WORLD7

sme624x100 giftqm720

สคร. เผยเดือนแรกปีงบ 61 จัดเก็บรายได้แผ่นดินได้ 3.45 หมื่นลบ. สูงกว่าเป้าหมาย 25%

G เอกนต นตทณฑประภาศสคร.เผยเดือนแรกปีงบ 61 จัดเก็บรายได้แผ่นดินได้ 3.45 หมื่นลบ. สูงกว่าเป้าหมาย 25%

       สคร. เผยเดือนแรกปีงบ 61 จัดเก็บรายได้แผ่นดินได้ 3.45 หมื่นลบ. สูงกว่าเป้าหมาย จำนวน 4,444 ล้านบาท หรือ 25% เหตุประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มขึ้น เผยเป้านำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจปีงบ 61 อยู่ที่ 1.37 แสนลบ.

  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2561 (ต.ค.60-ก.ย.61 ) สคร. ได้รับเป้าหมายการนำส่งรายได้ตามเอกสารงบประมาณ 2561 จำนวน 137,000 ล้านบาท โดยในเดือนตุลาคม 2560 สคร. จัดเก็บรายได้แผ่นดินได้จำนวน 34,546 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย จำนวน 4,444 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ซึ่งมีส่วนรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ

  นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. ในฐานะโฆษก สคร. กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุหลักที่รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้แผ่นดินสูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีส่วนทำให้ผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจดีขึ้น โดยมีรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุดในเดือนตุลาคม 2560 ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 13,384 ล้านบาท ธนาคารออมสิน จำนวน 5,739 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 5,693 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง จำนวน 2,510 ล้านบาท และธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำนวน 2,473 ล้านบาท

  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวสรุปว่า ในปีงบประมาณ 2561 สคร. จะเร่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจผ่านการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมมาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะสามารถนำส่งรายได้แผ่นดินเป็นไปตามเป้าหมายการจัดเก็บตามเอกสารงบประมาณ 2561 ที่กำหนดไว้ 137,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังให้แก่ประเทศด้วย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

สคร.เผย ไตรมาสแรกปีงบ 61 จัดเก็บรายได้รัฐวิสาหกิจ 4.33 หมื่นลบ. สูงกว่าเป้าหมาย 9.55 พันลบ. หรือ 28%

                สคร.เผย ไตรมาสแรกของปีงบ 61 จัดเก็บรายได้จากรัฐวิสาหกิจ 43,313 ล้านบาท  สูงกว่าเป้าหมาย 9,557 ล้านบาท  หรือ 28% ช่วยรักษาเสถียรภาพการคลัง ชี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นำส่งมากสุด 1.33 หมื่นลบ.

                นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในเดือนธันวาคม 2560 สคร. จัดเก็บรายได้แผ่นดินจำนวน 4,413 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายการจัดเก็บรายได้แผ่นดินจำนวน 2,463 ล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 (ตุลาคม – ธันวาคม 2560) สคร. จัดเก็บรายได้แผ่นดินรวมทั้งสิ้นจำนวน 43,313 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายสะสม จำนวน 9,557 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 28 ซึ่งมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ

                นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. ในฐานะโฆษก สคร. กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุหลักที่รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้แผ่นดินสูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนทำให้ผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจดีขึ้น โดยมีรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 13,384 ล้านบาท สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 8,483 ล้านบาท ธนาคารออมสิน จำนวน 6,525 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 5,693 ล้านบาทและการไฟฟ้านครหลวง จำนวน 2,510 ล้านบาท

                นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวสรุปว่า ในปีงบประมาณ 2561 สคร. ได้มีนโยบายเพื่อสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรัฐวิสาหกิจจะได้มีผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้น และสามารถนำส่งรายได้แผ่นดินเป็นไปตามเป้าหมายการจัดเก็บตามเอกสารงบประมาณ 2561 ที่กำหนดไว้จำนวน 137,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศด้วย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

คลังเผยผลมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนปี 60 มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 10,411 ราย - วงเงินลงทุน 2.81 แสนลบ.

            คลัง เผยผลมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศในปี 2560 มีผู้ประกอบการ จำนวน 10,411 ราย รวมวงเงินลงทุน 2.81 แสนล้านบาท จากที่คาดจะมีผู้ประกอบการลงทุนเพิ่มจากมาตรการภาษีนี้เป็นวงเงินลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท

                กระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่  ตามที่กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรได้ออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ  ในปี 2560 โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายการลงทุนในทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ได้จ่ายไปในปี 2560 เป็นจำนวน 1.5 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริงนั้น

                มาตรการภาษีดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้ประกอบการ โดยมีผู้ประกอบการ จำนวน 10,411 ราย แจ้งโครงการลงทุนและแผนการจ่ายเงินต่อกรมสรรพากร รวมวงเงินลงทุน 2.81 แสนล้านบาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยเมื่อปลายปี 2559 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดการณ์ไว้ว่า จะมีผู้ประกอบการลงทุนเพิ่มจากมาตรการภาษีนี้เป็นวงเงินลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท จึงถือได้ว่ามีการลงทุนเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก อันส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

                ดังนั้น ขอให้ผู้ประกอบการที่ได้ลงทุนไปในปี 2560 ตามมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมสรรพากรในการใช้สิทธิและการจัดทำรายงานแสดงรายละเอียดต่างๆ ประกอบการใช้สิทธิ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

 

 สศค. มั่นใจ GDP ปี 60 โตเกินเป้า 3.8% เตรียมปรับเพิ่มคาดการณ์ใหม่ปลายเดือนนี้

            นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จากการที่กรมสรรพากรได้ออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศในปี 60 โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายการลงทุนในทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ได้จ่ายไปในปี 2560 เป็นจำนวน 1.5 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริงนั้น ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้ประกอบการ

                โดยมีผู้ประกอบการ จำนวน 10,411 ราย แจ้งโครงการลงทุนและแผนการจ่ายเงินต่อกรมสรรพากร รวมวงเงินลงทุน 2.81 แสนล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเมื่อปลายปี 59 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้ประกอบการลงทุนเพิ่มจากมาตรการภาษีนี้เป็นวงเงินลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท จึงถือได้ว่ามีการลงทุนเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก อันส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

                นายพรชัย ยังมั่นใจว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 60 น่าขยายตัวได้สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.8% แต่จะถึงกรอบเพดานในช่วง 3.6-4.3% หรือไม่นั้นจะต้องรอดูข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยจะมีการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงปลายเดือนนี้

                "จากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายปัจจัยขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ อาทิ การลงทุนของภาคเอกชน ในช่วง 9 เดือนของปี 60 มีวงเงินที่ 2.79 ล้านล้านบาท โต 2.9% สูงกว่าเป้าหมายที่ 2.8% ไปแล้ว ขณะที่การส่งออก 11 เดือนก็โตเกินเป้าหมายที่ 6% ไปแล้ว ส่วนท่องเที่ยวก็ขยายตัวได้ดี ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว 31 ล้านคน น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีข่าวดี น่าจะขยายตัวได้ทะลุเป้า 3.8% แต่จะถึงเพดานหรือไม่ อาจจะไม่ถึงต้องไปดู แต่เกินเป้าแน่ๆ" นายพรชัย กล่าว

                        อินโฟเควสท์

apm

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!