WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

เช็กบิลโกงตุน'เงินสด' บิ๊กต๊อกแฉ ค้นบ้านเจอกระเป๋าอื้อ ขู่ใช้ไม้ตายเลิกธนบัตร ส่ง1พันชื่อให้แบงก์เช็ก ศาลให้ประกันวรเจตน์ ห้ามการเมือง-ไปนอก จัดแถวแท็กซี่ 4 จุดใหญ่

ประกันตัว - นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกควบคุมตัวไปขึ้นศาลทหาร กรุงเทพฯ ในคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ไม่เข้ารายงานตัว ต่อมาศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราว ให้ประกันตัวในวงเงิน 2 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน

มติชนออนไลน์ :

      ศาลให้ประกันตัว'วรเจตน์' คสช.นำร่องจัดระเบียบแท็กซี่ 4 จุด ทั้งสุวรรณภูมิ ดอนเมือง บีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยฯ ลั่นล้างมาเฟียใน 1 เดือน คสช.เรียกทูตทหาร 22 ประเทศแจง เผยอินโดฯ เยอรมนี ญี่ปุ่น รุมถาม

@ คสช.แจงทูตทหาร 22 ประเทศ
      เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค พร้อมด้วยทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยจำนวน 22 ประเทศ มาทำความเข้าใจสถานการณ์ของประเทศไทย รวมถึงการทำงานของ คสช. โดยวันนี้มีผู้ช่วยทูตทหารมาจำนวน 18 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เมียนมาร์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวีเดน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และเกาหลีใต้ ส่วนอีก 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว สเปน และคูเวต ติดภารกิจ แต่ก็ได้ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดถึงความจำเป็นมายัง คสช.แล้ว คสช.จะเชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศมาทำความเข้าใจสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากเกิดความไม่เข้าใจกับสถานการณ์ของประเทศไทย รวมถึงการทำงานของ คสช.

@ ซักปมพบจีน-เลือกตั้ง

พ.อ.วีรชนกล่าวว่า ทูตแต่ละประเทศสอบถามในประเด็นต่างๆ อย่างเช่น ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศอินโดนีเซีย สอบถามเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งภายในประเทศไทย ใช่เรื่องแปลก เพราะเขาต้องชี้แจงกับผู้บังคับบัญชาของเขาให้ได้รับทราบ ประเทศในแถบยุโรปยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยอยู่ เป็นหน้าที่ของพวกเราเช่นกันเพื่อสะท้อนถึงความชัดเจน หัวหน้า คสช.ไม่อยากให้ไปตอบโต้กับต่างประเทศที่แสดงท่าทีรุนแรงต่อ คสช. แต่ขอให้เห็นใจ และขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง 

พ.อ.วีรชนกล่าวถึงประเทศเยอรมนีมีการสอบถามกรณีที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รักษาการปลัดกระทรวงกลาโหม เดินทางไปเยือนประเทศจีนเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานั้น เพราะประเทศแถบตะวันตกให้ความสำคัญในเรื่องการเคลื่อนไหวของกองทัพไทยที่มีท่าทีกับประเทศจีนว่าจะเป็นไปในลักษณะใด เพราะประเทศไทยยังระบุว่ายังยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยว่า เราได้ชี้แจงไปว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแผนงานกำหนดขึ้นมาก่อนหน้านั้น นอกจากนี้ ทางประเทศจีนยังไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธต่อสถานการณ์ในประเทศไทย เพียงแต่ทางกองทัพประเทศจีนย้ำถึงข้อตกลงกับกองทัพไทยที่มีมาก่อนหน้านี้ก็ยังอยู่คงเดิม สำหรับผู้ช่วยทูตทหารประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นประเทศที่มีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องดังกล่าว และเขาจะตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย เขาต้องการความมั่นใจจากกองทัพไทยในเรื่องการติดต่อและความร่วมมือต่างๆ ที่จะมีต่อจากนี้

@ คุมเข้มแท็กซี่สุวรรณภูมิ 

พล.ต.นิรันดร สมุทรสาคร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) กล่าวภายหลังการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงการจัดระเบียบรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่กรมการขนส่งทางบกว่า ได้เริ่มต้นการจัดระเบียบรถแท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่แรก เนื่องจากเป็นหน้าตาของประเทศ และพฤติกรรมของแท็กซี่ ก็จะส่งผลต่อภาพพจน์ของสนามบิน และประเทศด้วย ที่ผ่านมามีปัญหาแท็กซี่พาผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวไปทิ้งกลางทาง รวมทั้งการเรียกราคาค่าโดยสารเพิ่ม หรือคิดราคาสูงมากเกินไป รวมทั้งเรื่องกิริยามารยาท และการไปเกี่ยวข้องกับอบายมุข สิ่งผิดกฎหมาย ทั้งหมดนี้เพราะมีระบบผู้มีอิทธิพลคุมอยู่ ที่สนามบินสุวรรณภูมิมีแท็กซี่จำนวน 7,000 คัน จำนวน 39 กลุ่ม หรือสหกรณ์ โดย 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นรถส่วนตัว ที่เหลือเป็นรถเช่า

