้นปีนี้นั้น รศ.ดร.อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตือนว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลของโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ หากรีบร้อนแก้ไขระบบภาษีอาจสร้างปัญหาใหม่ๆ และทำให้การปฏิรูปล่าช้าออกไปอีก เนื่องจากปกติเมื่อมีการขึ้นภาษีแต่ละครั้ง ตลาดต้องใช้เวลา 3-4 เดือนในการปรับตัวอยู่แล้ว ส่วนการขึ้นภาษีเมื่อ 16 ก.ย. ที่ผ่านมามีการคาดการณ์กันไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วจึงมีการเร่งชำระภาษีไว้ก่อนการประกาศอัตราภาษีใหม่ จึงยิ่งทำให้สภาพตลาดหลังวันที่ 16 ก.ย. มีความผันผวนมากว่าปกติ และจำเป็นต้องใช้เวลามากขึ้นก่อนที่ตลาดจะเริ่มกลับมามีเสถียรภาพ ดังนั้น การที่รัฐจะสรุปหาทางแก้ปัญหาเรื่องภาษีบุหรี่ภายสิ้นปีนี้จึงถือว่าเร็วเกินไป ควรรอดูสถานการณ์ต่ออีกสักระยะหนึ่ง

      รศ.ดร.อรรถกฤต วิเคราะห์ถึงตัวเลขการจัดเก็บภาษียาสูบของกรมสรรพสามิตหลังประกาศใช้โครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ว่า การที่ยอดภาษียาสูบที่เก็บได้ในเดือน ต.ค. 60 ลดฮวบเหลือเพียงกว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 56% และต่ำกว่าเป้าไปถึง 48% นั้น เป็นเพราะการเร่งชำระภาษีของผู้ประกอบการตั้งแต่เดือน ส.ค. 60 แต่ในเดือน พ.ย. 60 จะเห็นได้ว่ายอดจัดเก็บภาษียาสูบกระเตื้องขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เก็บได้ถึง 5.7 พันล้านบาท เกินเป้าถึง 44% เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังค่อยๆ กลับตัวเข้าสู่เสถียรภาพแล้ว

      "โครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ทำให้ราคาบุหรี่ปรับขึ้น 20%-50% จึงเป็นธรรมดาที่จะทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งลดหรือเลิกสูบบุหรี่ไปเลย บางส่วนหันไปสูบยาเส้นที่มีราคาถูกกว่ามาก ขณะที่บางส่วนก็หันไปซื้อบุหรี่หนีภาษีที่ทะลักเข้ามาตามชายแดนกันมากขึ้น ดังนั้น แม้อัตราภาษีบุหรี่จะสูงขึ้น แต่เมื่อปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมายที่บริโภคในประเทศลดลง ยอดภาษีที่จัดเก็บได้ในช่วงเริ่มต้นนี้ย่อมไม่ได้เพิ่มขึ้นหวือหวา แต่เชื่อว่าเมื่อตลาดเริ่มปรับตัวได้แล้ว ยอดรายได้ภาษีน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นด้วยระบบภาษีแบบผสมที่เก็บภาษีทั้งตามปริมาณและตามมูลค่า"รศ.ดร.อรรถกฤต กล่าว

      ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตได้เปิดเผยว่าในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 60 สามารถจับกุมบุหรี่ผิดกฎหมายได้กว่า 6 ล้านมวนซึ่งคิดเป็นมูลค่าภาษีกว่า 27 ล้านบาท ขณะที่ฝั่งกรมศุลกากรก็จับกุมบุหรี่หนีภาษีได้ในช่วง ก.ย.-พ.ย. 60 ได้แล้วกว่า 43 ล้านมวน

       รศ.ดร.อรรถกฤต กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงสร้างภาษีที่ดีต้องยึดหลักความเป็นธรรม ไม่ปกป้องผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เดียวกัน แข่งขันกันภายใต้กติกาเดียวกัน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งจะผลักดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและแข่งขันได้ ตามหลักการของระบบการค้าเสรีและกฎหมายการค้าโลก และช่วยสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้กับระบบภาษีของไทยได้อย่างแท้จริง

สรรพสามิต เผยผลปราบปรามสินค้าเถื่อน-หนีภาษี 2 เดือนแรกปีงบ 61 กว่า 3 พันคดี ค่าปรับกว่า 160 ลบ.

