WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

19 จงหวด

ห้ามเดินป่า 'เขาใหญ่'ผวานํ้าถล่ม! อินทนนท์สั่งปิดยาว 3 น้ำตกบนอุทยานฯ หว่ามก๋อพ้นไทยแล้ว เร่งฟื้นฟู 19 จังหวัด!

     'หว่ามก๋อ'ผ่านไทยแล้ว สรุป 19 จังหวัดได้รับผลกระทบ กรมอุตุฯ ชี้มรสุมอ่อนกำลังลงดอยอินทนนท์ยังห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ 3 น้ำตกในอุทยานหลังฝนตกหนัก หวั่นน้ำป่า อุทยานเขาใหญ่เตือนนักท่องเที่ยวงดเดินป่า ชลบุรีพบศพอดีตนายทหารเรือ-ชายหาปลาหลังน้ำซัดพัดร่างดับ ปราจีนฯ ดับอีก 1 ชาวเขาสมิง จ.ตราด ต้องทิ้งบ้านหนีน้ำอพยพ ขึ้นที่สูง เทศบาลเมืองโอ่งจมบาดาล หัวหินเริ่มคลี่คลายพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว ภาคใต้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมชุมพร ดินระนอง อุ้มน้ำไม่ไหวสไลด์ถล่มทับ 5 อำเภอ ปทุมธานีโอดถนนทรุดน้ำถล่มซ้ำ วอนเร่งแก้ไข โคราชน้ำยังไหลเข้าเขื่อนลำตะคองน้อย เผยปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักภาคกลางยังไม่เพียงพอ นายกฯ กำชับเร่งช่วยผู้ประสบภัย เตรียมออกแพ็กเกจลดความเสียหาย

วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 9062 ข่าวสดรายวัน

มวลน้ำ - สภาพน้ำป่าไหลลงจากน้ำตกแม่เตี๊ยะ อุทยานแห่งชาติออบหลวง จ.เชียงใหม่ ขณะที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และเขาใหญ่ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปในเขตน้ำตกที่อาจมีน้ำป่าไหลหลากจากฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 19 ก.ย.

นายกฯกำชับเร่งช่วยผู้ประสบภัย

      เมื่อวันที่ 19 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่าปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบภัย 10 จังหวัดจากอิทธิพลพายุดีเปรสชัน "หว่ามก๋อ" ได้แก่ พังงา นครนายก กระบี่ ตาก ชลบุรี ระยอง ชุมพร จันทบุรี ตราด สตูล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงสั่งกำชับให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานจังหวัดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และรักษาความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังไปยังพื้นที่รองรับน้ำหรือผันน้ำสู่แหล่งกักเก็บน้ำ รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เพื่อให้การระบายน้ำบนพื้นผิวจราจรและที่ลุ่มต่ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนเร่งสำรวจประเมินความเสียหายและจัดทำบัญชีพื้นที่ประสบภัย เพื่อเร่ง ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของ ผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง พร้อมฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ประสานแก้ไข สิ่งสาธารณูปโภคและสิ่งสาธารณประโยชน์ ให้ใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

ปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักยังไม่พอ

     พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าแม้ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศจะได้รับอิทธิพลจากพายุ "หว่ามก๋อ" ทำให้เกิดภาวะฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกฯกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจ และอาชีวศึกษาเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแม้จะมีฝนตกหนักดังกล่าวแต่ส่วนใหญ่ยังตกนอกพื้นที่รองรับน้ำส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนยังมีไม่มากนัก โดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีปริมาณน้ำไม่ถึงร้อยละ 50 ของความจุเขื่อน เช่น เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ ร้อยละ 33 เขื่อนสิริกิติ์ร้อยละ 44 เขื่อนป่าสัก ชลสิทธิ์ร้อยละ 14 และเขื่อนแควน้อยร้อยละ 29 ของความจุ ทำให้ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาน้ำ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยเฉพาะน้ำแล้ง จึงอยากวิงวอนให้ประชาชนร่วมกันประหยัดการใช้น้ำ รวมถึงเกษตรกรบางพื้นที่ที่จะต้องปรับเปลี่ยนการปลูกพืชตามคำแนะนำของรัฐบาล

เตรียมมาตรการลดความเสียหาย

     พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่ารัฐบาลเข้าใจและเห็นใจเกษตรกรที่เดือดร้อน จึงเร่งรัดจัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือ ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำในช่วงเวลานี้ ซึ่งไม่ได้ห้าม แต่เป็นการขอความร่วมมือและให้ความช่วยเหลือ เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรเอง โดยจะออกมาตรการเป็นแพ็กเกจครอบคลุมทั้งมาตรการลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น สัดส่วนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืช การตลาดสำหรับรองรับผลผลิตทางการเกษตร การช่วยเหลือเรื่องการจ้างงาน และอีกหลายเรื่องหลายมาตราการ ภายใน 2 -3 สัปดาห์นี้ สำหรับในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงประชาชนที่เดือดร้อน เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเร่งช่วยเหลือเต็มที่และครบทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การฟื้นฟู เยียวยาเมื่อน้ำลดแล้ว และขอยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเต็มความสามารถ

พิษพายุหว่ามก๋อถล่ม 19 จว.

     นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.ถึงปัจจุบัน มีจังหวัดได้รับผล กระทบจากภาวะฝนตกหนักของอิทธิพลพายุหว่ามก๋อ จำนวน 19 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี พังงา ชุมพร ตราด สระบุรี ระนอง สตูล ตาก จันทบุรี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตรัง ฉะเชิงเทรา นครนายก กระบี่ พัทลุง นครศรี ธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ รวม 51 อำเภอ 136 ตำบล 542 หมู่บ้าน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 9 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 10 จังหวัด รวม 39 อำเภอ 121 ตำบล 503 หมู่บ้าน โดยจ.พังงา น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ตะกั่วป่า อ.คุระบุรี และอ.กะปง รวม 14 ตำบล 51 หมู่บ้าน จ.นครนายก น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อ.เมืองนครนายก รวม 2 ตำบล 9 หมู่บ้าน กระบี่ น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.อ่าวลึก อ.เมืองกระบี่ อ.คลองท่อม อ.เกาะลันตา และอ.เหนือคลอง รวม 12 ตำบล 25 หมู่บ้าน จ.ตาก น้ำล้นตลิ่งและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.พบพระ อ.บ้านตาก อ.แม่สอด อ.วังเจ้า และ อ.แม่ระมาด รวม 7 ตำบล 8 หมู่บ้าน

คาดสถานการณ์สู่ภาวะปกติ 1-2 วัน

      นายฉัตรชัย กล่าวว่า จ.ชลบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางละมุง อ.สัตหีบ และอ.หนองใหญ่ รวม 16 ตำบล 73 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำของอำเภอสัตหีบ คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วัน ถนนสายหลักสามารถสัญจรผ่านได้แล้ว จ.ระยอง น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองระยอง อ.เขาชะเมา อ.บ้านฉาง และอ.แกลง รวม 9 ตำบล 46 หมู่บ้าน จ.ชุมพร น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พะโต๊ะ อ.หลังสวน และอ.สวี รวม 10 ตำบล 35 หมู่บ้าน จ.จันทบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองจันทบุรี อ.โป่งน้ำร้อน อ.ขลุง อ.มะขาม อ.เขาคิชฌกูฏ และอ.แก่งหางแมว รวม 14 ตำบล 69 หมู่บ้าน ถนนเสียหาย 3 สาย สะพานเสียหาย 2 แห่ง ฝายเสียหาย 1 แห่ง คอสะพานเสียหาย 1 แห่ง จ.ตราด น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เกาะช้าง และอ.เขาสมิง รวม 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน จ.สตูล น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ควนโดน อ.ท่าแพ อ.เมืองสตูล อ.ควนกาหลง และอำเภอละงู รวม 15 ตำบล 95 หมู่บ้าน

เร่งระบายน้ำ-ซ่อมสาธารณูปโภค

     อธิบดีปภ.กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ชลบุรี พัทลุง ตรัง และพังงา หากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่คาดว่าสถานการณ์จะเข้าภาวะปกติภายใน 1-2 วัน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยออกปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ภัยและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นผิวจราจรและพื้นที่ลุ่มต่ำ อีกทั้งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง ตลอดจนซ่อมแซมสาธารณูปโภคและสิ่งสาธารณประโยชน์ให้ใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

บิ๊กโด่งลุยตรวจพื้นที่จ.ชลบุรี

     วันเดียวกัน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบกและรมช.กลาโหม พร้อมด้วยนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าฯ ชลบุรี นาย ไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่ และคณะหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กองทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ เดินทางลงพื้นที่ ม.11 ต.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี หลังพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมน้ำล้นทะลักจากอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่จนทำให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 50 หลังคาเรือน โดยมีนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง และนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา รายงานความเสียหาย คณะลงตรวจเยี่ยมการซ่อมแซมสะพานขาดของเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมตรวจเยี่ยมบ้านเรือนที่เสียหายและมอบสิ่งของให้ประชาชนที่เดือดร้อน ก่อนเดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ อบต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พบศพอดีตทหารเรือถูกน้ำซัด

