WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

1ตบรางวล

กห.แถลงราชภักดิ์ 30 ธค. บิ๊กตู่เตือนทบ.ระวังใช้งบ 'มีชัย'แจงวุ่นสภาผัวเมีย เตรียมทำโพลถามปชช.

       'บิ๊กตู่เตือนกองทัพบกถูกจับจ้อง ให้ระวังใช้งบสร้างหอประชุมใหม่ กลาโหมเตรียมแถลงผลสอบราชภักดิ์30 ธ.ค. บิ๊กป้อมเมินนักศึกษาร้องกสม. ถูกละเมิดสิทธิ์ บิ๊กหนุ่ยยัวะถูกหาว่านำชาวบ้านไปล้อมนักศึกษา ทั้งที่เข้าไปช่วยดูแลวิษณุยอมรับเร่งสอบซี 9-10 มหาดไทย-ศึกษาฯ พัวพันทุจริตจัดสอบ 50 ราย มีชัยแจงให้เครือญาตินักการเมืองเป็นส.ว. ได้ เพราะไม่มีอำนาจถอดถอน เตรียมทำโพลถามประชาชนอีกครั้ง ป.ป.ช.ตีตกคดี เทพเทือกอนุมัติกองทัพบกซื้อเรือเหาะ กับกรณีครม.ปูอนุมัติจ่ายเงินช่วยผู้ต้องขังคดีการเมือง

วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9158 ข่าวสดรายวัน


ตบรางวัล - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตบรางวัลให้นักแสดงที่มาร่วมพิธีเปิดงาน OTOP City 2015 ณ เวทีกลางอาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.


"บิ๊กตู่"มอบคำขวัญวันเด็ก
    วันที่ 24 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติปี 2559 ว่า "เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต" ซึ่งวันเด็กแห่งชาติปี 2559 ตรงกับวันที่ 9 ม.ค.2559
    พล.อ.ประยุทธ์ อธิบายว่า เด็กคืออนาคต ประเทศไทยจะมีอนาคตก็เพราะเด็ก ส่วนพวกเรานั้นรักษาสภาพให้ได้ก่อน อีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว เราจึงต้องสร้างคนรุ่นใหม่อีก 21 ปีข้างหน้า เหมือนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่วนอีก 1 ปี 6 เดือน ข้างหน้าที่ตนอยู่ เราต้องสร้างเด็กรุ่นใหม่ตั้งแต่เกิดมาจากท้องจนถึงจบปริญญาตรี
     นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่ใช้ปากกาสีทองลงลายมือให้คำขวัญวันเด็กนั้น ไม่ได้มีความหมายพิเศษ เพียงแต่มีเจ้าหน้าที่นำปากกา สีทองมาให้เท่านั้น สำหรับลายเซ็นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะตนเซ็นตามอารมณ์เท่านั้น คนจะได้ปลอมลายเซ็นไม่ได้ บางทีขยันก็เซ็นสวย บางทีก็ขี้เกียจ แต่วันนี้ตั้งใจเซ็นให้เด็กๆ และตนเป็นคนมีระเบียบ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการชมสินค้าโอท็อป พล.อ.ประยุทธ์ หันมาร้องเพลง "เพราะเธอคือประเทศไทย" ที่ผู้จัดงานเปิดคลอไว้พร้อมกับชวนให้ผู้สื่อข่าวช่วยร้องด้วย
    เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์หอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ โดยมี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพบกต้อนรับ และพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้ช่วยผบ.ทบ. ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการก่อสร้างหอประชุมกองทัพบก กล่าวรายงาน จากนั้นนายกฯ ได้เดินชมนิทรรศการการก่อสร้างอาคารหอประชุมกองทัพบก พร้อมถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก
โอดกองทัพบกถูกจับจ้อง
     สำหรับ โครงการก่อสร้างอาคารหอประชุมกองทัพบก เป็นส่วนหนึ่งในโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ ดำเนินการในพื้นที่กรมสวัสดิการทหารบก และสโมสรทหารบก เทเวศร์ ก่อสร้างทดแทนหลังเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2500 รวม 58 ปี เป็นอาคารขนาดใหญ่มีความสูง 3 ชั้น และชั้นใต้ดิน 1 ชั้นรวม 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยทั้งอาคาร 62,994 ตารางเมตร ซึ่งออกแบบไว้เพื่อตอบสนองภารกิจที่หลากหลาย อาทิ การจัดประชุมในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ การจัดแสดงนิทรรศการ การจัดงานพิธีสำคัญ และงานรัฐพิธี ทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก และส่วนราชการภายนอก เริ่มก่อสร้างในเดือนมี.ค.2559 งบประมาณกว่า 2,260 ล้านบาท
     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นพิธีว่า ตนมีความผูกพันอยู่กับกองทัพเสมอ ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม ขณะนี้กองทัพบกถูกจับจ้องจากหลายฝ่าย แต่กองทัพคือกองทัพที่ทำเพื่อประชาชน และการเป็นนายกฯของตนได้นำความรู้ทุกอย่างจากกองทัพมาใช้ในการปฏิบัติ สิ่งสำคัญคือวันนี้จะต้องอธิบายกับสังคมให้มากขึ้น ตนต้องเร่งเดินหน้าปฏิรูปเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยและเกิดการเลือกตั้ง ซึ่งต้องฝึกให้คนมีวินัย เคารพกฎหมาย