Gกฤษฎา จนะวจารณะ 2สรรพสามิต เผยผลปราบปรามสินค้าเถื่อน-หนีภาษี 2 เดือนแรกปีงบ 61 กว่า 3 พันคดี ค่าปรับกว่า 160 ลบ.

        นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้กรมสรรพสามิตดูแลสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงการดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสุราเถื่อน บุหรี่เถื่อน และน้ำมันเถื่อน ตลอดจนจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบภาษีให้เข้ามาสู่ระบบภาษี ซึ่งที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตโดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจากสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าอาจมีการกระทำผิด เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และเพื่อเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีบางประเภท เป็นสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป

       อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า หลังจากที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ มุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นระบบ โดยใช้ราคาขายปลีกแนะนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษี จึงจำเป็นต้องกำหนดอัตราภาษีใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับฐานภาษีที่เปลี่ยนแปลงไป จึงอาจเป็นแรงจูงใจทำให้มีปริมาณบุหรี่และสุราหนีภาษีเข้ามาในประเทศมากขึ้น และอาจส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปหาสินค้าหนีภาษีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ และเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพแก่ประชาชน

      นายกฤษฎา กล่าวว่า จากผลการเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2561 (เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2560) พบว่ามีการกระทำผิด จำนวน 3,962 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 161.37 ล้านบาท โดยแยกเป็นคดีสุรา จำนวน 1,801 คดี จำนวนน้ำสุราของกลาง จำนวน 63,816 ลิตร คิดเป็นเงินค่าปรับ 36.34 ล้านบาท คดียาสูบ จำนวน 1,544 คดี จำนวนบุหรี่ของกลาง 6,470,620 มวน คิดเป็นเงินค่าปรับ 111.11 ล้านบาท คดีไพ่ จำนวน 192 คดี จำนวนไพ่ของกลาง 9,464 สำรับ คิดเป็นเงินค่าปรับ 1.83 ล้านบาท และคดีอื่น ๆ เช่น คดีจับกุมสินค้ารถจักรยานยนต์ รถยนต์ น้ำหอม และน้ำมัน จำนวนรวม 425 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 12.09 ล้านบาท

        นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตได้ออกตรวจกำกับดูแลการขายสุราของสถานประกอบการให้ถูกต้องตามคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 9,464 ราย และมีการเพิกถอนใบอนุญาตขายสุราผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต จำนวน 321 ราย

        อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามแหล่งสถานบริการ แหล่งชุมชน และพื้นที่เป้าหมายอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าอาจมีการกระทำผิด ซึ่งนับเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการคุ้มครองและดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสุราและยาสูบที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสุราและยาสูบโดยทั่วไป

       ทั้งนี้ ตามระเบียบกรมสรรพสามิตร้านค้าที่จำหน่ายบุหรี่และสุรา หากตรวจสอบและพบการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายและเพิกถอนใบอนุญาตทันที ส่วนในกรณีที่เป็นเอเย่นต์หรือตัวแทนจำหน่ายเมื่อกระทำผิด สรรพสามิตพื้นที่จะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต และแจ้งการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวให้โรงงานยาสูบทราบเพื่อดำเนินการเพิกถอนการเป็นเอเย่นต์หรือตัวแทนจำหน่ายต่อไป

สรรพสามิต คาดได้ข้อสรุปปัญหาภาษียาสูบภายในสิ้นปีนี้ พร้อมประเมินผลได้-ผลเสียหลังใช้กม.สรรพสามิตใหม่

       นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จะมีการนัดหารือกับฝ่ายนโยบายเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาภาษียาสูบ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ทั้งนี้ ตามหลักปฏิบัติเมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ไปแล้ว 3 เดือน กรมฯ จะมีการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ากฎหมายใหม่นี้ส่งผลกระทบหรือทำให้ผู้ประกอบการได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการค้าหรือไม่

