WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

วันที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8562 ข่าวสดรายวัน


ฟันวินัยข้อหาหนุนม็อบ ปลัดสธ. 
อัยการสั่งคดี 58 แกน'กปปส.'สื่อเยอรมันแจ้งจับ"การ์ด"ตื้บ แดงป้อง'ปู'สู้-เทือกนัด 9 พค.


ถล่มเอ็ม79- ตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง ตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 2 ลูกเข้าไปในร.พ.จุฬาภรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ ถูกอาคารและรถแท็กซี่ที่จอดอยู่เสียหาย เมื่อค่ำวันที่ 7 พ.ค.

       รมว.สาธารณสุข ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง'นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์''ปลัดสธ. ชี้พฤติกรรมอ้างภารกิจหลวง-ใช้งบประมาณและทรัพย์สินราชการไปดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ปลุกระดมบุคลากรการแพทย์ออกมาชุมนุมกับ 'กปปส.'เพื่อล้มรัฐบาล กองปราบฯ บุกตรวจวิทยุ 'โกตี๋'หาข้อมูลเพิ่มคดีหมิ่น ม.112 จนเผชิญหน้าเดือดกับคนเสื้อแดง'วรชัย เหมะ'แฉแผนจัดตั้ง'แดงเทียม'ชนกับม็อบเทือก หวังเปิดช่องรัฐประหาร ลั่น 10 พ.ค. นี้มีมวลชนร่วมชุมนุมที่ถนนอักษะหลายแสนชีวิต เสื้อแดงเหนือ-อีสานแสดงจุดยืนพรึบ คัดค้านศาลรธน.ฟัน'ปู'พ้นตำแหน่งนายกฯ แฉการ์ดม็อบทำร้ายนักข่าวอิสระชาวเยอรมันอีก

สอบวินัยร้ายแรง'ปลัดสธ.'

       เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ใน วันนี้นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 573/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรณีข้อกล่าวหามีมูลว่ากระทำความผิดวินัยอย่าง ร้ายแรง ในเรื่องเรียกประชุมข้าราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยอ้างภารกิจของกระทรวงและใช้งบหรือทรัพย์สินทางราชการ แต่กลับเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และยังมีพฤติกรรมเข้าร่วมกับคณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า "ประชาคมสาธารณสุข" ในสถานที่ราชการและเป็นประธานการประชุม สั่งการหรือสนับสนุนให้ออกแถลงการณ์ในลักษณะให้ประชาชนเกลียดชังรัฐบาล และเสนอให้รัฐบาลลาออกทันทีเพื่อให้เกิดการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แสดงออกทุกวิถีทางที่จะไม่รับฟัง คำสั่งรัฐบาลและไม่ร่วมทำงานกับรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งก่อนและหลัง ยุบสภา

พฤติกรรมสนับสนุนกปปส.

       นอกจากนั้น นพ.ณรงค์ยังสนับสนุนให้โรงพยาบาลสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือหน่วยงานในสังกัดขึ้นป้ายสนับสนุนกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และขึ้นป้ายต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งให้บุคลากรออกมาร่วมชุมนุมกับ กปปส. ขณะเดียวกันนพ.ณรงค์ยังใช้เวลาทั้งในและนอกราชการ สถานที่และทรัพย์สินของราชการสนับสนุนข้อเสนอกปปส. ออกมารับนกหวีดทองคำจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. รวมทั้งยังมีพฤติกรรมทำให้ข้าราชการในสังกัดเข้าใจผิดและเกิดความเกลียดชังนายชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวง ว่ารับใช้ฝ่ายการเมือง กระทำการข้ามหน้าข้ามตาปลัดกระทรวง

       จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 93 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ประกอบข้อ 15 ของกฎก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนพ.ณรงค์ โดยมีนายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน มีพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เป็นกรรมการ และให้รายงานผลการสอบสวนโดยเร็ว

'เทือก'เดินชวนชุมนุม 14 พ.ค.

