WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

Kun26

โคราชทำบุญ 15 วันพ่อคูณ ทั่วทั้งจว. มข.ตั้งรูป และถ่าย วงจรปิด ให้กราบ

        ร.พ.ศรีนครินทร์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นตั้งรูปภาพหลวงพ่อคูณ-พร้อมถ่ายภาพวงจรปิดในห้องดองศพให้กราบไหว้-ดูได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่อาคารด้านล่าง หลังส่งสรีระดองในอ่างรอเป็นอาจารย์ใหญ่ให้น.ศ.แพทย์ศึกษา ด้านชาวโคราชทำบุญอุทิศหลวงพ่อคูณมรณภาพครบ 15 วัน จัดงานใหญ่ที่ศาลากลางจังหวัดวันที่ 30-31 พ.ค.นี้ ส่วนพิธีสงฆ์จัดสวดมาติกาที่วัดพายัพมีเจ้าคณะจังหวัดเป็นประธานพร้อมสวดบังสุกุลพร้อมกันอีก 31 อำเภอ ?สุวัจน์ ลิปตพัลลภ?มั่นใจชาวนครราชสีมาจะร่วมกันรักษาวิหารเทพวิทยาคม-พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อให้ยั่งยืนเหมือนดังเช่นเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ 

 

วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 8945 ข่าวสดรายวัน

 

กราบรูป - ร.พ. ศรีนครินทร์ คณะแพทย ศาสตร์ ม.ขอนแก่น จัดโต๊ะหมู่บูชาและภาพหลวงพ่อคูณ บริเวณชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอก และเตรียมติดตั้งกล้องวงจร ปิดถ่ายจากห้องเก็บ สรีรสังขารให้ประชาชนได้กราบไหว้ด้วย

 

 

      เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่ชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอก ร.พ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังคงมีประชาชนที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หลั่งไหลมากราบไหว้สรีรสังขารกันอย่างต่อเนื่อง หลังเสร็จสิ้นพิธีส่งมอบสรีระให้ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.ไปแล้ว โดยคณะแพทยศาสตร์ได้นำโต๊ะหมู่บูชา พานวางดอกไม้ และภาพถ่ายของหลวงพ่อคูณ ในอิริยาบถต่างๆ มาตั้งไว้ เพื่อให้ประชาชนได้สักการะกราบไหว้ตลอดทั้งวัน

 

     รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า ร.พ.ศรีนครินทร์ ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับการสักการบูชาไว้ที่ชั้น 14 อาคารผู้ป่วยนอก เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้ โดยไม่ตั้งจุดรับริจาคหรือจำหน่ายดอกไม้หรือจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อคูณแต่อย่างใด เนื่องจากที่ประชุมร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น, คณะแพทยศาสตร์, ร.พ.ศรีนครินทร์, จ.นครราชสีมา และ จ.ขอนแก่น มีมติงดกราบสรีรสังขารตลอดระยะเวลาของการทำหน้าที่ครูใหญ่ 3 ปี แต่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้กราบสรีรสังขารอีกครั้งในช่วงของการประกอบ พิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ในปี 2561 เพราะเกรงจะถูกคำครหาว่าจะหาผลประโยชน์ ตลอดระยะเวลาที่สรีรสังขารหลวงพ่อคูณอยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของคณะแพทยศาสตร์

       "ขณะนี้สรีรสังขารของท่านกำลังอยู่ในกระบวนการเป็นครูใหญ่ ถูกดองไว้ในอ่างดองที่จัดทำขึ้นแยกจากร่างของครูใหญ่อื่นๆ โดยจะดองทั้งจีวร ก่อนนำมาไว้ภายในห้องพิพิธภัณฑ์ชั้น 7 อาคารแพทยศาสตร์ โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ประจำตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง และติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบสถานที่ดังกล่าวทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปบนชั้น 7 ซึ่งเป็นสถานที่ดองสรีระโดยเด็ดขาด แต่เพื่อความสะดวกและไม่ขัดศรัทธาของประชาชนที่ต้องการมากราบไหว้สรีระ ซึ่งทำให้ประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้ รวมทั้งญาติผู้ป่วยในร.พ.ได้พากันกราบไหว้สรีรสังขาร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขึ้นไปกราบไหว้บนชั้น 7 ก็ตาม" รศ.นพ.ชาญชัยกล่าว

