WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

'รองนายกฯ'แจงผลงาน 15 นโยบาย เผยโรดแมปอุ้มสินค้าการเกษตร

    แนวหน้า : ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนของการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล (12 ก.ย.-12 ธ.ค.57) ได้ดำเนินนโยบายต่างๆ รวม 15 ด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้ให้กับชาวนากว่า 3.49 ล้านครัวเรือน โดยรัฐบาลให้เงินช่วยเหลือต้นทุนค่าการผลิตไร่ละ 1,000 บาท กับชาวนาที่มีที่ดินไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ ล่าสุดได้จ่ายเงินเข้าบัญชีของชาวนาไปแล้ว 35,120 ล้านบาท ส่วนที่เหลือคาดว่า ภายในสิ้นปีนี้จะจ่ายเงินได้ครบตามกรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท ซึ่งการจ่ายเงินดังกล่าว ได้ล่าช้าจากที่ตั้งใจไว้ว่า จะจ่ายเงินให้ถึงมือชาวนาทันทีตั้งแต่เดือน ต.ค.57 แต่ที่ประชุม ครม.ได้ขอให้มาตรวจสอบรายชื่อชาวนาให้ถูกต้องก่อน จึงทำให้การจ่ายเงินล่าช้าไปจากแผนเดิม และยังส่งผลถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจมาเห็นผลได้เพียงช่วงเดือนธ.ค.เท่านั้น

    ทั้งนี้ ในด้านการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลนั้น ล่าสุดในเรื่องข้าวในช่วง 3 เดือน ได้มีระบายข้าวและผลักดันการส่งออกข้าวใหม่แล้ว 1.202 ล้านตัน พร้อมทั้งดำเนินโครงการอื่นๆ เช่น จัดตลาดนัดข้าวเปลือกรวม 32 ครั้ง ใน 21 จังหวัด มีปริมาณซื้อขาย 34,200 ตัน ได้ราคาดีกว่าโรงสีตันละ 200-500 บาท และยังชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้ผู้ค้าข้าว 3% ให้ซื้อข้าวเก็บไว้ในสต๊อกช่วงผลผลิตออกสูงตลาดเป็นจำนวนมาก รวมถึงออกสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 57/58

     ส่วนยางพารา มีโครงการชดเชยรายได้ให้เกษตรกรสวนยางที่มีพื้นที่เปิดกรีดไม่เกิน 15 ไร่ ได้รับเงินชดเชยไร่ละ 1,000 บาท ที่ผ่านมาที่ประชุมครม.ได้ขอให้ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรก่อน ซึ่งจากการหารือกับนายกรัฐมนตรี ได้ข้อสรุปว่า จะเริ่มจ่ายเงินแล้ว ให้ชาวสวนยางตามจำนวนเป้าหมาย 850,000 ราย ได้ภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้เกษตรกร ขณะที่มันสำปะหลัง มีมาตรการระยะสั้น คือ การชดเชยดอกเบี้ยเพื่อชะลอการเก็บเกี่ยว และเพิ่มสภาพคล่องทางการค้า ส่วนระยะปานกลาง จะพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกในระบบน้ำหยด และยกระดับมาตรฐานการแปรรูปมันสำปะหลัง ส่วนอ้อยและน้ำตาล ได้ให้ความช่วยเหลือ และแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยในฤดูกาลผลิต 56/57 วงเงิน 16,000 ล้านบาท ส่งเสริมการนำน้ำตาลทรายดิบมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนในรูปแบบเอทานอล และจัดทำยุทธศาสตร์อ้อยโรงงานและน้ำตาลทรายปี 58-69

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ยังได้ตั้งตลาดเกษตรกร เพื่อจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์โดยตรง เป็นแหล่งเปิดตัวผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะของท้องถิ่นทุกจังหวัด และให้จัดต่อเนื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งจัดทำโครงการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย และประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 500,000 บาท นอกจากนี้ยังมียังมีมาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย

     อย่างไรก็ตามด้านการส่งเสริมการลงทุน ทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ ระยะ 7 ปี (58-64) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และที่ประชุม ครม.ยังได้เห็นชอบการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ และบริษัทกาค้าระหว่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาตั้งบริษัทในไทยและได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งด้านภาษี และที่ไม่ใช่ภาษี และทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของภูมิภาค พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้ามาทำเหมืองแร่โปแตชในไทย โดยเอกชนจะต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาดำเนินการซึ่งจะเริ่มที่จังหวัดชัยภูมิก่อน