       เวลา 10.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. พร้อมแกนนำ นำมวลชนเดินขบวนเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ วันที่ 14 พ.ค.นี้ โดยเริ่มตั้งขบวนจากท่าน้ำสาธุประดิษฐ์ ถ.พระราม 3 และเดินเข้า ถ.จันทน์ ผ่านถ.นราธิวาสราชนครินทร์ เลี้ยวขวาเข้าถ.สีลม กลับเข้าเวทีสวนลุมพินี รวมระยะ 7.6 กิโลเมตร 

       นายสุเทพ กล่าวว่า วันที่ 14 พ.ค.นี้จะชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้ายเพื่อขับไล่รัฐบาล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะเดินหน้าต่อไปตามที่ตั้งสัตยาธิษฐานไว้เมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมาจนกว่าจะได้รับชัยชนะ เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง 

ลุยสั่งคดีแกนนำ'กปปส.'

      นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีแกนนำ กปปส. รวม 58 ราย ร่วมกันชุมนุมผิดกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนพยานหลักฐาน 217 แฟ้มและความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายสุเทพกับพวกรวม 8 ข้อหา ให้อัยการพิจารณาเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังจากรับมอบสำนวนการสอบสวนจากดีเอสไอแล้ว คณะทำงานอัยการซึ่งมีรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษเป็นประธานฯ ได้ร่วมกันพิจารณาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสำนวนจำนวนมาก โดยทำงานหนักพิจารณากันทุกวัน และประสานให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอมาสอบถามเพื่อสรุปเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาแต่ละรายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละช่วงว่าใครทำอะไร อย่างไร 

        "อัยการยังทำแผนผัง(โรดแม็ป) สรุปพฤติการณ์ลักษณะความผิดผู้ต้องหาแต่ละรายไว้ด้วยเพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว ในการพิจารณาหลักฐานและองค์ประกอบความผิดในการกล่าวหา ส่วนที่ทนายความของผู้ต้องหายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อัยการได้พิจารณาครบถ้วนแล้ว" นาย นันทศักดิ์กล่าวและว่า อัยการจะสามารถมีความเห็นสั่งคดีนี้ได้ภายในวันที่ 8 พ.ค. 2557 ก่อนครบกำหนดฝากขังนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นวันหยุด ดังนั้น หากจะมีคำสั่งว่าฟ้องก็ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 8 พ.ค. เพราะเป็นวันสุดท้ายของวันทำการของราชการในสัปดาห์นี้ ขณะที่การพิจารณาเพื่อมีความเห็นว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีนี้ อัยการจะมี คำสั่งกับผู้ต้องหาทั้ง 52 ราย จากทั้งหมด 58 รายที่ดีเอสไอส่งสำนวนมาให้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 6 รายดีเอสไอไม่ได้ส่งสำนวนมาเนื่องจาก ผู้ต้องหาบางรายยังไม่ได้เข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามขั้นตอนกฎหมาย

กองปราบตรวจวิทยุ'โกตี๋'

        เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รองผบช.ก.รักษาราชการแทน ผบก.ป. นำกำลัง 70 นาย พร้อมหมายศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 6 พ.ค. 57 เข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่ทำการสถานีวิทยุชุมชน "เรดการ์ด เรดิโอ" หรือวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ซึ่งนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋" ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง (ม.112) เคยใช้เป็นสถานที่ทำงาน เพื่อแสวงหาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว

        มีรายงานว่าในระหว่างที่กำลังตำรวจ บก.ป.เดินทางไปถึงหน้าบ้านพักหลังดังกล่าวแล้วได้มีผู้ดูแลบ้านออกมาพบ จากนั้น พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ รองผกก.1 บก.ป. แสดงหมายค้นศาลให้รับทราบเพื่อเข้าไปตรวจค้นภายใน แต่ผู้ดูแลบ้านอ้างว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่ ขอให้เจ้าหน้าที่รอก่อน ต่อมาคนในบ้าน ดังกล่าวโทรศัพท์ติดต่อกับบุคคลภายนอก บางส่วนพยายามเก็บข้าวของในบ้าน กระทั่งตำรวจ สภ.คูคต เจ้าของท้องที่เข้ามาสมทบและเจรจากับผู้ดูแลบ้านคนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจค้นภายในได้ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกซอง 5 นัด พร้อมกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง วิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง มีดเดินป่า 2 เล่ม เบื้องต้นพบว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนถูกต้อง แต่ไม่พบเอกสาร หรือหลักฐานอื่นใดเกี่ยวข้องกับคดีนายวุฒิพงศ์