      นอกจากนี้ หากจะให้มีการใช้อำนาจอธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดราคาบุหรี่นั้น ตามหลักการของกฎหมายสามารถทำได้ แต่ก็ต้องมาพิจารณาเหตุผลและความเหมาะสมประกอบด้วย หากไม่เข้าหลักการหรือไม่เหมาะสมจะไม่สามารถใช้อำนาจดังกล่าวได้

       ทั้งนี้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.60 ที่ผ่านมา โดยเป็นการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ มุ่งเน้นประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นระบบ โดยใช้ราคาขายปลีกแนะนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษี

       นายกฤษฎา ยังกล่าวถึงการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค.-พ.ย.60) ว่าสามารถจัดเก็บได้เกินกว่าเป้าหมาย ประมาณ 3,544 ล้านบาท โดยเฉพาะในเดือน พ.ย.60 เกินกว่าเป้าหมายถึง 3,500 ล้านบาท เพราะการเก็บภาษีเบียร์และยาสูบได้เกินกว่าเป้าหมาย โดยคาดว่าในปีงบประมาณ 61 จะสามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่ 6 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้ กรมสรรพสามิตจะตรวจเข้มการลักลอบนำสุราและยาสูบเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่มากขึ้น เพื่อป้องกันการเก็บภาษีรั่วไหล

อินโฟเควสท์

ฟิทช์ : โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเบียร์มากกว่าสุรา

Fitch4ฟิทช์ : โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเบียร์มากกว่าสุรา

 

     ฟิทช์ เรทติ้งส์ - กรุงเทพฯ - 25 กันยายน 2560: บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า ภาษีสรรพสามิตใหม่ของไทยน่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเบียร์ในประเทศมากกว่าผู้ผลิตสุรา เนื่องจากตลาดเบียร์มีการแข่งขันที่สูงกว่าและความต้องการซื้อของผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ผู้ผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ก็น่าจะได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีบนปริมาณน้ำตาลเป็นครั้งแรกเช่นกัน

       ฟิทช์ คาดว่าผู้ผลิตเบียร์ในประเทศจะได้รับแรงกดดันจากภาระภาษีที่สูงขึ้นจากโครงสร้างภาษีใหม่ เนื่องจากความสามารถในการส่งต่อต้นทุนภาษีที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคและรักษาระดับอัตรากำไรไว้นั้น ขึ้นอยู่กับมูลค่าภาษีที่เพิ่มขึ้นและกำลังซื้อของผู้บริโภคว่าจะสามารถรองรับระดับราคาที่ปรับขึ้นได้มากน้อยเพียงใด นอกจากระดับราคาแล้ว อุปสงค์ของเบียร์ยังมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและเทศกาลรื่นเริงในประเทศ ปริมาณการซื้อขายเบียร์ของไทยมีความผันผวนค่อนข้างมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา – ลดลงร้อยละ 9 ในปี 2552 จากการชุมนุมทางการเมืองและการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต ลดลงร้อยละ 14 ในปี 2554 จากเหตุการณ์น้ำท่วม ลดลงร้อยละ 5 ในปี 2556 หลังจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยอ้างอิงตัวเลขจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

       ฟิทช์ มองว่าโครงสร้างภาษีใหม่น่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายของผู้ผลิตสุราภายในประเทศไม่มากนัก แม้ว่าสุราจะมีภาระภาษีส่วนเพิ่มสูงขึ้นตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น  ตลาดสุราในประเทศไทยมีผู้ผลิตน้อยร้าย โดยผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดคือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (อันดับเครดิต BBB / AA+(tha) / แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 90 โดยวัดจากปริมาณการขาย

    การแข่งขันในตลาดที่มีอยู่อย่างจำกัดประกอบกับความยืดหยุ่นต่อราคาที่ค่อนข้างต่ำของอุปสงค์สุราที่ผลิตในประเทศ น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานของผู้ผลิตสุราในประเทศในช่วงสามถึงสี่ปีข้างหน้า  นอกจากนี้ ผู้ผลิตที่มีการจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย ในแง่ของระดับแอลกอฮอล์หรือระดับราคา สามารถเสนอตัวเลือกให้แก่ผู้บริโภคในการปรับเปลี่ยนการบริโภคสุราให้ตรงกับกำลังซื้อในแต่ละช่วงเวลา

