WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

 

ชี้วิกฤตความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้นเพราะโควิด ต้องแก้ไขและพัฒนาจากฐานรากในพื้นที่

          ความเหลื่อมล้ำกัดกินประเทศไทยรุนแรงเพราะสถานการณ์โควิด-19 ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้คนไทยว่างงานและเสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น และข้อมูลจากกองทุนเสมอภาคทางการศึกษาชี้ว่า เด็กเกือบสองล้านคนเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ในขณะ บพท. เดินหน้าเร่งแก้ปัญหาระดับพื้นที่ จับมือสถาบันการศึกษาสร้างกลุ่มอาชีพแล้ว 5,600 กลุ่ม พร้อมพัฒนาชีวิตคนจนแล้ว 6 แสนคน

 

3187 BOT จิตเกษม พรประพันธ์          นายจิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในการแถลงข่าวของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ว่าความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจและการศึกษาจากผลของโควิด-19

          จากข้อมูลในไตรมาส 4 ปี 2564 มีผู้ว่างงานและเสมือนว่างงาน 3.2 ล้านคน ว่างงานเกินหนึ่งปีจำนวน 1.6 แสนคน และผู้ไม่เคยมีงานทำ 2.7 แสนคน โดยยังไม่นับรวมแรงงานที่ย้ายถิ่นกลับต่างจังหวัดมากถึง 1.7 ล้านคน

          ขณะที่โควิด-19 ยังคงเป็นปัญหาของโลก ประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นทำให้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศเริ่มมีการฟื้นตัว อย่างไรก็ตามคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวเต็มที่ได้ในช่วงปลายปี 2566 

          “สภาพการณ์ต่างๆ กดดันให้ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในอนาคต เพราะนอกจากหนี้ครัวเรือนจะขึ้นถึงระดับ 89.3% ของ จีดีพี เมื่อสิ้นปีที่แล้ว โควิดยังทำให้มีความเสี่ยงที่นักเรียน 1.9 ล้านคนจะหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะความยากจน

 

TU720x100

 

          นายจิตเกษม กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาควรดำเนินการในแบบ “One Thailand” เพื่อบูรณาการทรัพยากร บุคลากรและความรู้ ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในแต่ละพื้นที่ โดยสร้างเป็นระบบการทำงานร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และชุมชน

          นอกจากนี้ประเทศไทยยังจะต้องปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและแรงงาน โดยใช้องค์ความรู้ท้องถิ่นมาเพิ่มศักยภาพของคน ส่งเสริมเศรษฐกิจผู้สูงวัย พัฒนาเศรษฐกิจใหม่บนฐานทุนทรัพยากร Bio-Circular-Green และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในภาคการค้า อุตสาหกรรม เกษตรและท่องเที่ยว

          จากสภาพแวดล้อมของปัญหาดังกล่าว นาย กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท. เปิดเผยว่า บพท.มีความตระหนักเป็นอย่างดีต่อความสำคัญของการพัฒนาและแก้ปัญหาจากพื้นที่ จึงร่วมกับสถาบันการศึกษา 99 แห่งทั่วประเทศ ร่วมคิด ร่วมทำกับชุมชนในการแก้ปัญหาปัจจุบันพร้อมกับสร้างรากฐานเพื่อการพัฒนาในอนาคต

 

3187 บพท กิตติ สัจจาวัฒนา

 

          “ความเหลี่อมล้ำเป็นประเด็นปัญหาที่ฝังรากลึกในไทยมายาวนาน เราจึงต้องการแนวทางการแก้ไขแบบใหม่ให้ได้ผลกว่าเดิม ซึ่งก็คือการใช้ความรู้และการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ซึ่ง บพท.พิสูจน์แล้วว่าได้ผลน่าพอใจ เพราะมีการทำงานครอบคลุมทั้งระดับครัวเรือน ชุมชนและระดับเมือง

          บพท. ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อพัฒนาระดับพื้นที่โดยยึดโยงกับยุทธศาสตร์สำคัญสามด้าน คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาคนและกลไกจากฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่นและทุนทางวัฒนธรรม ยุทธศาสตร์พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ และยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองน่าอยู่และเมืองแห่งการเรียนรู้

          ผลจากการดำเนินงานของ บพท. ที่ร่วมกับสถาบันการศึกษา ราชการและชุมชน ในด้านเศรษฐกิจฐานรากทำให้ชุมชนเกิดความรู้และเข้มแข็ง เกิดการพัฒนากลุ่มอาชีพได้มากถึง 5,600 กลุ่ม เป็นพื้นฐานของการพัฒนาเพื่อให้เขาสามารถเริ่มต้นพัฒนาตนเองได้ มีความรู้ใหม่ และมีนวัตกร หรือผู้นำท้องถิ่นที่จะทำให้ชุมชนของเขายั่งยืนต่อไปในอนาคต

