WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

SET30ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เล็งแรงหนุนจากศก.สหรัฐฯเริ่มฟื้น

     นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะยังปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย โดยการขยับตัวขึ้นของดัชนีฯอาจจะชะลอตัวลงจากเมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ แต่เรื่องกรีซ จะเห็นได้ว่าทาง IMF ก็ยังไม่สามารถตกลงกับกรีซได้ จากที่ทีมการเจรจาของ IMF ได้มีการถอนตัวออกไป ซึ่งเรื่องของกรีซก็ยังเป็นข่าวที่ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่

    นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ได้มีการชะลอตัวลง ทำให้วันนี้อาจจะไปกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงานได้ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้อิงไปในทางบวกเล็กน้อย

พร้อมให้แนวรับ 1,510 จุด ส่วนแนวต้าน 1,520-1,525 จุด

ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน

     - ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด(11 มิ.ย.58) ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 18,039.37 จุด เพิ่มขึ้น 38.97 จุด(+0.22%),ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,082.51 จุด เพิ่มขึ้น 5.82 จุด(+0.11%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,108.86 จุด เพิ่มขึ้น 3.66 จุด(+0.17%)

    - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 48.81 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 21.75 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 174.75 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 2.26 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 11.84 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 3.10 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 6.23 จุด

     - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(11 มิ.ย.58),514.81 จุด เพิ่มขึ้น 10.77 จุด (+0.72%)

                - นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,327.51 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.58

                - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(11 มิ.ย.58) ปิดที่ 60.77 ดอลลาร์/ บาร์เรล ลดลง 66 เซนต์

                - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(11 มิ.ย.58)ที่ 8.77 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

                - เงินบาทเปิด 33.69/71 แนวโน้มแกว่งแคบ รอผลประชุม FOMC สัปดาห์หน้า

                - ธนาคารโลกเตือนประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก เตรียมรับมือความผันผวนในช่วงเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ดอลลาร์แข็งค่า ด้าน "ปรีดิยาธร" มั่นใจเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ชี้ไม่ต้องเพิ่มทีมเศรษฐกิจ ขณะกสิกรไทยชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย กดดันบาทอ่อนค่าลง แตะ 34.25 ส่วนปีหน้าอ่อนค่าต่อเนื่อง ที่ 34.75 บาท/ดอลลาร์ พยุงส่งออกหนุนเศรษฐกิจโต

                - นายเคาชิก บาซู หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระงับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังสับสนว่าฟื้นจริงหรือไม่ และการขึ้นดอกเบี้ยจะสร้างความเสี่ยงให้กับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลกอีกด้วย

                - "กุลิศ สมบัติศิริ" ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การจัดตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ (ซูเปอร์โฮลดิ้ง) จะดำเนินการเสร็จภายในไตรมาสแรกปี 2559 โดยมีหน้าที่สำคัญในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบด้วย บริษัท ปตท. บริษัท การท่าอากาศยานไทย ธนาคารกรุงไทย บริษัท การบินไทย และรัฐวิสาหกิจบริษัทจำกัด ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม บริษัท ทีโอที และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์

                - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดการให้บริการบัตรเครดิตทั้งระบบธนาคารพาณิชย์และบริษัทผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) ล่าสุด ณ สิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรยังขยายตัวได้ไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 โดยเพิ่มขึ้น 5,104 ล้านบาท หรือ 4.13% อยู่ที่ 1.29 แสนล้านบาท

                - "ประพันธ์ เจริญประวัติ" ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ เผยกรณีที่นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานก.ล.ต.ต้องการให้แยกความชัดเจนระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดเอ็มเอไอนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างหารือกับหน่วยงานภายที่เกี่ยวข้องถึงความทับซ้อนของ 2 ตลาด จากนั้นจะรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำข้อมูลไปหารือกับ ก.ล.ต.ต่อไป แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีอะไรบ้างที่ทับซ้อน เพราะหลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์และคุณภาพบริษัทจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอ ใช้มาตรฐานเดียวกับตลาด SET มีเพียงมาร์เก็ตแคปเท่านั้นที่แตกต่าง ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนในเอ็มเอไอทั้งสิ้น 114 บริษัท มีมูลค่าการระดมทุนมากกว่า 6.82 หมื่นล้านบาท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 4 แสนล้านบาท ทั้งปี 2558 คาดว่าจะมีบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ 20 บริษัท