พล.ต.นิรันดรกล่าวว่า ได้ไปพูดคุยกับทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลุ่มต่างๆ ที่มารับงานที่สนามบินและบรรดาแท็กซี่แล้ว เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ คสช.ต้องให้ มทบ.11 เข้ามาดูแลจัดระเบียบ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย คสช. คือ 1.ลดความเดือดร้อนของประชาชน และคืนความสุขให้ประชาชน ผู้โดยสาร รวมทั้งคนขับแท็กซี่ด้วย เราต้องการให้มีเรื่องร้องเรียนให้น้อยที่สุดหรือเมื่อมีแล้วต้องรีบแก้ไข 2.แท็กซี่จะต้องเข้าสู่กรอบกติการะเบียบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด หรือแม้แต่ค้าประเวณี เพราะอยู่รวมกันหมู่มาก ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีรถแท็กซี่ทั้งหมด 7,000 คัน แต่จะมีที่เข้ามารับผู้โดยสารประจำราว 3,000 คันเท่านั้น

@ เล็งใช้การ์ดรูดแทนมาเฟีย 
       พล.ต.นิรันดร กล่าวว่า ปัญหาสำคัญคือมีมาเฟียเข้ามาคุมและจัดระบบคิวรถให้แท็กซี่ในการเลือกผู้โดยสาร เพราะแท็กซี่ส่วนใหญ่ จะไม่อยากรับผู้โดยสารไประยะใกล้ๆ เพราะไม่คุ้ม แต่ต้องการนักท่องเที่ยวที่ไปไกลๆ เช่น พัทยา ก็จะได้ 2-3 พันบาท แต่แท็กซี่ก็ต้องจ่ายหัวคิวให้มาเฟียคุมการจัดคิวรถ นับจากนี้แท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ลงทะเบียนประวัติ ลายนิ้วมือของแท็กซี่ที่มาจดทะเบียนกับสุวรรณภูมิทั้งหมด แล้วใช้ระบบการ์ดรูดเข้ามาแทน การใช้ระบบมาเฟียหรือผู้มีอิทธิพลมาคุม แท็กซี่ทุกคนก็ต้องยอมรับว่าแล้วแต่ดวงว่าจะได้ลูกค้าไปที่ไหน ตามคิว ไม่มีการเลือกลูกค้าว่าจะไปใกล้หรือไกล โดยจะใช้รูดการ์ดตามคิว แต่ถ้าแท็กซี่ได้ลูกค้าใกล้ๆ เราก็อาจจะให้เขาวนคิวเข้ามารับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นอีก
      "มีมาเฟียมีสีที่สนามบินสุวรรณภูมิ เรารู้แล้วว่าเป็นใครบ้าง โยงใยกับใคร ตอนนี้แค่เตือนๆ ก่อน ภายใน 1 เดือน ถ้าเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ระบบมาเฟียจะหมดไป เพราะไม่อยากถึงขั้นจะต้องให้ สห.ทบ.เข้าไปเดินตรวจความเรียบร้อย ไม่ต้องการทำแบบนั้น ภายใน 1 เดือนจะเห็นผล เพราะระบบมาเฟียจะหมดไป ไม่ต้องมีคนมาเลือกลูกค้าให้ ใช้คำว่าขอความร่วมมือ แต่ถ้าไม่ยอมให้ความร่วมมือ ก็บอกขำๆ ว่าจะเอาทหารไปยืนกอดอกอยู่หลังเคาน์เตอร์" พล.ต.นิรันดรกล่าว 

