WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

บล.เคเคเทรด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน

HIGHLIGHT กฎอัยการศึกถ้าใช้ไม่เกิน 3 เดือน ปรับตัวลงในระยะสั้นจะเป็นโอกาสซื้อลงทุนระยะกลาง
SET View
      ประเด็นหลักวันนี้ การประกาศใช้กฎอัยการศึก (Martial Law) จะเป็นปัจจัยกดดันการดีดตัวของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น และกรณีที่ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,410 จุดได้ ในระยะสั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ SET ยังคงอยู่ในแนวโน้มของการพักตัวอยู่ อย่างไรก็ดีเราประเมินว่า SET จะพักตัวลงไม่ต่ำกว่ากรอบ 1,350-1,330 จุดเท่านั้นในช่วงที่เหลือของ พ.ค.2557 และการพักตัวลงในระยะสั้นของ SET เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนของนักลงทุนในระยะกลาง เนื่องจากถ้าพิจารณาจากสาเหตุของการประกาศกฎอัยการศึกของกองทัพบกในครั้งนี้ ถือว่ามีเงื่อนไขใกล้เคียงกับในปี 2549 มากที่สุด ซึ่งจากสถิติพบว่าในช่วงแรก SET จะตอบสนองด้านลบ โดยปรับตัวลงเฉลี่ย 1.4% หลังการประกาศใช้ 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 3.2% หลังการประกาศใช้ 1 เดือน สะท้อนให้เห็นว่า SET จะตอบสนองในด้านลบต่อการประกาศใช้กฎอัยการศึกฯในระยะสั้น ขณะที่กลุ่มหลักทรัพย์ที่ตอบสนองในด้านลบ 1 เดือนหลังการประกาศกฎอัยการศึกครั้งดังกล่าว ได้แก่กลุ่มบันเทิง, อสังหาริมทรัพย์, สื่อสาร, เกษตร และธนาคาร ขณะที่กลุ่มที่ราคาหุ้นโดยเฉลี่ยไม่ได้ผลกระทบด้านลบ และปรับตัวขึ้น ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์, อาหาร, โรงพยาบาล, ประกันฯ และพลังงาน


      อย่างไรก็ตาม ในด้านของความเสี่ยงจะอยู่ที่ระยะเวลาการใช้กฎอัยการศึกที่นานเกินไป คือมากกว่า 1-2 เดือน ซึ่งเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในปี 2549 พบว่าเมื่อเวลาผ่านไปถึงเดือนที่ 3 พบว่า SET กลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง 1.6% นับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ และนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมามียอดขายสุทธิสะสมนับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ที่ราว 1.4 พันล้านบาทเมื่อจบเดือนที่ 3 ขณะที่กลุ่มหลักทรัพย์ที่ปรับตัวลงมากที่สุดในกรณีที่การใช้กฎอัยการศึกยาวนานจนเข้าสู่เดือนที่ 3 ได้แก่ สื่อสาร, หลักทรัพย์, บันเทิง, ธนาคาร, พลังงาน และขนส่ง ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นส่วนทางได้แก่โรงพยาบาล, ค้าปลีก, อาหาร, ยานยนต์ และวัสดุก่อสร้าง


      กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังกลับไปปิดเหนือ 1,410 จุดไม่ได้ แนะนำ “ถือเงินสด 100%” ต่อไป ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “รอเพิ่มพอร์ตหุ้น” จากเดิม 50% มาเป็น 75% ในกรอบ 1,350-1,330 จุด โดยยังคงเน้นหุ้นกลุ่ม 'Value Investing' ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART

 

Stock Picks

        STEC (+) บริษัทจะได้รับผลกระทบจากงานภาครัฐที่อาจยังไม่เห็นการประมูลในปีนี้จำกัดที่สุดในกลุ่มรับเหมาขนาดใหญ่ จากงานในมือปัจจุบันที่มีอยู่ราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2557 และต่อเนื่องไปยังปี 2558 นอกจากนี้บริษัทยังมีโอกาสรับงานภาคเอกชนภายในประเทศเพิ่มเติมจากลูกค้างานสนามบิน และกลุ่มลูกค้าห้างสรรพสินค้า ขณะที่บริษัทเริ่มมีการกระจายงานไปยังต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาราว 2-2.5 พันล้านบาท และคาดว่าจะมีความคืบหน้าใน 2H57 ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 21.50 บาท แนะนำ “ซื้อ”
      M (+) แม้ว่าผลประกอบการของ M จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่เรามองว่าระดับราคาหุ้นที่ยังทรงตัวใกล้เคียงกับราคา IPO ที่ 49.00 บาทสะท้อนปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ขณะที่ยังมีประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ คือโอกาสที่เห็นการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของผลการดำเนินงาน อันเป็นผลจากการเข้าลงทุนในกิจการอื่นเมื่อปีที่แล้วเกือบ 9 พันล้านบาท เราประเมินว่าเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลาย จะส่งผลให้ผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้น YoY ในครึ่งปีหลัง ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 55.60 บาท ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ'ซื้อเก็งกำไร'

 

Technical Plays
       ดัชนี หุ้นเมื่อวันก่อนปิดลบเป็นแนวโน้มแบบแกว่งตัว คาดว่าดัชนีหุ้นจะอยู่ในกรอบ 1390-1405 จุด ยืน 1390 จุด เป็นแนวโน้มแกว่งตัวทางขาขึ้น มีแนวต้าน 1415, 1425 จุด ต่ำกว่า 1385 จุด จะเป็นสัญญาณขาย ราคายังมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่ออีก 2-3 วัน

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!