       หลังจากใช้เวลาตรวจค้นเกือบ 1 ชั่วโมง และรอเจ้าหน้าที่กสทช. มาร่วมตรวจสอบการออกอากาศของวิทยุเรดการ์ด เรดิโอ แต่ผู้แทนกสทช.ไม่ปรากฏตัว ทำให้ตำรวจบก.ป.เตรียมถอนกำลังออกมา ขณะนั้นเองมีมวลชนคนเสื้อแดงในพื้นที่กว่า 40 คน เข้ามารุมล้อมแสดงความไม่พอใจ โจมตีว่าเจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติ แต่เหตุการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่กระทบกระทั่งกัน ส่วนอาวุธปืนและสิ่งที่ตรวจค้นมาทั้งหมดนำส่งสภ.คูคต 

"บช.น."เฝ้าระวังม็อบทุกกลุ่ม

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ รองผบช.น. ดูแลงานด้านความมั่นคง เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองว่า ขณะนี้ยังคงต้องเฝ้า ระวังและคอยดูสถานการณ์เป็นระยะ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตัดสินออกมาแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมแต่ละกลุ่มจะเคลื่อนไหวออกมาอย่างไร แต่ยังไม่พบข้อมูลการข่าวถึงเหตุการณ์ความรุนแรง ด้านการดูแลสถานที่สำคัญของทางราชการ เบื้องต้นจัดตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนไปดูแลไว้ทั้งหมดแล้วทั่วกรุงเทพฯ 

       พล.ต.ต.สำเริง เผยว่า ส่วนกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดชุมนุมใหญ่บริเวณถนนอักษะ ย่านพุทธมณฑล วันที่ 10 พ.ค.นั้น เบื้องต้นแกนนำนปช.ยังไม่ได้ประสานมาว่าจะจัดตั้งเวทีไว้บริเวณใด แต่ทำแผนดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว ขณะที่กรณีพุทธอิสระ แกนนำกปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ จะย้ายสถานที่การชุมนุมไปอยู่ภายในอาคารบีศูนย์ราชการนั้นเป็นเรื่องการหารือของทางแกนนำกลุ่ม ผู้ชุมนุมกับเจ้าของพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบ ยืนยันตำรวจยังคงดูแลรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่บริเวณดังกล่าวต่อไป

      เมื่อถามถึงการตรวจสอบทรัพย์สินในกระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานราชการ อื่นๆ ภายหลังม็อบกปปส.ยอมคืนพื้นที่ พล.ต.ต.สำเริง ตอบว่า ต้องตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะมีการตรวจสอบกันเมื่อไหร่ 

แดงเหนือ-อีสานฮือหนุน'ปู'

      เวลา 16.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่นัดหมายมวลชนใส่เสื้อดำมาแสดงพลังหน้าศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อคัดค้านการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมเขียนป้ายเป็นสัญลักษณ์ขอความ เป็นธรรม ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้กระจายคลื่นวิทยุชักชวนคนเสื้อแดงเชียงใหม่และกลุ่มรักเชียงใหม่รวมตัวไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ศาลากลางจังหวัด วันที่ 8 พ.ค.นี้ เวลา 11.00 น. เพื่อยื่นหนังสือแสดงจุดยืนไม่รับคำวินิจฉัย ดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ยอมรับนายกรัฐมนตรีคนกลาง


ค้นโกตี๋- ตำรวจกองปราบฯ บุกค้นสถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง พบอาวุธปืนลูกซอง วิทยุสื่อสาร และมีด เมื่อวันที่ 7 พ.ค.