    นอกจากนี้ ในด้านพลังงาน ยังได้แก้ไขปัญหากองทุนน้ำมัน และปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงให้เหมาะสม ประกาศให้เอกชนเข้ามาสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 ส่วนโครงสร้างพื้นฐานมีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ หลายโครงการ ทั้งการก่อสร้างถนน และระบบราง ส่วนใหญ่จะลงทุนในปีหน้า เช่น รถไฟทางคู่ขนาดราง1 เมตร และโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

   ขณะที่ด้านการคลัง มีเรื่องสำคัญคือ กฎหมายภาษีมรดกและภาษีการให้ ล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาตรการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย (นาโนไฟแนนซ์) จัดตั้งกองทุนร่วมทุน ออกพันธบัตรออมทรัพย์ รวมทั้งยังมีงานด้านผลักดันเศรษฐกิจดิจิตอลและงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย

'หม่อมอุ๋ย'โชว์ผลงานรบ.3เดือน เศรษฐกิจโต 3%-น้ำมันคงที่ 1 ปี

    แนวหน้า : ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานรัฐบาลรอบ 3 เดือน ด้านเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจได้ปรับตัวดีขึ้น หลังจากรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ และคาดว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปี 57 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ถึง 3% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากปัจจัยหลัก 3 อย่างคือ การเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 ได้มากถึง 732,748 ล้านบาท และสิ้น ธ.ค.นี้ จะเบิกจ่ายได้ถึง 800,000 ล้านบาท รวมทั้งการบริโภคภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น เป็นผลจากราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศปรับลดลง ทำให้ประชาชนมีเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และสุดท้ายการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว เห็นได้จากยอดการอนุมัติการตั้งโรงงานใหม่ถึง 2,957 ราย หลังจากปรับลดระยะเวลาการขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงงาน (รง.4) จาก 90 วัน เหลือ 30 วัน ทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 112,180 คน

     “ปัจจัยทั้ง 3 อย่าง เป็นจะยังคงเป็นอย่างนี้ต่อไป โดยในปีนี้คาดว่า เศรษฐกิจจะโตประมาณ 1% ส่วนปีหน้าการลงทุนภาครัฐ ของกระทรวงคมนาคมจะเป็นตัวสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจโตเร็วขึ้น ส่วนการบริโภคเอกชนก็น่าจะเพิ่มขึ้นอีก เพราะรมว.พลังงานบอกว่า ราคาน้ำมันจะยังอยู่ในระดับนี้ต่อไปอีก 1 ปี และจะมีการทำเหมืองแร่โปแตชอีก ดังนั้นสิ่งที่เตรียมมาและอดทนกันมา เชื่อว่า จะทำให้ไตรมาสแรกปี 58 เศรษฐกิจอาจจะโตเกิน 4% ด้วยซ้ำ ขณะที่ทั้งปี คาดว่า น่าจะโตได้4.5%”

หม่อมอุ๋ยรับประกัน GDP ไตรมาส 1/58 โตได้ 4% คาดโหมลงทุนต้นปี

     ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าวในการแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 3 เดือน คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ของปีนี้จะเติบโตได้ราว 3% ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้จ่ายของภาครัฐ รวมทั้งการลงทุนของภาคเอกชนที่จะเข้ามาช่วยหนุน พร้อมมองว่าจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 1/58 ที่รับประกันว่าจะเติบโตได้ถึง 4% ต่อเนื่องจากไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากจะมีการโหมลงทุนโครงการต่างๆ ในช่วงต้นปี

    รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง 1% ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 4.5% จาก 3 ปัจจัย ได้แก่ การเร่งลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน, การบริโภคภายในประเทศที่น่าจะเพิ่มขึ้นหลังราคาน้ำมันปรับลดลงไปมาก และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

     สำหรับ การบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในปีหน้าจะเน้นด้านคมนาคม อุตสาหกรรม และดิจิตอลอีโคโนมี โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาดูเรื่องความผันผวนของราคาน้ำมัน

      ส่วนการช่วยเหลือชาวสวนยางจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำว่า ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ชาวสวนยาง 1,000 บาท/ไร่ แต่ไม่เกิน 15,000 บาท/ราย ซึ่งมีชาวสวนยางทั้งหมดประมาณ 8.5 แสนครัวเรือน โดยให้จ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าวไปก่อนแล้วค่อยตรวจสอบสิทธิในภายหลังได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ชาวสวนยาง คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินได้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์

    พร้อมกับมั่นใจว่าภายในสิ้นปีนี้ราคายางจะขยับขึ้นไปถึง 60 บาท/กก.ได้

 

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!