@ ชี้ต้องจ่าย 50 บ.เป็นกฎกระทรวง
      พล.ต.นิรันดรกล่าวว่า แท็กซี่ที่สุวรรณภูมิมี 2 ระบบ คือพวกจดทะเบียนมารับผู้โดยสารชั้นล่าง มีขาประจำ 3 พันคัน จะได้วันละ 2 เที่ยว โดยก็ต้องดูแลคนขับแท็กซี่ด้วย เพราะเขาก็ทำมาหากิน ค่าเช่ารถวันละ 700 จึงต้องได้อย่างน้อยวันละ 1,700 บาท ถึงจะอยู่ได้ เพราะบรรดาแท็กซี่บอกว่าช่วงที่มีการชุมนุม 7 เดือนนั้นเดือดร้อนมาก เพราะนักท่องเที่ยวน้อยมาก โดนยึดรถที่ผ่อนส่งเองไปหลายราย เชื่อว่าอีกไม่นานนักท่องเที่ยวก็จะกลับมาอีกไม่ช้านี้ เพราะสถานการณ์ปกติ และมีความเข้าใจในสถานการณ์มากขึ้นแล้ว
      พล.ต.นิรันดร กล่าวว่า ในส่วนของค่าธรรมเนียมแท็กซี่จำนวน 50 บาท ที่ผู้โดยสารจะต้องจ่ายให้แท็กซี่นั้น เป็นไปตามกฎกระทรวง ต้องจ่าย ไม่มีปัญหา แต่ทางแท็กซี่ขอให้ คสช.พิจารณาปรับมิเตอร์แท็กซี่ในเรื่องราคา เพราะไม่ได้ปรับมา 10 ปีแล้ว แต่นโยบายของ คสช.คือ ขอให้ตรึงราคาไว้สักระยะหนึ่งก่อน แล้วค่อยมาหารือกันอีกในภายหลัง ส่วนแท็กซี่ระบบที่ 2 คือแท็กซี่ทั่วไป ในเขต กทม.และปริมณฑลจำนวน 1 แสน 1 หมื่นคัน ในจำนวนนี้มี 7 หมื่นคันสังกัด 130 สหกรณ์แท็กซี่ และ 13 ศูนย์วิทยุแท็กซี่ อีกจำนวน 4 หมื่นคันเป็นแท็กซี่อิสระ แท็กซี่จากข้างนอกที่ไม่ได้จดทะเบียนกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเข้ามาที่ชั้น 4 เพราะมาส่งผู้โดยสารขาออก ตรงนี้สามารถรับผู้โดยสารออกไปได้ แต่ห้ามจอดแช่รอผู้โดยสาร 

@ ห่วงทหารกลับมาเฟียโผล่
      "เราพยายามลดแรงกดดัน ไม่ได้บังคับอะไร แต่ถ้าไม่ร่วมมือก็มีลงโทษ คือให้กรมการขนส่งทางบกยึดใบอนุญาต และแจ้ง ตร. แล้วจะไม่ให้เข้ามาในสุวรรณภูมิอีก แต่ที่ห่วงคือเมื่อทหารออกไป ระบบมาเฟียจะกลับเข้ามาอีก ดังนั้น จึงจะเสนอ คสช.ให้มีการหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขเรื่อง พ.ร.บ.ท่าอากาศยาน เนื่องจากสุวรรณภูมิตั้งมาทีหลัง ไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.ท่าอากาศยาน และไม่ได้อยู่ในเขตทหารด้วย จึงทำให้มีปัญหาหลายอย่าง โดยทาง มทบ.11 จะหารือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อหาทางในการจัดระเบียบ สัปดาห์หน้าจะเชิญสหกรณ์แท็กซี่ทั้งหมดมาพบปะหารือเพื่อหาแนวทางและรับฟังความเห็น เพื่อจัดระเบียบแท็กซี่ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย รวมทั้งที่สนามบินดอนเมือง" พล.ต.นิรันดรกล่าว 

@ ขบ.นำร่องแก้ปัญหาแท็กซี่4จุด
     นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติตั้งจุดตรวจร่วมโดยจะมีการสนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ ขบ. เข้าประจำยังจุดตรวจร่วมที่สำคัญที่พื้นที่ที่ประชาชนมีความต้องการใช้บริการแท็กซี่จำนวนมาก โดยจะนำร่องจำนวน 4 จุด คือ บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และบริเวณจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและบีทีเอส เช่น บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต เป็นต้น
      "วันที่ 19 มิถุนายน ทหารจะเข้าร่วมตั้งจุดตรวจร่วมแรกที่สนามบินดอนเมือง แท็กซี่ที่ผ่านเข้าและออกภายในสนามบินจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ขับขี่และตัวรถว่าปฏิบัติตามระเบียบการขนส่งถูกต้องหรือไม่ มีการเอาเปรียบผู้โดยสารฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสาร ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร หรือกระทำผิดกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ หากพบว่าฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีทันทีแบบจริงจัง" นายอัฌษไธค์กล่าว และว่า จะจัดระเบียบรถแท็กซี่ที่จอดกีดขวางบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าและจุดสำคัญต่างๆ จะมีทหารเข้าร่วมสังเกตการณ์ทำงานที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนรถสาธารณะ 1584 