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีพิธีเคลื่อนสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม จากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ไปที่ภาควิชากายภาคศาสตร์ อาคาร 7 ชั้น คณะแพทยศาสตร์แล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลด้านการทำความสะอาดภายในงาน ได้ระดมคนเกือบ 200 คน เร่งทำความสะอาดเก็บรื้อถอนป้ายภาพบนเวที เก็บกวาดขยะทั้งภายในห้องสถานที่จัดตั้งสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ และรอบๆ ภายนอกอาคารของศูนย์ประชุม เต็นท์โรงทาน โต๊ะ เก้าอี้ ที่มีผู้มีจิตศรัทธามาเปิดโรงทาน ตั้งแต่มีการเคลื่อนสรีรสังขารของหลวงพ่อคูณออกจากห้องไป จนกระทั่งเช้าจึงแล้วเสร็จ 

ศิษย์หลวงพ่อคูณชาวโคราชคนหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อขบวนอัญเชิญสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม มาที่อาคาร 7 ชั้น ของคณะแพทยศาสตร์ และที่ห้องเก็บสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม เมื่อเย็นวันที่ 24 พ.ค. เมื่อ สรีรสังขารของท่านได้มาถึงสถานที่จัดไว้ และมีพิธีมอบสรีรสังขารให้คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. โดยพระสงฆ์จำนวน 10 รูป สวดมาติกา พระธรรมวรนายก ที่ปรึกษา เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา นำกล่าวคำขอขมา เมื่อเสร็จพิธีกรวดน้ำ รับพร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา พร้อมกับพระสงฆ์ได้เดินทางกลับ จึงเหลือแต่ศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อคูณ 2-3 คน และอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ ที่จะต้องนำ สรีรสังขารของหลวงพ่อคูณดองในอ่างดอง

      ศิษย์คนดังกล่าวเปิดเผยว่า ในช่วงนี้ศิษย์เอกหลวงพ่อคูณได้ขอเปลี่ยนจีวร สังฆาฏิ สบง และอังสะ ที่ห่มอยู่ และเครื่องอัฐบริขารที่อยู่ในโลงแก้ว และอยู่ในพิธีบำเพ็ญกุศลศพ และเคลื่อนสรีรสังขาร ซึ่งได้ต่อรองอยู่นาน กระทั่งเมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 24 พ.ค. อาจารย์ที่เกี่ยวข้องในการดองสรีรสังขาร จึงจำเป็นต้องยอมให้นำจีวรมาเปลี่ยนให้ใหม่ และเอาจีวรที่เข้าพิธีดังกล่าวไป ถือว่าเป็นครั้งที่ 5 แล้ว

       เวลา 10.00 น. ที่อาคารผู้ป่วยนอกตึก ก. ชั้นล่างของอาคารคณะแพทยศาสตร์ รศ.นพ.อภิชาติ จิระวุฒิพงค์ ผอ.ร.พ.ศรีนครินทร์ พร้อมคณะผู้บริหารโรงพยาบาล ได้มาจัดสถานที่ให้เป็นที่สักการะกราบไหว้พระเทพวิทยาคม เนื่องจากมีประชาชนผู้ศรัทธาหลวงพ่อคูณ และศิษยานุศิษย์จำนวนมากออแน่นเต็มอาคารอยู่ด้านล่างของอาคาร 7 ชั้น เพราะเจ้าหน้าที่ได้ห้ามเข้าไปภายใน หรือขึ้นไปที่ชั้นดองสรีรสังขารอย่างเด็ดขาด จึงต้องจัดสถานที่ดังกล่าวให้เป็นที่กราบไหว้สักการะแทน โดยใช้อาคารผู้ป่วยนอกตึก ก. ชั้นล่าง จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชา วางดอกไม้ ดอกบัว และสัญลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น คือ แคน และมีภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ติดที่ฝาผนังเป็นรูปหลวงพ่อคูณนั่งยองๆ พร้อมกับเขียนข้อความว่า "พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) วัดบ้านไร่ อ.ด่าน ขุนทด จ.นครราชสีมา" และ "กูก็มานึกดูว่าอยากจะสร้างบารมีในเรื่องบริจาคศพดีกว่าเอาไปเผาทิ้ง ให้เขาเอาไปเป็นทานเป็นครูเขา เขาจิได้เอาไว้พิจารณาหาเหตุผลในเรื่องแพทย์"