     ปริมาณการซื้อขายสุรา โดยแสดงจากปริมาณการขายสุราของผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศ ค่อนข้างมีเสถียรภาพในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แม้จะมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตหลายครั้ง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมประมาณร้อยละ 2 ต่อปี ในช่วงปี 2549-2559 ทั้งนี้ ในขณะที่รายได้สุทธิ (หลังหักภาษีสรรพสามิต) จากการจำหน่ายสุราในรอบสิบปีดังกล่าว มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมที่สูงกว่า อยู่ที่ร้อยละ 6 ต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับขึ้นราคาโดยไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย

     ลักษณะของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่มีสินค้าหลากหลายชนิด มีสินค้าที่ทดแทนกันได้จำนวนมาก และมีการแข่งขันที่สูง จำกัดความสามารถของผู้ผลิตในการส่งต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภค ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ผลิตเหล่านี้น่าจะได้รับผลกระทบจากภาระภาษีที่สูงขึ้นค่อนข้างมากเมื่อรัฐบาลจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงปลายปี 2562  อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาสองปีที่รัฐบาลผ่อนปรนการเก็บภาษี ผู้ผลิตสามารถที่จะหาวิธีลดภาระภาษีได้ โดยการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลที่จะลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม หรืออาจใช้สิ่งให้ความหวานแทนน้ำตาล โดยวิธีการเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้ผลิตมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสินค้าและค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจได้

ติดต่อ

ณิชยา สีมานนทปริญญา

Associate Director

+662 108 0161

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ชั้น 17, อาคารปาร์คเวนเชอร์, เลขที่ 57 ถนนวิทยุ, แขวงลุมพินี, เขตปทุมวัน

กรุงเทพฯ 10330

สมฤดี ไชยวรรัตน์

Director

+662 108 0160

 

Fitch: Thailand's New Beverage Excise Tax to Hit Beer Harder

     Fitch Ratings-Bangkok-25 September 2017: Thailand's new Excise Tax Act will have a greater impact on local beer producers than domestic spirits producers as the beer market is more competitive and demand is sensitive to prices, says Fitch Ratings. The producers of non-alcoholic beverages will also be hit by the imposition of a first-time tax on sugar content in drinks.

       Fitch expects some pressure on beer producers as their ability to pass on the increasing tax cost to consumers and maintain their profit margins largely depend on the magnitude of the tax increase and consumers' purchasing power to absorb higher prices. Other than prices, beer demand is also sensitive to economic conditions and the festive mood in the country. Domestic beer sales volume has been volatile over the past 10 years - a drop of 9% in 2009 amid political protests and an excise tax increase, a 14% decline in 2011 due to severe flooding, and a 5% fall in 2013 after a restructuring of the excise tax, according to figures from the Office of Industrial Economics.

       Local spirits producers are likely to experience a minimal impact on sales from the new tax structure, despite a higher incremental tax due to the higher alcohol content of spirits. Thailand's local spirits market has few players, with the largest, Thai Beverage Public Company Limited (BBB/AA+(tha)/Stable), occupying a 90% market share by sales volume. Limited competition together with inelastic demand for spirits should support the operating performance of spirits producers over the medium term. Producers with a wide range of products in terms of alcohol content or price would be able to provide customers with a variety to match their purchasing power.

       Spirits sales volume, represented by the sales volume of the dominant player, has been fairly stable, despite several tax rises, with a CAGR of 2% per annum over 2006-2016. The 10-year CAGR of net revenue (excluding excise tax) from spirits has been higher, 6% a year over the same period, reflecting producer ability to raise prices without hurting demand.

      The non-alcoholic beverage market's high degree of product variety, product substitution, and competition limit producers' ability to pass on cost increases to consumers. The impact of the additional levy on those producers should be high once the tax scheme is fully implemented, likely in late-2019. However, during the two-year grace period, producers could minimise the tax-cost increase by complying with the government's policy to reduce the sugar content of the drinks or use sugar substitutes. These could incur product development and marketing costs that would burden expenses and pressure margins.