@ สุวรรณภูมิดีเดย์ 1 ส.ค.รูดบัตร
       นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า จะเข้ามาดูแลเพื่อแก้ปัญหาที่มีการปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร หรือไม่คิดค่าโดยสารตามมิเตอร์ เตรียมนำระบบคอมพิวเตอร์ในการจัดคิวผู้โดยสารมาใช้ที่สุวรรณภูมิด้วย อยู่ระหว่างการประกวดราคาเพื่อจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ใช้วิธีการเช่าเดือนละ 7 แสนบาท คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หรือเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยมีการลงทะเบียนประวัติ ลายนิ้วมือของแท็กซี่ที่จดทะเบียนกับสนามบินสุวรรณภูมิ และใช้ระบบรูดการ์ดแทนการใช้มาเฟียจัดคิว ทำให้แท็กซี่ไม่มีการเลือกลูกค้า ระบบมาเฟียจะหมดไป 

@ เผยโทษวินจยย.เอาเปรียบปชช.
        แหล่งข่าวจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า สำหรับกรณีการจัดระเบียบมอเตอร์ไซค์รับจ้างหากพบมีการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินกำหนด ถือเป็นการเอาเปรียบประชาชน และมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนอัตราค่าโดยสารรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ทางการกำหนดไว้ระยะทาง 2 กม.แรก ไม่เกิน 25 บาท กม.ต่อไป ไม่เกิน กม.ละ 5 บาท และหากระยะทางเกิน 5 กม.ขึ้นไป ให้เป็นไปตามที่ตกลงกัน แต่ต้องให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้โดยสาร นอกจากนี้หากนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะมารับจ้างผู้โดยสาร จะมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท 

@ โต้ฮิวแมนไรต์สมองด้านเดียว
       พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบกและทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีข่าวนายจอห์น ซิฟตัน ผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์สวอตช์ (Human Rights Watch) ประจำเอเชียแถลงเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ความเห็นดังกล่าวเป็นมุมมองหนึ่งจากภายนอกที่อาจยังได้รับข้อมูลไม่ครบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนของประชาชนต่อการเข้ามาแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศซึ่งยืดเยื้อมานาน และเป็นที่รับรู้ทั่วกันว่าเดิมทุกอย่างติดขัดไม่สามารถหาทางออกได้ การดำเนินการของ คสช.ไม่อยากให้มองเป็นอันตรายหรือไปทำลายหลักการใดๆ ขอให้มองที่เหตุผลและความจำเป็น ยืนยันประชาธิปไตยยังคงอยู่ เพียงขอใช้เวลาส่วนหนึ่งในการจัดระเบียบ เพื่อพิทักษ์รักษาประชาธิปไตยไว้ให้เข้มแข็งมากขึ้น

@ บิ๊กต๊อกยันบิ๊กตู่ยังไม่เกษียณ
      ที่โรงแรมเอเชีย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วย ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานมอบนโยบายให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสถาบันการเงินว่า ที่ผ่านมาไม่มีความคิดจะยึดอำนาจแต่ประเทศไม่มีทางออก คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เรียกร้องให้ปฏิรูป เคารพในแนวคิดของเขา แต่ไม่เคารพในสิ่งที่เขาทำผิดกฎหมาย ขณะที่รัฐบาลรักษาการไม่สามารถนำเงินค่าข้าวมาจ่ายให้ชาวนาได้เพราะกฎหมายไม่ถูกต้อง ในทางการเมืองไม่มีฝ่ายใดยอมกัน เพราะกลัวจะเสียรูปมวย คสช.ไม่ใช่มนุษย์วิเศษจะสามารถบันดาลสิ่งใดก็ได้ แต่ คสช.มีพลังจะทำให้ปัญหาหมดไปได้ คสช.อาจจำเป็นต้องทิ้งมิติประชาธิปไตยไปสักระยะเพื่อแก้ปัญหาประเทศ เพราะหากทำไม่สำเร็จจะเกิดผล
       กระทบมหาศาล คสช.ถือเป็นองค์กรเดียวจะแก้ไขได้ งานนี้ไม่ใช่เรื่องของคนเก่งแต่เป็นเรื่องของคนกล้า ได้บอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ว่าจะต้องกล้า ทำให้สำเร็จ ถ้าทำไม่สำเร็จแล้วเกษียณไปอาจจะมีความสุขกับลูกกับเมีย แต่ปัญหาจะคงอยู่กับประเทศนี้ ผบ.ทบ.ย้ำว่าจะไม่เกษียณหรือลาออกไปในขณะที่บ้านเมืองยังมีปัญหา