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมกำลังทหารกองทัพเรือ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.พลูตาหลวง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน กว่า 20 นาย ร่วมกันค้นหาเรือตรีขจร ชัยวงษ์ อายุ 62 ปี นายทหารเรือนอกราชการ ซึ่งถูกกระแสน้ำพัดหลังฝนตกติดต่อกันนานกว่า 3 วัน ทำให้น้ำล้น สปีลเวย์ในอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นเหตุให้น้ำไหลหลากเข้าสู่บ้านเรือนราษฎรขณะยืนอยู่นอกตัวบ้าน พื้นที่หมู่ 2 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตั้งแต่เวลา 14.00 น. วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา

       กระทั่งพบศพเรือตรีขจรนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าและซากเศษไม้บริเวณสะพานคลองบางไผ่ หน้าร.พ.สิริกิติ์ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 ก.ม. สภาพใบหน้าและกะโหลกยุบเหมือนถูกของแข็งกระแทกอย่างแรง

บางละมุงน้ำพัดชายหาปลาจมดับ

     นางประทวน ประยูร อายุ 58 ปี อาศัยในศูนย์พักพิง ภรรยาเรือตรีขจร เล่าเหตุการณ์ว่า น้ำมาเร็วมาก โดยไม่มีการแจ้งเตือน เพียงแค่ 5 นาที น้ำได้ไหลท่วมบ้านโดยกระแสน้ำเชี่ยวมาก ขณะนั้นสามียืนอยู่นอกบ้าน ก่อนที่น้ำจะพัดร่างสามีไปติดกับกอไผ่ซึ่งสามีได้จับกอไผ่แน่นก่อนจะร้องให้คนช่วย ขณะนั้นมีท่อนไม้ลอยมากระแทกร่างสามีทำให้มือที่จับหลุดและลอยไปตามกระแสน้ำหายไปดังกล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้เจ้าหน้าที่พบศพนายพัลลภ ภักดี อายุ 35 ปี หลังถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปขณะออกหาปลาบริเวณริมฝายตาเชี่ยว พื้นที่หมู่ 1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กระทั่งวันเดียวกันนี้มาพบศพเรือตรีขจรที่ถูกน้ำพัดหายไป ซึ่งตอนนี้จังหวัดชลบุรีมีประชาชนเสียชีวิตในเหตุการณ์พายุหว่าม ก๋อกระหน่ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรีแล้ว 2 ศพ

ชาวเขาสมิงทิ้งบ้านอพยพขึ้นที่สูง

     สำหรับ สถานการณ์น้ำท่วมที่ ต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย. นายสุเมธ ตะเพียนทอง ปลัดอาวุโสอำเภอเขาสมิง พร้อมด้วยสมาชิก อบต.สะตอ และเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบปริมาณน้ำในคลองสะตอหลังน้ำเอ่อขึ้นสูงถึง 9 เมตร พบว่าปริมาณน้ำลดระดับลงเล็กน้อย ส่วนที่ซอยรื่นรมย์สามัคคี หมู่ 7 ต.สะตอ ปริมาณน้ำยังไม่ลดและยังสูงกว่า 150 ซ.ม. บ้านเรือน 15 หลังถูกน้ำท่วม ประชาชนทิ้งบ้านไปอาศัยกับญาติในที่สูง บางรายยังอาศัยอยู่และใช้เรือเพื่อเดินทางออกมา

นายสนิท ชูจิต สมาชิก อบต.สะตอที่ร่วมสำรวจ กล่าวว่า น้ำได้เอ่อเข้าท่วมพื้นถนนและบ้านเรือนประชาชนจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสม ประกอบกับน้ำที่ไหลมาจาก ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จึงทำให้มีปริมาณมากไหลเข้าท่วมบ้านเรือน 6 หมู่บ้านซึ่งมีมากกว่า 100 หลังคาเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่สามารถออกจากบ้านเรือนได้ ต้องซื้ออาหารและของใช้ส่งไปให้ทางเรือ

เมืองโอ่งรถตู้โดยสารชนสิบล้อ

     ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ราชบุรี ว่า หลังจากพายุหว่ามก๋อพัดเข้าไทยทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของ จ.ราชบุรี โดยเฉพาะที่บริเวณชุมชนร่มรื่นพัฒนา เขตเทศบาลเมืองราชบุรี มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าท่วมขังอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนเกือบ 40 ครอบครัว ต้องรีบขนย้ายข้าวของออกมาไว้ในพื้นที่สูง โดยปริมาณน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ พบชาวบ้านที่อพยพจากชุมชนร่มรื่นต้องออกมานอนริมถนนโดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ นำเต็นท์มากางและนำเตียงเหล็กมาให้ชาวบ้านใช้อาศัยหลับนอนชั่วคราว นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณหม้อแปลงไฟฟ้าที่โดนปริมาณน้ำฝนจนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์จนเพลิงสงบลง ส่วนถนนสายต่างๆ ทั่วเขตเทศบาล มีปริมาณน้ำท่วมขัง บางจุดรถไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่ถนนหลายสายมีรายงานพบอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกัน และมีรถตู้โดยสารไถลลื่นตกร่องกลางถนนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ไม่มีผู้บาดเจ็บ ส่วนที่บริเวณถนนสายหนองตากยา-แก้มอ้น ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เขตติดต่อกับ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี มีรถตู้โดยสารประสบอุบัติเหตุชนรถบรรทุกสิบล้อ เนื่องจากฝนตกหนักทำให้มองเส้นทางไม่เห็น มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย

ชาวสวนกุหลาบโอดราคาตก

     นางบรรจง กะสิประเสริฐ เกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบในพื้นที่ ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เผยว่าตนปลูกกุหลาบเก็บดอกบนพื้นที่ขนาด 2 ไร่ครึ่ง ส่งจำหน่ายให้พ่อค้าที่ปากคลองตลาด กทม. แต่หลังจากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทางสวนเก็บดอกกุหลาบได้น้อยลง จากเดิมที่เก็บได้ 3-4 พันดอกต่อวัน ปัจจุบันเก็บได้เพียง 2,000 ดอกต่อวัน เนื่องจากต้นกุหลาบไม่ชอบน้ำมากเกินไป นอกจากนั้นดอกที่ออกมาจะมีสีซีดออกสีชมพูขาว ไม่แดงจัด รวมไปถึงศัตรูทางธรรมชาติที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ล้วนทำให้ผลผลิตเสียหาย ส่วนราคาจำหน่ายหากดอกกุหลาบปกติ จำหน่ายได้ในราคาร้อยละ 30-40 บาท แต่หากดอกสีซีดจะได้ราคาถูกลงกว่าเดิมถึง 10 บาท

หัวหินคลี่คลายเปิดรับนักท่องเที่ยว

    ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากสภาวะน้ำหลากแรงเข้าท่วมผิวการจราจรบนถนนเพชรเกษม เป็นเหตุให้มีอุบัติเหตุรถพลัดตกร่องน้ำข้างทางระหว่างทางหลักกับทางขนานจำนวน 2 คัน ผู้โดยสารปลอดภัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพพื้นผิวถนนเพชรเกษมกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังฝนหยุดตกและระดับน้ำลดต่ำลง เนื่องจากมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็ว น้ำท่วมสูงประมาณ 20-30 ซ.ม. การจราจรผ่านได้ ทั้งที่บริเวณด้านหน้าร.พ.หัวหิน -แม็คโคร, หน้าเพลินวาน-วังไกลกังวล, ซอย 72 ถึงหน้าห้างหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ และช่วงตลาดหัวนา-สวนน้ำวานานาวา ทุกจุดเข้าสู่สภาวะปกติ ส่วนจุดที่น้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชน ที่หมู่บ้านพงษ์นเรศน์ ซอยหัวหิน 102 ซึ่งเป็นหมู่บ้านพื้นที่ลุ่มต่ำ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน สั่งให้เร่งระบายน้ำด้วยการใช้เครื่องสูบน้ำแรงดันสูงสูบน้ำออกสู่คลองพระราชดำริฯ เพื่อออกสู่ทะเลเช่นเดียวกัน ระดับน้ำลดต่ำลงเรื่อยๆ จนเข้าสู่สภาวะปกติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ

ปราจีนฯพบร่างชายจูงเรือฝ่าน้ำดับ

      นายนพดล งาเหลือ นายอำเภอนาดี จ.ปราจีนบุรี แจ้งว่าจากเหตุน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลกไหลหลากลงคลองยางบ้านขุนศรี หมู่ 2 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี คลองระบายน้ำไม่ทันล้นตลิ่งท่วมถนนทางเข้า-ออกหมู่บ้านที่ตัดผ่าน ระดับน้ำลึกกว่า 1 เมตร ยาวกว่า 200 เมตร ขณะเดียวกับที่นายบุญส่ง จันทร์เวียงชัย อายุ 54 ปี เดินจูงเรือพาบุตรสาวฝ่าข้ามสายน้ำเพื่อไปสอบปลายภาคเรียน เรือเกิดพลิกคว่ำ ได้เข้าช่วยบุตรสาวแต่จมหายไปกับกระแสน้ำ หน่วยกู้ภัยออกค้นหาตลอดทั้งวันวานนี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 04.30 น. วันเดียวกันนี้หลังน้ำลดกลับสู่ภาวะปกติ หน่วยกู้ภัยพร้อมเพื่อนบ้านเดินปูพรมค้นหาก่อนจะ พบร่างนายบุญส่งเสียชีวิตถูกน้ำพัดมาอยู่กลางไร่มันสำปะหลัง ห่างจากถนนที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร

น้ำท่วมประจันตคาม-กบินทร์บุรี

      เวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ว่า จากฝนที่ตกหนักติดต่อหลายวันส่งผลให้น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลหลากพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี รวม 2 อำเภอ คือ อ.ประจันตคาม และ อ.กบินทร์บุรี จุดแรกน้ำป่าจากอุทยานเขาใหญ่ระบายลงคลองประจันตคาม โดยระบายน้ำไม่ทัน ล้นตลิ่งท่วม 3 หมู่บ้าน คือ บ้านนา หมู่ 1 ต.หนองแก้ว, บ้านอินไตรย์ หมู่ 6 ต.โพธิ์งาม และบ้านนาแขม ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม อีกจุดคือที่ชุมชนตลาดเก่าเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ซึ่งตั้งอยู่ริมต้นแม่น้ำปราจีนบุรี เป็นจุดที่น้ำจากแควพระปรงที่ไหลมาจากเทือกเขาสอยดาว จ.สระแก้ว และน้ำจากแควหนุมานที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มารวมกันเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี จากปริมาณน้ำที่สูงและพื้นที่ดังกล่าวลุ่มต่ำส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่งขึ้นท่วมชุมชนรวมกว่า 120 ครัวเรือน ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซ.ม. ทั้งนี้มีหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลกบินทร์ และหน่วยทหารจากมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ค่ายจักรพงษ์ นำกำลังเตรียมช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของ


มวลน้ำ - มวลน้ำจำนวนมากไหลผ่านน้ำตกวชิรธาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ จนอุทยานสั่งห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง เช่นเดียวกับอุทยานฯ เขาใหญ่ที่ให้งดเดินป่าเนื่องจากหวั่นอันตรายจากน้ำถล่ม เมื่อวันที่ 19 ก.ย.

เตือนนักท่องเที่ยวงดเดินป่าเขาใหญ่

       นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่าปริมาณน้ำฝนวันที่ 19 ก.ย.ที่วัดได้พบว่าทุกจุดอยู่ในภาวะปกติ ไม่เกิน 100 ม.ม. อย่างไรก็ตามจากพายุฝนในช่วง 2-3 วันทำให้บริเวณสถานที่กางเต็นท์ลำตะคองมีน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากท่วมถนนบริเวณโป่งต้นไทร ถนนขึ้นเขาใหญ่ด้านอ.ปากช่อง แม้ฝนจะหยุดตกและปริมาณน้ำลดลงเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว น้ำในคลองและบริเวณน้ำตกเหวสุวัตที่ไหลลงสู่อ.ปากช่อง ยังไหลแรงตลอดเวลาและมีสีขุ่นเหลือง จึงขอแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่เดินป่าต้องเดินตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด แต่ถ้างดเดินป่าได้ก็จะดี เนื่องจากเป็นช่วงหน้าฝนอาจเกิดอันตรายได้

น้ำไหลเข้าเขื่อนลำตะคองต่อเนื่อง

      ที่จ.นครราชสีมา นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำตะคองที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนลำตะคองมีปริมาณฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องจากพายุหว่ามก๋อในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่า มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนลำตะคองแล้วกว่า 12 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ล่าสุดเขื่อนลำตะคองมีปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้อยู่ที่ 61 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 20 ของความจุทั้งหมด 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร และในช่วง 1-2 วันนี้จะยังคงมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้เขื่อนลำตะคองหยุดส่งน้ำออกเพื่อรักษาระบบนิเวศและการอุปโภคบริโภคตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อกักเก็บน้ำให้มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น ประกอบกับในพื้นที่ท้ายเขื่อนตามแหล่งน้ำต่างๆ ยังคงมีปริมาณน้ำฝนในทุกพื้นที่ ทำให้โรงผลิตน้ำประปา เกษตรกรสามารถนำน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

เผยปริมาณน้ำในเขื่อนนครราชสีมา

      นายชิตชนกกล่าวต่อว่า ขณะที่ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 47 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุกักเก็บ 109 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนกว่า 12 ล้านลูกบาศก์เมตร, เขื่อนลำมูลบน อ.ครบุรี ปริมาณน้ำปัจจุบันเหลืออยู่ 37 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อย 26 จากความจุ 141 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนกว่า 1.8 หมื่นลูกบาศก์เมตร, เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี ปริมาณน้ำปัจจุบันเหลืออยู่ 69 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 25 จากความจุ 275 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนกว่า 5.8 หมื่นลูกบาศก์เมตร และเขื่อนลำปลายมาศ อ.เสิงสาง ปริมาณน้ำปัจจุบันเหลืออยู่ 42 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 43 จากความจุ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน 9 แสนลูกบาศก์เมตร