เตือนระวังการใช้งบฯ
    นายกฯ กล่าวว่า วันนี้การเป็นรัฐบาลหนักใจ เพราะต้องดูแลประชาชนกว่า 70 ล้านคน ทุกอย่างต้องใช้เวลาแก้ปัญหา ส่วนการใช้จ่ายงบประมาณนั้น ขอให้ระมัดระวัง รวมถึงการก่อสร้างให้ทำในระบบให้เรียบร้อย ตามขั้นตอนและพร้อมรับการตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งโครงการนี้ตนคิดไว้ตั้งแต่เป็นผบ.ทบ. เพื่อมีไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่กังวลว่าหลายฝ่ายจะไม่เข้าใจแล้วนำไปเชื่อมโยงกับบางเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่ขณะนี้ เช่นเดียวกันการตรวจสอบทุจริตทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย
       พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผบ.ทบ.และกำลังพลว่า ดีใจที่วันนี้มาเจอกับทุกคนคิดถึงเสมอ หลายคนเห็นหน้าค่าตา อาจไม่ได้ทักทาย เพราะอยู่อีกบทบาทหนึ่ง แต่ทุกอย่างยังมีความเป็นทหาร ชาติหน้าก็เป็นทหาร ตายไปก็เป็นผีทหาร ผีทหารไม่ดุแต่จะช่วยประเทศ วันนี้ผู้นำต้องมีความแตกต่างแต่ไม่ต้องทำลายของเดิม และขอให้ทุกคนต้องช่วยกัน อย่าสร้างปัญหาใหม่และเดินหน้าประเทศให้ได้ ทุกอย่างมีชะตากรรมฟ้าลิขิต ทำได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น แต่อย่าทำให้ต่ำลง ไม่ใช่ไปขอพระอยู่เรื่อยๆ แต่ให้ทำดีฟ้าจะเห็นเอง ทุกอย่างที่พูดจากใจนายกฯ อดีตผบ. อดีตทหารแก่คนหนึ่ง

เร่งวางพื้นฐานปฏิรูปประเทศ
      "อยากให้ทหารทุกคนไม่ว่าจะทำอะไร ขอให้ระมัดระวังให้ดี ผมเป็นห่วง เราต้องคิดก้าวหน้า ถ้าคิดต่ำเตี้ยก็จะต่ำเตี้ยเหมือนเดิม เราต้องคิดถึงอนาคต และแก้ไขปัจจุบัน ประคับประคองทุกอย่างให้เดินไปให้ได้ อดีตเราไม่ว่ากันแต่ต้องเอาอดีตและประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียนทำวันนี้เพื่อเป็นอนาคต แต่อย่าเอาประวัติศาสตร์มาเป็นเรื่องขัดแย้ง หรือเอาเขตแดนมาขัดแย้ง ถ้ามัวแต่ขัดแย้งเรื่องนี้ก็ไม่ต้องทำอะไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้อยากอารมณ์ดี ที่ผ่านมาไม่รู้เป็นอะไร อารมณ์เสียทุกวัน โมโหยิ่งกว่าตอนเป็นผบ.ทบ.อีก ช่วง 1 ปี 6 เดือนที่ตนยังอยู่จนถึงเดือนส.ค.2560 จะวางพื้นฐานการปฏิรูปทั้งหมด อะไรทำเสร็จได้วันนี้ก็ต้องทำ อะไรยังไม่เสร็จก็ส่งต่อให้รัฐบาลหน้า เราจะต้องมีกระบวนการเรียนรู้ ให้รู้จักคิดวิเคราะห์และปฏิบัติให้ชัดเจน ขอให้สอนน้องๆ หลายอย่างต้องทบทวน หากเรียนรบพิเศษมากเกินไปวันหน้าอาจมีปัญหา จะรุกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรุกรับร่อนและถอย ที่สำคัญต้องฝึกช่วยเหลือประชาชนด้วย จึงจะเรียกทหารที่แท้จริง

ยันทุกคนคือประเทศไทย
     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพลงเพราะเธอคือประเทศไทยที่แต่งออกมาล่าสุด ขอให้ช่วยกัน มันเป็นความรู้สึกของเรา และอยากให้ทุกคนมีความรู้สึกร่วมกับเรา เพราะ ฉัน ในเพลงคือทุกคน ถ้าฉัน คือคนคนเดียวก็ตายคนเดียว จะแก้อะไรได้ มันต้องร่วมมือกัน และวันนี้มีคนส่งเพลงมาต่อ เป็นเพลงสมัยใหม่ขอบคุณที่เข้ามาแก้ปัญหา ถือเป็นกำลังใจ ไม่ใช่มัวแต่บอกว่ามาขอเวลาไม่นาน แล้วไม่ไปเสียที ฟังแบบนี้มันท้อแท้ ขอร้องสื่อด้วยบ้านเมืองจะสงบและสันติได้ก็ด้วยพวกเรา วันนี้ไม่ใช่เวลาปกติจะสร้างความขัดแย้งเพิ่มไม่ได้ ขณะที่ของเก่ายังแก้ไม่ได้ จะมาเพิ่มปัญหาใหม่ตีกันทุกวัน มันไม่ได้ ปวดหัว ต้องมาแก้ทั้งคิดของใหม่รื้อของเก่า
      "วันนี้ 20 กระทรวงผมรื้อหมด ต้องดูแลทั้งหมดเพราะดันมาเป็นหัวหน้าคสช. และเป็นนายกฯ ต้องรู้ทุกเรื่อง บางทีในสมองก็เต็มบวกกับการโมโหเข้าไปอีกมันไม่ไหว ขอให้ช่วยกันอย่าสร้างปัญหา แก้ปัญหาเดินหน้าประเทศให้ได้ วันนี้ผมเปรียบเป็นทหารแก่คนหนึ่ง ขอฝากใจไว้ด้วย ขอให้ช่วยกันทุกอย่างมันเป็นชะตากรรมฟ้าลิขิต ใครจะเป็นอะไรทำบุญเท่าไรมันก็เป็นเท่านั้น อย่าทำให้มันต่ำลงก็แล้วกัน เป็นคนดีก็จะดีแต่ไม่ใช่ขอพระตลอด ไหว้พระทำบุญขอไปเรื่อย แต่ทำบุญน้อย ถ้าทำความดีฟ้าเห็นเอง"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ขอร้องอย่าใจร้อน
      ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดงาน otop city 2015 otop next v.2.0 ทศวรรษใหม่ภูมิปัญญาไทยที่ไม่หยุดยั้ง โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน
     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ตนเวียนหัวแต่เช้า แต่เห็นการแสดงมีหนุมานตีลังกาค่อยมีกำลังใจขึ้น แม้รัฐบาลทำเต็มที่ อาจไม่ทันความต้องการของประชาชน แต่พยายามแก้ปัญหาตั้งแต่เศรษฐกิจรากฐาน เร่งสร้างรายได้ด้วยสติปัญญา ส่วนการพัฒนาประเทศ รัฐบาลนี้ทำได้เพียงเริ่มต้นวางรากฐานไว้และไม่สามารถพูดและรับได้ว่าทุกอย่างแก้ในปีเดียวหรือ 2-3 ปี บางเรื่องอาจต้องใช้เวลานาน อดีตมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี เป็นพลังใจในการต่อสู้และเป็นบทเรียนนำไปใช้ในอนาคต
     นายกฯ กล่าวว่า การพัฒนาสินค้าโอท็อปจะต้องคัดของที่มีศักยภาพและทำต่อไป มีการพัฒนา ไม่ใช่อาศัยภูมิปัญญาอย่างเดียว การสร้างสินค้าต้องเชื่อมโยงกับชุมชน ไม่ใช่เฉพาะการกู้เงินเท่านั้น ใครไม่คิดก็เท่ากับไม่ปฏิรูป ต้องปฏิรูปทางความคิดด้วย วันนี้รัฐบาลเดินหน้าทุกอย่างตามแนวทางประชารัฐเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน แต่ขอร้องอย่าเร่งตน อย่าใจร้อน ซึ่งตนจะทำให้ทุกอย่าง
     จากนั้นนายกฯ และคณะเดินเยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าจากภูมิภาคต่างๆ