@ ยันเดินหน้าเลือกตั้งอบต.
       "ภายในเดือนสิงหาคมนี้จะมีการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อทำรัฐธรรมนูญชั่วคราว และในเดือนกันยายนจะมีรัฐบาลและสภาปฏิรูป จะพยายามทำให้ใกล้เคียงประชาธิปไตยมากที่สุด ขณะนี้กฎหมายใดไม่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน จะไม่ประกาศหรือออกคำสั่งเพราะหัวหน้า คสช.ระมัดระวัง ไม่ให้ถูกมองว่าไปแตะในเรื่องที่ติดค้างจากรัฐบาลที่ผ่านมา รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายจะชะลอจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรี เร็วๆ นี้ อบต.กว่า 40 เปอร์เซ็นต์จะครบวาระ ยืนยันว่า คสช.จะผลักดันให้มีการเลือกตั้ง ย้ำว่าจะให้มี อบต.ที่มาจากการเลือกตั้งให้ได้ และท้ายที่สุดเมื่อมีกรอบกติกาหรือรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย เราจะมีการเมือง พรรคการเมืองขึ้นมาบริหารประเทศ ดังนั้นขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาประเทศ เพราะลำพัง คสช.คงไม่มีขีดความสามารถพอในการทำโดยไม่มีความร่วมมือจากทุกฝ่าย" พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

@ คสช.ชี้คนพอใจไร้กลุ่มต้าน 
       ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ดูแลงานความมั่นคง พร้อม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดาผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1 รอ. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. พร้อมรองผบช.น. ผบก. ที่รับผิดชอบ ร่วมประชุมงานด้านความมั่นคง 
       พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้ประมวลสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมา ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาแสดงสัญลักษณ์ใดๆ ทุกสถานที่ที่มีการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด จากการวิเคราะห์ของ คสช.พบว่า จากโพลที่ปรากฏมีผู้ให้การสนับสนุนการทำงานของ คสช.ประมาณร้อยละ 90 อาจจะทำให้ผู้ที่มีความคิดเห็นต่างเห็นว่า ถ้ายังแสดงสัญลักษณ์ใดก็แล้ว แต่จะขัดต่อความรู้สึกกับคนส่วนใหญ่มีความเห็นให้ คสช.ได้ทำงาน ผู้ชุมนุมจึงมีจำนวนลดน้อยลง เพราะไม่มีแกนนำหรือใครที่ชักชวนปลุกปั่น รวมถึงมาตรการของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและกำหนดยุทธวิธีแก้ปัญหากลุ่มผู้ชุมนุมได้อย่างถูกต้อง อย่างการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานี เพื่อปิดเส้นทางที่ผู้ชุมนุมใช้เป็นหลัก รวมถึงจุดสุ่มเสี่ยงอื่นๆ โดยใช้กำลังนอกเครื่องแบบพร้อมบันทึกภาพ

@ 20 มิ.ย.ระดมกวาดล้างใหญ่
      พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ร้านแมคโดนัลด์ มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี รวมทั้งให้พนักงานติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร โดยเฉพาะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปประชาสัมพันธ์เพื่อทำความเข้าใจ เช่น นายตำรวจระดับ สว.-รอง สว.พื้นที่รับผิดชอบดูแลร้านสะดวกซื้อทั้งหมดกี่จุด แล้วแลกเบอร์กับพนักงานเพื่อติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 18-24 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศจะระดมกวาดล้างร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร เน้นเรื่องความมั่นคงจับกุมอาวุธสงครามและยาเสพติด เพื่อแสดงศักยภาพการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร ทั้งนี้ มีการปล่อยแถวในวันที่ 20 มิถุนายน เวลา 16.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า 
       ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการตรวจพบอาวุธสงครามใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิสามารถหาความเชื่อมโยงของอาวุธสงครามเหล่านั้นกับกลุ่มใดที่เคยก่อเหตุบ้าง พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ทางการสอบสวนเมื่อได้อาวุธสงครามมามอบคืนหรือนำมาทิ้ง ทางการข่าวของทหารและตำรวจ ทางทหารมีข้อมูลเป้าหมายว่าคนใดกลุ่มใดเป็นผู้มีอิทธิพล จะใช้วิธีกดดันเข้าไปพูดคุยและเฝ้าระวัง เป็นส่วนหนึ่งจากการทำงาน

