WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 17-9-2020k f
Market Wrap-Up
•    SET ปิดวันที่ 16 ก.ย.63 ปิด +7.30 จุด อยู่ที่ 1,293.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 52,708 ลบ.ต่างชาติขาย 1,184 ลบ. สถาบันซื้อ 1,111 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 328 ลบ. ยอด NVDR มียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 535 ลบ.โดยมียอดซื้อหุ้น AOT,BDMS,MTC,BBL,STA และมียอดขายหุ้น PTTEP,PTT,KTB,GPSC,GULF  มูลค่า Short Sales อยู่ที่ระดับ 677 ลบ หุ้นที่มีมูลค่า Short สูงคือ AOT,MINT,TASCO โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 11,920 สัญญาและมียอด Long สะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 126,660 สัญญา นักลงทุนต่างชาติขายพันธบัตรจำนวน 2,998 ลบ.  
•    ตลาดหุ้นสหรัฐ Down Jones ปิด +0.13%, S&P500 -0.46%, Nasdaq -1.25% ถูกแรงขายจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี -1.56 % นำโดย Facebook -3.27%, Apple -2.95% แต่ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน +4.04% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น +4.9% ขณะที่การประชุมเฟดวานนี้มีมติคงดอกเบี้ยที่ 0 – 0.25% และจะคงดอกเบี้ยต่ำจนถึงปี 2023 เพื่อหนุนการจ้างงานเต็มศักยภาพ โดยใช้นโยบายเงินเฟ้อเฉลี่ย 2 % ส่วนรายงานทางเศรษฐกิจนั้น ยอดค้าปลีกสหรัฐ ส.ค. +0.60% ต่ำกว่าคาดที่ +1.1% ตลาดหุ้นยุโรป Stoxx600 ปิด +0.58% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มค้าปลีก, กลุ่มโลจิสติกส์ สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจปรับดีขึ้น
Market View
•    ภาวะการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ปรับตัวลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดย Facebook -3.27% อาจถูกสอบในประเด็น กม.ป้องกันการผูกขาด หลังเข้าซื้อกิจการของ Instragram , WhatsApp  ขณะที่การประชุมเฟดมีมติคงดอกเบี้ยที่ 0.0 – 0.25 % และคงวงเงินซื้อพันธบัตร 8 หมี่น ล.ดอลลาร์/เดือน , ซื้อตราสาร MBS 4 หมื่น ล.ดอลลาร์/เดือน โดยเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.13 % จนถึงปี 2023 และดอกเบี้ยระยะยาวที่ 2.5 % ผ่านการใช้นโยบายเงินเฟ้อเฉลี่ย 2 % โดยยอมให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าบางช่วงเวลา เพื่อกระตุ้นการจ้างงานให้กลับมาเต็มศักยภาพ โดยอัตราว่างงานสหรัฐ ส.ค. ที่ 8.4 % ซึ่งอาจจะสูงกว่านี้อีก 3 % เนื่องจากอัตราส่วนร่วมของแรงงานลดลง เฟดเผยต้องใช้นโยบายการคลังเข้าหนุน รวมถึงประสิทธิภาพคุมการระบาดของไวรัส สะท้อนมุมมองของเฟดต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความไม่แน่นอนสูง สำหรับดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิด +0.57% ปริมาณการซื้อเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5.2 หมื่น ลบ. สถาบันซื้อ 1.1 พัน ลบ. ต่างชาติขาย 1.18 พัน ลบ. ได้ปัจจัยหนุนจาก ศบศ.ออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อวงเงิน 5.1 หมื่น ลบ. ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเงินจ่าย 500 บาท/คน/เดือน ตั้งแต่ ต.ค.- ธ.ค. 63 และโครงคนละครึ่ง โดยรัฐร่วมจ่าย 50 % ไม่เกิน 100 บาท/คน/วัน หรือไม่เกิน 3,000 บาท/คน ตั้งแต่ 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 63 เป้าหมายเพิ่มกระตุ้นกำลังซื้อและส่งผ่านเม็ดเงินดังกล่าวไปยังธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ภาพการลงทุนช่วงสุดสัปดาห์คาดทรงตัวรอประเมินสถานการณ์การชุมนุม     
Daily Strategy
•    ดัชนี SET คาดทรงตัวมีแนวรับ 1,280 – 1,285 แนวต้าน 1,300 – 1,305 แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มพลังงาน PTT, PTTEP / กลุ่มไฟแนนท์ SAWAD, MTC, KTC (+ความต้องการสินเชื้ออุปโภคบริโภค)   
•    SISB* ซื้อสะสม/ ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 11.15 บาท*) Back to school…ผู้บริหารประเมินผลการดำเนินงานในครึ่งหลังกลับมาฟื้นตัวหลังการคลาย Lockdown โดยนักเรียนของ SISB กว่า 85% เป็นคนไทยและทางโรงเรียนอาจพิจาณาลดความช่วยเหลือในด้านค่าการศึกษาของนักเรียนลง (4Q63F น่าจะกลับสู่ภาวะปกติ) นอกจากนั้นปัจจุบันการเดินทางระหว่างประเทศยังคงถูกจำกัดและมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้ปกครองที่เดิมต้องการส่งลูกไปเรียนต่างประเทศต้องกลับมาพิจารณาเลือกโรงเรียนนานาชาติในไทยแทนและ SISB เองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเพราะมีระบบการศึกษาที่เป็นมาตรฐานโลก สำหรับประมาณการกำไรปี 2563-2564 Bloomberg Consensus ประเมินเฉลี่ยที่ระดับ 143.5 ลบ. และ 259 ลบ. -35%YoY, +80%YoY ตามลำดับ
•    TQM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 144.00 บาท) เรามองบวกจากประเด็นข่าวบวกร่วมมือทางธุรกิจกับ FSMART เจ้าของตู้บุญเติมเปิดขายประกันภัยที่มีเบี้ยประกันไม่สูงเพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ เช่น ประกันภัยรถ (พ.ร.บ) ประกันสุขภาพเฉพาะโรค เช่น ไข้เลือด ไข้หวัดใหญ่ ประกันภัยบ้าน และประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น อีกทั้งสามารถให้บริการชำระเงินค่าเบี้ยประกันผ่านตู้บุญเติมทั่วประเทศ โดยวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 1 ล้านกรมธรรม์ในปีแรก หรือเฉลี่ยกรมธรรม์ละ 200-300 บาท ทั้งนี้เรามองเช่นเดียวกับผู้บริหารว่าช่องทางการเติบโตของธุรกิจประกันภัยยังมีอีกมากจากปัจจุบันในประเทศไทยยังมีจำนวนกรมธรรม์ต่อประชากรในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศกลุ่มพัฒนาแล้ว และการร่วมมือกับ FSMART น่าจะช่วยให้ต่อยอดช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย ช่วยผลักดันการเติบโตในช่วงไตรมาส 4 และหนุนภาพรวมทั้งปี 2563 มีรายได้เติบโตตามเป้าที่ 15,000 ล้านบาท
Daily Key Factors
Oil Update (+) WTI Futures ต.ค. ปิด $+1.88 อยู่ที่ $40.16 /บาร์เรล  Brent Futures พ.ย. ปิด +$1.69 อยู่ที่ $42.22 /บาร์เรล EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 4.4 ล.บาร์เรล ลดลงมากกว่าคาดที่ 1.8 ล.บาร์เรล ขณะที่พายุเฮอริเคนแซลลีกำลังเข้าสู่อ่าวเม็กซิโก ส่งผลให้ระงับการผลิตน้ำมันขณะนี้อยู่ที่ 27.4% และก๊าซธรรมชาติ 29.7%
Gold Update (+) Gold Futures ธ.ค.ปิด +4.30 ดอลลาร์ อยู่ที่ 1,970.50 ดอลลาร์/ออนซ์  ตลาดทองคำปิดก่อนทราบผลการประชุมเฟด โดยราคาทองคำได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกสหรัฐ ส.ค. ที่ขยายตัวน้อยกว่าคาดการณ์ขณะที่ Dollar Index แข็งตัว +0.16 % อยู่ที่ 93.1951    
Fund Flow (-)  Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -112.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นไทย -37.9 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -57.3 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -17.4 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
 
