WORLD7

ad 920x120px Mix Loan smetqm720

กรมสรรพากร กรมสรรพากร

สรรพากร เผย ปีงบ 61 จัดเก็บภาษี 1.91 ล้านลบ. สูงกว่าปีก่อน 7%

Gเอกนตสรรพากร เผย ปีงบ 61 จัดเก็บภาษี 1.91 ล้านลบ. สูงกว่าปีก่อน 7%

    กรมสรรพากร เผยผลจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 1.91 ล้านลบ. สูงกว่าปีก่อน 1.23 แสนลบ. สูงกว่าปีก่อนหน้า 7% ชี้ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จัดเก็บได้มากกว่าปีก่อนร้อยละ 61.7 จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

      ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2561 (เดือนตุลาคม 2560 ถึงเดือนกันยายน 2561) ได้ทั้งสิ้น 1,916,088 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนหน้าจำนวน 123,278 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7 และสูงกว่าเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายจาก 4 หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจ (กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) จำนวน 46,688 ล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 2.5

  ในปีงบประมาณ 2561 กรมสรรพากรได้มีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีทำให้สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นสูงถึง 20,000 ล้านบาท ได้แก่ การตรวจวิเคราะห์ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีผลขาดทุนหรือมีกำไรทางบัญชีสูงแต่ชำระภาษีต่ำ การออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีอากรผู้ออกและผู้ใช้ใบกำกับภาษีปลอม และการแนะนำทางภาษีอากรกับกลุ่มธุรกิจเงินสด (Cash Economy) และธุรกิจที่มีศักยภาพในการเสียภาษี ประกอบกับผลจัดเก็บภาษีสำคัญได้เพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคลเก็บได้ 663,514 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนร้อยละ 6.0 ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเก็บได้ 63,679 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนร้อยละ 61.7 จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บได้ 792,998 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนร้อยละ 6.8 จากการเก็บภาษีจากการบริโภคและการนำเข้าที่ดีขึ้นจากปีก่อนๆ

         โดยในปีงบประมาณ 2562 กรมสรรพากรได้รับเป้าหมายจัดเก็บตามเอกสารงบประมาณ 2562 จำนวน 2,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2561 จำนวน 83,912 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.4 ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย กรมสรรพากรจะมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานมากขึ้น ได้แก่ การนำ Digital มาใช้ในการขับเคลื่อนงานของกรมสรรพากร (Digital Transformation) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษีอากร รวมทั้งการจัดการวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ (Data Analytics) ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการคัดเลือกผู้เสียภาษีเพื่อกำกับและตรวจสอบ (RBA) และการวิเคราะห์ข้อมูลของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) นอกจากนี้ จะเร่งการขยายฐานภาษีและการสร้างความสมัครใจในการเสียภาษี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรให้ยั่งยืนต่อไป

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

มาตรการภาษีเพื่อการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจ และการค้าที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีตามข้อผูกพันที่ได้ทำขึ้น

Cสรรพากรมาตรการภาษีเพื่อการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจ และการค้าที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีตามข้อผูกพันที่ได้ทำขึ้น

       ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่กำหนดมาตรการภาษีเพื่อการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีตามข้อผูกพันที่ได้ทำขึ้นโดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

      1. กำหนดให้ใช้อัตราร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการประกอบกิจการการขายสินค้าหรือการให้บริการกับองค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ สถานเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล องค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ที่ประเทศไทยมีพันธกรณีตามความตกลงที่จะต้องให้ผลปฏิบัติเท่าเทียมกับสถานเอกอัครราชทูต องค์การสหประชาชาติ หรือทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ตามข้อผูกพันที่ได้ทำขึ้น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

      2. กำหนดให้ยกเว้นบรรดารัษฎากรประเภทต่างๆ ซึ่งเรียกเก็บตามประมวลรัษฎากรแก่สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีตามข้อผูกพันที่ได้ทำขึ้น และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานนั้นในส่วนของ

               (2.1) สถานทำการของสำนักงาน ที่อยู่ของหัวหน้าของสำนักงาน

               (2.2) ยานพาหนะของสำนักงาน และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน

               (2.3) เงินเดือน ค่าตอบแทน และค่าเบี้ยเลี้ยงที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานได้รับจากสำนักงาน เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย

               ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีกับรัฐบาลหรือหน่วยงานของต่างประเทศ

               มาตรการดังกล่าวจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างรัฐบาลต่างประเทศอันจะส่งผลดีต่อประเทศไทยในการขยายการค้าและเพิ่มการลงทุนระหว่างประเทศต่อไป

               ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

         

Click Donate Support Web

468x60 16

BIT FUN728x90

yobit 560 60

8

468x60 bit

468x60 DOG

สรรพากร ประกาศผลตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวในเมือง

Cสรรพากรสรรพากร ประกาศผลตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวในเมือง

     ตามที่กรมสรรพากรประกาศรับสมัครผู้ที่ประสงค์ให้บริการเป็นตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และเป็นการจูงใจให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ตามโครงการทดลองในระยะ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2561 – 31 มีนาคม 2562) นั้น

      กรมสรรพากร ขอเรียนว่า กรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 224) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อนำออกไปนอกราชอาณาจักร มีสิทธิตั้งตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้วได้ตามมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร และแนวปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการเป็นตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง ซึ่งได้มีการประกาศเปิดรับสมัครตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวในเมือง ตั้งแต่วันที่ 7 - 17 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ยื่นสมัครทั้งหมด จำนวน 3 ราย ในการพิจารณาคัดเลือกนั้น กรมสรรพากรพิจารณาจาก 2 ส่วนคือ (1) คุณสมบัติของผู้สมัคร และ (2) ความเหมาะสมในการเป็นผู้ให้บริการเป็นตัวแทนฯ ได้แก่ การพิจารณาความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในบริเวณที่ตั้งของสถานที่ให้บริการ การคมนาคมสะดวก ความปลอดภัย อัตราค่าบริการที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยว ความพร้อม ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ โดยผู้สมัครต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

    จึงจะถือว่า ผ่าน กรมสรรพากรได้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นสมัครทั้ง 3 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ยื่นสมัคร 2 ราย มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามประกาศอธิบดีฯ และแนวปฏิบัติข้างต้น โดยรายหนึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการเป็นตัวแทนของผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากร ปรากฏอยู่ในข้อหนึ่งข้อใดที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองนิติบุคคล และอีกหนึ่งรายมิได้ยื่นคำขออนุมัติตามแบบที่แนบท้ายประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 224) จึงไม่เป็นไปตาม ข้อ 3 วรรคหนึ่ง ของประกาศอธิบดีฉบับดังกล่าวประกอบกับ มีการกำหนดจุดบริการจำนวน 5 แห่ง ซึ่งเกินกว่าจำนวนจุดบริการที่กำหนดไว้ตามแบบคำขออนุมัติฯ และแนวปฏิบัติข้างต้น

     ทั้งนี้ คงเหลือผู้สมัครเพียงรายเดียวที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ถูกต้อง ตามประกาศอธิบดีฯ และแนวปฏิบัติ จึงได้รับ การพิจารณาอนุมัติให้เป็นตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวในเมืองกรมสรรพากร ขอเรียนยืนยันว่า การพิจารณาคัดเลือกรายผู้ให้บริการฯ เป็นไปตามขั้นตอนตามประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 224) และแนวปฏิบัติทุกประการ จึงมีความโปร่งใส และมิได้เอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มธุรกิจใด

    กรมสรรพากร เต็มที่ เต็มใจ ให้ประชาชน สำนักงานเลขานุการกรม ส่วนประชาสัมพันธ์ เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2272 9529-30 โทรสาร 0 2617 3324 หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)

 

สรรพากรให้ 7-11 ทดลอง VAT Refund ระยะเวลา 6 เดือน

       กรมสรรพากรเปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า ได้เคาะให้ ‘เคาน์เตอร์เซอร์วิส ‘ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT Refund ในระยะทดลอง 6 เดือน จำนวน 3 สาขา 'ลิโด้-แบงค็อกไนท์บาร์ซาร์-เยาวราช' เริ่ม 1 ต.ค.นี้

          ตามที่กรมฯ ประกาศรับสมัคร ผู้ที่ประสงค์ เป็นตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร หรือ VAT Refund ในเขตเมือง ในระยะ 6 เดือน (1ต.ค.61-31 มี.ค.62) โดยรับสมัครตั้งแต่ 7-17 ก.ย.61 ที่ผ่านมา      

