WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

4 ปีไทยเจ๊งการค้าอาเซียน

     บ้านเมือง : นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดถึงการประเมิน 4 ปี การค้าและการลงทุนภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ช่วงปี 2553-2556 โดยพบว่า ไทยเสียประโยชน์ทั้งด้านการค้าและการลงทุน ทำให้ศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าไทยลดลง

    ทั้งนี้ ในด้านการค้า ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา มูลค่าการส่งออกของสินค้าไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2553 มูลค่าการส่งออกของไทยไปยังอาเซียนอยู่ที่ 320,348 ล้านบาท ลดเหลือ 222,187 ล้านบาท ในปี 2554 ต่อมาปี 2555 ลดเหลือ 59,178 ล้านบาท และปี 2556 ติดลบ 8,428 ล้านบาท

    "ต้องยอมรับแม้ว่ามูลค่าการส่งออกของไทยจะยังอยู่ในอันดับ 3 แต่หากไปดูอัตราการขยายตัวจะพบว่าลดลงอย่างต่อเนื่อง จากอันดับ 1 ที่ขยายตัว 39.5% ในปี 2553 พอมาปี 2554 ขยายตัว 20.7% และปี 2555 ขยายตัว 3.3% มาปี 2556 ขยายตัวลดลงเหลือ 1% ตกมาอยู่อันดับ 7"นายอัทธ์ กล่าว

   นอกจากนี้สินค้าไทยที่ยังเป็นดาวเด่นหลังเปิดเออีซี 4 ปี ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก เครื่องและยาสูบ ส่วนสินค้าดาวร่วง ได้แก่ ข้าว อาหารทะเลแปรรูป มันสำปะหลัง ยางพารา น้ำตาล รถยนต์และชิ้นส่วน เป็นต้น

    ขณะเดียวกันด้านการลงทุน ในแง่ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามาในอาเซียน พบว่า สิงคโปร์มากสุด 2.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมา อินโดนีเซีย 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อันดับ 3 มาเลเซีย 4.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับ 4 มี FDI รวม 3.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

    นายอัทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ภาครัฐต้องทำเพื่อไม่ให้สินค้าไทยสูญเสียศักยภาพในการแข่งขันไปมากกว่านี้ 1.ต้องปรับการทำการตลาดใหม่ โดยสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับและนิยมในชาติอาเซียนอยู่แล้ว แต่ไม่มีการทำการตลาดอย่างจริงจัง และไม่สร้างแบรนด์สินค้าให้เกิดในอาเซียน 2.ไม่มีบริษัทไทยไปร่วมทุนทำเทรดดิ้ง กัมปะนีในอาเซียนเลย ทำให้การส่งสินค้าไปขายจึงไม่เกิดขึ้น และ 3.ในด้านการลงทุน ไทยต้องปรับวิธีการผลักดันเพื่อให้ SME ไปลงทุนได้มากขึ้นจากปัจจุบันที่มีแต่เฉพาะรายใหญ่           

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!