WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

ชงแผนปฏิรูปภาษียกแผงสรรพากรเตรียมเสนอขุนคลังคนใหม่ไฟเขียวมาตรการ

      บ้านเมือง : นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรเตรียมนำเสนอนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คนใหม่ เกี่ยวกับมาตรการที่เกี่ยวข้องกับภาษีที่อยู่ในความสนใจของสังคม ไม่ว่าจะเป็น ภาษีมรดก หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และกฎหมายอื่นๆ ที่มีความสำคัญ และต้องการที่จะปรับปรุงให้เกิดความเป็นธรรม และมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีกฎหมายหลายฉบับที่ออกไปแล้วเกิดปัญหา และในทางปฏิบัติเกิดความไม่ชัดเจน ซึ่งกรมสรรพากรจะเร่งดำเนินการปรับปรุงให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น

   ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายเกี่ยวกับการทำธุรกรรมระหว่างที่มีการกำหนดราคาซื้อขายสินค้า หรือให้บริการที่แตกต่างไปจากราคาตลาด มีการกระทำที่เป็นการกัดกร่อนฐานภาษีของกรมสรรพากร โดยมีการจำหน่ายเงินหรือเอากำไรที่เสียในไทย ไปเสียในถิ่นอื่นหรือประเทศอื่นที่เสียภาษีต่ำกว่า หรือไม่ต้องเสียภาษีเลย เป็นต้น ซึ่งปัญหาดังกล่าว กรมสรรพากรก็จะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันใหม่ให้เกิดการกัดกร่อนฐานภาษี และเพื่อทำให้ฐานภาษีในการจัดเก็บมีความมั่นคงยิ่งขึ้น

    สำหรับ ในเรื่องของมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว ด้วยการสามารถนำรายจ่ายที่เกิดขึ้นมาหักลดหย่อนได้นั้น ขณะนี้กรมสรรพากรได้ส่งเรื่องให้ทางกระทรวงการคลังได้พิจารณาและอนุมัติแล้ว ซึ่งได้รับการอนุมัติเมื่อไหร่ก็จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2557 และสิ้นสุด 31 ธ.ค.58 เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับพักโรงแรม แพ็กเก็จทัวร์ภายในประเทศ สามารถหักลดหย่อนได้ 1.5 หมื่นบาท

     ส่วนนิติบุคคลที่สามารถนำค่าใช้จ่ายในการจัดงานสัมมนา จัดฝึกอบรมต่างๆ สามารถหักได้ 2 เท่า เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดสัมมนาและให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยประเมินว่าเมื่อมีมาตรการดังกล่าวออกมาจะทำให้รายได้ของกรมสรรพากรหายไปไม่น่าเกิน 2 พันล้านบาท

      นายประสงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการหารายได้ก็มีการประชุมชี้แจงกับสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว สิ่งที่เห็นคือ ตัวงบประมาณรายจ่าย ภาษีอากรแสตมป์ แนวโน้มของภาคเอกชนดีขึ้นมาก จากเดิมที่เอกชนลงทุนติดลบ 16% ปัจจุบันติดลบอยู่ที่ 7% ถือว่าการลงทุนเอกชนดีขึ้นมาก ยอดติดอากรแสตมป์ จากเดิมที่ติดลบ ล่าสุด ก.ค. ยอดก็เพิ่มขึ้นมา 10% กว่า เดือน ส.ค. เพิ่ม 30% กว่า ทำให้มั่นใจว่าในการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2558 กรมฯ จะสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน 1.965 ล้านล้านบาท สูงจากยอดที่คาดว่าจะเก็บได้ในปีงบประมาณ 2557 ประมาณ 13% เชื่อว่า ความตั้งใจในการจัดเก็บรายได้ของเจ้าหน้าที่กรมฯ รวมถึงการเข้มงวดและลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ ประกอบกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    "การจัดเก็บรายได้ ก.ค. เกินเป้า 4.9 พันล้านบาท ส่วนเดือน ส.ค. ยอดจัดเก็บใกล้ๆ กับปี 56 แต่ไม่ได้ตามประมาณการณ์ โดยเดือน ส.ค. เรากำลังลุ้นว่าให้จัดเก็บเท่าๆ กับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้าหรือระดับที่ใกล้เคียงกัน ส่วนเดือน ก.ย. ห่วงเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลบางส่วน เพราะธุรกิจรถยนต์จากรถคันแรก ถึงเวลารถหายไป ตอนทำประมาณการณ์ก็ไม่ได้คิดว่าจะหายไป บริษัทใหญ่ๆ กำไรหายไป ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องก็กระทบไปด้วย เพราะไม่มีโครงการรถคันแรกแล้ว คาดว่าตัวนี้หายไปกว่า 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท  ซึ่งเราก็ต้องเอาภาษีตัวอื่นที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาเก็บช่วยในส่วนที่หายไปดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเราทำเต็มที่ และอยู่บนฐานของการเข้าใจผู้เสียภาษีด้วย" นายประสงค์ กล่าว

    นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (TMB) กล่าวว่า โจทย์ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องทำมีหลายเรื่อง แต่เรื่องแรกคือ เร่งการลงทุนของภาครัฐ และเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด หลังจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ยังล่าช้า เบิกจ่ายได้ 50% เท่านั้น รวมทั้งต้องสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับงบลงทุนปี 2558 และ 2559 เพื่อให้เอกชนเห็นความชัดเจนของการลงทุน และลงทุนตามภาครัฐ โดยโครงการลงทุนแรกควรเป็นโครงการรถไฟรางคู่ที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ และสนับสนุนการขนส่งสินค้าเกษตร

    ทั้งนี้ รัฐบาลควรเข้าไปดูแลเรื่องของการบริโภคให้มีการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน เช่น การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งที่ผ่านมาข้าราชการมีรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นการบริโภคไม่ควรใช้นโยบายประชานิยม นโยบายที่บิดเบือนกลไกตลาด ยอมรับว่าการบริโภคฟื้นตัวได้ช้า เนื่องจากมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 80% ของจีดีพี กดดันการบริโภคของประชาชนอยู่ ซึ่งยังมีความหวังที่เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 2% แม้โอกาสจะยากขึ้น ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปีนี้ว่าจะมีนโยบายที่ตรงประเด็นและตอบโจทย์หรือไม่

    ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2558 จะกลับมาเติบโตได้ตามศักยภาพ คือขยายตัว 4% มาจากภาคการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นเป็น 3-5% ดีกว่าปีนี้ที่ขยายตัวเพียง 1.2% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเติบโตได้ถึง 3.5-4% การลงทุนจะกลับมาขยายตัวจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการบริโภคที่จะฟื้นตัวกลับมาเต็มที่

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!