ศิลาฤกษ์ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ หอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ ณ บริเวณพื้นที่หอประชุมกองทัพบก (เทเวศร์) กรุงเทพฯ พร้อมเตือนให้ระวังการใช้งบฯ ก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.


'บิ๊กป้อม'เมินน.ศ.ร้องทุกข์
      ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นว่า ตนได้รายชื่อผู้มีอิทธิพลทั้งหมดแล้วและจะตรวจสอบก่อนเพราะมีทั้งในส่วนของตำรวจ คสช.และทางจังหวัด จะส่งคนไปดูในพื้นที่เพื่อคัดกรองว่าใครใช่หรือไม่ ยังมีเวลาดำเนินการอีก 2 เดือนตามกรอบเวลา ส่วนจำนวนยังไม่ได้เปิดซองดูรายชื่อทั้งหมด แต่เจ้าหน้าที่อาจเรียงรายชื่อตาม 16 กลุ่มผู้มีอิทธิพล ตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะต้องเปิดซองรายชื่อร่วมกับคณะกรรมการ หากพบว่ามีตำรวจและทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องเอาผิดตามกฎหมายทุกอย่าง
     พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกลุ่มนักศึกษาจะร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิ์จากการควบคุมตัวกรณีเคลื่อนไหวตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า อยากถามว่าเขาจะมาตรวจสอบได้อย่างไร และจะตรวจสอบอะไร เพราะไม่ใช่กรรมการ และการเดินทางไปเพื่อแสดงสัญลักษณ์และทำให้เป็นประเด็น ซึ่งทำไม่ได้เพราะมีพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และประกาศคสช.อยู่แล้ว และเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเลย

'บิ๊กช้าง'แถลงผลราชภักดิ์ 30 ธ.ค.
     "จะบอกว่า เป็นประชาชนแล้วมาตรวจสอบทุจริตและเอาไฟฉายไปส่อง ถามว่าทำได้หรือไม่ ประชาชนมีสิทธิ์ไปตรวจสอบอย่างไร ไปเดินดูอย่างนั้นหรือ ถ้าไปสักการะกราบไหว้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเรื่องนี้เขาคงตอบไม่ได้ ที่พูดก็พูดกันไปสื่ออย่าถามเรื่องผลสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยาน ราชภักดิ์ทุกวัน และไม่ต้องห่วง มีผลออกมาแน่นอน ขอให้รออีกเล็กน้อย ส่วนเรื่องจะจบหรือไม่ ก็ต้องดูข้อมูล ตนตั้งกรรมการขึ้นมาไม่ใช่บอกว่าคนนั้นผิดหรือคนนี้ถูก แต่ตั้งขึ้นมาสอบข้อเท็จจริง
    ด้านพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวง กลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จะแถลงผลสอบในวันที่ 30 ธ.ค.นี้

'บิ๊กหนุ่ย'โต้ละเมิดสิทธิ์
      ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 พล.ต. ธรรมนูญ วิถี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ผบ.พล.ร.9) กล่าวถึงนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา พร้อมเพื่อนนักศึกษายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ถูกเจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิ์ กักตัวระหว่างเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบ คีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ยืนยันว่าตนและเจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์กลุ่มนักศึกษา ทุกอย่างทำตามหน้าที่และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน การเข้าไปดูแลนักศึกษาเพื่อป้องกันการปะทะกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทหารดูแลอย่างดี และทำทุกอย่างตามที่กลุ่มนักศึกษาเรียกร้อง ดังนั้นขอให้นักศึกษาพูดตามความเป็นจริง ยอมรับว่านักศึกษาบางคนให้ความร่วมมือดี
      "ขอตำหนิการนำภาพของผมขณะที่เข้าไปช่วยดูแลกลุ่มนักศึกษาลงโซเชี่ยลมีเดียด้วยข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ต้องขอความเป็นธรรมด้วย ยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นแกนนำนำชาวบ้านเข้าไปล้อมกลุ่มศึกษา แต่เข้าไปช่วยดูแลร่วมกับผู้ว่าฯ รวมทั้งไม่ได้เป็นผู้สั่งตัดโบกี้รถไฟ" พล.ต.ธรรมนูญกล่าว