          ล่าสุดได้ประกาศรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับการอนุมัติ หรือ VAT Refund ในเขตเมือง ให้แก่บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งให้บริการในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 3 สาขา ได้แก่ สาขา 877 (เซเว่นฯ ลิโด้) , สาขา 14542 (เซเว่นฯ แบงค็อกไนท์บาร์ซาร์) และ สาขา 14046 (เซเว่นฯ ผดุงด้าว เยาวราช)

          เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาทดลองแล้ว กรมสรรพากรจะประเมินผล เพื่อนำเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไปว่า ควรดำเนินการโครงการระยะยาวหรือไม่

        กรมสรรพากรได้ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวในเมืองทางเว็บไซต์ www.rd.go.th/vrt แล้ว และในส่วนของตัวแทนที่ได้รับการอนุมัติจะได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบถึงวิธีดำเนินการเพิ่มเติมต่อไป

         ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนเพื่อนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักร จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

   ไม่เป็นผู้มีสัญชาติไทย

   ไม่เป็นผู้มีภูมิลำเนาในประเทศไทย

   ไม่เป็นนักบินหรือลูกเรือของสายการบินที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

   เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

   ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ

   ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามประกาศ

   อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรได้ประกาศรับสมัครผู้ที่ประสงค์ให้บริการเป็นตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง ตามโครงการทดลองในระยะ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2561 – 31 มีนาคม 2562) โดยรับสมัครตั้งแต่วันที่ 7 - 17 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา

สรรพากร เปิดกว้างรับอุทธรณ์ VAT Refund, เอกชนยันเข้าใจคลาดเคลื่อน เล็งทบทวนจุดให้บริการใหม่

G เอกนต นตทณฑประภาศสรรพากร เปิดกว้างรับอุทธรณ์ VAT Refund, เอกชนยันเข้าใจคลาดเคลื่อน เล็งทบทวนจุดให้บริการใหม่

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการเชิญสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กลุ่มประชารัฐ D3 สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจร่วมกันต่อการทดลองเปิดโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติในเมือง ซึ่งมีกรณีที่บริษัท แวตรีฟันด์เซ็นเตอร์ (ไทยแลนด์) ไม่ผ่านคุณสมบัติในการคัดเลือกเป็นตัวแทนให้บริการดังกล่าว โดยผลการหารือพบว่ามีความเข้าใจตรงกันแล้ว ซึ่งทางบริษัทฯ ยอมรับว่ามีความเข้าใจผิดทางด้านเทคนิค และพร้อมจะยื่นอุทธรณ์ต่อกรมสรรพากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

     ทั้งนี้ สำหรับข้อสรุปซึ่งเป็นที่เข้าใจตรงกันใน 3 ประเด็น คือ 1.กรมสรรพากร ได้ทำความเข้าใจว่าไม่เคยสัญญาหรือรับปากว่าจะให้เอกชนรายใดได้รับเป็นตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนั้นจึงไม่เคยมีการเซ็น MOU เกิดขึ้น เพราะเห็นว่าการเซ็น MOU อาจจะเป็นการกันประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงรายเดียว ซึ่งกรมฯ ได้หารือกับกลุ่มประชารัฐ D3 แล้วว่าต้องการเปิดให้เป็นโครงการทดลองก่อน โดยจะออกประกาศแบบเปิดกว้างเพื่อให้ทุกบริษัทสามารถเข้ามายื่นคุณสมบัติเพื่อร่วมทดสอบในระบบดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างโปร่งใส

        "มันเป็นการทดลองแค่ 6 เดือน กรมสรรพากรไม่เคยไป commit กับใครว่าจะให้ใคร เพราะเราไม่สามารถจะ commit กับใครคนใดคนหนึ่งได้หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทั้งนั้น นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราต้องทำเป็นประกาศเปิดกว้าง หากใช้วิธีการเซ็น MOU ก็จะเป็นเหมือนการล็อคให้คนใดคนหนึ่ง แต่เราต้องการเปิดโอกาสให้เท่าเทียมกันทุกคน" นายเอกนิติกล่าว