       รศ.นพ.อภิชาติ กล่าวว่า การที่ร.พ. ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น ได้จัดสถานที่ให้ประชาชนผู้เคารพศรัทธาหลวงพ่อคูณ และศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อคูณได้มาสักการะและกราบไหว้หลวงพ่อคูณที่ร.พ.ศรีนครินทร์ เพราะทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าสรีรสังขารของท่านอยู่ในอ่างดองชั้น 7 และไม่สามารถขึ้นไปกราบไหว้ท่านได้ เมื่อผู้ศรัทธาหลวงพ่อคูณมีจำนวนมากยังมากราบไหว้อยู่ที่นี่ จึงต้องจัดสถานที่ให้มาเคารพกราบไหว้ไว้ นอกจากนี้ ยังมีทีวีวงจรปิดที่ถ่ายจากสรีรสังขาร หลวงพ่อคูณที่อยู่ในอ่างดองสรีรสังขารที่ชั้น 7 มาสู่ทีวีวงจรปิดตรงสถานที่จัดให้ตรงที่ สักการะหลวงพ่อคูณ โดยให้เห็นตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนผู้ศรัทธาได้เห็นเกิดความสบายใจ และอุ่นใจขึ้น ที่ได้นำสรีรสังขารของท่านมาทำตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรม พร้อมกับตั้งโต๊ะบริจาคเงินในสถานที่แห่งนี้ โดยไม่ให้มีใครมายกไปได้ และการเปิดแต่ละครั้งจะมีคณะกรรมการมาเปิดต่อหน้าสักขีพยานที่เป็นศิษย์ของหลวงพ่อคูณด้วย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดเตรียมดอกบัวให้สาธุชนที่ศรัทธาหลวงพ่อคูณมากราบไหว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน เพราะมีคนบริจาคดอกบัวให้จำนวนหนึ่ง

       รศ.นพ.อภิชาติ กล่าวว่า สรีรสังขารพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ที่ได้มอบให้กับภาควิชากายภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ขณะนี้อยู่ในอ่างดองสรีรสังขารโดยเฉพาะท่านเท่านั้น และจะดองเป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้นจะนำมาให้นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปี 2 และชั้นปี 3 มาศึกษาด้านกายวิภาคศาสตร์ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2 ปี และในการเรียนรู้สรีรสังขารหลวงพ่อคูณจะไม่ให้นักศึกษาแพทย์มาชำแหละเองเด็ดขาด แต่จะให้อาจารย์ผู้ใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญสูงในด้านสรีระร่างกายของมนุษย์มาสาธิต สรีรสังขารของหลวงพ่อคูณให้นักศึกษาแพทย์ดู โดยไม่ให้แตะต้องหรือชำแหละ สรีรสังขารของท่านแม้แต่นิดเดียว แต่จะได้เรียนรู้สรีรสังขารของหลวงพ่อคูณตามความเป็นจริงตามที่ท่านได้ระบุไว้ในพินัยกรรม จนกระทั่งถึงพิธีพระราชทานเพลิงศพที่วัดหนองแวงพระอารามหลวง และมาลอยอังคารที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ที่ระบุไว้ในพินัยกรรม

เมื่อเวลา 10.00 น. พระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของ พระเทพวิทยาคมและทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยคณะกรรมการที่พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา แต่งตั้งขึ้น ได้เดินทางไปที่วัดบ้านไร่ เพื่อประชุมหารือกับคณะกรรมการวัดบ้านไร่ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนขั้นตอน และกำหนดกรอบระยะเวลาการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด โดยในที่ประชุมเปิดโอกาสให้คณะกรรมการวัดบ้านไร่ชุดเก่า ได้ชี้แจงบัญชีของวัดทั้งหมด ซึ่งวันเดียวกันนี้มีคณะกรรมการวัดบ้านไร่ชุดเก่า เข้าร่วมประชุม 4 คน ได้แก่ นายเกรียงไกร จารุทวี, นายธวัช เรืองหร่าย รักษาการไวยาวัจกร และอดีตเหรัญญิกวัดบ้านไร่, นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ และ นางจู กริสุทธชาติ รักษาการกรรมการวัดบ้านไร่ 

      อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบัญชีทรัพย์สินของวัดบ้านไร่มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระจัด กระจายอยู่ในการดูแลของหลายคน อีกทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทรัพย์สินเพิ่งจะกลับมาจากร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณ จึงยังไม่สามารถรวบรวมข้อมูลได้ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นคณะกรรมการวัดจึงได้ขอเวลาอีก 1 เดือน เพื่อรวบรวมข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ทั้งหมด มาเสนอกับคณะกรรมการตรวจสอบฯ อีกครั้ง โดยในที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบตามนั้น ทั้งนี้คณะกรรมการได้มอบหมายให้ นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการ เป็นผู้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนแต่เพียงผู้เดียว

      นายบัญชายุทธ เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบฯ มีมติเห็นชอบให้โอกาสคณะกรรมการวัดชุดเก่า ไปรวบรวมหลักฐาน และข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ และของหลวงพ่อคูณทั้งหมด ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยให้แยกบัญชีทรัพย์สินเป็นหมวดหมู่ ทั้งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ และไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ และมาส่งข้อมูลหลักฐานให้กับคณะกรรมการตรวจสอบฯ ที่วัดบ้านไร่ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2558 หลังจากนั้นคณะกรรมการตรวจสอบฯ จะนำมาพิจารณา ก่อนที่จะปิดประกาศให้สาธารณชนชาวบ้านไร่ทราบ เป็นระยะเวลา 1 เดือน ระหว่างนี้หากมีผู้ท้วงติง หรือมีหลักฐานอื่นเพิ่มเติม ก็จะให้เวลาแก้ไขให้เรียบร้อย ก่อนที่จะสรุปและประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะส่งมอบให้กับคณะกรรมการวัดชุดใหม่ เพื่อดำเนินการต่อไป

       ขณะเดียวกัน นายเกรียงไกร จารุทวี รักษาการรองประธานคณะกรรมการวัดบ้านไร่ และเป็นผู้ดูแลวิหารเทพวิทยาคม ก็ได้ชี้แจงถึงกรณีวัดบ้านไร่มีหนี้สินจากการก่อสร้างวิหารเทพวิทยาคม 95 ล้านบาท ว่า ยืนยัน ว่าหลวงพ่อคูณ และวัดบ้านไร่ไม่ได้เป็นหนี้สิน 95 ล้านบาท แต่ด้วยความศรัทธาของตนในการผลักดันก่อสร้างวิหารเทพวิทยาคมที่ตนเป็นผู้ดูแล ตนจึงใช้เงินส่วนตัวทดรองจ่ายไปก่อน ซึ่งเงินจำนวนนี้ถือเป็นเงินทดรองจ่าย และไม่ได้ถือเป็นหนี้สินของวัดบ้านไร่ หรือหนี้สินของหลวงพ่อคูณแต่อย่างใด ส่วนเงินทดรองจ่ายนี้จะต้องหามาจ่ายให้ตนคืนหรือไม่ในรูปแบบใดนั้น ต้องหารือคณะกรรมการวัดบ้านไร่ชุดใหม่อีกครั้ง

      ด้านนายบัญชายุทธกล่าวว่า ได้วางแผน ขั้นตอนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ทั้งสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์มีจำนวนมาก ขณะนี้ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน จึงได้กำหนดดังนี้ 1.หมวดอาคาร 2.หมวดที่ดิน 3.หมวดยานพาหนะ 4.หมวดทรัพย์สินของมีค่า โดยมีทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ และของหลวงพ่อคูณ 5.หมวดการเงิน ได้แก่การเงินของบัญชีวัดบ้านไร่, บัญชีมูลนิธิในนามของวัดบ้านไร่, บัญชีในส่วนของหลวงพ่อคูณฯ และ 6.ทรัพย์สินอื่นๆ ต้องใช้เวลารวบรวมนานพอสมควร หากเป็นการตรวจสอบเชิงลึก ได้แต่งตั้งกรรมการที่เป็นผู้รู้ข้อมูลอย่างแท้จริง เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น รวมทั้งผ่านกระบวนการพิจารณาของกรรมการ จะรีบแจ้งให้สาธารณชนรับทราบโดยเร็ว

     อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจหน้าที่จับผิดหรือกล่าวโทษ รวมทั้งแสดงความคิดเห็น เพียงรับทราบตามรายงานการสำรวจ และต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนหนี้สินที่เกี่ยวข้อง เช่น การก่อสร้างวิหารพระเทพวิทยาคม ที่ยังอยู่ในระหว่างสัญญานั้น จะต้องรายงานแก่คณะกรรมการตรวจสอบอย่างครบถ้วน โดยในระหว่างสำรวจ การดำเนินการทางทรัพย์ส่วนใหญ่ต้องถูกระงับไว้ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการวัด และไวยาวัจกรวัด ชุดใหม่ เป็นทางการ และเป็นที่ยอมรับทุกฝ่ายอีกครั้ง ส่วนผู้ที่รับผิดชอบหนี้สินนั้น คือ คณะกรรมการวัดชุดใหม่ แต่จะเป็นรูปแบบขั้นตอนอย่างไรนั้น จะต้องมีการวางแผนกำหนดแนวทางอีกครั้ง

      ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรมต.อุตสาหกรรม และนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าฯนครราชสีมา ร่วมประชุมการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณณรสมวาร (ครบ 15 วัน) แห่งการมรณภาพของพระเทพวิทยาคม ครั้งที่ 1/2558 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) และผู้แทนภาคเอกชน จำนวน 80 คน ร่วมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมตามคำสั่งที่ 3214/2558 มอบหมายให้แต่ละหน่วยงาน แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งมีการจัดสถานที่ โรงทาน การรับบริจาค การประชาสัมพันธ์ และการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งอำนวยความสะดวกการจราจร 

    นายธงชัย เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 30 พ.ค. จะมีพิธีสวดมนต์เย็น ที่หอประชุมคณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา วัดพายัพ พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง และในวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งเป็นระยะเวลาครบ 15 วัน ช่วงเช้าตรู่มีพิธีทำบุญตักบาตร เวลา 09.00 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดพุทธมนต์ คณะสงฆ์ 200 รูป สวดมาติกาบังสุกุล ประธานและผู้มีเกียรติทอดผ้าบังสุกุล และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล พระราชวิมลโมลี ในฐานะประธานสงฆ์นำคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน นั่งบำเพ็ญสมาธิเพื่ออุทิศถวายแด่หลวงพ่อคูณ คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมพิธีจำนวนมาก จึงได้เตรียมกางเต็นท์ที่สนามหน้าศาลากลาง เพื่อรองรับพลังศรัทธาของประชาชน ส่วนอีก 31 อำเภอ เจ้าคณะจังหวัดได้ประสานให้เจ้าคณะอำเภอกำหนดจัดพิธีกรรมพร้อมกับวัดพายัพ อำเภอละ 1 วัด

      ด้านนายสุวัจน์เปิดเผยว่า คุณูปการของหลวงพ่อคูณ ได้สร้างคุณประโยชน์ให้ กับชาวโคราชอย่างมากมาย ต่อไปทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรักษาดูแลศาสนสถานวัดบ้านไร่และวิหารเทพวิทยาคมให้คงสภาพเสมือนครั้งหลวงพ่อคูณมีชีวิตอยู่ รวมทั้งสินทรัพย์คุณค่าทางจิตใจ คุณงามความดี ประวัติศาสตร์ตำนาน ของท่านที่ได้สร้างไว้ให้ลูกหลานชาวพุทธศาสนิกชน และผู้เลื่อมใสศรัทธาทั่วโลก นำไปสู่แหล่งศึกษาหาความรู้จากหลักธรรมคำสั่งสอนของพุทธศาสนา ตนเชื่อมั่น แม้นจะไม่มีหลวงพ่อ ประชาชนทั่วสารทิศจะเดินทางมาที่วัดบ้านไร่อย่างเนืองแน่นเช่นเดิม

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!