'ตู่'ไม่คาดหวังผลสอบ
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.กล่าวถึงความคืบหน้าการนัดพูดคุยกับพล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศูนย์ต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) เพื่อหารือถึงรายละเอียดการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการก่อสร้างอุทยานราช ภักดิ์ ว่า เนื่องจากรัฐมนตรีมีภารกิจที่ต้อง เตรียมแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 1 ปี คาดว่าก่อนสิ้นปีคงมีการพูดคุยกัน ทั้งนี้มองว่าข้อมูลต่างๆ นั้นแต่ละหน่วยงานมีการตรวจสอบกันภายในอยู่แล้ว จึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบจะดำเนินการขยายผลจากนี้ต่อไปอย่างไร
     นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนข้อสังเกตว่าการดำเนินการของ พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร รมช.กลาโหม ในการขอรับบริจาคได้ขออนุญาตตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวกระทำในขณะที่อยู่ในตำแหน่งผบ.ทบ.และประธานจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ก่อนที่จะเป็นมูลนิธิ ซึ่งถือว่าข้อมูลได้ทำสำเร็จไปแล้ว ว่าไม่มีการขออนุญาตตามระเบียบสำนักนายกฯและระเบียบการเบิกจ่ายเงินของกระทรวงการคลัง
      "เราไม่ได้ตั้งธงว่าผลสอบจะออกมาอย่างไร ใครผิดก็คือผิด หรือสุจริตโปร่งใสก็ว่ากันไป แต่เมื่อมีเหตุที่สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยจึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ โดยที่ไม่คาดหวังกับผลที่จะออกมาเพราะความน่าเชื่อถือมันติดลบมาตั้งแต่ที่มีการตั้งลูกน้องคือรองปลัดกระทรวงกลาโหม มาสอบ สวนผู้บังคับบัญชาที่ยังอยู่ในอำนาจหน้าที่ ส่วนเราจะรอดูผู้ที่มีอำนาจตรวจสอบว่าจะทำอย่างไร" นายจตุพรกล่าว

2 อาจารย์ปฏิเสธข้อกล่าวหา
      เมื่อเวลา 13.30 น. นายอรรถจักร์ สัตยา นุรักษ์ และนายสมชาย ปรีชาศิลปกุล แกนนำกลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ได้มายื่นเอกสารคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อพนักงานสอบสวนสภ.ช้างเผือก ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตามนัดหมาย หลังจากวันมอบตัวเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2558 โดยมีมวลชน 30 คนร่วมมาให้กำลังใจ
      ต่อมาแกนนำทั้งสอง ได้อ่านแถลงการณ์ของผู้ต้องหาคดี"มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร" ที่ริมถนนด้านหน้าสภ.ช้างเผือก ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 มีเนื้อหาระบุมีเหตุผลความชอบธรรม 5 ประการ 1.การออกแถลงการณ์เรื่องเสรีภาพทางปัญญาของระบบการศึกษา ไม่ใช่ความตั้งใจจะมารวมและร่วมออกแถลงการณ์เป็นการเฉพาะเจาะจงต่อรัฐบาล 2.ความสำคัญของเสรีภาพทางวิชาการและความเชื่อมโยงกับงานวิจัย
     3.ยืนยันว่าแถลงการณ์เครือข่ายอาจารย์มหาวิทยาลัยเรื่องเสรีภาพฯ เป็นการใช้เสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ และไม่เป็นความผิดตามที่ถูกกล่าวหา 4.การกระทำของทั้งสอง เป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรม นูญ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองแห่งสหประชา ชาติ 5.หากพิจารณาคดีเปรียบเทียบกับความหมายของการชุมนุมสาธารณะที่ปรากฏในต่างประเทศ มีสาระสำคัญคือต้องชุมนุมในพื้นที่สาธารณะและเปิดให้ผู้คนเข้าร่วมได้อย่างกว้างขวาง

'วิษณุ'เผยกลุ่มพันทุจริต
      ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีองค์กรตรวจสอบทุจริตประพฤติมิชอบ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ส่งรายชื่อถึงรัฐบาลให้พิจารณาออกคำสั่งพักงานและตรวจสอบรายละเอียดคดีเพิ่มเติมก่อนส่งให้นายกฯ มีคำสั่งดำเนินการทางวินัยต่อไป ซึ่งขณะนี้มีรายชื่อเข้าข่ายเกี่ยวข้องทุจริต 50 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารท้องถิ่น ว่า อยู่ในวงการศึกษาจำนวนหนึ่งที่โดดเด่น ซึ่งเป็นระดับผู้อำนวยการขึ้นไปจนถึงระดับผู้นำขององค์กร และเป็นผู้บริหารท้องถิ่น อาทิ อบต. อบจ. ซึ่งมีจำนวนค่อนข้างมาก
     นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าถามว่าเป็นที่รู้จักของสังคมหรือไม่คิดว่าคงไม่เป็นที่รู้จักนัก แต่สามารถแสดงอะไรบางอย่างสะท้อนสังคมประเทศไทย รวมทั้งหมดประมาณ 50 คน วงเงินงบประมาณไม่มาก ไม่ได้เป็นอย่างที่วิจารณ์กันคือไม่ใช่เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดสอบ ซึ่งอาจมีการทุจริตหรือไม่มีการทุจริตก็ได้ แต่การจัดสอบนั้นมีความไม่ชอบมาพากลและถูกต้อง และมีการสอบสวนอยู่ทั้งนั้น

