WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

Prayutบิ๊กตู่' ชูเศรษฐกิจพอเพียง...นำประชาคมอาเซียนมั่นคงยั่งยืน

            บ้านเมือง : นายกฯ เปิดงานฉลองวันอาเซียนเข้าสู่ปีที่ 50 เปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์และภาพพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ ย้ำทุกฝ่ายต้องร่วมมือเพื่อมีที่ยืนในเวทีโลก ระบุอาเซียนต้องยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจพอเพียง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บ่นปัญหาอยู่ที่คน เปรียบตัวเองเป็นเครื่องปั่นใกล้พังคนอย่างไรก็ไม่เข้ากัน

              เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานฉลองวันอาเซียน (ASEAN Day 2016) ซึ่ง กต.จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4, 5 และ 8 สิงหาคมนี้ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2559 ซึ่งเป็นปีแรกของการสถาปนาประชาคมอาเซียน รวมทั้งเป็นการเริ่มต้นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งอาเซียนในปี 2560 สำหรับงานในวันที่ 4 สิงหาคม มีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเชิญธงอาเซียนขึ้นสู่ยอดเสา การเปิดตัวสมุดภาพที่ระลึกการสถาปนาประชาคมอาเซียน พิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์และภาพพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีซึ่ง จัดแสดงระหว่างวันที่ 4-11 สิงหาคมนี้ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนที่จะถูกนำไปจัดแสดงที่มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-29 กันยายนนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับชม

      นายกฯ กล่าวว่า "สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มก่อตั้งที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2510 และมีความเจริญก้าวหน้าจนกลายเป็นประชาคมอาเซียนในวันนี้ ทุกอย่างต้องมีประวัติศาสตร์ ว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ซึ่งต้องฝากนักเรียนทุกคนต้องคิดแบบที่ตนเองคิด วันข้างหน้าถึงจะเดินไปได้ เรามีเหตุผลที่น่าภาคภูมิใจในการเฉลิมฉลองอาเซียนเข้าสู่ปีที่ 50 เพราะอาเซียนได้ร่วมกันสร้างบรรทัดฐานการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในภูมิภาค จากการเป็นเพื่อนบ้านที่มีความแตกต่าง ทั้งระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ จนสามารถนำเข้ามาสู่ความร่วมมือตามวิถีอาเซียน สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างความเข้าใจ และไว้เนื้อเชื่อใจ ยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน

    ป้องกันความขัดแย้ง และร่วมกันส่งเสริมบทบาทของอาเซียน ในการปฏิสัมพันธ์กับสหประชาชาติ เราต้องมองทั้งประเทศ ภูมิภาค และการเชื่อมกับประชาคมโลก เราไม่สามารถอยู่คนเดียวในโลกนี้ ดังนั้นทำอะไรต้องนึกถึงคนอื่นด้วย

     สิ่งสำคัญเราต้องสร้างความสมดุลระหว่างกัน ถ้าจะมองอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า จำเป็นต้องมองวันนี้ว่าจะทำอย่างไรไปสู่อนาคต จากอดีตที่ล้มเหลว ก็นำมาเป็นบทเรียนที่จะไม่ทำให้เกิดขึ้นอีก เราจะกลับหน้ามือเป็นหลังมือ จากซ้ายกลายไปเป็นขวาทีเดียวคงเป็นไปได้อยาก วันนี้เราจำเป็นต้องปรับตัวเองให้ได้ทั้งในและนอกภูมิภาค ทั้งการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของสันติภาพ การฝ่าฟันวิกฤติต่างๆ ทั้งภัยจากมนุษย์ที่มีความขัดแย้งกันเอง และภัยจากธรรมชาติ ทั้งโรคระบาด อาชญากรรมข้ามชาติทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่เตรียมการ และช่วยกันในอาเซียนก็แก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด อย่างเช่นปัญหาหมอกควัน ก็กั้นเขตประเทศไม่ได้ ที่ต้องร่วมกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามชาติ ไปพร้อมกับอาชญากรข้ามชาติ ต้องช่วยกันแก้ไขจะมัวทะเลาะกันไม่ได้ โทษกันไปมาแก้ปัญหาไม่ได้เลย

      ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผมพบกับผู้นำประเทศต่างๆ หลายครั้ง ได้มีการหารือร่วมกันมาโดยตลอด ร่วมกันผลักดันมาตรการต่างๆ ในลักษณะการเชื่อมโยงของอาเซียน รัฐบาลไทยได้เพิ่มพูนศักยภาพของประเทศ และอาเซียน เราเข้มแข็งประเทศเดียวไม่ได้ ทิ้งใครไว้ข้างหลังก็ไม่ได้ เราต้องไปด้วยกันเพื่อให้เกิดศักยภาพในการต่อรอง เพราะที่ยืนเราเล็กจำเป็นต้องรวมกันทำให้เป็นกลุ่มประเทศที่มีความเข้มแข็ง ในลักษณะสนับสนุนกันของไตรภาคี ประเทศใครใหญ่กว่าหรือมีศักยภาพมากกว่าก็ต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน อย่างคำกล่าววานนี้ของนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ปาฐกถา "เศรษฐกิจโลกขยับก้าว...เศรษฐกิจไทยขยับไกล" ในสัมมนาหัวข้อ "เศรษฐกิจโลกขยับก้าว... เศรษฐกิจไทยขยับไกล : กบข.เดินหน้าอย่างไร" ที่จัดโดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยเปิดโมเดลใหม่กู้เศรษฐกิจไทย "เห็บสยาม" เกาะเศรษฐกิจประเทศใหญ่แล้วดูดเลือดจนอ้วน ไม่เป็นศัตรูกับใคร ที่มีประเด็นเรื่องเห็บสยามนั้น

    ผมก็คิดว่าพูดเกินไปหน่อย ได้สั่งการให้ยกเลิกไปแล้ว มันใช้ไม่ได้ทั้งหมดเราต้องยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทุกคนควรภาคภูมิใจในการเดินหน้าไปพร้อมกัน จากนี้ไปจะไม่มีใครเป็นพี่เป็นน้อง แต่จะใช้คำว่าเป็นญาติกันดีกว่า ผมได้คุยกับเอกอัครราชทูตสถานรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่าตอนที่ยังไม่เป็นประเทศก็อยู่ใกล้กัน เพราะอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน เมื่อมีผู้นำที่แข็งแกร่ง รวบรวมคนได้มากกว่า ก็ไปตั้งหลักอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แล้วจดทะเบียนเป็นประเทศ แต่ถึงวันนี้ยังตีเส้นเขตแดนยังไม่เสร็จเลย ผมถึงพูดมาตลอดว่าวันนี้อาเซียนอย่าเอาเขตแดนมาเป็นปัญหา หรืออุปสรรคทางด้านการค้า การลงทุน หรือการสัญจรไปมา ตรงไหนก็ตรงนั้นตามกติกา และคณะกรรมการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ที่มีอยู่ ใครถือเขตแดนเส้นไหนก็เส้นนั้นอย่าไปทะเลาะกันมากเดี๋ยวจะไปไม่ได้ทั้งหมด

    อาเซียนเรายึดมั่นว่าอาเซียนจะต้องเป็นเสียงเดียวกัน ใช้หลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราต้องทำให้คนรุ่นใหม่ในภูมิภาคได้รับการจ้างงานที่ดีขึ้น มีชีวิตที่เพียบพร้อม คำว่ามนุษย์ ภาษาไทยเรียนว่าคน ซึ่งถ้าเปิดพจนานุกรมคนก็คือการทำให้ยุ่ง อย่าคนในหม้อ ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบได้ถูกต้องมันถึงได้ยุ่งกันทุกวันนี้ เพราะไม่ว่าคนอย่างไรก็ไม่มีทางเข้ากัน พยายามแล้วพยายามอีก ใช้เครื่องปั่นก็ยังไม่เข้ากันเลย จนเครื่องปั่นอย่างผมจะพังอยู่แล้ว ผมเข้ามาผมเป็นเครื่องปั่นให้มันเร็วขึ้น คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าเครื่องปั่นอย่างผมจะพังเสียก่อนก็ไม่รู้" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกฯ แจงอาเซียนร่วมมือเดินไปพร้อมกัน ยันไทยทำประชามติร่าง รธน.ไม่วุ่นวาย

     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีกับประเทศสมาชิกอาเซียนที่ก้าวเข้าสู่ 50 ปี ซึ่งอาเซียนเป็นบรรทัดฐานในการสร้างความเจริญ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเมืองการปกครองและสร้างความไว้เนื่อเชื่อใจ ดังนั้นจึงต้องช่วยกันสร้างความสมดุลในทุกๆ เรื่องให้เดินควบคู่กัน อีกทั้งจำเป็นต้องปรับตัวเอง เพื่อฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ บนโลกที่เกิดขึ้น ทั้งภัยมนุษย์ที่ยังมีความขัดแย้ง และภัยธรรมชาติ

     นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่มีโอกาสได้พบกับผู้นำหลายประเทศ มีการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์อาเซียนเข้าสู่ปี 2025 เพื่อทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็งและมีจุดยืนในเวทีโลก ต้องการมีการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในกลุ่มอาเซียน และทุกคนต้องร่วมกันเดินไปข้างหน้าไปพร้อมๆกัน เปรียบเสมือนเป็นเครือญาติ ต้องเตรียมความพร้อมว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ ได้รับการจ้างงานที่ดี มีการศึกษาที่ดี อีกทั้ง ต้องสร้างความภูมิใจในความเป็นอาเซียน พร้อมทั้งต้องไม่นำเรื่องเขตแดนมาเป็นปัญหาในการค้าการลงทุน และการไปมาหาสู่กันและกัน

    นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ไม่ต้องกลัวความวุ่นวายในช่วงการทำประชามติในประเทศไทย เพราะมีฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่ ทั้งนี้การดำเนินการบางอย่างก็จะต้องมีความเห็นต่าง ซึ่งทุกคนสามารถเห็นต่างได้ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับสิทธิมนุษยชนก็ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย จึงขอฝากเยาวชนว่าการคิดนอกกรอบต้องคำนึงถึงกฎหมาย ต้องรู้ว่าสิ่งใดผิดหรือถูก เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีก

    "ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงประเทศหรือเปลี่ยนแปลงโลกได้ถ้าไม่มีการปฎิรูป ทุกอย่างต้องมีการพัฒนาไปตามลำดับ ไม่มีใครจะมาแก้ไขให้อีกแล้ว ทั้งนี้ต้องเลิกความขัดแย้งให้ได้และให้ทุกคนพิจารณาด้วยสติปัญญา ฟังและคิด และต้องตัดสินใจเอง"นายกรัฐมนตรี กล่าว

    นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวกับเยาวชนที่มาร่วมงานว่า ทุกคนต้องช่วยกันทำให้ตัวเองเข้มแข็งเพราะในอนาคตถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศ และให้มีการพัฒนาตัวเองและรู้จักแบ่งปัน

    สำหรับ บรรยากาศงานเฉลิมฉลองวันอาเซียนเข้าสู่ปีที่ 50 ณ กระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเชิญธงอาเซียนขึ้นสู่ยอดเสา นอกจากนี้จะมีการเปิดตัวสมุดภาพที่ระลึกการสถาปนาประชาคมอาเซียน รวมถึงมีพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และภาพพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดเป็นนิทรรศการจัดแสดงที่กระทรวงการต่างประเทศในระหว่างวันที่ 4-11 สิงหาคม 2559 ก่อนที่จะนำไปจัดแสดงที่มิวเซียมสยามระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 29 กันยายน 2559

นายกฯ ระบุความเสียหายจำนำข้าวสูงกว่า 3 แสนลบ.วอนอย่าโยงประชามติร่างรธน.

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งที่ 4/2559 ว่า ความเสียหายในคดีทุจริตจำนำข้าวที่มีการสำรวจในเบื้องต้นไว้ตั้งแต่ปี 57 อยู่ที่ 2.8 แสนล้านบาท และมีความเสียหายจากโครงการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) อีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่ยังต้องประเมินความเสียหายของข้าวที่เหลืออยู่ในสต๊อกอีก ซึ่งต้องมีคนรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้กระทำผิดก็ต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้ทุจริตหรือใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ ส่วนรัฐบาลก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบแล้วส่งเรื่องให้ศาลได้พิจารณาตามขั้นตอน

     "รัฐบาลพยายามเต็มที่การจำนำข้าวจะให้ความเป็นธรรมมากสุด ซึ่งจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการวันศุกร์นี้ ซึ่งเรารับบัญชีมาเมื่อปี 2557 แต่ยังมีข้าวอยู่ในคลัง ซึ่งคาดการณ์ความเสียหายจะมากขึ้นกว่านี้อีก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

     นายกรัฐมนตรี กล่าววา รัฐบาลนี้ได้พยายามแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวอย่างเต็มที่ โดยในวันที่ 5 ส.ค.นี้ รัฐบาลซึ่งเป็นโจทก์จะแถลงเปิดคดีโครงการทุจริตรับจำนำข้าวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และซักถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นจำเลยในคดีนี้ โดยขั้นตอนดังกล่าวเป็นกระบวนการพิจารณาคดีของศาลที่มีความโปร่งใส ไม่มีล้มคดี หากจำเลยมีหลักฐานก็นำเสนอต่อศาลเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาของโจทก์ได้

  ทั้งนี้ รัฐบาลไม่อยากให้นำเรื่องการเข้าสู่กระบวนการของศาลในคดีโครงการรับจำนำข้าวไปเชื่อมโยงกับวันออกเสียงประชามติ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และการกำหนดวันทำประชามติได้วางไว้ก่อนแล้ว ไม่อยากให้นำมาปนกัน เป็นแค่เพียงความบังเอิญ ทุกอย่างรัฐบาลทำตามกลไกล และคดีนี้ตนเองไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะตนเองไม่ได้เป็นคนตัดสิน เพียงแต่สรุปคดี แต่ศาลจะเป็นผู้พิจารณาในคดีนี้

    อินโฟเควสท์

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!