       "ตอนนี้กลุ่มคนเสื้อแดงภาคเหนือและอีสานต่างพากันลุกฮือ ไม่พอใจ และประกาศไม่ยอมรับนายกรัฐมนตรีคนกลาง โดยจะปักหลักแต่ละจังหวัดคัดค้านเต็มที่ และรักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องมาทำหน้าที่แทนน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นเชื่อได้เลยว่าก็ต้องถูกศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการให้พ้นจากหน้าที่ในที่สุดด้วยวิธีเดิมเพื่อผลักดันนายกรัฐมนตรีคนกลาง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนเสื้อแดง ภาคเหนือและอีสานคัดค้านและไม่ยอมรับ นายกฯ คนกลางอย่างแน่นอน ขอต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเต็มที่" นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำรักเชียงใหม่ 51 กล่าว 

วรชัยแฉแผน'แดงเทียม'ป่วน

       ที่พรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.กล่าวว่า คำวินิจฉัยที่ออกมาไม่ยึดหลักข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามใจชอบ ทั้งนี้ คนเสื้อแดงยังเดินหน้าชุมนุมในวันที่ 10 พ.ค.ที่ถนนอักษะเหมือนเดิม คาดว่า 10 พ.ค.จะมีคนร่วมประมาณ 4-5 แสนคนและปักหลักชุมนุมต่อเนื่องถึงวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งตรงกับวันที่นายสุเทพ เลขาธิการ กปปส.นัดระดมพลใหญ่ เราก็จะนัดให้เป็นวันระดมพลใหญ่วัดจำนวนมวลชนเหมือนกัน คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงมามากถึง 7-8 แสนคน จะได้รู้ว่ามวลชนฝ่ายไหนมากกว่ากัน หากคนเสื้อแดงมากกว่าขอให้นายสุเทพนำมวลชนกลับบ้าน รอบนี้เราไม่ยอม 

       นายวรชัย กล่าวอีกว่า ประเมินว่าการจัดการรัฐบาลเบ็ดเสร็จต้องยึดอำนาจโดยทำรัฐประหารเท่านั้น โดยต้องสร้างเงื่อนไข เช่น ก่อความวุ่นวายให้เห็นว่ามวลชนเสื้อแดง กับกปปส.ปะทะกัน ทราบมาว่ามีบางฝ่ายเตรียมกองกำลังแดงเทียมอ้างว่าเป็นเสื้อแดงไปปะทะกับกปปส. จึงเป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนจะถึงขั้นทหารออกกฎอัยการศึก หรือไม่ก็ต้องทำให้เห็นว่ารัฐบาลคุมสถานการณ์ไม่ได้ ประชาชนฆ่ากัน ทหารออกมาสงบศึกเพื่อให้ประเทศอยู่ในภาวะปกติซึ่งก็อยู่ที่เงื่อนไขในช่วงเวลานั้น 

ม็อบดันตั้ง'รัฐบาลปชช.'

       นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกฯ และรัฐมนตรีบางส่วนพ้นจากตำแหน่งว่า วันนี้ประเทศไม่มีนายกฯ ไม่มีรัฐบาล และคณะรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้น อำนาจอธิปไตยจึงกลับคืนสู่ประชาชน เป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้จัดตั้งรัฐบาลของประชาชน เพราะรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีไม่มีความชอบธรรมในการแต่งตั้งคนมารักษาการแทน จึงขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) อย่าบังอาจทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัย เพราะวันนี้รัฐบาลไม่มีความชอบธรรมแล้ว 

      "การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีความผูกพันทุกองค์กร หากรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามก็เป็นหน้าที่ของประชาชนและข้าราชการต้องลุกขึ้นมาปกป้องกฎหมายสูงสุดของบ้านเมือง โดยข้าราชการไม่ต้องฟังคำสั่งของคณะรัฐมนตรีแล้ว เพราะไม่มีอำนาจตามกฎหมาย" นายเอกนัฏกล่าว

การ์ดทำร้ายนักข่าวเยอรมัน

        วันเดียวกัน นายนิก นอสติทซ์ นักข่าวอิสระชาวเยอรมันที่ฝังตัวทำข่าวความขัดแย้งทางการเมืองของไทยมาตั้งแต่ยุคม็อบ พันธมิตรฯ เปิดเผย'ข่าวสด'ว่า ตนถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คนอ้างตัวเป็นการ์ดประจำม็อบเวทีหนึ่ง รุมทำร้ายและพยายามลักพาตัวไปหาแกนนำม็อบ ระหว่างกำลังทำข่าวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำพิพากษาคดีนายกฯ โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช.

