WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

KUBOTAฮโรช คาวาคามสยามคูโบต้า ปิดยอดขาย 47,000 ล้านบาท ประกาศรุกตลาดพืชเศรษฐกิจเร่งสร้างศูนย์ R&D SIAM KUBOTA

   บ้านเมือง : สยามคูโบต้า คาดยอดขายปี 2558 ทั้งตลาดในประเทศและส่งออก มียอดรวมกว่า 47,000 ล้านบาท ประกาศแผนปี 59 รุกตลาดพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ ชู กลยุทธ์ KUBOTA (Agri) Solutions เร่งสร้างศูนย์ R&D SIAM KUBOTA เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สนองความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริงคาดแล้วเสร็จ มี.ค.59

    นายฮิโรชิ คาวาคามิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า คาดว่ายอดขาย ปีนี้ จะมียอดขายรวมกว่า 47,000 ล้านบาท แยกเป็นตลาดในประเทศ 30,000 ล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 17,000 ล้านบาท โดยตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจและส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา เริ่มตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่พื้นที่ส่วนใหญ่ทำการเกษตร ทำให้แนวโน้มความต้องการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรมีเพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้ทดแทนแรงงานคนและสัตว์ รวมถึงควบคุมขั้นตอนการผลิต ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพของผลผลิต เพื่อป้อนผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ ข้าว อ้อย ยางพารา สำหรับอุตสาหกรรมเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้นใน 3 ประเทศดังกล่าว อีกทั้งการส่งเสริมของรัฐบาลด้านการทำการเกษตรมากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ ได้แก่ รถไถเดินตาม เครื่องยนต์ดีเซล แทรกเตอร์ และรถเกี่ยวนวดข้าว ตามลำดับ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

      และจากความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ สยามคูโบต้ามีแผนที่จะเปิดศูนย์ R&D SIAM KUBOTA เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร ตลอดจนได้นวัตกรรมใหม่ๆ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 22,000 ตร.ม. หรือ 14 ไร่ ด้วยงบการลงทุนกว่า 600 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดทำการในเดือนมีนาคม 2559

      นายโอภาศ ธันวารชร กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบ ต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สำหรับทิศทางในการดำเนินงาน บริษัทฯ ในปีหน้า ได้มุ่งมั่นในการคิดค้นโครงการต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของไทยให้มีความเข้มแข็ง โดยล่าสุดได้มีการพัฒนาระบบการจัดการเกษตรแบบครบวงจรโดยคูโบต้า หรือที่เรียกว่า "KUBOTA Agri Solutions" ด้วยการนำระบบการทำงาน

     ที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเทคนิคด้านการเกษตร (Agricultural Solutions) และการจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร (Machinery Solutions) โดยการศึกษาสภาพพื้นที่และวิธีการเพาะปลูกทุกขั้นตอน ทำการวิเคราะห์ปัญหา จากนั้นนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาสนับสนุนเทคนิคการทำเกษตรให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกขั้นตอน รวมทั้งการบริหารการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพ ในการรวมกลุ่มเกษตรกร

    โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้นำแนวคิด KUBOTA (Agri) Solutions มาใช้พัฒนาครบทุกขั้นตอนกระบวนการผลิตสำหรับนาข้าว และในปีหน้าจะนำมาพัฒนาใช้กับอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งการทำการเกษตรแบบ KUBOTA (Agri) Solutions ซึ่ง (Agri) Solutions คือการนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพร้อมทั้งเครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ รถดำนา รถเกี่ยวนวดข้าว เข้ามาส่งเสริมและพัฒนาการกระบวนการปลูกข้าวเพื่อให้เกษตรกรได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ มีความบริสุทธิ์ ปราศจากวัชพืช  เพิ่มปริมาณผลผลิต จากการจัดระเบียบการปลูกที่เหมาะสม ทำให้ข้าวไม่แย่งสารอาหารกัน ซึ่งส่งผลให้ต้นข้าวมีการแตกกอที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าว เพราะการปลูกข้าวด้วยรถดำนาจะใช้เมล็ดพันธุ์เพียง 8-10 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่นาหว่านใช้เมล็ดพันธุ์ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถลดปริมาณการใช้ปุ๋ย ลดปริมาณยาฆ่าแมลง และค่าจ้างแรงงานกำจัดวัชพืชและข้าวปน

     โดยได้ทำร่วมกับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศทั้งหมด 23 ศูนย์ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 23 แปลง การทำนาตามขั้นตอนของโครงการฯ จะใช้เวลาในการเริ่มเพาะปลูกจนกระทั่งถึงการเก็บเกี่ยว ประมาณ 4 เดือน คาดการณ์เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ จะได้ปริมาณผลผลิตข้าวประมาณ 600 กิโลกรัม/ไร่ ปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 450-500 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้น 20%

      ล่าสุด บริษัทฯ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แทรกเตอร์คูโบต้า L5018 ที่มีพลังความแรงของเครื่องยนต์ 50 แรงม้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองการใช้ที่หลากหลายทั้งงานไร่และงานนา ช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นสินค้าหลักในการทำการตลาดในปีหน้า

   นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับงานพืชไร่มากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ยังมีแผนงานจัดแคมเปญและกิจกรรมทางการตลาดตลอดทั้งปี เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้เป็นเจ้าของเครื่องจักรกลการเกษตรได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเพื่อสนองนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนให้เกษตรกรนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในขั้นตอนการผลิต ลดการใช้สารเคมี เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพเพื่อการบริโภค และยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชเศรษฐกิจหลักอย่างข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพื่อรองรับการแข่งขันหลังจากการเปิดตลาดประชาคมอาเซียน

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!