มีซี 9-10 ศึกษา-มหาดไทย
     นายวิษณุกล่าวว่า ตนกำลังดำเนินการสอบถามอยู่ว่าทำไมนายกอบต. อบจ.เหล่านั้นต้องรับผิด ทั้งที่ลูกน้องไปทำ หรือต้องรับผิดเพราะตัวเองไปทำเอง แต่ชื่อนั้นมีมาหมดแล้ว ส่วนรายชื่อจำนวนหนึ่งที่เป็นระดับผู้บริหารสถานศึกษานั้นเป็นความผิดเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างและการสอบเหมือนกัน แต่จำนวนชื่อจะน้อยกว่าพวกท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าเป็นผู้บริหารจากกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทยรวม 2 กระทรวง มีระดับอธิบดีด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีๆ แต่ผู้บริหารชื่อเหล่านั้นซีสูงแล้ว ระดับ 9-10 แล้ว
   ต่อข้อถามว่า แสดงว่าชื่อที่ได้มาส่วนใหญ่นั้นมาจากป.ป.ช. และป.ป.ท. นายวิษณุ กล่าวว่า คราวนี้ป.ป.ช.กับป.ป.ท. เรียบเรียงรายชื่อมาให้ตนดีกว่าคราวก่อน เขียนระบุมาเรียบร้อยว่ารายนี้มาจากป.ป.ช. รายนั้นมาจากป.ป.ท. เพราะคราวก่อนต้องถามทีละชื่อว่าชื่อนั้นชื่อนี้มาจากไหน อย่างไรก็ตาม เป็นรายชื่อที่ผ่านการประชุมร่วมกันทั้ง ป.ป.ช. สตง. ป.ป.ท. และปปง.แล้วก่อนที่จะส่งมา เห็นว่ายังมีรายชื่ออีกบางส่วนที่รอส่งในรุ่นหน้าอีก เพราะยังไม่ปิดบัญชี อย่างไรก็ตามทั้ง 50 รายชื่อดังกล่าวนี้ตนต้องกลั่นกรองตรวจสอบรายละเอียดก่อนที่จะส่งให้นายกฯ โดยต้องตรวจสอบว่าปัจจุบันนี้ชื่อนั้นพ้นตำแหน่งหรือยัง เสียชีวิตหรือยัง เพราะชื่อที่ถูกร้องนี้คือขณะที่มีการกล่าวหา ซึ่งตนจะส่งถึงมือนายกฯ ก่อนสิ้นปีนี้


ยื่นให้การ - นายอรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ และนายสมชาย ปรีชาศิลปกุล ยื่นเอก สารให้การกรณีถูกออกหมายเรียกจากการจัดสัมมนา "มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร" พร้อมยืนยันไม่ได้ขัดคำสั่งคสช. ที่สภ.ช้างเผือก เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.


เอาแน่รื้อเกณฑ์ตั้งขรก.
     นายวิษณุกล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมวางเกณฑ์วางระบบการแต่งตั้งข้าราชการระดับ ผู้บังคับบัญชา และการประเมินคุณภาพหน่วยงานและผู้บังคับบัญชาหน่วยงานแบบใหม่ ว่า เรื่องดังกล่าวขอให้มีความชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ก่อนแล้วตนจะอธิบายให้ทราบ กฎเกณฑ์เหล่านี้คงไม่สามารถแก้ปัญหาข้าราชการเกียร์ว่างได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ ไม่มีอะไรร้อย แต่ในการแต่งตั้งโยกย้ายนั้นต้องมีเกณฑ์ในการคุมผู้บังคับบัญชาเพื่อป้องกันการวิ่งเต้น เพราะการแต่งตั้งต้องไม่ลำเอียงหรือไม่เพราะชอบ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือการแต่งตั้งโยกย้ายเพราะว่าเกลียด แต่ที่สำคัญที่สุดคือตัวผู้บังคับบัญชาจะต้องเลิกระบบอุปถัมภ์และระบบอคติทั้งหลาย ได้แก่ ฉันทาคติ ลำเอียง โทสาคติ ภยาคติ
     นายวิษณุ กล่าวว่า อีกส่วนหนึ่งที่นายกฯปรารภและเราต้องมาดูต่อคือ นายกฯบอกว่าต้องระวังในการประเมินเพราะมีไม่น้อยที่ข้าราชการบางส่วนไปช่วยงานที่หน่วยงานอื่น เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าได้คะแนนดีมากไป อีกส่วนพวกไปอบรมหลักสูตรพิเศษที่ถูกวิจารณ์กันอยู่ซึ่งกำลังจะตั้งกฎกติกาที่ผูกกับเรื่องการไปอบรมเหล่านี้ด้วย เมื่อก่อนไปอบรมไปเรียนมากได้คะแนนเพราะถือว่าพัฒนา แต่วันนี้อาจจะต้องเรียนมากหักคะแนน แต่ไม่ถึงขั้นไปยุบหลักสูตรอบรมพิเศษเพราะหลักสูตรเหล่านั้นเป็นของแต่ละหน่วยงานรัฐบาลไปยุบเขาไม่ได้ เขาอยากจัดก็จัดและที่มีการวิจารณ์ขึ้นมานั้นก็ดีแล้ว หน่วยงานจะได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการรับคนด้วย

'ไก่อู'เผยนายกฯชมพีอาร์งาน 1 ปี
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 1 ปี เมื่อ วันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขอบคุณสื่อทุกแขนงที่ให้ความสำคัญและเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานของรัฐบาล โดยเฉพาะนำเสนอสิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติและแผนงานที่จะดำเนินการในอนาคต พร้อมชื่นชมการทำหน้าที่ของสื่อที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม เนื่องจาก นายกฯ ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเกิดขึ้นกับประเทศไทยทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เน้นให้ทุกฝ่ายก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีตและเดินหน้าสู่อนาคตร่วมกัน
     โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สำหรับกลุ่มงานที่ยังไม่ได้แถลงเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. จะนำมาแถลงในวันที่ 25 ธ.ค. ช่วงเช้าจะนำเสนอผลงานของรัฐมนตรีในกลุ่มกฎหมายและกระบวน การยุติธรรม และกลุ่มท่องเที่ยว วัฒนธรรม และกีฬา ช่วงบ่ายประกอบด้วยกลุ่มความมั่นคง กลุ่มการศึกษา เทคโนโลยี และพลังงาน ตามด้วยกลุ่มสังคม จากนั้นเวลา 16.00 น. นายกฯกล่าวสรุปภาพรวมผลงานรัฐบาลตลอด 1 ปี รวมทั้งแนวนโยบายสำคัญที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายและมุ่งมั่นดำเนินการ ต่อไปเพื่อคนไทยทุกคน พร้อมเลี้ยงอาหารเย็นแก่ผู้ร่วมงานและสื่อมวลชน ถือเป็นงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในคราวเดียวกัน

สธ.เล็งดึงปชช.จ่ายบัตรทอง
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน กระทรวงต่างๆ ทยอยแถลงผลงาน 1 ปี โดยนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) แถลงผลงาน สธ.ว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ บัตรทองนั้น เป็นสิ่งที่นานาชาติชื่นชมว่าทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ใช้งบน้อยแต่ดูแลระบบได้ทั้งประเทศ แต่พบว่าปัญหาของไทย คืองบมาจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ซึ่งแนวโน้มการใช้งบสูงขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันใช้งบสัดส่วนอยู่ที่ 16-17% ของงบรัฐบาล หรือคิดเป็น 4.6 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
      ดังนั้น ในปี 2559 ประชารัฐจะต้องร่วมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่าจะดำเนินการแบบไหน อย่างไร จะให้รัฐบาลรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่ไหว ระบบจะเป็นอย่างไรต้องมาหารือร่วมกัน และยินดีมากหากภาคประชาชนจะเข้ามาร่วมเสนอแนวทาง ซึ่งเรื่องนี้ขอเวลาศึกษาก่อน แต่จะเริ่มคุยในวันที่ 29 ธ.ค.นี้

"มาร์ค"จี้แก้ทุจริต-ปฏิรูปตำรวจ
      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี เป็นเรื่องดีในระดับหนึ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจคุยในแง่ที่อยากนำประเทศเดินต่อไปอย่างไร แต่ปัญหาคือยังไม่ทราบว่าความเป็นรูปธรรมในแต่ละเรื่องคืออะไร จึงต้องติดตามต่อไป ส่วนที่นายกฯ เปรียบ คสช.เป็นเสมือนหมออาสาที่เข้ามาดูแลอาการป่วยของประเทศ ในคำพูดนั้นต้องย้อนไปที่ตัวเองเหมือนกันว่านายกฯได้ผ่าตัดอะไรที่ทำให้ผู้เล่นไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่เฉพาะผู้เล่นที่เป็นนักการเมือง ผู้เล่นที่สำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตยคือ ประชาชน
     นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนก่อนเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค.2557 ตรงนี้ตนคิดว่ายังไม่มีคำตอบ และยังไม่ทราบว่ารูปธรรมคืออะไร จึงเป็นภาระหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะช่วยกันหาคำตอบ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะหมอ คนไข้ก็ต้องร่วมมือด้วย ส่วนเรื่องความมั่นคงนั้น ยอมรับว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาลนี้ รวมถึงการใช้อำนาจเข้าไปขจัด หรือลดอิทธิพล และอำนาจอิทธิพลที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นจุดแข็งของรัฐบาลในสายตาของประชาชน
    เมื่อถามว่า ในฐานะผู้เล่นการเมือง อยากให้หมอผ่าตรงไหนบ้าง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญ ต้องหาโครงสร้างที่ช่วยลดปัญหาซื้อเสียง ช่วยให้การตรวจสอบ ถ่วงดุลและการใช้อำนาจดีขึ้น แต่เรื่องความเร่งด่วนที่อยากให้ทำ เช่น เรื่องทุจริต ปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปตำรวจ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ทำให้เรามั่นใจว่าการคืนสู่สนามต่อไปนี้จะแตกต่างจากเดิม

พท.สวน"ถาวร"มั่วรบ.แห่งชาติ
     นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนหนึ่งพูด แต่คนหนึ่งปฏิเสธ ก็น่าจะจบ เรื่องนี้พูดจนเบื่อแล้ว ยืนยันว่าถ้าถึงสถานการณ์ที่ต้องมีความพิเศษในการมาตกลงกัน ยังเชื่อว่าฝ่ายต่างๆ มาคุยกันได้ แต่เงื่อนไขวันนี้ ตนยังไม่ได้มองว่าตรงนี้คือคำตอบ
     ด้านนายนพดล ปัทมะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ระบุแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติมาจากข่าวคนแดนไกลต่อรองกับ คสช.เพื่อปูทางสู่การนิรโทษกรรมในอนาคต ตนฟังแล้วตกใจกับจินตนาการของนายถาวร สิ่งที่พูดไร้มูลความจริงเนื่องจากไม่มีการต่อรองในเรื่องใดๆ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้ตนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดนี้ แต่ขอชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า เรื่องนี้เป็นความเท็จและไม่เกี่ยวกับคนแดนไกล
     "เรื่องรัฐบาลแห่งชาติเป็นข้อเสนอส่วนตัวของนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ไม่ใช่แนวคิดของพรรคเพื่อไทย จึงน่าจะยุติการโยงพรรคและบุคคลอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องได้แล้ว เราอยากเห็นการปฏิรูป ดังนั้น ควรเริ่มปฏิรูปตัวเองก่อนด้วยการพูดความจริงและสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม" นายนพดลกล่าว

'มีชัย'แจงเครือญาติลงส.ว.ได้
     เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการไม่ห้ามเครือญาติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงสมัคร ส.ว.ว่า เดิมที่ห้ามไว้เพราะ ส.ว.มีอำนาจถอดถอน จึงกลัวว่าจะมีผลประโยชน์ได้เสียกัน แต่ครั้งนี้กรธ.ตัดอำนาจถอดถอนของ ส.ว.ทิ้งไป หรือหากจะเขียนห้ามไว้เขาก็หย่ากันก่อนลงสมัครอยู่ดี ซึ่งแบบนั้นมันทุเรศ อายไปทั้งโลก ยืนยันว่าที่มาและคุณสมบัติของส.ว.แบบนี้จะไม่เกิดความได้เปรียบในสภา ส่วนการเลือกส.ว. กรธ.มองว่าจะให้เลือกไขว้กันตั้งแต่ระดับอำเภอจนถึงส่วนกลาง จะไม่ให้เลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ เพื่อป้องกันการล็อบบี้ โดยรายละเอียดทั้งหมดนั้นจะมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ไปคิดวิธีการแล้วกำหนดไว้ในกฎหมายลูก
      "กลไกการเลือกส.ว.แบบนี้จะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม แต่ไม่ใช่ว่าประชากรทั้ง 65 ล้านคนจะได้มีส่วนร่วม หมายถึงใครอยากมีส่วนร่วมก็สมัครเข้ามา คล้ายกับประชารัฐ" นาย มีชัยกล่าว