@ อำนวยแจงชุมนุมแค่ไหนถึงจับ
        พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า อาวุธดังกล่าวต้องนำไปตรวจพิสูจน์ หากพบว่าอาวุธดังกล่าวมีร่องรอยนำไปยิงถูกบ้านหรือทำร้ายใคร สามารถตรวจสอบร่องรอยหรือวิถีกระสุนได้ แต่ระหว่างนี้อยู่ในห้วงของการนำมาคืนถือว่าไม่ผิด หากกลัวจะสาวถึงก็ต้องนำไปทิ้งที่อื่นภายในกำหนดเวลา 15 วัน
        พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ขณะนี้มีกฎหมายห้ามมิให้ชุมนุมในทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การที่มีผู้ส่งข้อความทางเฟซบุ๊กหรือไลน์ นัดชุมนุมทางการเมืองแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น ชูสามนิ้ว หรือทำเครื่องหมายใดๆ เพื่อแสดงออกทางการเมืองจึงเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวิธีการใดๆ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายของแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตาม ป.อาญามาตรา 116 (3) หากมีผู้รับข้อความเฟซบุ๊กหรือไลน์ จากนั้นส่งต่อไปยังประชาชนก็เป็นการกระทำผิดระวางโทษเช่นเดียวกัน 
       "กรณีจับกุมผู้ชุมนุมไม่ถึง 5 คน ก็ต้องพิจารณาว่ามีเจตนาร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปหรือไม่ เช่น นัดหมายกันไปยืนแสดงสัญลักษณ์หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นสาขาละ 1-2 คน ถ้าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาร่วมกัน รับคำสั่ง รับข้อความทางเฟซบุ๊กหรือไลน์ จากแหล่งเดียวกันก็สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ เพราะเป็นการร่วมกันกระทำผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ และกรณีนัดกันไปทำกิจกรรม เช่น กินแซนด์วิชร่วมกันนั้นยังไม่ผิด แต่หากแสดงให้เห็นมีนัยจะชุมนุมทางการเมืองร่วมกัน เช่น มีการแสดงออกด้วยวาจา หรือโดยประการอื่นๆ จะมีความผิดในทันที" พล.ต.ต.อำนวยกล่าว

@ บช.น.ตรวจเข้มรถผู้มีอิทธิพล
      ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น.ดูแลงานป้องกันปราบปราม เรียกประชุมบริหารงานสายตรวจปราบปราม จากกองบังคับการตำรวจนครบาล (บก.น.) 1-9 เพื่อชี้แจงนโยบายด้านงานปราบปราม 
      พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวว่า จากการประชุมหารืองานด้านความมั่นคงร่วมกับฝ่ายทหารได้ร้องขอให้ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดการตรวจรถต้องสงสัยให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น จึงมอบนโยบายให้แต่ละ สน.เน้นตรวจสอบรถต้องสงสัย รวมถึงรถผู้มีอิทธิพลนิยมใช้เดินทาง เช่น รถขับเคลื่อนสี่ล้อสีดำ รถตู้ที่มีขบวนคุ้มกันเป็นพิเศษ รวมถึงรถโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก
      พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวอีกว่า ส่วนช่วงเวลาตั้งด่านจะเริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึงหลังเวลา 02.00 น. เป็นเวลาที่สถานบริการปิด จะปรับความเข้มงวดขึ้นด้วย เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากที่สุด ส่วนด่านความมั่นคงที่มีอยู่เชื่อว่าครอบคลุมเพียงพออยู่แล้ว เรื่องการปราบปรามยาเสพติดจะส่งกำลังลงไปตรวจสอบพื้นที่ชุมชนในพื้นที่ที่ ป.ป.ส.ระบุว่ามีความเสี่ยงให้มากขึ้น เพื่อตอบรับนโยบายของ คสช.

@ พท.-นปช.-กปปส.รายงานตัว
       ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการมารายงานตัวของบุคคลเพิ่มเติมตามคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ 68/2557 ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในเวลา 10.00-12.00 น. รวม 33 คน ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีบุคคลทยอยเดินทางเข้ามารายงานตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบไปด้วย นายสุขเสข พลตื้อ การ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ อดีต ส.ส.กทม.พท. นางพรพิมล ลุนตาพล น.ส.อดาน้อย ห่อมารยาท นายนพพร พรหมขัติแก้ว กลุ่มแดงเชียงใหม่ นางพรรณราย เมาลานนท์ นายเทียนสวัสดิ์ เทียนเงิน นายหาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ แกนนำกลุ่มศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ นายองอาจ ตันธนสิน กลุ่มแดงเชียงใหม่ นายอุทัย ม่วงศรีเมืองดี นายเจติศักดิ์ จันทร์ประดิษฐ์ หัวหน้านักรบศรีวิชัย และกลุ่มเคลื่อนไหวบุกปิดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นายศรายุทธ สังวาลย์ทอง นายธงชัย สุวรรณวิหค กลุ่มคณะกรรมการสันนิบาตประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย นายวิษณุ เกตุสุริยา แกนนำกลุ่มหน้ากากขาวระยอง น.ส.ภัทรจิต โชติกพณิชย์ นายพรส เฉลิมแสน แกนนำเสื้อแดงลาดกระบัง นายพงษ์เทพ ไชยศล นายอานนท์ กลิ่นแก้ว นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู นายสุวิทย์ เม็นไธสง นายดนัย ทิพย์ยาน ขณะที่นายนิทัช ศรีสุวรรณ ได้มอบหมายให้นางนันท์ ศรีสุวรรณ ภรรยาเดินทางมารายงานตัวแทน 