          นอกจากนี้งานวิจัยที่ บพท. สนับสนุนยังสามารถค้นพบคนยากจนที่หลุดจากระบบความช่วยเหลือของรัฐกว่าแปดแสนคนใน 20 จังหวัด ซึ่งได้รับความช่วยเหลือไปแล้วกว่าหกแสนคน

          ในขณะที่การพัฒนาในระดับเมือง ได้ส่งเสริมการรวมตัวในพื้นที่ขึ้นเป็นบริษัทพัฒนาเมืองขึ้นแล้ว 19 แห่ง เป็นกลไกการพัฒนาที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมวางแนวทางอนาคตของตนเอง เกิดเมืองแห่งการเรียนรู้ 18 พื้นที่และเกิดกลไกบริหารจัดการเชิงพื้นที่ 61 กลไก

 

sme 720x100

 

          นายกิตติ กล่าวว่า จากประสบการณ์ของ บพท. พบว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นได้จริงๆ ถ้าเริ่มจากกระบวนการมองปัญหาและเริ่มการแก้ไขจากพื้นที่ของปัญหานั้นๆ เพราะเจ้าของปัญหาลงมือทำเอง โดยมีความรู้และพี่เลี้ยงจากสถาบันการศึกษา

สำหรับแนวทางในอนาคตของ บพท. นั้น ผู้อำนวยการ บพท. กล่าวว่าจะเป็นการต่อยอดกระบวนการทำงานดังกล่าวให้ตอบความต้องการของประเทศมากยิ่งขึ้น เช่น ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อยกระดับสมุนไพรไทย งานวิจัยการสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานทรัพยากรอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

          “ทุนวิจัยในอนาคตจะมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เชื่อมโยงการยกระดับชุมชนให้มาช่วยยกศักยภาพของประเทศ โดยเฉพาะในสาขาที่มีโอกาสสูง เช่น การที่ไทยเสียดุลนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรนับหมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งที่เรามีสมุนไพรอยู่ทั่วประเทศ งานวิจัยจะเข้ามาช่วยชุมชน สังคมและประเทศ

 

 

สรุปผลงานการดำเนินงานของ บพท. ตามยุทธศาสตร์ทั้งสามด้าน

 

ยุทธศาสตร์

ผลงาน

ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาชุมชนและฐานทุนทางวัฒนธรรม

ด้านทุนทางวัฒนธรรม

- พื้นที่วัฒนธรรม 74 ย่าน

- ผู้ประกอบการ 6,000 ราย

- วิสาหกิจเชิงวัฒนธรรม 4,141 กลุ่ม

- สร้างรายได้เพิ่ม 135 ล้านบาท

- ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ 150 รายการ

ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ

- พัฒนา local enterprise ขึ้น 995 กลุ่ม

ด้านชุมชนนวัตกรรม

- เกิดชุมชนนวัตกรรม 546 กลุ่ม ใน 48 จังหวัด

- เกิดนวัตกรชาวบ้าน 2,755 คน

- เกิดนวัตกรรมพร้อมใช้ 763 นวัตกรรม

ด้านการสร้างต้นแบบธุรกิจรองรับวิกฤต

- นำร่องในสกลนคร กระบี่ 228 ครัวเรือน

- รายได้เพิ่ม 10,000 บาทต่อเดือน

- ต้นแบบธุรกิจ 14 โมเดล

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ

- ค้นหาและสอบทานคนจน 20 จังหวัดได้ 824,806 คน

- ส่งต่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากส่วนกลาง 550,516 คน

- ส่งต่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากส่วนท้องถิ่น 15,696 ครัวเรือน

การพัฒนาเมืองน่าอยู่และเมืองแห่งการเรียนรู้

- เกิดกลไกบริหารจัดการเชิงพื้นที่ 61 กลไก

- บริษัทพัฒนาเมือง 19 แห่ง

- พื้นที่เรียนรู้ระดับเมือง 18 พื้นที่

- ความรู้ในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ 16 ชุด

- แนวทางการลงทุนระดับพื้นที่ 5 พื้นที่

- หลักสูตรความต้องการของพื้นที่ 20 หลักสูตร

 

A3187

 Click Donate Support Web

EXIM One 720x90 C JGC 720x100

BANPU 720x100QIC 720x100

ais 720x100NHA720x100

เจนเนอราลี่

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!