WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลงตามตลาดตปท. เหตุกังวลเฟดจะขึ้นดบ.เร็วกว่าคาด

    นายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าส่วนงานวิจัย บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างปรับตัวลงตามดาวโจนส์ที่ปรับตัวลงไป เนื่องจากตลาดฯมีความกังวลเกี่ยวกับธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยจากเดิมคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 3/58 แต่เนื่องจากอัตราการว่างงานออกมาต่ำลงถึงจุดที่อาจจะขยับขึ้นดอกเบี้ยได้

    นอกจากนี้ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดบ้านเราก็ออกมาไม่ดีเท่าไร อีกทั้งขณะนี้ก็เริ่มที่จะมาติดตามเรื่องของการเมืองในประเทศด้วย พร้อมให้แนวรับ 1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570 จุด

ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน

     -ตลาดหุ้นนิวยอร์คล่าสุด(6 มี.ค.58)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 17,856.78 จุด ลดลง 278.94 จุด(-1.54%),ดัชนีNASDAQ ปิดที่ 4,927.37 จุด ลดลง 55.44 จุด(-1.11%),ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,071.26 จุด ลดลง 29.78 จุด(-1.42%)

     - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ ลดลง 98.04 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ ลดลง 16.88 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ ลดลง 181.50 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ ลดลง 28.73 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ ลดลง 8.00 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ ลดลง 22.15 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ ลดลง 13.89 จุด

    - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(6 มี.ค.58)1,568.29 จุด เพิ่มขึ้น 14.96 จุด(+0.96%)

      - นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 489.25 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 มี.ค.58

      - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(6 มี.ค.58) ปิดที่ 49.61 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.15 ดอลลาร์

   - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(6 มี.ค.58)ที่ 8.89 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

     - เงินบาทเปิด 32.56/58 อ่อนค่า ลุ้นกนง.พุธนี้-กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด

    - "คลัง" ยันที่ดิน "เชิงพาณิชย์-รกร้างว่างเปล่า" ไม่ได้รับการยกเว้น เก็บเต็ม 2% ส่วนที่อยู่อาศัย ดั้งเดิมรับลดหย่อน นักพัฒนาอสังหาฯจี้รัฐกำหนดภาษีชัดเจน หวั่นกำลังซื้อชะลอ ที่ปรึกษา อสังหาฯระบุภาษีที่ดิน ดันดีมานด์บ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านพุ่ง ขณะที่เจ้าของที่ดินรกร้างใน กรุงเทพฯ-เมืองท่องเที่ยว แห่ปล่อยหนีภาระภาษี

    - นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน กนง. คงดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ เพื่อรอความชัดเจนทางเศรษฐกิจ ก่อนทบทวนใหม่ในการประชุมครั้งหน้า  แจงผลสำรวจ "ดอกเบี้ย" เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจน้อยกว่า "ความเชื่อมั่น" และ มีผลต่อทุนเคลื่อนย้ายน้อย ชี้อัตราดอกเบี้ยไทยต่ำอันดับสองในภูมิภาค ระบุช่วง 2 ปี บาทอ่อน 14% แต่ภาคส่งออกยังติดลบ สะท้อนค่าเงินมีผลน้อย

    - ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดโอกาสน้อยที่การบริโภคจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งแรกของปี 58 และปัจจัยที่จะมากระตุ้นการใช้จ่ายให้ฟื้นตัวขึ้นก็ยังคงไม่มีความชัดเจน จึงมองการฟื้นตัวการบริโภคล่าช้าเป็นประเด็นสำคัญเข้าที่ประชุมบอร์ด กนง.วันที่ 11 มี.ค.นี้ ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี คาด กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เหตุไม่ช่วยแก้ปัญหาเงินไหลเข้า เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะเงินฝืด และต้องระวังเพิ่มความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนสูงอยู่แล้ว