@ ภัคจิรา อุ้มลูก 6 ด.รายงานตัว
       จากนั้นเวลา 11.40 น. นางสุวรรณา ตาลเหล็ก ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้เดินทางเข้ารายงานตัว โดยหันมาชูสัญลักษณ์นิ้วชี้ 1 นิ้ว พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่าอยู่ในลำดับที่ 1
      จากนั้นนางภัคจิรา ชุนฮะสี บุคคลตามคำสั่งเรียกรายงานตัว เดินทางมาถึงหอประชุมกองทัพบกเทเวศร์ โดยนางภัคจิราได้อุ้มบุตรสาววัย 6 เดือนมาด้วย จากการสอบถามเพื่อนของนางภัคจิราที่เดินทางมาส่งจึงทราบว่าที่นางภัคจิราต้องนำบุตรสาวมาด้วย เนื่องจากไม่มีใครเลี้ยงอยู่กันแค่แม่ลูก หลังจากนั้น น.ส.รจเรข วัฒนพาณิชย์ ได้เข้ามารายงานตัวด้วย 
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีรายงานแจ้งว่า นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร ต่อรองขอไปรายงานตัวที่ค่ายทหารใกล้บ้าน คือค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร และได้เข้ารายงานตัวแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตามประกาศคำสั่งของ คสช.ฉบับนี้ ได้ย้ำว่า การเชิญตัวบุคคลดังกล่าวมารายงานตัว เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาในการดูแลและทำความเข้าใจเท่าที่จำเป็นไม่เกิน 7 วัน

@ ธีระ แจง วรเจตน์ รายงานตัว
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มนิติราษฎร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มนิติราษฎร์ หลัง คสช.มีคำสั่งเรียกให้มารายงานตัวกับ คสช.ว่า "เมื่อคืนวาน ผมไม่ค่อยสบาย เข้านอนตั้งแต่ 20.00 น. ตื่นขึ้นมาเห็นสื่อมวลชนหลายสำนักเสนอข่าว ดร.วรเจตน์ ผิดข้อเท็จจริง เลยขอแจ้งให้ทราบดังนี้ การเข้ารายงานตัวของ ดร.วรเจตน์ ได้ประสานเป็นการภายในมาหลายวันแล้ว โดยมีผมคนหนึ่งเป็นผู้ช่วยประสานกับทางกองทัพ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลา 12.00 น. ดร.วรเจตน์ บินจากฮ่องกงมาลงที่สนามบินดอนเมือง โดยมี พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ร.11 รอ. ภรรยาของ ดร.วรเจตน์ และผมไปรอรับตัว หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่
      ทหารก็นำตัว ดร.วรเจตน์ ไปรายงานตัวกับ คสช.ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ เย็นวันเดียวกัน พ.อ.ทรงวิทย์โทร.มาประสานกับผมว่าเรื่องยังไม่เรียบร้อย คืนนี้คงต้องให้ ดร.วรเจตน์พักค้างคืนอยู่ที่ราบ 11 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ตอนบ่าย ผมโทร.ไปคุยกับ พ.อ.ทรงวิทย์ ได้ความว่า ทางกองทัพได้นำตัว ดร.วรเจตน์ จากราบ 11 มาพูดคุยกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ค่ำวันเดียวกัน พ.อ.ทรงวิทย์โทร.มาบอกผมว่า จะมีการส่งตัว ดร.วรเจตน์ไปกองปราบปรามเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ได้ความอย่างไร วันนี้จะโทร.มาประสานกับผมอีกครั้ง พูดมาทั้งหมด เพื่อจะบอกว่า ดร.วรเจตน์ไม่ได้ถูกรวบตัวโดยเจ้าหน้าที่ แต่ ดร.วรเจตน์สมัครใจเข้ารายงานตัวกับทางกองทัพ โดยมีการประสานมาล่วงหน้าแล้ว"