      2. เรื่องการกำหนดจุดให้บริการที่ระบุไว้แค่ 3 จุดต่อรายนั้น ได้มีการหารือร่วมกันก่อนที่จะออกประกาศแล้วว่าเนื่องจากเป็นช่วงของการทดลอง การกำหนดจุดให้บริการเพียง 3 จุดต่อราย จะทำให้สามารถควบคุมและติดตามประเมินผลการดำเนินงานได้ง่ายกว่า

      3. กรณีที่มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเรื่องหลักเกณฑ์ที่ทางแวต รีฟันด์เซ็นเตอร์ฯ ยื่นเสนอเปิดจุดให้บริการคืนภาษีเกินจาก 3 จุดเป็น 5 จุด ทั้งที่ทราบดีว่าไม่ตรงกับเงื่อนไขในประกาศ โดยหวังว่ายื่นไปก่อนเพื่อจะให้กรมสรรพากรเป็นผู้แก้ไขเอกสารเพื่อปรับลดจำนวนจุดบริการเองนั้น กรมสรรพากรยืนยันว่าไม่มีอำนาจจะไปปรับแก้ไขเอกสารที่เอกชนยื่นเสนอมา 5 จุดให้เหลือ 3 จุดได้เองตามที่เอกชนเข้าใจ

      "เรื่องนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย คนที่มายื่นแล้วไม่ผ่านคุณสมบัติ ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ ซึ่งกรมฯ จะต้องรับไปพิจารณาภายในเวลาที่กำหนดตามกฎหมาย ส่วนอีกรายที่ไม่ผ่านคุณสมบัติก็มีสิทธิมายื่นอุทธรณ์ได้เช่นกัน ซึ่งกรมฯ จะพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ถ้าอุทธรณ์ฟังขึ้นเราก็พิจารณาให้ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องรอไปอีก 6 เดือน" นายเอกนิติกล่าว

        พร้อมยืนยันว่า การทดสอบโครงการคืนภาษีนักท่องเที่ยวต่างชาติดังกล่าวจะดำเนินการเพียงแค่ 6 เดือนตามที่เป็นไปในประกาศ ส่วนการที่เปิดจุดบริการ 3 จุด จะเพียงพอต่อการประเมินผลการดำเนินงานในการคืนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น ต้องรอให้จบโครงการในช่วงเวลาทดลองก่อน อีกทั้งกรมฯ ไม่สามารถยืนยันหรือรับปากว่าจะมีการเปิดโครงการดังกล่าวในรูปแบบถาวร เพราะต้องรอให้มีการประเมินผล ก่อน หากดำเนินการแล้วออกมาเป็นที่พอใจก็อาจจะดำเนินการต่อเนื่อง

      นายสาโรช ทองประคำ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสรรพากร กล่าวว่า การยื่นอุทธรณ์ของผู้ประกอบการที่ไม่ผ่านคุณสมบัตินั้น ในเบื้องต้นกรมสรรพากรจะต้องขอดูประเด็นข้อโตแย้งก่อนว่ายื่นอุทธรณ์ประเด็นใด เมื่อทราบประเด็นแล้วจึงจะไปพิจารณาหลักการจากข้อกฎหมายเดิมที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้มองว่า การให้เอกชนสามารถยื่นอุทธรณ์ได้นั้นเป็นการเปิดโอกาสให้กรมฯ ได้พิจารณาทบทวนด้วยว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง

       ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ไม่ผ่านคุณสมบัติจะต้องยื่นอุทธรณ์เข้ามาที่กรมสรรพากรภายในเวลา 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพากรว่าไม่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อเอกชนยื่นอุทธรณ์มาแล้ว กรมสรรพากรจะมีเวลาในการพิจารณาภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน หากการอุทธรณ์สามารถฟังขึ้นเอกชนก็สามารถดำเนินการในการเป็นตัวแทนให้บริการคืนภาษีแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้

       "ผู้ประกอบการมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ซึ่งการพิจารณาอุทธรณ์กรณีเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยนั้นต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ถ้ากรมฯ ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ ก็จะเสนอระดับกระทรวงให้พิจารณา ทุกอย่างมีกรอบเวลา"นายสาโรชระบุ

       ด้านนายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมค้าปลีกไทย กล่าวว่า ทางกลุ่มบริษัทแวต รีฟันด์เซ็นเตอร์ (ไทยแลนด์) ยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อกรมสรรพากรเพื่อขอให้พิจารณาใหม่ แต่จะขอกลับไปหารือกับทางกลุ่มก่อนว่าจะยืนยันยื่นเปิดจุดให้บริการคืนภาษีเท่าเดิมที่ 5 จุด หรือจะปรับลดจุดบริการลงหรือไม่

     อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดทางเทคนิคของทางกลุ่มบริษัท ซึ่งการที่ยื่นเสนอไป 5 จุดก่อนนั้น เพราะเข้าใจว่าทางกรมสรรพากรจะสามารถปรับลดจำนวนจุดให้บริการลงเองได้ แต่จากที่ได้หารือทำความเข้าใจกันในวันนี้แล้ว ได้รับการยืนยันว่ากรมสรรพากรไม่มีอำนาจดำเนินการแก้ไขข้อเสนอในเอกสารตามที่เอกชนยื่นมาได้

     "เราคงยื่นให้พิจารณาใหม่อีกครั้ง เพราะเหตุที่เราถูกตีตก มันคือการกรอกจำนวนสถานที่เกินกว่าจำนวนที่สรรพากรระบุ เราคงจะมาพิจารณากันว่า เราจะยื่นเท่าเดิม หรือจะตัดจำนวนที่จะยื่นใหม่อีกที ซึ่งทางสมาคมค้าปลีก จะไปหารือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าทั้งหมดที่อยู่ในกลุ่มบริษัทแวต รีฟันด์เซ็นเตอร์" นายวรวุฒิกล่าว

                              อินโฟเควสท์

สรรพากร เรียก ห้างถกคืน VAT ยันผิดเงื่อนไข

      ไทยโพสต์ : พระราม 6 * "เอกนิติ" เรียกสมาคมค้าปลีกเข้าหารือ เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจนเรื่องการเปิดจุดคืนภาษีแวต ชี้แห้วเพราะส่งเอกสารผิดเงื่อนไขจริง'สรรพากร' จับมือ คปภ.เชื่อมโยงข้อมูลลดหย่อนภาษี

   นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า วันที่ 5 ต.ค. กรมสรรพากรจะเชิญผู้แทนสมาคมค้าปลีกเข้าหารือทำความเข้าใจเรื่องการอนุญาตให้ผู้ประกอบการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับนักท่องเที่ยว หลังจากที่ สมาคมค้าปลีกไปแถลงข่าวและ ทำให้เกิดความสับสนและไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะเรื่อง นี้ได้มีการดำเนินการตามกระ บวนการ ขั้นตอนเงื่อนไขเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว

    นอกจากนี้ กรมสรรพากรได้ร่วมมือกับคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิต สมาคมประกันวินาศ ภัย บริษัทประกันชีวิต และบริษัท ประกันวินาศภัย เชื่อมโยงข้อมูลการลดหย่อนภาษีเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้เสียภาษี โดยเริ่มต้นจากการเชื่อมข้อมูลการลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพก่อนเป็นอันดับแรก โดยเริ่มในปีนี้ทันที เพราะเป็นมาตรการภาษีที่ออกมาล่าสุดที่หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อปี และในปี 2562-2563 กรมสรรพากรจะเชื่อมโยงข้อมูลกับ คปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลเบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุข ภาพบิดามารดา และเบี้ยประกันแบบบำนาญ เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับความสะดวกและได้รับเงินคืนภาษีเร็วขึ้น

        นายปิ่นสาย สุรัสวดี ผู้อำนวยการกองวิชาการแผนภาษี ในฐานะรองโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรณีปัญหาสมัครผู้ ประกอบการให้ทำการเป็นตัว แทนคืนภาษีแวตกับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีผู้สมัคร 3 ราย และผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติเพียง 1 รายเท่านั้น ในส่วนของผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติรายหนึ่งเพราะเสนอจุดคืนภาษีมา 5 จุด ซึ่งเกินกว่าที่เงื่อนไขกำหนดไว้ว่าเสนอได้ไม่เกิน 3 จุด ซึ่งในวันที่ผู้สมัครมายื่นใบสมัครทางเจ้าหน้ากรมสรรพากรที่รับเรื่องได้แจ้งเตือนแล้วว่าเสนอจุดคืนภาษีเกิน แต่ทางผู้สมัครยืนยันที่จะส่งเสนอทั้ง 5 จุด ทำให้ไม่ผ่านการคัดเลือก