ลั่นค้านมากอาจเขียนห้าม
     ผู้สื่อข่าวถามว่าแม้ตัดอำนาจถอดถอน แต่ยังคงอำนาจ ส.ว.แต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระ จะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ในอดีตมีกี่คนที่เคยทำแบบนี้ ถ้าไปเขียนกีดกันเขา เดี๋ยวก็ถูกหาว่าขัดหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งการไม่ห้ามเครือญาติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงสมัคร ส.ว. ยังไม่มีใครค้าน แต่ถ้าเรียกร้องกัน กรธ.อาจเขียนห้ามให้ก็ได้ ส่วนอดีตส.ว. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คณะรัฐมนตรี(ครม.)และคสช. ลงสมัครส.ว.ได้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้ห้ามไว้ ตอนนี้กรธ.ก็ยังไม่ได้ห้าม มีแค่กรธ.เท่านั้นที่ลงสมัครไม่ได้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.)สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรม นูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่ 1 เป็นประธาน ได้รวมรวบความเห็นประเด็นร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.สามัญประจำสนช. โดยส่งประเด็นหลักให้ กมธ.เพื่อให้พิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย 3 ประเด็น คือ ที่มาส.ส. ที่มานายกฯและที่มาส.ว. ซึ่งแต่ละคณะได้ส่งความเห็นมาให้กมธ.แล้วและจะมีการอภิปรายในการประชุมสนช.วันที่ 25 ธ.ค.นี้ เพื่อรับรองรายงานก่อนเสนอให้กรธ.

เตรียมทำโพลถามประชาชน
     นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรธ. แถลงว่า จากกรณีที่มีเสียงคัดค้านที่ กรธ.กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ว. ว่าสามี ภรรยา บุตรของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และส.ส.สามารถลงสมัครได้นั้น ทางกรธ.เห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญจึงจำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ ดังนั้นจึงต้องรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมและจัดทำโพล เพื่อสำรวจความคิดเห็นในประเด็นนี้จากประชาชนอีกครั้ง และจะนำผลสำรวจที่ได้มาประกอบการพิจารณา
      ส่วนกรณีที่มีการสอบถามว่าระบบการเลือก ส.ว.แบบใหม่จะเขียนห้ามไม่ให้ผู้ที่เป็น สปช. สปท. สนช. และอดีตส.ว.หรือไม่นั้น กรธ.อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะประเด็นนี้มีการสอบถามเข้ามามาก จึงจำเป็นต้องเขียนระบุให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการตีความในภายหลัง ส่วนผู้ที่เป็นกรธ.ไม่สามารถลงสมัคร ส.ว.ได้อยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ระบุชัดว่า ห้าม กรธ.ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
      นายอมร กล่าวว่า ส่วนการประชุม กรธ.นอกสถานที่ระหว่างวันที่ 10-17 ม.ค.2559 ที่โรงแรม เลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟคลับ ชะอำ จ.เพชรบุรี นั้น กรธ.จะนำเนื้อหาที่พิจารณาเสร็จแล้วมาพิจารณาอีกครั้งเป็นรายมาตรา หากมาตราไหนที่กรธ.พิจารณาเสร็จจะทยอยชี้แจงให้สื่อมวลชนได้รับทราบ

สนช.เอานายกฯคนนอก
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเห็นของกมธ.ประจำสนช.นั้น ในประเด็นที่มาส.ส. แยกเป็นจำนวนส.ส. 500 คน เป็นส.ส.แบบแบ่งเขต 350 คน และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน มีกมธ. 5 คณะ เห็นด้วย ประกอบด้วย กมธ.บริหารราชการแผ่นดิน กมธ.กฎหมาย กมธ.พลังงาน กมธ.สื่อสารมวลชน กมธ.ศาสนา และกมธ.คมนาคม ขณะที่มีข้อเสนอในจำนวนอื่นๆ เช่น กมธ.การเมือง เสนอให้มีส.ส. 500 คน ประกอบด้วยส.ส.แบบแบ่งเขต 300 คน และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 200 คน กมธ.เศรษฐกิจและกมธ.ต่างประเทศ เสนอให้มีส.ส. 300 คน มาจากส.ส.เขตทั้งหมด ส่วนกมธ.ทรัพยากรธรรมชาติ เสนอให้มี ส.ส. 350 คน มาจากส.ส.เขตทั้งหมด ขณะที่กมธ.เกษตรและสหกรณ์ เสนอให้มีส.ส. 400 คน มาจากส.ส.เขตทั้งหมด ด้านกมธ.ปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอให้มีส.ส. แบบระบบจัดสรรปันส่วนผสม
     ส่วนประเด็นที่มานายกฯ ทุกคณะเห็นด้วยว่าที่มานายกฯไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. แต่มีรายละเอียดการเลือกนายกฯในบางคณะ โดย กมธ.การเมืองและกมธ.ต่างประเทศ เห็นว่า ต้องมาจากการเลือกส.ส. ขณะที่กมธ.บริหารราชการแผ่นดิน กมธ.พลังงาน ให้นายกฯมาจากการเลือกของรัฐสภา ส่วนที่มาของส.ว.นั้น ไม่มีคณะใดเห็นว่าส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ให้มาจากการสรรหาทั้งหมด
      นอกจากนี้ยังมีประเด็นความจำเป็นต้องมีองค์กรหรือคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่แก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ (คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ) นั้น มีกมธ. 8 คณะเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องมี ขณะที่มี 2 กมธ.คือ กมธ.เกษตรและกมธ.ศาสนา เห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ

'ทินพันธุ์'ชงแผนปฏิรูปนายกฯ
     เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกมธ.วิสามัญกิจการ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิปสปท.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ผ่านมา ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ พร้อมเสนอแผนงานปฏิรูป 5 เรื่อง ซึ่งมาจาก 37 วาระปฏิรูปของสปช. ซึ่งนายกฯเห็นด้วยกับแผนปฏิรูปดังกล่าว และให้สปท. จัดทำแผนปฏิรูปประเทศ โดยให้ประธาน สปท. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมาย ดังนี้ 1.ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ? (ให้เป็นศาลชำนัญพิเศษ) ซึ่งในการประชุมครม.วันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว
     2.ร่างพ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวม 3.ร่างพ.ร.บ. คุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินคืนจากการทุจริต 4.ร่างพ.ร.บ.การปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาให้เป็นธรรม และ5.ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต (จัดการภัยแล้งโดยเฉพาะ)
      นอกจากนี้ วิป สปท. มีมติตั้งคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อประสานกับสนช. คสช. กรธ. ครม.และหน่วยงานอื่นๆ โดยมอบให้นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 เป็นประธาน ทั้งนี้ สปท.จะประชุมอีกครั้งในวันที่ 7-8 ม.ค.2559

ป.ป.ช.ตีตกคดีเทือก-เรือเหาะ
      ที่สำนักงานป.ป.ช. นายสรรเสริญ พลจียก เลขาธิการป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ว่า คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติตีตกใน 2 ข้อกล่าวหา คือ 1.คำร้องขอให้ถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งเป็นรองนายกฯ ออกจากตำแหน่ง กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้กองทัพบกสั่งซื้อเรือเหาะในราคาสูงกว่าความเป็นจริง จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่ากระบวนการจัดหายุทโธปกรณ์ดังกล่าว ได้ขออนุมัติแผนจัดหายุทโธปกรณ์สำหรับภารกิจหาข่าว เฝ้าตรวจพื้นที่และเส้นทางในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่นายสุเทพ เข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ
     นายสรรเสริญกล่าวว่า การจัดซื้อนั้นได้ซื้อทั้งตัวเรือเหาะและอุปกรณ์ตรวจการณ์ ได้แก่ เรือเหาะ Aeros 4oD จำนวน 1 ลำ, กล้องตรวจการณ์เวลากลางวัน/กลางคืน Axsys V14 MS II จำนวน 2 กล้อง, รถหุ้มเกราะกันกระสุน Grizzy เพื่อใช้เป็นรถ Command Control และชิ้นส่วนซ่อมควบคู่ การบำรุงรักษา การฝึกอบรม การรับประกันชิ้นส่วนที่สำคัญ ระบบการติดต่อสื่อสารตามมาตรฐานของผู้ผลิต และระบบรับ-ส่ง และถ่ายทอดสัญญาณ จึงทำให้มีมูลค่าสูงกว่าการจัดซื้อเพียงเรือเหาะอย่างเดียว และเรือเหาะที่จัดซื้อนั้นเป็นกรณีจำเป็นและเร่งด่วน จึงจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ
      "กรณีนี้ ไม่ปรากฏพฤติการณ์หรือพยานหลักฐานว่านายสุเทพ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้กองทัพบกสั่งซื้อเรือเหาะในราคาที่สูงกว่าความเป็นจริงตามข้อกล่าวหา ป.ป.ช.จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป" นายสรรเสริญกล่าว

ครม.ปูรอดช่วยผู้ต้องขัง
     นายสรรเสริญกล่าวว่า 2.ข้อกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งเป็นนายกฯ และครม. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่โดยมิชอบ กรณีจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือ ผู้ต้องขังคดีอาญา ที่เกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง ใช้เป็นหลักประกันการปล่อยตัวชั่วคราว เรื่องนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการจ่ายเงินนั้น นำเงินกองทุนยุติธรรมมาใช้ดำเนินการ ตามข้อเสนอแนะคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ แต่เงินกองทุนยุติธรรมมีไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ จึงของบเพิ่มเติมจากงบกลางรายการเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉิน มาใช้ดำเนินการ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 19 และ 23 แห่งพ.ร.บ.วิธีงบประมาณ พ.ศ.2502 ประกอบกับปฏิบัติตามแนวทางการขออนุมัติใช้เงินงบกลาง ตามหนังสือสำนักงบประมาณ ด่วนที่สุด ที่ นร 0704/195 ลงวันที่ 16 ก.พ.2552 แล้ว
     นายสรรเสริญกล่าวว่า การจ่ายงบเพื่อเป็นหลักประกันครั้งนี้ นำไปช่วยเหลือผู้ต้องขังคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง มิได้เฉพาะเจาะจงกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะมีทั้ง นปช. และกลุ่ม พันธมิตรฯต่างได้รับเงินสนับสนุนเพื่อใช้ปล่อยชั่วคราวนี้ด้วย การประกันตัวผ่านการพิจารณาจากศาล และคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม และหลังได้รับการประกันตัวแล้ว คณะกรรมการบริหารกองทุนยุติธรรมยังกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล รายงานตัวตามกำหนดนัด หากผู้ต้องขังหลบหนีจนเป็นเหตุให้ศาลมี คำสั่งริบประกัน ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดทางแพ่ง ชดใช้เงินตามหลักประกันที่กองทุนยุติธรรมให้การสนับสนุนแก่ผู้ต้องขัง
       "กรณีดังกล่าวนี้จึงไม่ปรากฏว่าก่อให้เกิดความเสียหาย ป.ป.ช.จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่ให้แจ้งกระทรวงยุติธรรมติดตามเรื่องเงินที่ผู้ต้องหาหลบหนีให้กลับคืนมาเป็นของทางราชการด้วย" นายสรรเสริญกล่าว

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!