Contact:

Nichaya Seamanontaprinya

Associate Director

+66 2108 0161

         Fitch Ratings (Thailand) Limited

Level 17, Park Ventures, 57 Wireless Road, Lumpini, Patumwan,

Bangkok 10330

Somruedee Chaiworarat

Director

+66 2108 0160

สรรพสามิต ถกค่ายรถยนต์ ทำความเข้าใจภาษีใหม่ ปี 61ถอนขนห่านตามเป้า

Gกฤษฎา จนะวจารณะ 4สรรพสามิต ถกค่ายรถยนต์ ทำความเข้าใจภาษีใหม่ ปี 61 ถอนขนห่านตามเป้า

      ไทยโพสต์ * ‘สรรพสามิต’ แจงถกผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ ทำความเข้าใจแนวทางการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายใหม่ ยันไม่มีปัญหา พร้อมเดินหน้าทำความเข้าใจทุกอุตสาหกรรม เชื่อเศรษฐกิจฟื้นดันการใช้จ่ายเพิ่ม หนุนจัดเก็บรายได้ปีงบ 61 ไม่พลาดเป้าหมายที่ 6 แสนล้านบาท

        นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผย ว่า ได้มีการหารือร่วมกับผู้ประ กอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์ เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจที่ถูก ต้องเกี่ยวกับแนวทางการจัด เก็บภาษีรถยนต์ตามพระราช บัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพ สามิต ปี 2560 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในทางปฏิบัติจะมีกระบวนการที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม นั่นคือการเปลี่ยนวิธีการคำนวณภาษีจากเดิมใช้ฐานราคานำเข้า มาเป็นราคาขายปลีก แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแนวทางการจัดเก็บภาษีของกรมแต่อย่างใด

       "ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็เข้าใจดี ไม่มีข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับภาษีใหม่แต่อย่างใด แม้ว่า ในรายละเอียดของกฎหมายจะมีการปรับเปลี่ยนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ โดยการที่กรมได้เรียกผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์เข้ามาหารือ ก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการ และขั้นตอนในการจ่ายภาษี เพราะมีบางอย่างที่ปรับเปลี่ยนไป เช่น การ กรอกเอกสาร ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากังวลแต่อย่างใด" นายกฤษฎากล่าว

      นายกฤษฎา กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือกับผู้ประ กอบการในหลายๆ ภาคอุตสาห กรรม และหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องภายใต้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ วัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดเข้าใจและให้ความร่วมมืออย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร

       ทั้งนี้ มั่นใจว่าการจัดเก็บ ภาษีของกรมสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2561 จะเป็นไป ได้ตามเป้าหมายที่ 6 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ทำให้มีการบริโภคและการใช้จ่ายมาก ขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมมีการวิเคราะห์ข้อมูลภาษีสรรพสามิตที่จะเกิด ขึ้นในอนาคต เช่น กรณีที่ประ เทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะส่งผลกระทบกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งให้วิเคราะห์แนวทางการจัดเก็บภาษีในอนาคตเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เป็นธรรม และโปร่งใส เพื่อให้การทำงานของกรมสรรพสามิตมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

       อย่างไรก็ดี ผลการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในช่วง 11 เดือนปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.59-ส.ค.60) จัดเก็บรายได้รวมอยู่ที่ 5.16 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.25 หมื่นล้านบาท โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย ได้แก่ ภาษีน้ำมัน สูงกว่าเป้าหมาย 2.07 หมื่นล้านบาท, ภาษีเบียร์ สูงกว่าเป้าหมาย 5.02 พันล้านบาท

      รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ทำให้การนำเข้ารถยนต์หรูของบริษัทผู้นำเข้าอิสระ (เกรย์มาเก็ต) น้อยลงมาก เนื่องจากอัตรา ภาษีสรรพสามิตสูงขึ้นมาก เพราะมีการเก็บภาษีจากราคาขายปลีก ไม่ได้ใช่ราคาสำแดงนำเข้าที่ส่วนใหญ่มีการสำแดงต่ำกว่าเป็นจริงมาก นอกจากนี้ในส่วนของกรมศุลกากรก็เข็มงวดราคาสำแดงนำเข้าอย่างมาก เพื่อให้มีการสำแดงใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด เพราะการเก็บภาษีนำเข้าของกรมศุลกากรยังใช้ราคาสำแดงนำเข้าอยู่.