      ด้านนายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองเปิดเผยว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงเขื่อนลำตะคองยังถือว่าน้อยอยู่ หากต่อจากนี้ไปถ้าไม่มีฝนตกลงมาอีกภายในเดือนต.ค. ก็ต้องมาบริหารจัดการน้ำในเขื่อนว่าจะเพียงพอต่อการใช้น้ำในช่วงต่อไปหรือไม่

ดอยอินทนนท์ยังห้ามเที่ยวน้ำตก

     ส่วนที่ภาคเหนือ นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เปิดเผยว่าสั่งปิด ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปในเขตน้ำตกแม่กลาง น้ำตกแม่ยะ และน้ำตกวชิรธาร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หลังมีฝนตกหนักในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังสั่งกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยซึ่งเป็นพื้นที่บนยอดดอยสูง หากประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมชุมพร

      หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวัน ทำให้หลายพื้นที่ในจ.ชุมพร ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนล่างของจ.ชุมพร ตั้งแต่ อ.สวี อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน อ.ละแม และอ.พะโต๊ะ เกิดน้ำป่าไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาด้านตะวันตกบริเวณรอยต่อระหว่างจ.ชุมพรกับจ.ระนอง ทำให้มีบ้านเรือนราษฎร พื้นที่ทาง การเกษตร ตลอดจนระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน ฝายกั้นน้ำ เสียหายหลายแห่ง

     เช้าวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าในพื้นที่ ต.บ้านนา และต.ขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนเป็นบริเวณกว้าง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าในซอยเข้าไปยังกองร้อยอาสาสมัครจังหวัดชุมพร(กองร้อย อส.จ.ชุมพร) และวัดเขาปูน ต.ขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร ซึ่งเป็นเส้นทางลัดไปออกถนนสายเอเชีย 41 เพื่อมุ่งหน้าลงไปทางใต้ มีน้ำป่าไหลเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำออกมาขึ้นรถประจำทางขนาดใหญ่บริเวณปากซอย ส่วนสวนยางพาราที่ปลูกกันจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเช่นกัน

ชาวบ้านขนของไม่ทันปล่อยจมน้ำ

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 18 ก.ย. เกิดกระแสน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในละแวกแนวถนนสายดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่กว่า 60 หลังคาเรือน ชาวบ้านเดือดร้อนรวม 653 คน โดยน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเร็วมากจนไม่สามารถยกสิ่งของหนีน้ำได้ทัน ต้องปล่อยให้จมน้ำ กระทั่งเวลา 02.30 น. เช้าวันเดียวกัน ระดับน้ำจึงเริ่มลด ระดับความสูงอยู่ที่ 1.50 ม.

    นายประสาน โชติคุต อายุ 58 ปี สมาชิก อบต.บ้านนา อ.เมืองชุมพร กล่าวว่าน้ำในปีนี้มาเร็วมาก ไม่คิดว่ามวลน้ำจะมาถึงชุมพร ในเวลานี้ เพราะปกติชาวบ้านแถบนี้เจอน้ำท่วม ทุกปี ปีละ 1-2 ครั้ง ชาวบ้านจึงรู้ดีว่าน้ำจะ มาเวลาไหน แต่ในครั้งนี้น้ำมาเร็วมากจน ชาวบ้านขนย้ายสิ่งของหนีน้ำไม่ทัน บางรายปล่อยให้จมน้ำ

ระนองดินสไลด์ทับโรงงาน

      ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อกลางดึกคืน วันที่ 19 ก.ย. เกิดเหตุดินเลื่อนไหลเข้าทับ โรงเรือนเฟอร์นิเจอร์จำนวน 2 หลังเสียหาย แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดที่ช่วงรอยต่อ ระหว่าง หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.บางพระเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง

     นางพรทิพา สีนิล เจ้าของบ้านเลขที่ 1/2 ต.บางพระเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง กล่าวว่าช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมาขณะนอนหลับตนได้ยินเสียงดังคล้ายก้อนหินกลิ้งและต้นไม้ตกลงมาจากภูเขาหลังบ้าน มีเสียงดังครืนๆ จึงวิ่งออกมานอกบ้านเปิดไฟฉายเห็นดินเลื่อนไหลลงมาจำนวนมาก ทำให้ไม่กล้านอนที่บ้านตนเอง ต้องย้ายครอบครัวออกไปนอนบ้านญาติ ตรวจสอบตอนเช้าพบดินเชิงเขาที่ปลูกเป็นสวนยางพาราเลื่อนไหลลงมาเข้าทับโรงเรือนทำเฟอร์นิเจอร์ไม้จำนวน 2 หลังเสียหาย กระเบื้องแตกและห้องน้ำพังเสียหาย