        นิก ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังยืนสูบบุหรี่กับนายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวอาวุโสของ บีบีซี ตรงทางเข้าศาลรัฐธรรมนูญ เวลาประมาณ 14.30 มีคนแสดงตัวเป็นการ์ดกปปส. ขี่จักรยานยนต์เดินเข้ามาถามตนว่า ชื่อนิกใช่หรือไม่ พร้อมพูดจาข่มขู่ให้ตนไป กับพวกการ์ด อ้างว่า จะพาไปหาแกนนำ ตน จึงปฏิเสธและเดินหนีเข้าไปในอาคารศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ทันที่ตนจะเข้าไปในอาคาร กลุ่มการ์ดกรูเข้ามาทำร้าย และพยายามดึงขึ้นรถจักรยานยนต์ ตนจึงร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งตำรวจเข้ามากันและสั่งให้พวกการ์ดปล่อยตน จากนั้นพาตนหลบเข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะออกจากศาลรัฐธรรมนูญทางประตูหลังเพื่อความปลอดภัย

ช็อกโดนดักตื้บในเขตศาล

        นักข่าวอิสระเยอรมัน กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกการ์ดกปปส.ทำร้าย โดยถูกรุมชกต่อยขณะกำลังทำข่าวในม็อบกปปส. ถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2556 ซึ่งในเหตุดังกล่าว นายชุมพล จุลใส แกนนำกปปส. เป็นผู้ปราศรัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าทำร้ายตน และโจมตีกล่าวหาว่าเป็นนักข่าวเสื้อแดง

       "ไม่คาดคิดเลยว่าจะถูกการ์ดทำร้ายในพื้นที่ราชการและพื้นที่ศาลเช่นนี้ ผมไม่ได้อยู่บนท้องถนนหรือในกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนก่อนหน้านี้ อีกทั้งเหตุดังกล่าวยังเกิดขึ้นต่อหน้า ผู้สื่อข่าวต่างชาติหลายคน" นิกกล่าว และว่า กรณีล่าสุดนี้ถึงแม้ไม่อยากดำเนินการใดๆ เพราะรู้สึกว่าจะทำให้ถูกเพ่งเล็งจากม็อบมากขึ้น แต่ตนเห็นว่าถ้าหากไม่พยายามดำเนินการใดๆ เลย กลุ่มการ์ดอาจมีพฤติกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต และสถานการณ์จะเลวร้ายลงอยู่ดี 

สน.ทุ่งสองห้องเช็กวงจรปิด

        เวลา 18.30 น. ร.ต.อ.วิทยา คงทอง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ผู้รับแจ้งความจากนายนิก นอสติทซ์ เปิดเผยว่า นิกแจ้งความว่าเวลาประมาณ 14.30 น. ระหว่างยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีชายฉกรรจ์ 3 คนขี่รถจยย.เข้ามาหา ซึ่งเจ้าตัวมองออกว่าเป็นการ์ดกปปส. โดยเข้ามาถามว่า "ใช่นิกหรือไม่ ขอเชิญไปพบหลวงปู่หน่อย" ด้านนิกปฏิเสธว่าไม่ไป แต่กลับถูกการ์ดกปปส. กระชากตัวให้ขึ้นรถจยย.ไปกับการ์ดด้วย แต่ นิกมีรูปร่างใหญ่และแรงเยอะกว่า ทำให้สะบัดตัวหลุดได้ และรีบเข้าไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจจึงได้รับความปลอดภัย

        ร.ต.อ.วิทยา กล่าวต่อว่า นายนิกแจ้งว่าการ์ดกปปส. น่าจะมีแบล็กลิสต์รายชื่อคนที่ต้องการตัว ซึ่งนายนิกเชื่อว่าตัวเองเป็นหนึ่งในแบล็กลิสต์ด้วย และที่ปฏิเสธไม่ยอมไปกับการ์ดกปปส. เพราะทราบสรรพคุณของการ์ด กปปส. ดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่นำภาพใบหน้าการ์ดกปปส. มาให้นายนิกชี้ตัวแล้วว่าเป็นคนไหน แต่นายนิกแจ้งว่าจำรายละเอียดไม่ได้ เพราะตอนการ์ดเข้ามาหามีการอำพรางใบหน้าพอสมควร ทั้งใส่แว่นดำ มีผ้าปิดปากและผ้าโพกหัวค่อนข้างมิดชิด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่เตรียมประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุต่อไป

เทือกเลื่อนวันเผด็จศึก-9พ.ค.