@ คุมตัววรเจตน์ส่งกองปราบฯ
        ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) คุมตัวนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหนึ่งในแกนนำนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ส่ง พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป.เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.โดยไม่เข้าไปรายงานตัว ภายหลังนายวรเจตน์เดินทางกลับจากต่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทหารได้คุมตัวนายวรเจตน์เดินทางมาถึง บก.ป. ทันทีที่ลงจากรถ นายวรเจตน์มีสีหน้าเรียบเฉย และยังยิ้มให้กับสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าว แต่ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ใดๆ จากนั้นจึงถูกนำตัวเข้าห้องสอบสวนเพื่อให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ
      นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) ทนายความของนายวรเจตน์กล่าวว่า คาดว่าพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้นและคุมตัวไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังในวันเดียวกันนี้ หากเป็นไปตามขั้นตอนดังกล่าว ญาติได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 20,000 บาท เพื่อขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากก่อนหน้านี้ นางพัชรินทร์ ภาคีรัตน์ ภรรยาของนายวรเจตน์ได้ยื่นเอกสารขอเลื่อนการเข้ารายงานตัวของนายวรเจตน์ให้กับทาง คสช.ไปแล้ว เพราะนายวรเจตน์มีอาการป่วย ไม่สามารถเดินทางเข้ารายงานตัวตามกำหนดได้ จึงเชื่อได้ว่านายวรเจตน์ไม่มีเจตนาจะฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

@ ขึ้นศาลทหารเผยมอบตัวเอง
       ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ สนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนรถที่ควบคุมตัวนายวรเจตน์ มาถึงยังศาลทหารเพื่อขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก 12 วัน นายวรเจตน์ใหัสัมภาษณ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีว่า ตามที่ปรากฏในข่าวว่าตนถูกเจ้าหน้าที่ทหารบุกเข้ารวบตัวนั้นไม่เป็นความจริง แต่ประสานมายังทาง คสช.เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาแล้วว่าจะเข้ามอบตัวด้วยตัวเอง 
      ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้มีคณาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สมาชิกคณะนิติราษฎร์ และนักกฎหมายมหาชน ได้แก่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายธีระ สุทธีวรางกุล น.ส.สาวตรี สุขศรี และนายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล เดินทางเข้ามาให้กำลังใจนายวรเจตน์ และเข้าไปร่วมฟังการพิจารณาของตุลาการฯที่ห้องพิจารณาคดีด้วย
      ต่อมาที่ห้องพิจารณาคดี 3 องค์คณะตุลาการศาลทหารขึ้นนั่งบังลังก์พิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวนจากกองปราบปรามขอฝากขังนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ผัดแรก 12 วัน โดยพนักงานสอบสวนยืนยันต่อตุลาการว่า มีความจำเป็นต้องฝากขังนายวรเจตน์ผัดแรก เนื่องจากต้องมีการสืบข้อมูลและไต่สวนพยานอีก 4 ปาก ขณะที่นายวรเจตน์ลุกขึ้นให้ถ้อยคำต่อตุลาการฯว่า ไม่ขอคัดค้านคำขอฝากขังผัดแรก 12 วัน ของเจ้าพนักงานสอบสวนกองปราบปราม 

@ ศาลให้ประกัน'วรเจตน์'
     จากนั้นองค์คณะตุลาการจึงอ่านคำวินิจฉัยยืนยันให้ฝากขังนายวรเจตน์ผัดแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-29 มิถุนายน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน และหากต้องการขออนุญาตฝากขังต่อผัดที่ 2 จะต้องดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลในวันที่ 27 มิถุนายน
     เจ้าหน้าที่ทหารจึงควบคุมตัวนายวรเจตน์ไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป ส่วนนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) ทนายความของนายวรเจตน์ ได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวนายวรเจตน์ทันที ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ได้ตัดสินใจยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวนายวรเจตน์เพิ่มขึ้นอีก 20,000 บาท รวมเป็นทั้งสิ้น 40,000 บาท เป็นไปตามอัตราโทษที่นายวรเจตน์ถูกแจ้งและเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยจะให้เหตุผลขอความกรุณาปล่อยตัวชั่วคราวเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ คือ 1.นายวรเจตน์มีอาการป่วยเรื้อรังมาหลายปี มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด 2.มีภารกิจต้องรับผิดชอบคือการสอนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ 3.มีความจำเป็นต้องดูแลครอบครัว 
      หลังจากนั้น นายวิญญัติให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ศาลทหารกรุงเทพได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายวรเจตน์ ตามคำร้องขอแล้ว โดยใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกันทั้งสิ้น 20,000 บาท มีเงื่อนไขห้ามชุมนุมทางการเมือง ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง และห้ามออกนอกประเทศ แต่สามารถสอนหนังสือได้ตามปกติ

@ บิ๊กอู๋เปิดศูนย์ปชส.ปรองดอง
       ที่กรมประชาสัมพันธ์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการ

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!