      นายสายัญ เซ่งลั่น ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอละอุ่น กล่าวว่าโรงเรือนทั้ง 2 หลังดังกล่าวปลูกติดภูเขา เมื่อมีฝนตกลงมามากทำให้ดินอุ้มน้ำไม่ไหว เกิดดินเลื่อนไหลลงมา และวันนี้มีฝนตกลงมาอีก จึงจะเสนอให้ทางอำเภอละอุ่นประกาศให้เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยดินเลื่อนไหล ให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงออกไปเพื่อความปลอดภัย และจะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ดินอุ้มน้ำไม่ไหวไหลถล่ม 5 อำเภอ

       นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง กล่าวว่าสิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้คือสถานการณ์ดินเลื่อนไหลและดินโคลนถล่ม เนื่องจากพบว่าดินอยู่ในสภาพอุ้มน้ำสูงมาก จากจุดเสี่ยงภัยดินเลื่อนไหลจำนวนมากในพื้นที่ 5 อำเภอคือ อ.เมือง อ.ละอุ่น อ.กระบุรี อ.กะเปอร์ และอ.สุขสำราญ และพบว่ามี 20 จุดอยู่ในสภาวะเสี่ยง หากมีฝนตกลงมาเพิ่มจะทำให้เกิดดินเลื่อนไหลได้ทันที หน่วยงานต่างๆ เตรียมความพร้อมสามารถนำรถตักดินเข้าแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

ท่าเรือน้ำลึกเกิดสภาพฟ้าหลัว

     เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่จ.ระนองเกิดฟ้าหลัวในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สภาพอากาศและการมองเห็นคล้ายหมอกหรือกลุ่มควันจำนวนมากล่องลอยอยู่ทั่วบริเวณ โดยที่ท่าเรือน้ำลึกจ.ระนองซึ่งมีแม่น้ำกระบุรีเป็นชายแดนกั้นระหว่างจ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา ไม่สามารถมองเห็นแผ่นดินฝั่งตรงกันได้ชัดเจน ทัศนวิสัยลดลง มองเห็นได้จำกัดไม่เกิน 10 กิโลเมตร มีปัญหากับการเดินเรือ หากเป็นเรือใหญ่จะส่งสัญญาณแตรในขณะเดินเรืออยู่ตลอด

       ไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาระนอง กล่าวว่าฟ้าหลัวที่เกิดขึ้นในจ.ระนอง ทัศนวิสัยในการมองแนวราบไม่เกิน 10 กิโลเมตร ส่วนในทะเลการมองเห็นลดต่ำลง การเดินเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในช่วงนี้ สภาพฟ้าหลัวเกิดจากอนุภาคของมวลอากาศเย็น ทำให้สภาพทั่วไปดูขมุกขมัว และท้องฟ้ามีเมฆหนาปกคลุมตลอดวัน

อ.สะเดาน้ำลดเข้าสู่ภาวะปกติ

     ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต.สำนักแต้ว และต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาแก้วเข้าท่วมในพื้นที่ ม.2 บ้านน้ำลัด ต.สำนักแต้ว และม.4 บ้านกว้าน ม.7 บ้านต้นท้อน และม.8 บ้านหัวถนน ต.ปริก เข้าท่วมถนนและสวนยางพาราสวนผลไม้ ล่าสุดน้ำลดลงทั้งหมดแล้ว ชาวบ้านกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

       นายทวีวุฒิ สังข์ศิริ นายอำเภอสะเดา กล่าวว่าตนให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยประเมินความเสียหายของพื้นที่การเกษตรสวนยางพารา สวนผลไม้ ไม่น้อยกว่า 6 แสนบาท ส่วนปริมาณน้ำในคลองอู่ตะเภาในพื้นที่ต้นน้ำอ.สะเดา แม้จะยังมีปริมาณน้ำที่สูงอยู่ แต่ไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำทั้งในอ.คลองหอยโข่ง และอ.หาดใหญ่ เนื่องจากขณะนี้ฝนหยุดตกแล้ว