       เวลา 20.40 น. นายสุเทพ เลขาธิการกปปส. ขึ้นเวทีสวนลุมพินี ประกาศเลื่อนกำหนดวันชุมนุมใหญ่เผด็จศึกรัฐบาลว่า ขอเปลี่ยนจากวันที่ 14 พ.ค. เป็น 9 พ.ค. เวลา 09.00 น. พบกันที่สวนลุมฯ ถ้าคนเยอะจะขยายพื้นที่การชุมนุมไปเรื่อยๆ ทยอยกระจายออกไปรอบๆ ขอให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศมาร่วมภารกิจเรียกคืนอำนาจอธิปไตย และตั้งรัฐบาลประชาชนที่มีธรรมะ

        "เราต้องเอาธรรมะกลับคืนมา ต้องบำเพ็ญเพียรด้วยความอุตสาหะเต็มที่ และต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะครั้งนี้เป็นครั้งเดียวของชีวิตคนไทยทุกคน" นายสุเทพกล่าว

นปช.ลั่น-สู้ไม่มีคำว่าแพ้

      ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงสถานการณ์พิเศษ นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. นางธิดา โตจิราการ ที่ปรึกษาประธานนปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. และนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกนปช. 

        นพ.เหวงกล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าไปนั่งกลางหัวใจของคนไทยและคนรักประชาธิปไตยทั่วโลก คดีที่เกิดขึ้นมีแต่นายกฯ คนแรกที่มีศาลสูงสุดวินิจฉัยถึงสามครั้งซ้ำซ้อน เพราะศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยไปแล้ว และตนมีความเห็นว่าเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้อง ส่วนประเด็นการจัดตั้งนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล มารักษาการนายกฯ แทนนั้น ควรชะลอดูท่าทีของการชุมนุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้น เพื่อดูว่าประชาชนต้องการสิ่งใดแล้วค่อยตัดสินกัน 

นายธนาวุฒิระบุกรณีคำวินิจฉัยมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นฝ่ายเสื้อแดงทำอะไรผิดทันที ดังนั้นในเมื่อมีความอยุติธรรมกับคนเสื้อแดงเกิดขึ้น เราจึงต้องต่อสู้ด้วยความถูกต้อง สู้เพื่อประชาธิปไตย แต่การต่อสู้ของเราไม่มีปลุกระดมให้ใช้อาวุธต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม และไม่ว่าจะต้องต่อสู้ยาวนานแค่ไหน เราจะสู้เพื่อพี่น้องและประชาธิปไตย สู้ครั้งนี้ไม่มีคำว่าแพ้ เพราะเรายืนหยัดกับความเป็นจริง

       "ส่วนการชุมนุมวันที่ 10 พ.ค.นี้ ที่ถนนอักษะมีความพร้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในเรื่องการจราจร อำนวยความสะดวกเรื่องสุขา รวมถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพื่อปลอดจากวิถีกระสุนของฝ่ายตรงข้าม เหลือเพียงรอเวลาอีก 3 วัน และรอผู้เข้าร่วมชุมนุมเท่านั้น" โฆษกนปช. กล่าว

'ธิดา'ไม่แปลกใจคำวินิจฉัย

         นางธิดากล่าวว่า ไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือประหลาดใจกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะทราบดีผลจะออกมาเป็นเช่นไร ผลที่เกิดขึ้นจะยิ่งเป็นการเรียกร้องให้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมใหญ่เพิ่มมากขึ้น อีกฝ่ายคงหวังเห็นพวกเราตีอกชกหัวเสียใจ แต่ผลกลับตรงกันข้าม ผลที่เกิดขึ้นทำให้เรารู้ว่าโลกมีสองด้าน เราต้องเรียนรู้มัน และเราไม่สามารถทำอะไรให้เกินความเป็นจริงได้ นอกจากผลวินิจฉัยแล้ว วันนี้ยังมีประเด็นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชดใช้เงินค่าเลือกตั้ง 3,800 ล้านบาท ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเราต้องแสดงพลังรวมพลังต่อสู้กันมากขึ้น โดยยังคงมีนายกฯ รักษาการตามมาตรา 181 ของรัฐธรรมนูญ

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!