                - ส.อ.ท.เผยผู้ประกอบการSMEsเริ่มมีสัญญาณเป็น NPL เพิ่มขึ้น เหตุส่งออก แรงซื้อในประเทศวูบ ลุ้นแก้ไทยพ้นเทียร์ 3 หวังเพิ่มส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ หลังตลาดหลักอื่นซึม สมาคมฯ SMEs ตอกย้ำยอดขายดิ่ง 20-30% แนะหากไม่ฟื้นแรงซื้อออกมาตรการ มาคงช่วยแค่ระดับหนึ่งเท่านั้นชี้ช่อง ให้กระตุ้นท่องเที่ยว

*หุ้นเด่นวันนี้

     - AAV(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)“ซื้อเก็งกำไร"เป้า 5.50 บาท คาดหุ้นกลุ่มสายการบินจะตอบรับเชิงบวกในวันนี้ หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ US$50.00/barrel อีกครั้ง และลดลง -7.3% QTD เหลือ US$49.61/barrel พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มสายการบินและท่องเที่ยวในปี 2558 จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสะท้อนผ่านจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดกำไรสุทธิปี 2558 เติบโตสูงถึง +1,149.2% yoy เป็น 2,024 ล้านบาท จากต้นทุนราคาน้ำมันอากาศยานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเฉลี่ย US$124.00/barrel เหลือ US$85.00/barrel ในปี 2558

     - SYMC(ฟินันเซีย ไซรัส)"ซื้อลงทุนระยะยาว"เป้า 21.70 บาท แม้กำไรใน 2 ช่วงปีที่ผ่านมาจะถูกกดดันจากค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่ายจากการลงทุนสร้างโครงข่าย (กำไรปี 2013 +3% Y-Y, ปี 2014 -26% Y-Y) ส่วนปี 2015-16 ยังมีการสร้างเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำร่วมกับมาเลเซียและกัมพูชารวมกว่า 3 พันล้านบาท ทำให้คาดกำไรปี 2015 เพิ่มขึ้น 15% Y-Y จากฐานต่ำปีก่อนและปี 2016 เพิ่มเพียง 5% Y-Y เราไม่ได้กังวลกับการลงทุนที่เป็นตัวกดดันกำไรมากนัก เพราะเป็นผลกระทบชั่วคราว เมื่อลูกค้าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อนโยบาย Digital Economy เป็นรูปธรรม กำไรของบริษัทจะเพิ่มในอัตราเร่ง

     - IFEC(บัวหลวง) แจกฟรี IFEC-W2 ประชุม 13 มี.ค.นี้ เสนอวาระ ออกหุ้นกู้แปลงสภาพขายให้กับกองทุนสิงคโปร์ วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท อายุ 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 2% ซึ่งหลังแปลงสภาพกองทุนดังกล่าวจะถือหุ้นบริษัทต่ำกว่า 10% ซึ่งกองทุนนี้แสดงความสนใจขอซื้อหุ้นมานานแล้ว พร้อมทั้งแจกฟรีใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ครั้งที่ 2 (IFEC-W2) เบื้องต้นมูลค่าการแปลงสภาพจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อเตรียมเข้าร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าในเกากลีใต้ (คาดเข้าถือหุ้นโรงไฟฟ้าลม เกาหลีใต้เกาะเจจู ที่ขายไฟเชิงพาณิชย์แล้วรับรู้รายได้ทันที)

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงบ่ายนี้ เหตุวิตกเฟดขึ้นดบ.-ญี่ปุ่นหั่นคาดการณ์จีดีพี

    ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงต่อในการซื้อขายช่วงบ่ายวันนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ ภายหลังจากที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 295,000 รายในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าคาดการณ์ ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นร่วงลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการปรับลดประมาณการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

    ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 23,969.54 จุด ลดลง 194.46 จุด, -0.80% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 0.9% ปิดภาคเช้าที่ 3,210.86 จุด เมื่อเวลา 11.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น  และดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าร่วงลง 120.31 จุด หรือ 0.63% แตะที่ 18,850.69 จุด

     ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดเช้าร่วงลง เนื่องจากหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ของจีนที่ร่วงลง ภายหลังจากที่คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการกำกับดูแลอยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่ออนุมัติให้ธนาคารต่างๆสามารถเข้าลงทุนในธุรกิจโบรกเกอร์ได้ ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่สูงขึ้น

    กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 295,000 รายในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 239,000 รายในเดือนม.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปีครึ่ง จากระดับ 5.7% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณสนับสนุนให้เฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.

     รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดประมาณการขยายตัวของ GDP ไตรมาส 4/2557 ในวันนี้ โดยระบุว่า GDP ไตรมาส 4 ขยายตัว 1.5% ลดลงจากที่ได้ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ว่าขยายตัว 2.2%

     เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) เปิดเผยว่า จีนมียอดส่งออกเพิ่มขึ้น 48.9% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่หดตัวลง 3.2% ในเดือนม.ค. อย่างไรก็ตาม ยอดนำเข้าร่วง 20.1% ลดลงต่อเนื่องจากระดับ 19.7% ในเดือนก่อนหน้านั้น

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่อ่อนแรงปิดลบ 49.34 จุด

     ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (6 มี.ค.) โดยเป็นการอ่อนแรงลง หลังจากตลาดปิดปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกัน 2 วัน

     ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 6,911.80 จุด ลดลง 49.34 จุด หรือ -0.71%

      ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ หลังจากช่วงการซื้อขายก่อนหน้านี้ตลาดปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนหลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB จะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ในวันที่ 9 มี.ค.นี้

     ห้นแอสตราเซเนการ่วง 1.6% ภายหลังบริษัทคาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2558 จะปรับตัวลง หุ้นเวียร์ กรุ๊ป พุ่งขึ้น 4.3% จากกระแสคาดการณ์ว่าบริษัทจะถูกซื้อกิจการ

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ก่อนสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร

    ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (6 มี.ค.) ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร

     ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.1% ปิดที่ 394.18 จุด

      ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,964.35 จุด เพิ่มขึ้น 0.84 จุด หรือ +0.02% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,550.97 จุด เพิ่มขึ้น 46.96 จุด หรือ +0.41% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,911.80 จุด ลดลง 49.34 จุด หรือ -0.71%

     ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักลงทุนใช้ในการประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นหรือไม่

     ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 295,000 รายในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 239,000 รายในเดือนม.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปีครึ่ง จากระดับ 5.7% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.

    นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 240,000 รายในเดือนก.พ. และอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ 5.6%

     หุ้น Banco BPI SA พุ่งขึ้น 4.3% หลังจากบอร์ดบริษัทแนะนำให้ผู้ถือหุ้นปฏิเสธข้อเสนอซื้อหุ้นจาก CaixaBank SA เนื่องจากเสนอราคาที่ต่ำเกินไป หุ้น Scor SE เพิ่มขึ้น 1.9% หลังจาก Japan Nipponkoa Holdings มีแผนเข้าถือหุ้นของบริษัท หุ้น Bureau Veritas SA ร่วง 4.2% ภายหลังผู้ถือหุ้นเตรียมขายหุ้นของบริษัท

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 278.94 จุด เหตุวิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น

     ดัชนี ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด ทำให้นักลงทุนวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ แทนที่จะล่าช้าออกไป

      ดัชนี เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,856.78 จุด ลดลง 278.94 จุด หรือ -1.54% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,927.37 จุด ลดลง 55.44 จุด หรือ -1.11% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,071.26 จุด ลดลง 29.78 จุด หรือ -1.42%

    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐที่สูงขึ้นเกินคาด อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.

    ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 295,000 รายในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 239,000 รายในเดือนม.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปีครึ่ง จากระดับ 5.7% ในเดือนม.ค.

    ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 240,000 รายในเดือนก.พ. และอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ 5.6%

    หุ้นแอปเปิลปรับตัวขึ้น 0.15% และหุ้นเอทีแอนด์ทีร่วง 1.4% หลังจาก S&P Dow Jones Indices ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนี เปิดเผยว่า หุ้นของแอปเปิล ซึ่งเป็นบริษัทสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดเมื่อพิจารณาจากมูลค่าตลาด จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) ในวันที่ 18 มี.ค. โดยแทนที่หุ้นของเอทีแอนด์ที

                ขณะที่หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา เพิ่มขึ้น 1.4% ภายหลังเฟดเปิดเผยว่า ธนาคารรายใหญ่ที่สุด 31 อันดับแรกของสหรัฐ ต่างผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ประจำปี สำหรับเกณฑ์เงินกองขั้นต่ำที่ 5% ตามข้อกำหนดเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ

ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 6 มี.ค.2558

          ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 17,856.78 จุด                           ลดลง 278.94 จุด      -1.54%

          ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 4,927.37 จุด                       ลดลง 55.44 จุด       -1.11%

          ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,071.26 จุด                        ลดลง 29.78 จุด       -1.42%

          ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,911.80 จุด                    ลดลง 49.34 จุด       -0.71%

          ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,550.97 จุด                            เพิ่มขึ้น 46.96 จุด      +0.41%

          ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,964.35 จุด                         เพิ่มขึ้น 0.84 จุด       +0.02%

          ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,868.60 จุด      ลดลง 5.10 จุด        -0.09%

          ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,898.90 จุด            ลดลง 5.30 จุด        -0.09%

          ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 9,645.77 จุด                            เพิ่มขึ้น 50.68 จุด      +0.53%

          ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 18,971.00 จุด                     เพิ่มขึ้น 219.16 จุด     +1.17%

          ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,012.94 จุด                         เพิ่มขึ้น 14.56 จุด      +0.73%

          ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,241.19 จุด                     ลดลง 7.29 จุด        -0.22%

          ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 7,861.33 จุด             เพิ่มขึ้น 42.29 จุด      +0.54%

          ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 24,164.00 จุด                              ลดลง 29.04 จุด       -0.12%

          ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 5,514.79 จุด     เพิ่มขึ้น 63.84 จุด      +1.17%

          ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,806.96 จุด                     เพิ่มขึ้น 0.87 จุด       +0.05%

          ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,417.51 จุด                       เพิ่มขึ้น 22.24 จุด      +0.66%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กิดร่วงเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด ทำให้นักลงทุนวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ แทนที่จะล่าช้าออกไป

          ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,856.78 จุด ลดลง 278.94 จุด หรือ -1.54% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,927.37 จุด ลดลง 55.44 จุด หรือ -1.11% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,071.26 จุด ลดลง 29.78 จุด หรือ -1.42%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร 

          ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.1% ปิดที่ 394.18 จุด

          ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,964.35 จุด เพิ่มขึ้น 0.84 จุด หรือ +0.02% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,550.97 จุด เพิ่มขึ้น 46.96 จุด หรือ +0.41% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,911.80 จุด ลดลง 49.34 จุด หรือ -0.71%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) โดยเป็นการอ่อนแรงลง หลังจากตลาดปิดปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกัน 2 วัน

          ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 6,911.80 จุด ลดลง 49.34 จุด หรือ -0.71%

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของสหรัฐที่สูงเกินคาด ทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า แทนที่จะล่าช้าออกไป

          สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ร่วงลง 31.9 ดอลลาร์ หรือ 2.67% ปิดที่ 1,164.30 ดอลลาร์/ออนซ์

          สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค.ร่วงลง 35.1 เซนต์ หรือ 2.17% ปิดที่ 15.807 ดอลลาร์/ออนซ์

          สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 21.3 ดอลลาร์ หรือ 1.80% ปิดที่ 1,158.80 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) เนื่องจากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด

          สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 1.15 ดอลลาร์ ปิดที่ 49.61 ดอลลาร์/บาร์เรล

          สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 75 เซนต์ ปิดที่ 59.73 ดอลลาร์/บาร์เรล

ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบสกุลเงินหลักอื่นๆเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) เนื่องจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือนก.พ. เพิ่มขึ้นเกินคาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่สนับสนุนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

          ค่าเงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.0858  ดอลลาร์ จากระดับ 1.1027 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ลดลงที่ 1.5048 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5238 ดอลลาร์

          ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้นเทียบเงินเยนที่ 120.69 เยน เทียบกับระดับ 120.16 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9848 ฟรังก์ จาก 0.9747 ฟรังก์ นอกจากนี้ยังแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2611 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.2508 ดอลลาร์แคนาดา

          ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 0.7720 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7774  ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนี ค่าระวางเรือ BDI ปิดวันทำการล่าสุดที่ 565.00 จุด เพิ่มขึ้น 4.00 จุด, +0.71%

                อินโฟเควสท์ 

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!