ปทุมฯโอดถนนทรุดน้ำถล่มซ้ำ

       เวลา 17.00 น. วันเดียวกัน ที่จ.ปทุมธานี นายสมชาย เสมอใจ ชาวสวนปาล์ม อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 6 ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า ชาวบ้านเลียบคลอง 13 เดือดร้อนจากน้ำที่เอ่อล้นจากคลอง 13 เข้าท่วมบริเวณที่พื้นถนนทรุด บริเวณถนนเลียบคลอง 13 ฝั่งตะวันตก ก.ม.ที่ 14+500 หมู่ 6 ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี และถนนเลียบคลอง 13 ฝั่งตะวันตก ก.ม.ที่ 16+200 หมู่ 2 ต.นพรัตน์ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี หลังจากภาวะภัยแล้งที่ผ่านมาทำให้ถนนเลียบคลอง 13 ทรุดหลายแห่ง จนแขวงทางหลวงชนบทปทุมธานีนำเครื่องจักรเข้ามาดำเนินการแก้ไขเบื้องต้นด้วยการเกลี่ยพื้นถนนให้รถยนต์สามารถผ่านและใช้เส้นทางได้ปกติแบบชั่วคราว ปัจจุบันเกิดฝนตกบ่อยครั้งทำให้น้ำในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มระดับขึ้น รวมกับกระแสน้ำที่ไหลมาจาก จ.สระบุรี เข้าสู่คลองระพีพัฒน์และไหลลงสู่คลองระบายน้ำต่างๆ โดยเฉพาะคลอง 13 ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้ามาในบริเวณพื้นที่ทรุดและไหลเข้าสู่ไร่และสวนของชาวบ้าน รวมถึงทำให้เส้นทางที่เด็กนักเรียนโรงเรียนประชานุเคราะห์คลอง 13 ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ ต้องไปใช้เส้นทางอื่นเดินทางไปโรงเรียนที่ไกลกว่าเดิม

    ด้านนายสมชาย เสมอใจ ชาวสวนปาล์ม กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมา ฝนตกหนักมาก จนทำให้น้ำล้นจากคลอง 13 ไหลลงมาในสวนปาล์ม ตนจึงต้องขอความช่วยเหลือจาก อบต.ศาลาครุ ช่วยทำคันกั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำในคลอง 13 ไหลลงมาในสวนปาล์ม ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขซ่อมแซมพื้นถนนที่ทรุดมานานแล้ว เมื่อน้ำเอ่อล้นทำให้รถยนต์สัญจรได้ยากลำบาก

สภาพกทม.เริ่มแห้งเป็นปกติ

     ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมรายงานสถานการณ์ฝนตกในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า พื้นที่ กทม.มีฝนตกปานกลางถึงหนัก ปริมาณฝนสูงสุดที่ ปตร.คลองขุนศรีบุรีรักษ์ เขตทวีวัฒนา 53.5 ม.ม., สถานีคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน 47.5 ม.ม., จุดวัดน้ำคลองภาษีเจริญ เขตบางแค 45.5 ม.ม., ปตร.คลองสิบสาม เขตหนองจอก 44.0 ม.ม. ส่งผลให้มีน้ำท่วมในถนนสายหลัก ที่สำนักการระบายน้ำรับผิดชอบ 7 ถนน ดังนี้ 1.ถนนเพชรเกษม บริเวณ ซ.เพชรเกษม 37 ถึงคลองยายเพียร เขตบางแค 2.ถนนพัฒนาการ บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย เขตสวนหลวง 3.ถนนพัฒนาการ บริเวณหน้าโชว์รูมเบนซ์ เขตสวนหลวง 4.ถนนพระพิพิธ ตลอดสาย เขตพระนคร 5.ถนนสนามไชย บริเวณหน้าวัดโพธิ์ เขตพระนคร 6.ถนนสุวินทวงศ์ขาออก บริเวณแยกราษฎร์อุทิศ เขตมีนบุรี และ 7.ถนนสุวินทวงศ์ขาออก บริเวณโค้งนิมิตรใหม่ ตัดสุวินทวงศ์ เขตมีนบุรี ขณะนี้น้ำแห้งเป็นปกติ

บิ๊กป้อมกำชับเหล่าทัพเร่งฟื้นฟู

     พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กำชับให้ทุกเหล่าทัพยังคงติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งใช้ศักยภาพของกองทัพเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดยให้ประสานการทำงานกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึงและไม่ซ้ำซ้อน ขณะที่กำลังทหารของทั้งสามเหล่าทัพยังคงใช้ความพยายามเต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ อ.บ้านฉาง อ.บางละมุง อ.สัตหีบ พัทยา จ.ชลบุรี, อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา, อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว, อ.เมือง จ.ราชบุรี, อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์, อ.หลังสวน อ.เขาฉกรรจ์ จ.ชุมพร, อ.เมือง จ.ระนอง, อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี, อ.เมือง จ.ตรัง รวมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยการช่วยเหลือกระทำทั้งการอพยพผู้ประสบอุทกภัยและขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย การจัดตั้งที่พักชั่วคราว การอำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายและการจราจร การช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน และการมอบสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ รวมทั้งการจัดกำลังชุดช่างช่วยเหลือเฉพาะหน้า และการเตรียมการช่วยเหลือฟื้นฟูเมื่อสถานการณ์เบาบางลง

กรมอุตุฯชี้มรสุมอ่อนกำลังลง

     กรมอุตุนิยมวิทยา เผยหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งอีก 1 วัน ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

     โดยกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในรอบ 7 วัน ระหว่างวันที่ 19-25 ก.ย. คาดหมายในช่วงวันที่ 19-21 ก.ย. หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง และเคลื่อนไปปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 22-25 ก.ย. ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!