WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

SET68โบรกฯ มอง SET พรุ่งนี้ยังผันผวน ชี้หากผ่าน 1,509 จุด มีโอกาสเห็น 1,518 แต่หากไปไม่ไหวส่อหลุด 1,500 จุด แนะสะสมเมื่ออ่อนตัว

 โบรกฯ มอง SET พรุ่งนี้ ยังผันผวน ชี้หากผ่าน 1,509 จุด มีโอกาสเห็น 1,518 แต่หากไปไม่ไหวมีสิทธิ์หลุด 1,500 จุดอีกครั้ง ชี้จับตาการประชุมเฟด - ปัญหาหนี้กรีซ แนะ  เข้าสะสมเมื่อดัชนีฯ อ่อนตัว พร้อมประเมินแนวรับที่ 1,490-1,500 จุดและแนวต้านที่ 1,518-1,526 จุด

   นายเอกภาวิน สุนทราภิชาติ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ช่วงแรกตลาดฯอ่อนตัวลงตามทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้กรีซที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ อีกทั้งมีคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ซึ่งจะมีการประชุมในช่วงดึกคืนวันที่ 17 มิ.ย. ถือเป็นปัจจัยกดดันตลาดฯให้อ่อนตัวลง และหลุดระดับ 1,500 จุด ลงไปทำจุดต่ำที่ระดับ 1,497 จุด ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาดตามสัญญาณเทคนิค

    สำหรับ ทิศทางของตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้(16 มิ.ย.) มองว่า ให้ดูการเคลื่อนไหวของ SET INDEX หากการฟื้นตัวยืนเหนือระดับ 1,509 จุดได้ถือเป็นสัญญาณที่ดีและมีโอกาสทดสอบระดับ 1,518 จุด แต่อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสที่จะหลุดระดับ 1,500 จุดอีกครั้ง  

    นอกจากนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ที่จะมีขึ้นช่วงดึกของคืนวันที่ 17 มิ.ย.ซึ่งจะสร้างความกังวลต่อตลาดฯ เนื่องจากมีโอกาสที่เฟดจะระบุถึงทิศทางในการขึ้นดอกเบี้ยชัดเจนขึ้น หลังนางเจเน็ต เยลเลน เริ่มส่งสัญญาณจากถ้อยแถลงครั้งล่าสุด กล่าวว่าจะมีการเริ่มขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ส่วนการคาดการณ์ของตลาดฯ คาดว่าเฟดจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในก.ย.หรือต.ค.ปีนี้ แต่มีบางส่วน มองเลยไปถึงปีหน้า ส่วนกรณีผลประชุมเหมือนเดิม คือ ยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย มองว่าไม่มีนัยต่อการเคลื่อนไหวตลาดฯมากนัก ขณะที่อีกปัจจัยที่ยังคงกดดันภาพของตลาดฯ นั้นคือปัญหาหนี้กรีซที่ยังต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่มีความคืบหน้าเชิงบวกใดๆในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งเริ่มมีการพูดถึงความเสี่ยงด้านการออกจากกลุ่ม EU มากขึ้น

    ด้านกลยุทธ์ แนะนำรอซื้อสะสมดัชนีฯอ่อนตัวเมื่ออ่อนตัว พร้อมประเมินแนวรับที่ 1,490-1,500 จุดและแนวต้านที่ 1,518-1,526 จุด

    นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวลงในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อที่จะนำมาตีความต่อทิศทางทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ออกมาแนะนำว่าเฟดน่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้า เพราะถ้าเฟดรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าคาดการณ์ จะส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ ส่วนตลาดหุ้นไทย มองว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากสาเหตุนี้ไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติทยอยขายสุทธิหุ้นไทยออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีกว่า จึงช่วยลดแรงกดดันจากปัจจัยนี้ได้บ้าง

   ขณะที่ปัจจัยในประเทศ มองว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะมาจากการเดินหน้าโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยว ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวขึ้นดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก

   ส่วนราคาน้ำมันโลก แม้จะฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง แต่มองว่าแนวโน้มต่อไปจะเป็นการเคลื่อนไหวแบบ Sideway down แม้ว่าในช่วงสั้นอุปทานจะลดลง แต่ Shell Oil ในสหรัฐฯ พร้อมจะกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง หากราคาน้ำมันกลับขึ้นมายืนเหนือ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล อีกทั้งประเทศในตะวันออกกลาง อย่างอิหร่าน ก็อาจจะกลับมาส่งออกน้ำมันอีกครั้ง

   สำหรับ พรุ่งนี้คาดหุ้นไทยแกว่งผันผวนในกรอบแคบ โดยปัจจัยหลักที่นักลงทุนติดตามก็คือ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17 มิ.ย. นี้ ว่าเฟดจะกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายเช่นไร

  ด้านกลยุทธ์ แนะ Wait&See พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,494 จุด แนวต้าน 1,510 จุด

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!