WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

กรมศุลฯ เตรียมปรับกฎหิ้วสินค้าจาก ตปท.ขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 80,000-100,000 บาทต่อครั้ง

     นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายกรมศุลกากรได้หารือเกี่ยวกับการอนุญาตนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเมื่อวานนี้ เพื่อแก้ไขประกาศกรมศุลกากรให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังจากบังคับใช้มาหลายสิบปีแล้ว ด้วยการอนุญาตให้นำสินค้าจากต่างประเทศผ่านเข้าออกผ่านสนามบินหรือด่านชายแดนจากเดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 10,000 บาท เพิ่มเป็น 80,000-100,000 บาทต่อครั้ง เพราะเห็นว่าประกาศดังกล่าวใช้มานาน แต่ต้องพิจารณาหลายด้านประกอบกัน เพราะขณะนี้เศรษฐกิจดีขึ้นคนไทยมีกำลังซื้อสินค้าบางส่วน เพื่อใช้เองหรือฝากญาติ เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศการถือครองเงินสดจาก 500,000 บาท เพิ่มเป็น 2 ล้านบาท ในการนำเข้าออกผ่านชายแดน หากได้ข้อสรุปจะออกประกาศกรมศุลกากรเพื่อบังคับใช้

    ทั้งนี้ การตรวจสอบการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศและให้ผ่านช่องแดง เพื่อสำแดงสินค้านำเข้านั้น จะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดเพื่อปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปต่างประเทศ หากนำสินค้าเข้ามาเพื่อฝากญาติ ใช้เองปริมาณที่เหมาะสมคงไม่ต้องตรวจ แต่หากเป็นการนำเข้าเชิงพาณิชย์คงต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะสามารถติดตามได้จากแหล่งขายสินค้าตามอินเทอร์เน็ตหรือแหล่งจำหน่าย เมื่อมีการเดินทางเข้าออกเป็นประจำ

   แต่อีกด้านหนึ่งต้องเข้มงวดสำหรับผู้นำเข้ามาเพื่อค้าขายเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี เพราะหากเดินทางไปต่างประเทศเพียง 1-2 ครั้ง และซื้อสินค้าเข้ามาใช้สอยคงจะไม่สุ่มตรวจ แต่หากปรากฏว่ามีการเดินทางเป็นประจำ 3-4 ครั้งต่อเดือน เพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายต้องให้สำแดง เพื่อเสียอากรนำเข้าร้อยละ 30 ของมูลค่าสินค้า การตรวจจะครอบคลุมไปถึงลูกเรือสายการบิน ทุกอาชีพที่ผ่านเข้าออก

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

อธิบดีกรมศุลฯ ยันคุมเข้มลักลอบนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์พร้อมเอาผิดผู้ฝ่าฝืน

     นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฯ เก็บป้ายเตือนห้ามนำเข้าสินค้าเกิน 1 หมื่นบาทต้องเสียภาษีออกจากอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งป้ายดังกล่าวได้ติดตั้งมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว และเป็นนโยบายของอธิบดีคนเก่าที่ต้องการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า ซึ่งตนเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเพิ่งมาเป็นข่าวในช่วงที่ตนเองเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน แต่ในฐานะของอธิบดีกรมศุลกากรจึงปัดความรับผิดชอบไม่ได้

    ทั้งนี้ การเก็บป้ายเตือนดังกล่าวไม่ได้สะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมายกรณีการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าของกรมศุลกากรจะหย่อนยานลงไป โดยกระบวนการตรวจสอบทั้งหมดยังคงเดินหน้าไปอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานสากลด้วยวิธีการสุ่มตรวจ ซึ่งในส่วนนี้กรมได้มีการประสานข้อมูลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องมีการสุ่มตรวจเป็นพิเศษอยู่แล้ว

    "ได้มอบนโยบายเพิ่มเติมลงไปว่าให้จับตากลุ่มที่เน้นการนำเข้ามาเพื่อรูปแบบเชิงพาณิชย์เป็นพิเศษ โดยในส่วนนี้กรมมีข้อมูลในเชิงลึกและรายชื่อผู้ที่เข้าข่ายหมดแล้ว ก็พร้อมจะดำเนินการทันที หากข้าราชการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายเช่นกัน" นายสมชัย กล่าว

   นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดหรือข้อสรุปว่าควรมีการปรับเพิ่มมูลค่าสินค้านำเข้าให้มากกว่า 1 หมื่นบาทที่กำหนดไว้ในกฎหมายก่อนหน้านี้ เนื่องจากมองว่ายังไม่ใช่เรื่องจำเป็น โดยที่ผ่านมาสินค้าที่มีการลักลอบนำเข้าในเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย อาทิ กระเป๋า นาฬิกา เครื่องหนัง และเสื้อผ้าราคาแพง

   นายสมชัย กล่าวว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร มีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ในช่วง 2-3 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ 57 แม้ทั้งปีจะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายก็ตาม แต่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มที่ รวมถึงต้องเร่งดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของ คสช. โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่เออีซี และการจัดตั้ง National Single Window รวมถึงการเร่งแก้ไขระเบียบ และกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจการของภาคเอกชนให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้นด้วย

                        อินโฟเควสท์

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!