WORLD7

ใจฟู720x100pxsmed

ลินเด้ประเทศไทย ตั้งเป้ารายได้โตกว่า 10%ชูศักยภาพโรงงานใหม่ ผลิตก๊าซเหลวได้ถึง 800 ตันต่อวัน

    บ้านเมือง : บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำในตลาดก๊าซอุตสาหกรรมของประเทศไทย เผยเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจในปี 2557 กว่า 10% ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลักคือโรงงานใหม่ 2 แห่งที่จะเริ่มเดินเครื่องการผลิตอย่างสมบูรณ์ในปีนี้และเพิ่มกำลังการผลิตของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ มั่นใจสามารถซัพพลายก๊าซอุตสาหกรรมให้ทุกกลุ่มธุรกิจในวงกว้างยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ ลินเด้จะสานต่อนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอันเป็นส่วนหนึ่งในแผนธุรกิจปี 2557 ด้วยการดำเนินโครงการที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนแวดล้อมรอบๆ โรงงานอย่างต่อเนื่อง

     นายคีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรงแยกอากาศแห่งใหม่ของลินเด้ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมาและจะดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มกำลังได้ในปีนี้ โรงงานนี้ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก จังหวัดระยอง โดยมีกำลังการผลิตก๊าซเหลวได้ถึง 800 ตันต่อวัน

     "โรงแยกอากาศแห่งใหม่นี้ใช้เงินลงทุนสูงถึง 3,500 ล้านบาท และนับเป็นมูลค่าการลงทุนจำนวนสูงที่สุดของกลุ่มลินเด้ในประเทศไทยนับตั้งแต่เราเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปี 2513"

     ในขณะเดียวกันเรากำลังจะเปิดโรงผลิตคาร์บอนไดออกไซด์เหลวแห่งใหม่ที่มีกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน ซึ่งจะพร้อมเดินเครื่อง"โรงงานใหม่ทั้งสองแห่งนี้จะเพิ่มกำลังการผลิตของเราอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มความแข็งแกร่งของพันธสัญญาของเราในการที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการบริการที่เป็นเลิศ ดังนั้น เราจึงตั้งเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจในปี 2557 ไว้กว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จากความต้องการการใช้ก๊าซอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้นของตลาดกลุ่มปิโตรเคมีคอล กลุ่มพลังงาน กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนให้เราบรรลุเป้าหมายที่วางไว้"

    เทคโนโลยีการประยุกต์ใช้ก๊าซของบริษัทฯ จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความต้องการการใช้ผลิตภัณฑ์ก๊าซอุตสาหกรรมและการบริการของเรา ทีมผู้เชี่ยวชาญพิเศษของลินเด้จะช่วยสนับสนุนลูกค้าในการออกแบบเทคนิคการประยุกต์ใช้ก๊าซ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

   นายคีรินทร์ กล่าวถึงเทคโนโลยีการประยุกต์ใช้ก๊าซว่าเป็นเทคโนโลยีที่ครอบคลุมในกระบวนการต่างๆ ที่หลากหลาย ได้แก่ การประยุกต์ใช้ก๊าซในการรักษาอุณหภูมิ การแช่แข็ง การบรรจุหีบห่อ การเก็บรักษาและบรรจุเครื่องดื่ม การหลอมและการปรับปรุงคุณภาพโลหะ การขึ้นรูปโลหะด้วยการตัดและเชื่อม การบำบัดน้ำและปกป้องสิ่งแวดล้อม การสอบเทียบและการทดสอบในห้องทดลอง และการผลิตเคมีภัณฑ์และการผลิตยา เป็นต้น

    ตลาดก๊าซอุตสาหกรรมในประเทศไทยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี โดยลินเด้ประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และเป็นผู้นำของตลาดก๊าซอุตสาหกรรมในประเทศไทย

                ในปี 2556 ลินเด้ประเทศไทยมีรายได้รวม 7,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรายได้รวมในปี 2555 ที่ 7,755 บาท เล็กน้อย จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปี 2556 ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าหลักของลินเด้มีการเติบโตที่ไม่โดดเด่นมากนัก

     กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เป็นลูกค้าของ ลินเด้ ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมีคอล กลุ่มพลังงานและกลุ่มโรงพยาบาล โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาลกว่าร้อยละ 60 ในประเทศไทยที่ใช้ก๊าซทางการแพทย์จาก ลินเด้ นายคีรินทร์ กล่าวถึงนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมว่าลินเด้จะยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมการดูแลสุขภาพ (Healthcare) การศึกษา (Education) การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น (Local community development) และการรักษาสิ่งแวดล้อม (Environmental protection) หรือที่เราเรียกนโยบายดังกล่าวโดยย่อว่า HELP

     ในปี 2556 เราได้จัดทำแคมเปญภายใต้สโลแกน "We want to HELP in leading efforts to bring about better tomorrow" โดยได้ดำเนินกิจกรรมมากมายภายใต้สโลแกน ดังกล่าว ได้แก่ การจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลเพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก

      เรายังได้จัดโครงการเพื่อพัฒนาทักษะและการศึกษา อาทิ จัดโครงการค่ายภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา และยังได้สนับสนุนให้สาขาต่างๆ ของลินเด้ทั่วประเทศจัดกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม เราได้เข้าร่วมในการทำความสะอาดชายหาด และสนับสนุนการปฏิบัติการการขจัดคราบน้ำมันในเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง

     ในปี 2556 ลินเด้ได้รับเกียรติบัตร CSR-DIW Network Award อันทรงเกียรติจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเป็นเกียรติบัตรสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นสมาชิกเครือข่าย CSR-DIW ที่ได้ร่วมกันดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชุมชน นอกเหนือจากเกียรติบัตรดังกล่าวแล้ว โรงงานหลักของลินเด้อีก 3 แห่งยังได้รับเกียรติบัตรรับรองการเป็นสถานประกอบการที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์และข้อกำหนดด้านมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคมที่เข้มงวดของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

     อีกหนึ่งรางวัลในปีที่ผ่านมาได้แก่ รางวัล Prime Minister's Road Safety Award 2013 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านความปลอดภัยบนถนน โดยมอบให้กับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรเป็นหลัก นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ลินเด้ประเทศไทย เป็นหนึ่งในสามองค์กรเอกชนเท่านั้นที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

     ลินเด้ประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีไทย-เยอรมัน ในการก่อตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีการตัดเชื่อม ซึ่งจะตั้งอยู่ภายในอาคารของสถาบันฯ และกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนปี 2557 โดยลินเด้จะให้การสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์อันทันสมัยพร้อมด้วยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม

     บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรมชั้นนำในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2513 ดำเนินกิจการผลิตและจัดจำหน่ายก๊าซพิเศษ ก๊าซอุตสาหกรรมและก๊าซทางการแพทย์ รวมถึงให้บริการครบวงจรเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ก๊าซ ท่อส่งก๊าซ เครื่องผลิตก๊าซและบริการด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับงานเชื่อมและผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย ลินเด้ ประเทศไทย มีโรงงานและเครื่องจักรกระจายติดตั้งอยู่มากกว่า 20 แห่งในประเทศไทย และมีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอทางเลือกที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า

    กลุ่มบริษัทลินเด้เป็นผู้ผลิตก๊าซและบริษัทวิศวกรรมชั้นนำของโลกที่มีพนักงาน 63,500 คนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ในปี 2554 ลินเด้มียอดขายทั่วโลกประมาณ 16,655 ล้านยูโร กลยุทธ์ของกลุ่มลินเด้ คือการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและมุ่งเน้นการขยายตัวของธุรกิจระหว่างประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ล้ำสมัย ลินเด้ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น คู่ค้าทางธุรกิจ พนักงาน สังคมและสิ่งแวดล้อม ในทุกพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ และมุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!