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 31.124 บาทดอลลาร์สหรัฐ
(+) ดัชนี BDI ปิด -8 จุด อยู่ที่ 1,281  
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 0.684% , 2 ปี อยู่ที่ 0.135
(+) ค่าเงินหยวน off-shore แข็งค่าอยู่ที่ 6.7529/USD
(-) วานนี้สหรัฐรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 39,643 ราย รวมอยู่ที่ 6,827,790 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,124 ราย รวมอยู่ที่ 201,321 ราย / อินเดียติดเชื้อเพิ่มขึ้น 97,859 ราย รวมอยู่ที่ 5,115,893 ราย  ( Worldometers )
Economic Calendar
ในประเทศ
09 ก.ย.    ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.)
สัปดาห์ที่2    สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน
สัปดาห์ที่3    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
    กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า
ต่างประเทศ
15 ก.ย.    CN ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน (ปีต่อปี) ( ส.ค.)
16 ก.ย.    US ดัชนีดัชนียอดขายปลีกพื้นฐาน เดือนต่อเดือน) ( ส.ค.)
US ดัชนียอดขายปลีก (เดือนต่อเดือน) ( ส.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
17 ก.ย.    US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของคณะกรรมการกำหนดนโยบาย
       การเงิน (FOMC) ของสหรัฐ
US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
US แถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลาง
US รายงานจำนวนใบอนุญาตก่อสร้าง ( ส.ค.)  
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) ( ส.ค.)
Theme Strategy
(1) กลุ่ม Defensive Stock BCPG*, BGRIM*, BPP*, GPSC*, GULF*, ADVANC, INTUCH*
(2) กลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ CPALL, CBG*, ICHI*, OSP*
(3) กลุ่มรับประโยชน์ ศก.ชะลอ NPL เพิ่ม สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน BAM*, CHAYO*, JMART*, JMT*, SINGER*
(4) กลุ่มส่งออกอาหารเงินบาทอ่อนค่า CPF*, GFPT*, TFG*, TU*, STA*
(5) กลุ่มรับประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันอยู่ในระดับต่ำและการคลาย Lockdown TOP, PTTGC, IVL*, PRM*, PTG*
(6) กลุ่มรับประโยชน์จากปลดล็อก พ.ร.บ.งบประมาณ STEC, SEAFCO*, PYLON*
*หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 30% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 10%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio September 2020: WICE*, JKN*, BGC*, CPF*, BCH*
 
Analysts
Apichai Raomanachai            No. 002939
Nopporn Chaykaew               No. 043964
Piyatat Pasommanatsakul      No. 081741

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!