WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

บล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 28-9-2020ASP
 MARKET  TALK
กลยุทธ์การลงทุน
มุมมองในเชิงของปัจจัยพื้นฐานมีความนิ่งมากขึ้น ทั้งในส่วนของประมาณการ GDP และ กำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2563 แต่ในช่วงนี้ SET Index น่าจะมีความผันผวนจากแรงกดดันของการเมืองที่ร้อนแรงขึ้น และ การระบาดของ Covid-19 รอบประเทศที่รุนแรง กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ไม่มีการปรับพอร์ตจำลอง ส่วนหุ้น Top Pick เลือก MCS และ STGT
กระแส Covid-19 และการเมือง สร้างความผันผวน Selective Buy หลังจากการประกาศ GDP และ กำไรบริษัทจดทะเบียนงวด 2Q63 จบลง ภาพที่มีการคาดการณ์ตัวเลขสำคัญทั้ง 2 ตัว เห็นได้ชัดว่ามีมุมมองในทางที่จะเกิด Downside จากประมาณการปี 2563 ของตัวเลขดังกล่าวลดลง ในส่วนของ GDP ค่าเฉลี่ย Consensus อยู่ที่ -7.3% (ASPS คาด -8.4%)โดยเห็นการปรับตัวเลขคาดการณ์ในทางที่ดีขึ้นจากเดิม ส่วนกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2563 พบว่า Consensus คาด EPS อยู่ที่ 57.86 บาท/หุ้น (ASPS คาด 56.7 บาท/หุ้น) ใกล้กับช่วงที่ผ่านมา สภาวะดังกล่าวสะท้อนให้เห็นมุมมองของตลาดในเชิงปัจจัยพื้นฐานว่ามีความนิ่งมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาในมุมของกระแสแวดล้อมพบว่ายังมีปัจจัยที่คอยสร้างแรงกดดัน และอาจทำให้เห็นความผันผวนของ SET Index ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ที่ยังรุนแรง และที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือศูนย์กลางการระบาดได้ย้ายเข้ามาอยู่ในฝั่งเอเซีย มากขึ้น ภาวะดังกล่าวสร้างความกังวลเรื่องมาตรการควบคุมที่อาจจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวอีกครั้ง อีกเรื่องหนึ่งเป็นสถานการณ์การเมืองในประเทศ ที่มีแนวโน้มร้อนแรงขึ้นอย่างชัดเจน กลยุทธ์ การลงทุนวันนี้ไม่มีการปรับพอร์ต ส่วนหุ้น Top Pick เลือก MCS และ STGT ต่อเนื่อง
สัปดาห์นี้ติดตาม การโต้วาทีสหรัฐ และตัวเลขการจ้างงาน
ปัจจัยสำคัญในต่างประเทศไม่มีประเด็นใดเป็นพิเศษมากนัก จึงยังให้น้ำหนักประเด็นที่ยังอยู่ในความต่อเนื่องของตลาด ได้แก่
•    29 ก.ย. 2563 การโต้วาทีครั้งแรกระหว่างผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 ระหว่างนาย Jeo Biden (พรรค Democratic) และประธานาธิบดีทรัมป์ (พรรค Republican) โดยหัวข้อสำคัญในการโต้วาทีครั้งนี้ ได้แก่ โรคระบาด COVID-19, เศรษฐกิจ, เชื้อชาติ เป็นต้น ซึ่ง ASPS ให้น้ำหนักประเด็นด้านเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่าจะมีน้ำหนักต่อทิศทางเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นโลกต่อไป  
•    2 ต.ค. 2563 การรายงานภาวะตลาดแรงงานของสหรัฐประจำเดือน ก.ย. 2563 ซึ่งเป็นการรายงานครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 4 พ.ย. 2563 โดยตลาดคาดการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) จะเพิ่มขึ้น 8.75 แสนตำแหน่ง ต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น 1.37 ล้านตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานคาดลดลงเหลือ 8.3%
กระแสเรื่อง  Covid-19 และการเมือง ชะลอเงินไหลเข้า
แม้ว่าแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นในภาพรวมจะเริ่มจำกัดแล้ว แต่ว่าในระยะสั้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกระแทกจากทั้ง COVID-19 และปัจจัยทางการเมืองของไทย ดังนี้
COVID-19 : จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุโรป (สเปน, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, อิตาลี) และเอเชีย (อินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เมียนมาร์)  จำนวนผู้ติดเชื้อในระดับสูงข้างต้น กดดันให้ลายประเทศกลับมา Lockdown รอบ 2 อีกครั้ง (ซึ่งเป็นประเด็นที่ตลาดหุ้นกังวล) โดยล่าสุด ทางฝรั่งเศสสั่งปิดร้านอาหารและสถานบันเทิงทุกแห่งในเมือง Marseille (เมืองสำคัญทางตอนใต้ของฝรั่งเศส) ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2563 เป็นต้นไป ซึ่งกดดันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและการค้า และการเคลื่อนย้ายคนและสิ่งของของประเทศดังกล่าว