*หุ้นเด่นวันนี้

     - ITD(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ทยอยสะสม"เป้า 12 บาท ราคาหุ้นมีปัจจัยบวกรออยู่ โดยคาดว่าจะถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี SET50 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะประกาศทบทวนรายชื่อใน 15 หรือ 16 มิ.ย. และเป็น 1 ในบริษัทที่เข้าร่วมงาน INVEST ASEAN ในวันที่ 15 มิ.ย. โดยคาดว่าจะได้รับ Feedback เชิงบวกจากผู้จัดการกองทุนทั้งในและต่างประเทศที่เข้าร่วมงานกว่า 300 คน พร้อมคาดโครงการทวายจะมีการเซ็นสัญญาร่วมทุน ระหว่าง ไทย-พม่า-ญี่ปุ่น ในเดือน ก.ค. และเป็นประโยชน์โดยตรงต่อ ITD เนื่องจากเป็นบริษัทเอกชนที่ได้รับสิทธิสัมปทานในโครงการทวาย โดยคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างใน 2H58 เนื่องจากเชื่อว่าจะมีงานประมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐฯเข้าสู่ระบบต่อเนื่อง และให้ ITD เป็น Top pick ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

   - BTS(ฟันันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"เป้า 11.80 บาท เป็นหุ้นปันผลที่น่าสนใจ นอกจากเงินปันผล 0.30 บาท/หุ้น (Yield 3%) ที่จะขึ้น XD 31 ก.ค. เราคาดบริษัทจะจ่ายอีก 0.67 บาท/หุ้นสำหรับผลประกอบการปีนี้ (สิ้นสุด มี.ค. 2016) เป็น yield ที่สูงถึง 6.7% แม้กำไรปกติในปีนี้น่าจะโตเพียง 2% Y-Y เพราะธุรกิจโฆษณาและอสังหาฯชะลอตามเศรษฐกิจ และธุรกิจเดินรถไฟฟ้าไม่มีรถไฟฟ้าสายใหม่ๆเกิดขึ้น แต่จะมีกำไรพิเศษ 2-3 พันล้านบาทจากการขายที่ดินและโรงแรมอีสตินเพื่อแลกกับการถือหุ้น 35.64% ใน U บันทึกใน 1Q16 (เม.ย.-มิ.ย.2015) ทำให้กำไรสุทธิน่าจะโต 54% Y-Y และยังมีโอกาสในการได้สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งคาดได้ข้อสรุป ก.ค.-ส.ค. นี้

     - TKS(ฟันันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"เป้า 12 บาท ได้ประโยชน์จากการพิมพ์บัตรประชามติร่างรธน.สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46-49 ล้านคน (คนละ 2-3 ใบ ยังไม่สรุป) นอกเหนือจากการพิมพ์ร่างรธน.เพื่อแจกให้ผู้มีสิทธิ 19 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เพราะ TKS เคยได้รับการคัดเลือกให้พิมพ์บัตรเลือกตั้งส.ส.เมื่อต้นปีก่อน หากบริษัทได้งานพิมพ์บัตรประชามติ (อาจเป็นต้นปีหน้า) คาดเพิ่มกำไรให้ไม่ต่ำกว่า 20% สำหรับกำไรปกติในปีนี้คาดเพิ่มเพียง 7% Y-Y ชะลอจากปีตามสภาพเศรษฐกิจ แต่กำไร 2H15 จะดีกว่าครึ่งปีแรกจากงานพิมพ์แสตมป์และคูปองให้ร้านสะดวกซื้อ

    - STA (บัวหลวง)ภัยแล้งเอลนีโญมากลับมาเยือนไทยในรอบ 5 ปี, รัฐฯสั่งโค่นต้นยางรุกที่ป่าเพชรบูรณ์ 34 ไร่ ลำปาง 392 ไร่ สกลฯ 148 ไร่ และเล็งพื้นที่เทือกเขาบรรทัดต่อไป ข่าวนี้หนุนให้อุปทานลดลง ขณะที่เมื่อวาน สหรัฐฯส่งสัญญาณคืน GSP ให้ไทย หนุนให้อุปสงค์เพิ่มขึ้น หนุนราคายาง พร้อมให้แนวรับ 13.8 บ. แนวต้าน 14.5 บ.

ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ขานรับข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.ของสหรัฐ ขณะเดียวกันเงินเยนที่อ่อนค่ายังช่วยหนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นทะยานขึ้นด้วย

    ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 147.81 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว

    ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 20,431.78 จุด เพิ่มขึ้น 48.81 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 5,143.34 จุด เพิ่มขึ้น 21.75 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 27,082.60 จุด เพิ่มขึ้น 174.75 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,304.75 จุด เพิ่มขึ้น 2.26 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,068.45 จุด เพิ่มขึ้น 11.84 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,350.77 จุด เพิ่มขึ้น 3.10 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,740.99 จุด เพิ่มขึ้น 6.23 จุด

    ตลาดหุ้นเอเชียได้รับปัจจัยหนุนหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.2% ในเดือนพ.ค. สู่ระดับ 4.449 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และบ่งชี้ว่าผู้บริโภคเพิ่มการใช้จ่ายหลังจากมีท่าทีระมัดระวังในช่วงต้นปี

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน  : ฟุตซี่ปิดบวก 16.47 จุด ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) นำโดยหุ้นกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตและหุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์

   ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 16.47 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 6,846.74 จุด

   หุ้นเจ เซนส์เบอรี บวกขึ้น 1.4% หลังจากมีการปรับเพิ่มความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าว ขณะที่หุ้นเทสโก้และหุ้นดับเบิลยูเอ็ม มอร์ริสัน ซูเปอร์มาร์เก็ตส์ ต่างก็ปรับตัวขึ้นด้วย

   หุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ ดีดตัวขึ้น 1.9% หลังจากนายจอร์จ ออสบอร์น รมว.คลังอังกฤษ ประกาศว่ารัฐบาลมีแผนที่จะขายหุ้นในธนาคารดังกล่าวภายในไม่กี่เดือนนี้

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขณะตลาดยังกังวลวิกฤตหนี้กรีซ

    ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) ขานรับยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ตลาดลดแรงบวกในระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้กรีซ หลังจากมีรายงานว่า การเจรจาแก้ไขวิกฤติหนี้ระหว่างกรีซและฝ่ายเจ้าหนี้ได้ยุติลง โดยทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

    ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.6% ปิดที่ 393 จุด

    ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,971.37 จุด เพิ่มขึ้น 36.46 จุด หรือ +0.74% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,332.78 จุด เพิ่มขึ้น 67.39 จุด หรือ +0.60% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,846.74 จุด เพิ่มขึ้น 16.47 จุด หรือ +0.24%

    ในช่วงแรกนั้น ตลาดหุ้นยุโรปดีดตัวขึ้นขานรับรายงานที่ว่า ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.ของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.2% ในเดือนพ.ค. สู่ระดับ 4.449 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มหันมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น หลังจากมีท่าทีระมัดระวังในช่วงต้นปี

    อย่างไรก็ตาม ตลาดลดแรงบวกในระหว่างวัน หลังจากมีรายงานว่า การเจรจาแก้ไขวิกฤติหนี้ระหว่างกรีซและฝ่ายเจ้าหนี้ประสบทางตันอีกครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศว่า ตัวแทนของ IMF ได้ยุติการเจรจาในกรุงบรัสเซลส์แล้ว และได้เดินทางกลับประเทศโดยทันที เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากกับทางกรีซ

    หนังสือพิมพ์ Kathimerini ของกรีซ รายงานเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลกรีซได้เรียกร้องต่อเจ้าหนี้เพื่อขอขยายเวลาของโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในปัจจุบันออกไปอีก 9 เดือน จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในเดือนนี้