     สำหรับ ผู้ประกอบการอีก 1 รายที่ไม่ผ่านคุณสมบัติเพราะไม่ได้ขอทำธุรกิจเป็นตัวแทนขอคืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยวไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งรายนี้ก็เสนอจุดคืนภาษีมา 3 จุด และก็ยอมรับว่าไม่ผ่านการคัดเลือก ไม่ได้มีคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาของกรมสรรพากร

    "ถึงตอนนี้กรมสรรพา กรยึดเกณฑ์เดิม คือ มีบริษัทที่ผ่านการคัดเลือก 1 ราย ก็ดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ หลังจากนั้น 6 เดือนก็จะมีการประเมินโครงการ ส่วนบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์ถ้าไม่เห็นด้วยก็อุทธรณ์มา แยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้สรรพากรยึดเกณฑ์เดิมคือผ่าน 1 ราย"นายปิ่นสายกล่าว

กรมสรรพากรแนะผู้ประกอบการทำบัญชีชุดเดียว รองรับการทำธุรกรรมการเงินปี 2562

RD Aknitiกรมสรรพากรแนะผู้ประกอบการทำบัญชีชุดเดียว รองรับการทำธุรกรรมการเงินปี 2562

      ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธาน ในการเปิดการสัมมนา เรื่อง ‘ก้าวสำคัญ...ธุรกรรมการเงิน ด้วยบัญชีชุดเดียว’ณ ห้องพระอุเทน 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร พร้อมถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบ TelePresence ไปยังสำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการรับฟังพร้อมกัน

        ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การสัมมนาในวันนี้ เป็นมาตรการขับเคลื่อนบัญชีชุดเดียวเพื่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และสำนักงานบัญชี เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำบัญชีชุดเดียวที่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของการประกอบการ และรองรับการดำเนินการของสถาบันการเงินที่จะใช้บัญชีและงบการเงินที่นำส่งกรมสรรพากรเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมทางการเงินและการขออนุมัติสินเชื่อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป

        อธิบดีกรมสรรพากร เน้นถึงความสำคัญของการจัดทำบัญชีชุดเดียว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่รัฐบาล กรมสรรพากร และองค์กรความร่วมมือต่าง ๆ มุ่งหวังให้เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงธุรกรรมทางการเงิน การรวมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ข้อกำหนดขององค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อต้องการข้อมูลทางการเงินที่มีความโปร่งใส ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวตามกระแสเศรษฐกิจโลกดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

         สำหรับมาตรการสนับสนุนการจัดทำบัญชีชุดเดียวที่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของการประกอบการ ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดำเนินการ คือ ผู้ประกอบการ ซึ่งจะทำให้ได้รับข้อมูลที่สะท้อนผลการประกอบการที่แท้จริง สามารถตัดสินใจดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส บริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม สามารถลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นในการประกอบธุรกิจได้ ส่งผลให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ และสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการทั้งภายในและภายนอกประเทศได้ นอกจากนี้ ข้อมูลจากบัญชีชุดเดียวของผู้ประกอบการ จะส่งผลให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายหรือมาตรการในการส่งเสริมผู้ประกอบการได้อย่างเหมาะสมและตรงกับความต้องการ สถาบันการเงินมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อการประกอบการ กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีอากรได้ตามสภาพข้อเท็จจริงของการประกอบการ รวมทั้งกำหนดมาตรการทางภาษีเพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ดังกล่าวจะช่วยสนับสนุน ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ทำให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

       อธิบดีกรมสรรพากร ยังได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง ปรับปรุงรายการทางบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของการประกอบการ เพื่อรองรับการดำเนินการของสถาบันการเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป

     หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161 และหากพบเห็นการกระทำใดๆ ที่เป็นการหลีกเลี่ยงภาษี ขอให้แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลต่างๆ ที่ www.rd.go.th > เมนู “การแจ้งแหล่งภาษี” เพื่อที่กรมสรรพากรจะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

          สำนักงานเลขานุการกรม ส่วนประชาสัมพันธ์ เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2272 9529-30 โทรสาร 0 2617 3324

         

Click Donate Support Web

468x60 16

BIT FUN728x90

yobit 560 60

8

468x60 bit

468x60 DOG

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!