•    การเมืองไทย: ความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยที่มีสัญญาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มหาจุดลงตัวได้ยาก เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้นไทย และหากผลกระทบรุนแรงมากขึ้นจนส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในอนาคตได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบางในช่วงนี้
แม้ Liquidity มีมาก แต่ยังชะลอเข้าตลาดหุ้นไทย แนะนำ MCS STGT
แม้สภาพคล่องส่วนเกินจะล้นระบบ สะท้อนได้จากเงินฝากในระบบที่สูงผิดปกติ ล่าสุดอยู่ที่ 15.57 ล้านล้านบาท และสูงกว่า Market Cap ของ SET Index ที่ 13.70 ล้านล้านบาท ซึ่งในอดีต เวลาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ หลังจากนั้น Fund Flow มักจะไหลเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยง และผลักดันให้ตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้นได้ดีในระยะถัดไป
แต่ปัจุบัน Fund Flow ยังหยุดฉะงัก และไม่มีท่าทีจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ทั้งในส่วนของนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิ 1.64 หมื่นล้านบาท mtd (ขายสุทธิเช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค ละยังเป็นการขายสุทธิทุกเดือนในปีนี้) เช่นเดียวกับนักลงทุนสถาบันฯ ที่ขายสุทธิ 1.45 หมื่นล้านบาท mtd ซึ่งเป็นการเร่งขายช่วงท้ายของเดือน ก.ย. ส่งผลให้ SET Index ปรับตัวลงกว่า 5%mtd
และต่อจากนี้ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า ยังมีความเสี่ยงสำคัญๆ อยู่ 3 เรื่อง กดดัน Fund Flow ที่ล้นระบบให้ยังชะลอที่จะเข้าตลาดหุ้น คือ
1.    ความเสี่ยงจากการระบาดของ COVID-19 ในรอบที่ 2 คือ ตัวเลขผู้ติดเชื้อในหลายประเทศพุ่งขึ้นแรงกว่าในรอบแรกแล้ว โดยเฉพาะในฝั่งยุโรป อาทิ สเปน อังกฤษ และฝรั่งเศส เป็นต้น ถือเป็น Sentiment เชิงลบต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ (รายละเอียดเพิ่มเติมตามหัวข้อก่อนหน้า)
2.    การเมืองที่ยังมีความร้อนแรงมากขึ้น ทั้งการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การชุมนุมใหญ่ของนักศึกษา ซึ่งหากเปรียบเทียบเหตุการณ์การชุมนุมในอดีตกับตลาดหุ้น ในช่วง 1.5 เดือนแรกของการชุมนุม พบว่า Fund Flow มักจะไหลออกจากตลาดหุ้นเฉลี่ยราว 3.8 หมื่นล้านบาท และกดดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงลง 6.2% อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยน่าจะซึบซับประเด็นลบดังกล่าวไประดับหนึ่งแล้ว
3.    การปรับลดกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2564 มี Momentum ในการปรับลดแรงกว่าปี 2563 คือ Consensus ยังมีการเร่งปรับประมาณการปี 2564 ลง ล่าสุดอยู่ที่ 75.62 บาทต่อหุ้น (ปรับลดลง 5.02% ในรอบ 1.5 เดือน) และเป็นการปรับลงแรงกว่าการปรับลดประมาณการปี 2563 ล่าสุดอยู่ที่ 57.86 บาทต่อหุ้น (ปรับลดลง 2.89% ในรอบ 1.5 เดือน)
สรุปคือ ตราบที่ COVID19 ยังระบาดแรงและวิ่งแซงความหวังของการผลิตวัคซีน บวกกับการเมืองไทยยังมีความร้อนแรงต่อเนื่อง ในยามที่เศรษฐกิจไทยยังมีความเปราะบาง อาจทำให้นักวิเคราะห์หลายๆสำนักมีการทยอยปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2564 ลงอีก ถือเป็นเรื่องที่กดดันให้ Fund Flow ที่รอจ่อเข้าตลาดหุ้น อาจชะลอไปอีกซักระยะ อย่างไรก็ตามหากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นเริ่มมีความผ่อนคลายลงอาจเป็นจังหวะเข้าไปสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง
ประเมิน SET Index ในวันนี้ยังผันผวนต่อ ในกรอบ 1240 – 1260 จุด ส่วนหุ้น Toppick แนะนำหุ้นขนาดเล็กพื้นฐานแข็งแกร่งปันผลสูง MCS และหุ้นถุงมือยาง ได้ Sentiment เชิงบวกเวลา COVID-19 ระบาด STGT
RESEARCH DIVISION
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส
เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 004132
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 075365
ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 087636
วรรณพฤกษ์ โกมลวิทยาธร
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 110506
ภวัต ภัทราพงศ์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์เชิงปริมาณ

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!