    นอกจากนี้ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S&P) ยังได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงสู่ระดับ CCC หรือระดับขยะ ซึ่งสะท้อนมุมมองที่ว่า รัฐบาลกรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ภายใน 12 เดือนข้างหน้านี้ หากกรีซไม่สามารถทำข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ได้

    หุ้นกลุ่มธนาคารของกรีซปรับตัวขึ้น โดยตลาดหุ้นกรีซปิดทำการก่อนที่ IMF จะออกแถลงการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ หุ้นยูโรแบงก์-เออร์กาเซียส์ หุ้นพิเรอุส แบงก์ และหุ้นเนชันแนล แบงก์ ออฟ กรีซ ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 16%

   หุ้นหลุยส์ วิตตอง พุ่งขึ้น 2.5% หลังจากเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นบริษัท

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 38.97 จุด รับยอดค้าปลีกแข็งแกร่ง

    ดัชนี ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) หลังจากมีรายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.ของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับกาคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด หลังจากมีรายงานข่าวว่า การเจรจาแก้ไขวิกฤติหนี้ระหว่างกรีซและฝ่ายเจ้าหนี้ได้ยุติลง โดยทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

   ดัชนี เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนสปิดที่ 18,039.37 จุด เพิ่มขึ้น 38.97 จุด หรือ +0.22% ขณะที่ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,082.51 จุด เพิ่มขึ้น 5.82 จุด หรือ +0.11% และดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,108.86 จุด เพิ่มขึ้น 3.66 จุด หรือ +0.17%

   ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกัน 2 วันทำการ โดยในช่วงแรกนั้น ดาวโจนส์ทะยานขึ้นไปกว่า 100 จุด ขานรับรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ยอดค้าปลีกเดือนพุ่งขึ้น 1.2% ในเดือนพ.ค. สู่ระดับ 4.449 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และบ่งชี้ว่าผู้บริโภคเพิ่มการใช้จ่ายหลังจากมีท่าทีระมัดระวังในช่วงต้นปี

    อย่างไรก็ตาม แรงบวกในตลาดอ่อนตัวลงในระหว่างวัน หลังจากมีรายงานว่า การเจรจาแก้ไขวิกฤติหนี้ระหว่างกรีซและฝ่ายเจ้าหนี้ประสบทางตันอีกครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศว่า ตัวแทนของ IMF ได้ยุติการเจรจาในกรุงบรัสเซลส์แล้ว และได้เดินทางกลับประเทศโดยทันที เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากกับทางกรีซ

   หนังสือพิมพ์ Kathimerini ของกรีซ รายงานเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลกรีซได้เรียกร้องต่อเจ้าหนี้เพื่อขอขยายเวลาของโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในปัจจุบันออกไปอีก 9 เดือน จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในเดือนนี้

   นอกจากนี้ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S&P) ยังได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงสู่ระดับ CCC หรือระดับขยะ ซึ่งสะท้อนมุมมองที่ว่า รัฐบาลกรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ภายใน 12 เดือนข้างหน้านี้ หากกรีซไม่สามารถทำข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ได้

    ข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธุรกิจสร้างบ้าน กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มยานยนต์ ปรับตัวขึ้น โดยหุ้นโทลล์ บราเธอร์ส ปรับขึ้น 1% หุ้นเคบีโฮม ดีดตัวขึ้นกว่า 1% หุ้นแกป ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่ ปรับขึ้น 1.9% และหุ้นฟอร์ด มอเตอร์ พุ่งขึ้น 1.7%

   หุ้นทวิตเตอร์พุ่งขึ้น 13% หลังจากมีรายงานว่า นายดิค คอสโทโล จะลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของทวิตเตอร์

    อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบ โดยหุ้น Chesapeake Energy ร่วงลง 4.3% หุ้นทรานส์โอเชียนร่วงลง 5% ส่วนหุ้นไดมอนด์ ออฟชอร์ ดริลลิง และหุ้นโนเบิล คอร์ป ต่างก็ร่วงลงกว่า 3.9%

    กลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนมิ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน  

 

                      อินโฟเควสท์

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!