WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

1.AAA A AA1sec

ก.ล.ต. ไทย และ ก.ล.ต. ฮ่องกง ได้ผลสรุปความร่วมมือระหว่างกันเพื่อเชื่อมโยงตลาดทุนตามนโยบายรัฐบาล

    ก.ล.ต. ไทยประชุมร่วมกับ ก.ล.ต. ฮ่องกง (SFC) พร้อมด้วย ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) และกระทรวงการคลังฮ่องกง (Financial Services & the Treasury Bureau) เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ณ ศูนย์ประชุมฮ่องกง โดยได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกันด้านตลาดทุนตามกรอบบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือที่รัฐบาลไทย และฮ่องกง ลงนามเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562

      นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยผลการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานมีความคืบหน้าโดยมีข้อสรุป ดังนี้

     (1) การพิจารณาแนวทางในการกำกับร่วมระหว่างไทยและฮ่องกง (regulatory mapping) ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจากที่ได้ตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2563 เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กองทุนรวม รวมถึงกองทุนรวมอีทีเอฟ และกองทุนรวมทั่วไป คาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2563 และหลังจากนั้นจะสามารถเสนอขายระหว่างกันได้ ซึ่ง ก.ล.ต. ไทยจะนำบริษัทจัดการลงทุนไทยมาประชุมร่วมกับ ก.ล.ต. ฮ่องกง กระทรวงการคลังฮ่องกง ธนาคารกลางฮ่องกง และผู้ประกอบการในตลาดทุนฮ่องกง รวมทั้งผู้จัดจำหน่ายกองทุนรวม เช่น ธนาคาร เพื่อให้มีความเข้าใจร่วมกัน โดยเห็นควรให้มีการหยิบยกประเด็นด้านภาษีที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา เพื่อให้สามารถเทียบเคียงกันได้ ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ประสานกับกรมสรรพากรในเบื้องต้นแล้ว

     (2) ก.ล.ต. ทั้งสองฝ่ายตกลงว่าจะพิจารณาวิเคราะห์ความแตกต่าง (gap analysis) ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ภายในปี 2563 ก่อนที่จะพิจารณาโอกาสที่จะมีการจดทะเบียนเสนอขายในสองตลาดต่อไป สำหรับตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ (DR) นั้น ก.ล.ต. ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ชี้แจงว่าเกณฑ์จะเหมือนกับการนำบริษัทไทยมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงโดยตรง ดังนั้น หากมีบริษัทไทยที่สนใจจะนำมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง จะต้องผ่านการพิจารณาในรายละเอียด โดยเน้นด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน

      (3) ก.ล.ต. ฮ่องกงยินดีให้ความร่วมมือทางเทคนิคและการเสริมสร้างศักยภาพในเรื่องผลิตภัณฑ์การเงินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Financing) เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายตลาดทุนไทยที่ยั่งยืน

 

ไทยและฮ่องกง ผลักดันการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างกัน และเดินหน้าให้ปี 2563 เป็นปีแห่งการลงทุนของไทย

     ในช่วงระหว่างการเยือนฮ่องกง ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าเยี่ยมคารวะและร่วมหารือทวิภาคีกับนายพอล ชาน (Mr. Paul Chan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (Financial Secretary) ของฮ่องกง ณ กระทรวงการคลังฮ่องกง เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 เพื่อสานต่อความร่วมมือระหว่างรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงได้ร่วมกันลงนาม เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทยและแนวนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ตลอดจนนโยบายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและทางดิจิทัล ในส่วนความร่วมมือทางการเงินนั้น ไทยและฮ่องกงตกลงที่จะผลักดันการเชื่อมโยงตลาดทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้ามตลาดระหว่างกัน (Cross-border Product) รวมถึงการเชื่อมโยงด้านข้อมูล (Market Data Connectivity) ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างความตระหนักของนักลงทุนรายย่อยของทั้งสองฝ่าย

    พร้อมทั้งลดอุปสรรคในระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ของอีกฝ่ายได้ (Cross Listing) และการอำนวยความสะดวกในการเสนอขายหลักทรัพย์ระหว่างกัน โดยเฉพาะการเร่งดำเนินการให้ได้ข้อสรุปและมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงเรื่องการเสนอขายหน่วยลงทุนข้ามกันได้ (Mutual Recognition of Funds: MRF) ซึ่งรวมถึงอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund:   ETF) และส่งเสริมความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์การเงินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเงินที่ยั่งยืน เช่น ผลิตภัณฑ์การเงินสีเขียว (Green/Sustainable Financing) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการเงินของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ไทยและฮ่องกงพร้อมที่จะผลักดันความร่วมมือทางการเงินอื่น ๆ อาทิ การเสริมสร้างโอกาสการลงทุนระหว่างกันโดยเฉพาะของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางการเงินอื่น ๆ เช่น Fintech เป็นต้น

     นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าร่วมการพบปะหารือกับผู้บริหารระดับสูงจากนักลงทุนสถาบันภาคเอกชนของฮ่องกง ซึ่งกระทรวงการคลังจัดร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ณ โรงแรม Grand Hyatt Hong Kong โดยมีนักลงทุนเข้าหารือกว่า 35 กองทุน รวมมูลค่าถึง 20.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเสนอทิศทางและนโยบายเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีนโยบายให้ปี 2563 นี้เป็นปีแห่งการลงทุนของไทย

       รวมทั้งได้ชี้แจงถึงความสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยไทยได้มีการเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งในรูปแบบกายภาพและดิจิทัลซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษระเบียงตะวันออกที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย และการวางระบบ National e-Payment เพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินของไทยให้เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร การลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาธุรกิจ Start up และ Fintech

       นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำว่า ไทยมีสภาวะด้านการคลังและการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะด้านการบริโภคและการลงทุนในประเทศในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนทั้งนี้ นักลงทุนสถาบันที่ร่วมงานครั้งนี้ได้แสดงความสนใจในเศรษฐกิจไทยและตลาดทุนไทยเป็นอย่างมาก และมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข่งแกร่ง และนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐต่างๆ ที่จะเอื้อต่อการลงทุนในระยะยาวต่อไป

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

sme 720x90banpu 720x90 new1 1

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!