ตั้งเป้ารีด 6 แสนล. สรรพสามิตลุ้นปีหน้า'ภาษีบาป'ดันรายได้

        แนวหน้า : นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิตกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมได้ติดตามการเสียภาษี ของประเภทสินค้าสำคัญอย่างใกล้ชิด เช่น ภาษีน้ำมัน สุรา เบียร์ ยาสูบ และโดยเฉพาะภาษีนำเข้ารถยนต์ ซึ่งกรมได้หารือ ร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ เพื่อชี้แจง และทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางการจัดเก็บภาษีรถยนต์ตามพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต 2560 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยในทางปฏิบัติ จะมีกระบวนการที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม คือการเปลี่ยนวิธีการ คำนวณภาษีจากเดิมใช้ฐานราคานำเข้า มาเป็นราคาขายปลีก แนะนำ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแนวทางการจัดเก็บภาษีของกรมแต่อย่างใด

        "ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็เข้าใจดี ไม่มีข้อวิตกกังวล เกี่ยวกับภาษีใหม่แต่อย่างใด แม้ว่าจะในรายละเอียดของกฎหมายจะมีการปรับเปลี่ยนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ ประเด็นสำคัญ โดยการที่กรมได้เรียกผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมรถยนต์เข้ามาหารือ ก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการ และขั้นตอนในการจ่ายภาษี เพราะมีบางอย่างที่ปรับเปลี่ยนไป เช่น การกรอกเอกสาร ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากังวล"

       นายกฤษฎา กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการ หารือกับผู้ประกอบการในหลายๆ ภาคอุตสาหกรรม และหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องภายใต้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ วัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดเข้าใจและให้ความร่วมมืออย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร

       นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ กรมมีการวิเคราะห์ข้อมูลภาษีสรรพสามิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น กรณีที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และการเก็บภาษี 2% จากภาษีบาปเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ว่าจะส่งผลกระทบกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหรือไม่ รวมถึงให้วิเคราะห์แนวทางการจัดเก็บภาษีในอนาคตให้เกิดความเหมาะสม เป็นธรรม และโปร่งใส เพื่อให้การทำงานของกรมสรรพสามิต มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

       นายกฤษฎา กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งเป็นปีงบประมาณแรกที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต 2560 ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ จะเป็นไปได้ตามเป้าหมายที่ 6 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ทำให้มีการบริโภคและการใช้จ่ายมากขึ้น

       โดยผลการจัดเก็บรายได้ของ กรมสรรพสามิต ในช่วง 11 เดือนปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม 2559-สิงหาคม 2560) พบว่า จัดเก็บรายได้ รวมอยู่ที่ 5.16 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.25 หมื่นล้านบาท โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย ได้แก่ ภาษีน้ำมัน สูงกว่าเป้าหมาย 2.07 หมื่นล้านบาท ภาษีเบียร์ สูงกว่า เป้าหมาย 5,000 ล้านบาท

สรรพสามิต ยิ้มภาษีใหม่ราบรื่นรถเกรย์มาร์เก็ตวูบ-ฟิลลิปมอร์ริสขยับราคาบุหรี่

Gสมชาย พลสวสด copyสรรพสามิต ยิ้มภาษีใหม่ราบรื่นรถเกรย์มาร์เก็ตวูบ-ฟิลลิปมอร์ริสขยับราคาบุหรี่

      ไทยโพสต์ : สรรพสามิต' แจงภาษีใหม่ยังไม่มีปัญหาน่าเป็นห่วง ย้ำประสานพาณิชย์และมหาดไทยเข้มกักตุน โวภาษีใหม่กระทบตลาดรถเกรย์มาร์เก็ตวูบ เพราะคิดภาษีตามราคาขายปลีก ขณะที่ฟิลลิป มอร์ริส ขยับราคาบุหรี่ยกแผง

      นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่เริ่มใช้มากว่า 1 สัปดาห์ ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาที่น่าเป็นห่วง โดยผู้ประกอบการได้เริ่มทยอยส่งราคาขายปลีกเพื่อใช้เป็นฐานการคิดภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา  โดยการชำระภาษีจะต้องดำเนิน การทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

      นอกจากนี้ ทางกรมสรรพ สามิตและกรมศุลกากรก็ได้ตั้ง ศูนย์เพื่อตอบข้อซักถามผู้ประ กอบการเพื่อให้การเสียภาษีเป็น ไปอย่างถูกต้อง ซึ่งพบว่ามีผู้ประ กอบการเข้ามาถามเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกฎหมายใหม่ของกรมสรรพสามิตได้มีการเปลี่ยนฐานราคาเก็บภาษีจากราคาหน้าโรงงาน หรือราคาสำแดงนำเข้า (CIF) มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ ซึ่งผู้ประกอบการเข้ามาถามเพื่อให้แน่ใจว่าเสียภาษีไม่ผิดพลาด

     "ในส่วนของสถานการณ์กักตุนสินค้า ทางกรมสรรพสามิตได้รับความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ป้องกันการกักตุนสินค้าเพื่อไปขายเอาเปรียบผู้บริโภค รวมถึงตรวจสอบตามด่านชายแดน ป้องกันการลักลอบนำเข้าด้วย" นายสมชายกล่าว

       นายสมชาย กล่าวอีกว่า อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ทำให้การนำเข้ารถยนต์หรูของบริษัทผู้นำเข้าอิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) น้อย ลงมาก เนื่องจากอัตราภาษีสรรพสามิตสูงขึ้นมาก  เพราะมีการเก็บภาษีจากราคาขายปลีก ไม่ได้ใช้ราคาสำแดงนำเข้าที่ส่วนใหญ่มีการสำแดงต่ำกว่าเป็นจริงมาก นอกจากนี้ในส่วนของกรมศุลกากรก็เข็มงวดราคาสำแดงนำเข้าอย่างมาก เพื่อให้มีการสำแดงใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ผู้นำเข้าบุหรี่รายใหญ่ ได้ออกประกาศราคาแนะนำขายส่งและขายปลีกบุหรี่ใหม่ 23 ชนิด ให้สอดรับกับโครงสร้างภาษีสรรพ สามิตใหม่ที่เริ่มใช้มาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยบุหรี่หรูราคาเกินซองละ 100 บาท ได้มีการคงราคา 2 ชนิดที่ 165 บาท ขึ้นราคา 8 ชนิด จากซองละ 125 บาท เป็น 145 บาท และลดราคา 4 ชนิด ซองละ 17 บาท จาก 115 บาท เหลือต่ำ 98 บาท

     ส่วนกลุ่มบุหรี่ราคาปานกลางระหว่าง 61-100 บาท ปรับขึ้นราคา 6 ชนิด ซองละ 12 บาท จาก 87 บาท เพิ่มเป็น 99 บาท และลดราคาลง 3 ชนิด ให้มาแข่งขันกับบุหรี่ราคาถูก จากซองละ 72 บาท เหลือ 60 บาท

     นายเจอรัลด์ มาร์โกลีส กรรมการผู้จัดการใหญ่ของฟิลลิป มอร์ริส สาขาประเทศไทย กล่าวว่า ราคาขายปลีกแนะนำสินค้ายาสูบใหม่ จะมีตั้งแต่ราคาซองละ 60-165 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.60 ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้เป็นผลจากภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าของบริษัทส่วนใหญ่จะเสียภาษีด้านมูลค่าถึง 40% ของราคาขายปลีก อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ลดราคาขายปลีกบุหรี่บางชนิดลงเหลือ 60 บาท เพื่อให้เสียภาษีในอัตรา 20% และแข่งขันกับคู่แข่งอื่นในตลาดได้.

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!